ตอนที่ 178 ได้พูดคุยกับท่านทูต
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้ามาดูอาการของพีท โดยมีฝ้ายและภรรยาของทอมตามเข้ามาดูอาการ ซึ่งไม่นานนักหลังจากที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ปฐมพยาบาลคนเจ็บทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้ามาควบคุมพื้นที่
โจรที่บาดเจ็บถูกควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมไปด้วยตัวเอง ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถูกทำร้ายร่างกายจนหมดสติ ก็ได้ถูกส่งตรวจไปโรงพยาบาลเช่นเดียวกับกลุ่มบอดี้การ์ดของแคลร์ ที่หนึ่งในสองคน บาดเจ็บสาหัสเข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากถูกไม้เบสบอลทุบเข้าที่ท้ายทอยจากด้านหลัง มีผลกระทบกระเทือนต่อสมองอย่างรุนแรง ส่วนอีกคนหลังจากตรวจเช็กอาการแล้วว่าไม่มีอะไรร้ายแรงก็เตรียมไปให้ปากคำกับตำรวจ
ทั้งนี้ตัวของพีท ทอมและฝ้ายก็ได้ถูกควบคุมตัวในฐานะพยานและผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เช่นเดียวกัน พวกเขาถูกนำตัวมาสอบปากคำตามการทำงานปกติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องสืบทราบเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่างว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นการปล้นหรือการก่ออาชญากรรม ซึ่งตัวของพีทก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี บอกเล่าถึงการป้องกันตัวที่เขาได้เข้าต่อสู้กับโจรในชุดหนังสีดำ
และจากปากคำของพีท ที่สอดคล้องกับภาพกล้องหน้ารถของแคลร์ที่ติดไว้พอดิบพอดี ทำให้ตำรวจทำงานได้ง่ายมากขึ้น เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปล่อยตัวพีทและทอม พร้อมด้วยครอบครัวให้กลับบ้านได้แล้ว
หากแต่ในระหว่างที่พีทกำลังจะตรงกลับที่พัก ทางด้านของสถานีตำรวจก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อทางด้านนักการทูตอย่างริชาร์ด ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อมาดูอาการของแคลร์ที่ตอนนี้อยู่ในห้องปฐมพยาบาลของสถานีตำรวจ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับเธอ
การมาของริชาร์ต โดโนแวน ทูตประจำรัฐบาลถือเป็นการเคลื่อนไหวที่มีแรงกระเพื่อมในระดับหนึ่ง ยิ่งการก่อการร้ายในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ลูกสาวของตน มีหรือที่ทางริชาร์ดจะไม่ลงมาเดินเรื่องด้วยตัวเอง
“ท่านทูตริชาร์ด เป็นผมเองที่ดูแลคุณหนูได้ไม่ดีพอ จนทำให้สถานการณ์บานปลาย” ทันทีที่ริชาร์ด โดโนแวนมาถึงทางด้านของบอดี้การ์ดที่ถูกปืนยิงช็อตไฟฟ้าเข้าไปสองกระบอกก็เข้ามารายงานตัวทันที เขาได้เข้ามาขอโทษทูตริชาร์ดจากการคุ้มกันที่ผิดพลาด
โดยการคุ้มกันบุคคลสำคัญ ตัวของเขาถึงต้องเสียคู่หูไป แต่ตัวเขาต้องห้ามห่างจากบุคคลสำคัญโดยเด็ดขาด การที่เขาลงจากรถเพื่อไปค้นหาคู่หูที่ขาดการติดต่อไป ถือเป็นการปฏิบัติงานที่ผิดพลาด จนทำให้สถานการณ์เข้าทางกลุ่มผู้ก่อการร้าย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทูตริชาร์ดไม่ได้พูดอะไร เขาพยักหน้ารับคำขอโทษจากบอดี้การ์ดคนนั้น ก่อนที่จะให้คนติดตามของตัวเอง กันบอดี้การ์ดคนดังกล่าวออกไปและให้เป็นเรื่องของทีมบอดี้การ์ดในการตัดสินใจว่าจะลงโทษหรือเลิกจ้าง
