ทางด้านของศิษย์ยอดเขาเหอหวนได้เริ่มแผนการแล้วทั้งสองยอดเขาอย่างเหอหวนและอสนีได้ปีกธูปที่ส่งกลิ่นแปลกๆไว้ทั่วทุกจุดที่พวกเขาผ่านกลิ่นของธูปทำให้พวกสัตว์อสูรขอบเขตกลั่นปราณพากันบ้าคลั่งและเริ่มโจมตีเหล่าศิษย์ของสำนักอย่างต่อเนื่อง
“อ๊ากกกกกนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมพวกมันถึงเป็เช่นนี้”
“นี่ไม่ปกติข้าตัดขาของมันทิ้งแต่มันก็ยังลุกขึ้นมาพยายามสังหารข้าให้ได้”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่านี่คือการทดสอบศิษย์แบบใหม่ของสำนัก”เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ข้าไม่ไหวแล้วข้ายอมแพ้การทดสอบ” ศิษย์คนหนึ่งกระตุ้นป้ายของตนทำให้มีลำแสงปกคลุมร่างก่อนจะถูกส่งออกไปจากมิติลับ
“บัดซบข้ารอเวลานี้มานานคิดว่าจะเป็โอกาสกอบโกยแต้มสำนักแต่ไม่คิดเลยว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องหลบหนีเสียแล้วเจ็บใจนัก” ศิษย์สายนอกพากันกรีดร้องด้วยความไม่ยินยอมและถูกส่งออกไป
ต้วนจื่อและหญิงสาวข้างๆเองก็ต้องเจอกับการปิดล้อมของสัตว์อสูรจนทำให้ตกอยู่ในอันตรายแต่หลายเดือนมานี้ต้วนจื่อแข็งแกร่งขึ้นมากบวกกับเคยเห็นหลิงหยวนแสดงวิถีกระบี่ออกมาครั้งหนึ่งทำให้เกิดรู้แจ้งในวิถีกระบี่พลังต่อสู้จึงพุ่งทะยาน
“สถานการณ์ไม่ปกติแม้แต่เขตนอกก็ยังไม่ปลอดภัยพวกเราคงต้องหาที่ซ่อนตัวกันก่อน” ต้วนจื่อกล่าว
“เช่นนั้นพวกเราเสี่ยงไปยังเขตกลางหรือไม่ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจจะปลอดภัยกว่า”หญิงสาวกล่าว
‘ก็ดีเหมือนกันรองเสียงดูเพราะถึงอย่างไรก็มีม่านพลังคอยกั้นไม่ให้สัตว์อสูรข้ามอาณาเขตไปได้”ต้วนจื่อกำกระบี่แน่นก่อนจะโจมตีออกไปเปิดทางทะลวงฝ่าวงล้อมทันที
ส่วนศิษย์ของยอดเขาเหอหวนและยอดเขาอสนีล้วนแต่ไม่ถูกสัตว์อสูรโจมตีเพราะพวกเขาพกสมบัติชนิดหนึ่งที่ใช้ควบคุมสัตว์อสูรได้
“ฮ่าฮ่า ดูเ้าพวกโง่นั่นสิไม่ทันไรก็ต้องหนีออกไปแล้ว”
“หลังจากพวกสัตว์อสูรพวกนี้อาละลาดจนหมดแรงแล้วพวกเราก็แค่ต้องสังหารพวกมันแล้วก็จะได้รับแต้มสำนักง่ายๆ”
“ว่าแต่ตอนนี้เ้าคนที่ชื่อหลิงหยวนอะไรนั่นจะไม่ปรากฏตัวออกมาเลยทั่วเขตนอกล้วนแต่เต็มไปด้วยคนของพวกเราไม่คิดว่าเ้านั่นจะซ่อนตัวได้จนถึงตอนนี้”
“อีกไม่นานหรอกเ้านั่นจะต้องออกมาแน่”
“ใช่แล้วตอนนี้ศิษย์พี่หลี่และศิษย์พี่เหิงกำลังรวมคนไปจัดการหนานเว่ยอยู่อีกไม่นานทางนั้นก็น่าจะสำเร็จ”ศิษย์ของยอดเขาเหอหวนหัวเราะขึ้นอย่างมีความสุข
ด้านหลิงหยวนหลังจากรวมกลุ่มกับพวกไป๋ซวีก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้งแต่พวกเขาก็ต้องใเพราะมีสัตว์อสูรมากมายที่บ้าคลั่งและโจมตีเข้ามาหากแค่ตัวเดียวพวกไป๋ซวียังพอรับมือได้บ้างแต่เมื่อมากันหลายตัวแม้แต่พวกไป๋ซวีก็ทำได้แค่ไหน
