ตอนที่ 207 สั่งสอนเสียบ้าง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ค่ายกลโจมตีของเฟิร์สนั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก สิ่งที่สตอมเจอนั้นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเขายังไม่ตกเข้าสู่เขตแดนค่ายกลการโจมตีอย่างแท้จริง
โชคดีที่สตอมระวังตัว โจมตีไปที่ค่ายกลและถูกพลังของค่ายกลสะท้อนกลับเท่านั้น อีกทั้งยังมีเฟิร์สช่วยลดอานุภาพของค่ายกลลงจึงทำให้สตอมไม่ถูกโจมตีสะท้อนกลับด้วยการโจมตีเดียว
หากสตอมฝืนก้าวต่อไปและตกลงเขตแดนโจมตีอย่างแท้จริง ต่อให้เฟิร์สควบคุมค่ายกลไว้ก็ไม่แน่ว่าสภาพของเขาอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้
เฟิร์สเห็นการกระทำอันดื้อรั้นของสตอม พยายามที่จะโจมตีใส่ค่ายกลซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแค่สามครั้งก็ทำให้สภาพของเขาดูย่ำแย่เป็นอย่างมาก เลือดสดๆ ไหลออกมาทุกทวาร
แม้กระบี่ไม้จะโจมตีไปแค่สามจุด แต่ทว่าสตอมฝืนใช้พลังจิตเกือบจะเกินขีดจำกัดจนทำให้ร่างกายเขาเริ่มทานรับไม่ไหว
หากต้องรับพลังการโจมตีของกระบี่ไม้ไปอีกครั้งเดียว แม้เฟิร์สจะทำการผ่อนพลังลงก็ไม่แน่ว่าสตอมอาจจะตายในการโจมตีต่อมาก็ได้
ทันทีที่เฟิร์สปรากฏตัวร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดพยายามจะฝืนยันตัวลุกขึ้นมา เขาจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มผมสีเงินที่หยุดยืนอยู่กลางอากาศ ท่าทางหยิ่งทะนง แสดงออกราวกับว่าตนเองคือปราชญ์ของโลก
สายตาของสตอมจ้องมองด้วยความเกลียดชัง
“ในที่สุดนายก็ปรากฏตัวออกมา มาสู้กับฉันเดี๋ยวนี้!” สตอมคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
แม้ว่าสภาพของเขาในตอนนี้จะเลวร้ายอย่างมาก แต่เขาก็ระเบิดพลังจิตอันมหาศาลออกมา จนทำให้ผืนดินและต้นไม้โดยรอบแหลกละเอียดเป็นผุยผง
หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าโลหิตของเขาไหลออกจากทวารมากขึ้น ดวงตาเป็นไปด้วยสายเลือด หู ปาก จมูก มีแต่ของเหลวสีแดงหลั่งไหลออกมา
เฟิร์สที่เห็นด้านล่างก็ได้แต่สายศีรษะไปมาและเอ่ยว่า “ช่างเป็นคนที่ดื้อด้านเสียจริง”
ช่วงจังหวะที่สตอมจะดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้านั้นเอง
จู่ๆ ร่างของเขาก็ชนเข้ากับบางอย่างเข้าอย่างจัง
ปังงงงงงงงงงงง
สตอมรู้สึกเหมือนมีภูเขาลูกหนึ่งกำลังกดทับร่างของเขาเอาไว้
แท้จริงแล้วมันคืออำนาจอักขระของเฟิร์ส อำนาจอักขระขั้นสีม่วงมีพลังป้องกันที่ไม่ธรรมดา แม้มันจะด้อยกว่าพลังค่ายกลแต่ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งอยู่ดี
สตอมปะทะเข้ากับอำนาจอักขระเข้าอย่างจัง จึงทำให้เขาถูกกดทับจนต้องชันเข่าลงกับพื้น พลังจิตที่แข็งแกร่งของเขาพยายามที่จะทำลายพลังที่ไร้รูปร่างนี้ แต่ทว่าด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้กลับไม่สามารถใช้พลังออกมาได้อย่างเต็มที่ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อต้านพลังของอีกฝ่ายได้
แต่การต่อสู้ไม่ได้เน้นที่การเผชิญหน้ากันตรงๆ
พรึบ!
ปัง!