ทั้งหมดนี้ทูตริชาร์ดไม่สนใจและไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย ในตอนนี้สิ่งที่เขาห่วงมีเพียงความปลอดภัยของลูกสาวของตัวเองเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าใจดีและรีบเปิดทางให้กับทูตริชาร์ดได้เข้าไปดูอาการของแคลร์ที่พักอยู่ในห้องพยาบาล
หากแต่ในระหว่างทางที่กำลังตรงไปยังห้องพยาบาลของสถานีตำรวจ ทางด้านของทูตริชาร์ดก็ได้เดินสวนกับกลุ่มของพีทพอดิบพอดีและแน่นอนทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รายงานให้กับทูตริชาร์ดได้รับทราบว่า คนกลุ่มนี้คือคนที่เข้ามาช่วยเหลือลูกสาวของเขาเอาไว้ หากไม่ได้คนกลุ่มนี้ช่วยเอาไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่ แคลร์อาจจะถูกกลุ่มโจรลักพาตัวหรือทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน
“พวกคุณกลุ่มนั้น ช่วยรอสักครู่ได้ไหมครับ…พอดีท่านทูตมีเรื่องอยากจะขอบคุณกับพวกคุณด้วยตัวเองครับ” ทูตริชาร์ดไม่อาจไม่ขอบคุณความกล้าหาญของกลุ่มคนที่ช่วยเหลือลูกสาวตัวเองได้ จึงสั่งให้คนสนิทของตนเองไปรั้งตัวกลุ่มของพีทไว้
ทำให้พีทและกลุ่มของพวกเขาได้ถูกโยกย้ายไปยังห้องรับรอง ตามคำขอของเจ้าหน้าที่อย่างไม่อาจปฏิเสธใดๆ ได้
ผ่านไปกว่า 15 นาที ประตูห้องรับรองก็เปิดออก นำโดยทูตริชาร์ดและแคลร์ที่เดินตามพ่อของเธอเข้ามา รวมไปถึงคนสนิทและทีมบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องเอาไว้ ด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม
พีทและฝ้าย รวมไปถึงครอบครัวของทอมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน มันเหมือนกับพวกเขาหลุดเข้ามาในภาพยนตร์เลยก็ว่าได้…ทูตริชาร์ดได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเจ้าหน้าที่และลูกสาวของตัวเองหมดแล้ว
ว่าคนที่ช่วยเหลือลูกสาวของตนคือชายหนุ่มชายเอเชียผู้นี้ “สวัสดีครับ ผมชื่อริชาร์ดเป็นพ่อของแคลร์ ผมต้องขอขอบคุณในความกล้าหาญของคุณมากๆ” ริชาร์ดได้ยื่นมือของเขามาจับมือกับมือของพีทที่ยื่นออกไปตามมารยาทของชาวอเมริกัน
มือของริชาร์ดบีบแน่นด้วยความซาบซึ้งใจที่พีท ที่เป็นคนต่างเชื้อชาติ ต่างประเทศ ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือลูกสาวของตน
ประกอบกับได้เห็นถึงทักษะในการต่อสู้ของพีทด้วยแล้ว จึงอยากที่จะรู้จักพีทให้มากกว่านี้ “ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อ พีทพล หรือจะเรียกว่าพีทก็ได้ครับ” อย่าลืมว่าชื่อของคนไทย นั้นค่อนข้างเรียกและออกเสียงได้ยากสำหรับชาวต่างชาติ ดังนั้นการเรียกด้วยชื่อเล่นจึงเหมาะสมกว่า
“พีท ยินดีที่ได้รู้จัก…คุณมาจากประเทศไทยเพื่อมาเข้าเรียนที่มหาลัยฮาวาด์สินะ จะเป็นการวุ่นวายหรือเปล่าถ้าผมจะขอช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับคุณ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือลูกสาวของผม” ทูตริชาร์ดอยากตอบแทนพีทด้วยการมอบทุนการศึกษาให้เพราะเท่าที่ได้ยินจากแคลร์ ลูกสาวของตนเอง เธอได้บอกพ่อของเธอว่า ผู้ชายที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้คือเพื่อนนักเรียนจากมหาลัยนั่นเอง
“ทุนการศึกษา? คงจะไม่ได้ครับ” พีทปฏิเสธ ทำเอาทูตริชาร์ด แคลร์และคนสนิทหน้าเสียนิดๆ เพราะการปฏิเสธความหวังดีนี้ถือเป็นการเสียมารยาทมากจริงๆ