“ฉึก!!!!!!!!!!”หลิงหยวนฟาดฟันออกไปก่อนจะเก็บกระบี่อย่างง่ายๆแต่สัตว์อสูรหลายตนก็ถูกตัดหัวอย่างง่ายดาย
“ศิษย์น้องหลิงวิถีกระบี่ของเ้าพัฒนาขึ้นมากจริงๆ” ไป๋ซวีกล่าวนางััได้ว่าวิถีกระบี่ของหลิงหยวนพัฒนาจนนางมองไม่ออกแล้วว่าอยู่ขั้นไหน
“ศิษย์พี่ชมเกินไปสัตว์อสูรพวกนี้เสียสติทำให้อ่านการเคลื่อนไหวได้ง่าย” หลิงหยวนกล่าว
“อ่านการเคลื่อนไหวศิษย์น้องเ้าพูดเหมือนการอ่านการเคลื่อนไหวมันง่าย” ศิษย์ของยอดเขากระบี่กล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น
“จากที่ข้าศึกษามาจากตำราการอ่านการเคลื่อนไหวก็คือการสังเกตอีกฝ่ายให้ขาดไม่ใช่หรือ สำหรับมนุษย์ด้วยกันอาจจะยากแต่สัตว์อสูรที่บ้าคลั่งกลับไม่ได้ยากขนาดนั้น”หลิงหยวนกล่าว
“ก็จริงนะเป็พวกเราที่ลืมนึกเื่นี้ไป” ไป๋ซวีเ้าใจเจตนาหลิงหยวนทันที
ไม่นานไป๋ซวีก็ทำตามคำแนะนำของหลิงหยวนก็พบว่าการสังหารสัตว์อสูรไม่ได้ยากขนาดนั้นแม้สัตว์อสูรบางตนจะแข็งแกร่งแต่เพราะพวกมันไม่มีสติจึงง่ายในการสังหาร
‘เป็อย่างที่ศิษย์น้องหลิงพูดจริงๆการอ่านการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรตอนนี้กลับง่ายอย่างมาก” ศิษย์ของยอดเขากระบี่พากันตื่นเต้นและเก็บร่างของสัตว์อสูรเอาไว้
“เดินทางมาจนถึงตอนนี้แล้วยังไม่เจอคนอื่นเลย”หลิงหยวนขมวดคิ้วเขาอยากจะรีบรวมตัวกับหยวนเว่ยเร็วๆ
“นั่นสิมันแปลกมากจริงๆ” ไป๋ซวีเองก็หรี่ตาลงรอบๆสงบเกินไปไม่ได้ยินเสียงต่อสู้เลยแม้อาณาเขตของมิติแห่งนี้จะใหญ่แต่ก็ไม่ควรจะเงียบขนาดนี้
“ไม่สิมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล” ไป๋ซวีกล่าวขณะแผ่จิตััออกไปรอบๆในกลุ่มนางมีขอบเขตสูงสุดอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงจิตััจึงกว้างกว่าคนอื่นๆไม่นานนางก็พบว่ามีถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ตรงูเาที่ห่างไปที่นั่นมีกลิ่นอายของศิษย์จำนวนหนึ่งรวมตัวกันอยู่เห็นได้ชัดว่ากำลังหลบหนีบางอย่าง
“ศิษย์น้องไปดูทางนั้นกัน”ไป๋ซวีกล่าว
หลิงหยวนพยักหน้าก่อนจะติดตามไปไม่นานคนทั้งกลุ่มก็มาถึงปากทางถ้ำซึ่งมีสัตว์อสูรกำลังพยายามทำลายค่ายกลอยู่
“นี่ทำไมถึงมีสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้แย่แล้วศิษย์พี่ต่อให้เป็พวกเราก็คงจัดการไม่หมด”ศิษย์ของยอดเขากระบี่มองสัตว์อสูรขอบเขตสร้างรากฐานหลายสิบตนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
“ผู้ฝึกกระบี่ไม่ควรมีจิตใจเช่นนี้หากเ้าเอาแต่หวาดกลัววันข้างหน้าเ้าก็ไม่มีทางบรรลุวิถีกระบี่ได้หรอก”ไป๋ซวีกล่าวก่อนจะทะยานออกไปนางร่ายวิชากระบี่สร้างปราณกระบี่หลายสายโจมตีไปยังสัตว์อสูร