จู่ๆ แผ่นดินก็ถูกกดทับอย่างรุนแรง ทว่าร่างของสตอมกลับหายไปอย่างไร้ที่มา
ใช่แล้ว นั่นคือการเทเลพอร์ต
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าสตอมไม่สามารถเทเลพอร์ตได้ แต่ภูเขาสันโดษกลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถเทเลพอร์ตเข้าไปได้จึงต้องบุกทะลวงเข้าไปโดยตรง
แต่เรื่องนั้นจะสำคัญได้อย่างไร เมื่อตอนนี้เฟิร์สวันได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาแล้ว
สตอมเทเลพอร์ตในระยะประชิดกับเด็กหนุ่มผมเงินในทันที
เขากางมือทั้งสองข้างออก มวลอากาศพลันหมุนม้วนกลายเป็นการโจมตีรูปทรงกรวยขนาดใหญ่มากกว่าสิบเมตร หมายเจาะทะลุเป็นสว่านโจมตีไปทางเฟิร์สวัน
แต่ทว่า ....
ตึงงงงงงงง
เบื้องหน้าเฟิร์สวันกลับปรากฏปราการอันไร้รูปร่างอีกแล้ว สว่านของสตอมปะทะเข้ากับมันจนเกิดประกายไฟเหมือนพลุที่จุดบนท้องฟ้า
เด็กหนุ่มผมเงินมองไปที่เขาอย่างเย็นชา
“คุณนี่ช่างเป็นคนที่ดื้อด้านเสียจริง ด้วยสภาพของคุณในตอนนี้ยังต้องการที่จะสู้กับผมอีกหรอ?” เฟิร์สเอ่ยอย่างราบเรียบ
แต่ยังไม่ทันที่สตอมจะได้ตอบอะไร เด็กหนุ่มผมสีเงินก็ก้าวออกไปด้านหน้าหนึ่งร่าว ร่างก็กระพริบวาบแล้วไปโผล่ตรงหน้าสตอมแล้ว
“นี่ ...”
สตอมดูตกใจ แต่เขายังสามารถรักษาสติได้
พรึบ!
ร่างของสตอมเทเลพอร์ตหายไปจากตรงนั้นทันที เขาเว้นระยะห่างจากเฟิร์สวันเอาไว้
ทว่าเมื่อเด็กหนุ่มสีเงินก้าวไปอีกก้าว ร่างก็โผล่ตรงหน้าเขาแล้ว
พรึบ!
สตอมพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เฟิร์สวันประชิดตัว
ตั้งแต่วินาทีนั้นร่างของทั้งสองจึงโผล่กระพริบไปทั่วทั้งท้องฟ้า ทำให้ผู้คนมากมายที่มองเข้าไปต้องอ้าปากค้าง
“นั่นน่ะหรอ? การต่อสู้ของผู้ใช้พลังจิต พวกเขาทั้งสองเป็นสุดยอดผู้ใช้พลังจิตของโลก”
“ฉันถ่ายคลิปนี้เอาไว้แล้ว มันน่าตื่นเต้นมาก”
ภาพของคนทั้งสองแทบจะปรากฏเต็มท้องฟ้า พวกเรารวดเร็วมากราวกับจะทิ้งร่างเงาเอาไว้
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
สตอมพยายามจะใช้การโจมตีโต้กลับ เขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญพลังจิตที่สามารถควบคุมอากาศระดับอนุภาค เขาพยายามที่จะบดขยี้เฟิร์สวันที่ปรากฏข้างกาย แต่เฟิร์สวันก็รวดเร็วมาก เขาหายไปก่อนที่เขาจะทำอะไรด้วยซ้ำ
ทั้งสองผลัดกันไล่ล่าและหลบหนี
แต่ในตอนนั้นเอง เฟิร์สวันก็พูดประโยคที่ทำให้สตอมต้องตกตะลึงออกมา
“ฉันขี้เกียจที่จะแสดงแล้ว พวกเรามาจบเรื่องบ้าๆ นี่กันเถอะ”
หลังจากที่เฟิร์สเอ่ยจบ ร่างของเขาก็ไปปรากฏตรงหน้าสตอมรวดเร็วมาก แต่ในครั้งนี้เขากลับใช้นิ้วแตะไปที่หน้าผากของสตอม
ซูม!