“ด้วยจำนวนขนาดนี้ข้าคงต้องเอาจริงเล็กน้อย”หลิงหยวนปลดปล่อยวิถีกระบี่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมาทำให้เกิดเงากระบี่ขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าเงากระบี่นี้พริบตาที่ปรากฏก็สังหารสัตว์อสูรไปถึง5 ตัวในคราวเดียว
“เป็ไปไม่ได้”ศิษย์ของยอดเขากระบี่อ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“เต๋ากระบี่”ไป๋ซวีเองก็อึ้งเช่นกัน
“ศิษย์พี่อย่าเสียสมาธิเด็ดขาด”หลิงหยวนคำราม
ไป๋ซวีได้สติก่อนจะรีบลงมือกับสัตว์อสูรที่เหลือทั้งสองคนช่วยกันสังหารสัตว์อสูรจนหมดหลังจากนั้นไม่นานค่ายกลก็คลายตัวก่อนจะมีกลุ่มศิษย์เดินออกมาศิษย์จากยอดเขาเ้าสำนักและยอดเขากระบี่หลายคนที่เดินออกมามองพวกหลิงหยวนด้วยแววตาขอบคุณ
“ศิษย์น้องไป๋ขอบคุณที่ช่วยพวกเรา”ศิษย์ชายคนหนึ่งกุมมือกล่าวสีหน้าของเขาอ่อนล้ามากเพราะคนที่ควบคุมค่ายกลคอยปกป้องทุกคนก็คือเขา
“ศิษย์พี่จิงคนที่ต้องขอบคุณคือศิษย์น้องหลิงหากไม่ได้เขาแม้แต่ข้าก็สังหารสัตว์อสูรไม่ได้มากขนาดนี้”ไป๋ซวีกล่าว
“ศิษย์น้องหลิงเ้าคือหลิงหยวนจากยอดเขาเมฆาไม่ใช่ว่าเ้าบ่มเพาะไม่ได้งั้นเหรอ” จูเหอมองไปยังหลิงหยวนด้วยสีหน้าแปลกใจเขาไม่อาจััได้ถึงพลังปราณบนร่างของอีกฝ่ายเลยแต่ว่าหลิงหยวนสังหารสัตว์อสูรไปไม่ผิดแน่อย่างน้อยร่องรอยการต่อสู้ก็ยังคงอยู่
‘ศิษย์พี่จูอย่าได้มองแค่ภายนอกเลยศิษย์น้องหลิงแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก” ศิษย์ของยอดเขากระบี่กล่าวขึ้น
“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณมากที่จริงสัตว์อสูรพวกนี้หากข้า้าหนีก็คงไม่ยากแต่ว่าศิษย์คนอื่นๆอาจจะทำไม่ได้เลยตกอยู่ในสถานการณ์นี้”จูเหอกล่าว
“ศิษย์พี่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมสัตว์อสูรถึงได้คลั่งเช่นนี้”ไป๋ซวีกล่าว
“ข้าคิดว่าน่าจะเป็ยอดเขาเหอหวนและยอดเขาอสนีดูนี่สิ ข้าพบสิ่งนี้ตอนกำลังหนี” จูเหอนำธูปก้านหนึ่งออกมาแม้จะดับไปแล้วแต่กลิ่นของมันก็ยังอยู่จางๆ
“ธูปนี้มันธูปิญญาคลั่ง ไม่ผิดแน่สิ่งนี้สามารถทำให้สัตว์อสูรเสียสติได้ดูเหมือนพวกมันจะเล่นสกปรกจริงๆ” ไป๋ซวีกัดฟัน
“ใช่แล้วข้าก็คิดเช่นนั้นเพราะนอกจากยอดเขาเ้าสำนักและยอดเขากระบี่ของศิษย์น้องแล้วคนของยอดเขาเหอหวนและยอดเขาอสนีกลับไม่เจอสัตว์อสูรโจมตีเกรงว่าพวกมันคงจะมีวิธีการรับมืออยู่แล้ว”จูเหอกล่าว
“ศิษย์พี่ท่านนี้เห็นศิษย์พี่หญิงของข้าบ้างหรือไม่” หลิงหยวนกล่าว
“หมายถึงศิษย์น้องหนานเว่ยสินะตอนแรกนางและพวกข้าถูกส่งมาใกล้ๆกันแต่นางออกเดินทางคนเดียวเพื่อตามหาตัวเ้า”จูเหอกล่าว
“แล้วตอนนี้จะทำยังไงเื่นี้ยังไงก็ต้องแจ้งให้ทางสำนักรู้” ไป๋ซวีกล่าว
‘เกรงว่าคงมีหลายคนถูกส่งตัวออกไปแล้วทางสำนักจะต้องเริ่มเอะใจบ้างแล้วตอนนี้พวกเราทำได้แค่พยายามสะสมผลงานให้ได้มากที่สุดในเมื่อเป็เช่นนี้พวกเราก็มาร่วมมือกันเถอะ” จูเหอกล่าว
“ศิษย์น้องหลิงคิดว่ายังไง”ไป๋ซวีกล่าว
“ศิษย์พี่ข้าได้แต้มเพียงพอแล้วตอนนี้ข้าต้องไปตามหาศิษย์พี่หญิงของข้าก่อน พวกท่านทำตามแผนเดิมเถอะ” หลิงหยวนกล่าวก่อนจะกุมมือแล้วทะยานจากไป
“ศิษย์น้องเดี๋ยว”ไป๋ซวีไม่คิดว่าหลิงหยวนจะแยกตัวออกไปคนเดียวแต่เมื่อคิดถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยวนนางก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ศิษย์น้องไป๋ศิษย์น้องหลิงคนนั้นซ่อนการบ่มเพาะงั้นเหรอข้าััถึงขอบเขตของอีกฝ่ายไม่ได้เลย”จูเหอกล่าว
“น่าจะเป็เช่นนั้นแต่ข้ากล้าพูดเลยว่าเขาแข็งแกร่งมากแข็งแกร่งกว่าข้าและท่านรวมกันเสียอีก”ไป๋ซวีกล่าว
“นี่เื่จริงเหรอ” จูเหอเบิกตากว้างก่อนจะนึกถึงคำสั่งลับๆที่เ้าสำนักมอบให้กับศิษย์สายตรงของยอดเขาเ้าสำนัก
“พวกเ้าศิษย์สายตรงไม่ว่าใครก็ตามห้ามไปมีเื่กับศิษย์คนที่สองของยอดเขาเมฆาเด็ดขาดไม่ว่าอย่างไรก็ตามหากใครฝ่าฝืนอย่ามาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”
“ดูท่าเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว”จูเหอคิด
หลิงหยวนทะยานร่างแยกออกไปเพื่อออกตามหาหนานเว่ยแต่ขณะนั้นเองหลิงหยวนก็พบกับกลุ่มของศิษย์จากยอดเขาเหอหยวนที่กำลังมองดูกลุ่มสัตว์อสูรไล่ล่าศิษย์จากยอดเขากระบี่และยอดเขาเ้าสำนัก
“ฮ่าฮ่า หนีไปสิ หนีไป ฮ่า ฮ่า รอให้สัตว์อสูรพวกนี้หมดแรงคนที่ได้ประโยชน์ก็คือพวกเรา”ศิษย์ของยอดเขาเหอหวนหัวเราะออกมา
“พวกเรารีบจัดการไปและรวมตัวกับศิษย์พี่หลี่และศิษย์พี่เหิงกันดีกว่าไม่รู้ว่าตอนนี้จับตัวหนานเว่ยได้หรือยัง”
พริบตาที่หลิงหยวนได้ยินก็เบิกตากว้างเขาไม่คิดว่าเป้าหมายของคนพวกนี้จะเป็ศิษย์พี่หญิงหลิงหยวนไม่รอช้าร่างพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย
“ใครกัน”ศิษย์ของยอดเขาเหอหวนใ
“เ้าสารเลวพวกเ้าเหตุใดถึงชั่วช้ากันถึงเพียงนี้”หลิงหยวนกลายเป็โกรธเพราะจิตใจของคนพวกนี้สกปรกเกินไปแต่เพราะกฎของสำนักหลิงหยวนจึงไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้โดยตรงหากอยู่ด้านนอกหลิงหยวนคงชกกระบี่สังหารคนไปแล้ว
หลิงหยวนใช้ปอกกระบี่ฟาดออกไปอย่างรวดเร็วเล็งไปที่จุดสำคัญของศัตรูทำให้พริบตาร่างของศิษย์จากยอดเขาเหอหวนก็ลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับกระอักเื
“เ้าเป็ไปไม่ได้เ้าเหตุใดถึง” ศิษย์จากยอดเขาเหอหวนกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าหลิงหยวนจะแข็งแกร่งขนาดนี้