สตอมรู้สึกเหมือนสติจะดับวูบ ร่างเขาถูกผลักออกไปราวกับลูกเทนนิสที่โดนหวด
ตึง!
ร่างของบุรุษผมทองปะทะเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็นกลางอากาศ พลังที่ไร้รูปตรึงเขาไว้ที่นั่น
เฟิร์สวันยังคงอยู่ที่เดิม เขามองไปที่ร่างนั้นอย่างเย็นชา
“คุณมันรั้นเกินไป ผมแค่ต้องการอยู่อย่างสงบเท่านั้น วันนี้หากผมไม่ทำอะไรคุณบ้าง คนอย่างคุณคงจะไม่สำนึก” เฟิร์สเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่เสียงนี้กลับดังกึกก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า
ใช่แล้ว ประโยคที่เขาพูดไม่ได้เอ่ยกับสตอมเพียงแค่คนเดียว
แต่มันคือหมายสาร์นที่เขาต้องการประกาศให้คนทั่วโลกได้รับรู้
รอบๆ ภูเขาสันโดษนั้นมีนักข่าวมากมายที่จับตามอง แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องได้ยินประโยคเหล่านี้ที่เฟิร์สวันพูด
แล้วตอนนั้นเองเฟิร์สก็ยื่นมือขวาออกไป เขาดีดนิ้วและเอ่ยว่า “ผนึก!”
ครืน ....
จุดที่นิ้วของเขาเคยแตะที่หน้าผากของสตอมพลันปรากฏอักขระสีม่วงนับไม่ถ้วนออกมาทันที
มันแพร่กระจายและลุกลามไปทั้งหน้าผาก
วินาทีนั้นเองสตอมก็รู้สึกเหมือนกับว่าทั้งพลังสปีริตและพลังจิตของเขาเริ่มหายไป
มันหายไปเร็วมาก!
สตอมที่ตั้งสติขึ้นมาได้ก็ตะโกนเสียงดังออกมา
“นี่ ... นายทำอะไรกับฉัน!”
เฟิร์สมองสตอมอย่างเย็นชา เขาเก็บมือทั้งสองมาไพล่ด้านหลังและเอ่ยว่า
“เมื่อคุณกล้าท้าทายผม คุณก็ต้องเตรียมใจที่จะยอมรับกับผลที่ตามมา เพราะคุณดื้อรั้นแบบนี้จึงได้มาทำลายความสงบสุขของผม ซึ่งผมไม่ชอบมันเป็นอย่างมาก ผมจะทำการผนึกพลังทั้งหมดของคุณเอาไว้เป็นเวลาหนึ่งปี”
เฟิร์สหยุดไปครู่หนึ่ง โลกนั้นเหมือนจะเงียบลง แล้วเขาก็เอ่ยต่อ
“เมื่อครบกำหนดหนึ่งปีแล้วคุณคิดได้ สำนึกผิดในสิ่งที่ทำผมจะคลายผนึกบนตัวคุณให้ แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณมีความสามารถมากพอจะทำลายผนึกด้วยตัวเอง หรือไปให้คนอื่นคลายผนึกให้ผมก็ไม่รังเกียจ แต่ในครั้งหน้าผมหวังว่าพวกเราจะไม่ได้มาเจอกันอย่างสถานการณ์ในวันนี้อีก”
ทันทีที่พูดจบ ร่างของเฟิร์สก็กระพริบคล้ายกับเปลวเทียนที่ต้องลมแล้วหายไปในทันที
ส่วนร่างของสตอมนั้นถูกพลังที่ไร้รูปค่อยๆ พยุงร่างของเขามาวางไว้บนพื้น
สตอมทั้งเกิดความรู้สึกอึ้งตะลึงงัน ไม่รู้ว่าตนเองต้องทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้
“เกิดอะไรขึ้น? ฉันไม่สามารถใช้พลังสปีริตได้ ไม่สามารถขับเคลื่อนพลังจิตได้ ฉันได้กลายเป็นคนธรรมดาไปแล้ว”
เขาพยายามที่จะรักษาสติของตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาอาจเป็นบ้า
ราชาสิบอันดับแรกของโลกอย่างเขา ในตอนนี้กลับกลายเป็นแค่คนธรรมดาไปเสียแล้ว