กระนั้นพีทไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิด สาเหตุที่เขาต้องปฏิเสธทุนการศึกษาก็เพราะเขาไม่ใช่นักศึกษาของมหาลัยฮาวาร์ดต่างหาก “ท่านทูตอาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อยครับ ก่อนอื่นผมไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาลัยนี่ ส่วนที่ผมอยู่ที่มหาลัยก็เพราะมาส่งแฟนของผมลงทะเบียนครับ” พีทผายมือไปยังฝ้ายที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางกล้ากลัวๆ เธอไม่เคยเจอกับคนที่มีอิทธิพลระดับประเทศมาก่อน
แตกต่างกับพีท ที่พอจะคุ้นชินกับการพบเจอกับคนใหญ่คนโตมาบ้างดั่งเช่น ซุนดาร์ มือขวาของประธาน CEO บริษัท Gogle หรือจะเป็นสตีเฟ่น จ๊อบส์ ที่ในโลกของน้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์คือ CEO ของบริษัท Pineapple
ดังนั้นพอได้อยู่กับสตีเฟ่น จ๊อบส์บ่อยๆ ก็ทำให้พีทพอจะคุ้นชินกับคนใหญ่คนโตอยู่พอสมควร ประหนึ่งมีภูมิต้านทานไม่กลัวและไม่เกรงบารมีของฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง
“ฮ่าฮ่า ที่แท้คุณไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาลัยฮาวาร์ด? ต้องขอโทษด้วย ผมเข้าใจผิดเอง…งั้นเอาแบบนี้เป็นยังไง ผมขอเป็นเจ้ามื้อเลี้ยงอาหารค่ำกับพวกคุณในวันพรุ่งนี้ ตกลงไหมครับ” ทูตริชาร์ดหัวเราะเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจอีกฝ่ายผิดไป จึงได้เปลี่ยนข้อเสนอด้วยการเปลี่ยนเป็นเลี้ยงอาหารค่ำในวันพรุ่งนี้แทน
หากแต่ “ต้องขออภัยจริงๆ ครับ เนื่องจากพรุ่งนี้ผมต้องบินไปทำธุระที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว คงไม่สามารถอยู่ทานอาหารค่ำกับท่านทูตได้” พีทตอบปฏิเสธอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเริ่มทำให้คนสนิทของท่านทูตไม่พอใจแล้ว
ท่านทูตริชาร์ดแม้จะยังเป็นทูตที่มีตำแหน่งที่ยังไม่สูงนักก็จริง แต่ก็ไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เห็นหัวกันแบบนี้ ยิ่งโดยเฉพาะกับชาวต่างชาติแบบพีทด้วยแล้ว การที่ทูตริชาร์ดใจดีด้วยมากขนาดนี้ก็ควรรับความหวังดีเอาไว้ จึงได้ขึ้นเสียงพูดแทรกขึ้นมา “ธุระสำคัญอะไร? มีอะไรที่สำคัญไปกว่าได้รับประทานอาหารกับท่านทูตอีกอย่างนั้นเหรอ ผมขอแนะนำว่าคุณควรเลื่อนธุระนี้ไปก่อนจะดีกว่า นี้คือโอกาสเดียวในชีวิตของคุณที่จะได้ใกล้ชิดกับท่านทูตที่สุดแล้ว” คนสนิทของทูตริชาร์ดพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ก็จริง แต่ใครฟังดูก็รู้ว่าเขากำลังใช้น้ำเสียงข่มพีทอยู่
“ธุระของผมอาจจะไม่สำคัญในสายตาของท่านทูต แต่มันสำคัญสำหรับบริษัทที่ผมติดต่อด้วย หากต้องเลื่อนนัดไปจริงอาจทำให้โปรเจกต์ที่เราทำร่วมกัน มีปัญหาและเกิดความเสียหายได้ครับ” พีทไม่จำเป็นต้องมีมารยาทมากนักกับคนสนิทของท่านทูต เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ให้เกียรติเขาเลย ขนาดตัวของพีทพูดไปขนาดนี้
อีกฝ่ายยังพ่นลมหายใจ ราวกับคำพูดของพีทเป็นคำพูดของเด็กน้อยที่ไร้ความหมาย “บริษัทอะไรล่ะ? เดี๋ยวผมจะต่อสายหาบริษัทของพวกเขาในทันทีและดูสิว่าพวกเขาพอจะเลื่อนนัดให้ได้หรือเปล่า?” คนสนิทของทูตริชาร์ดหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เพื่อเตรียมโทรหาหน่วยข่าวกรองเพื่อแสดงอำนาจที่แท้จริงให้กับพีทได้เห็น แม้ตัวของทูตริชาร์ดจะส่ายหน้าและพยายามกันคนสนิทของเขาที่กำลังโมโหแทนตัวเองให้ถอยออกไป แต่กระนั้นทางด้านของทอมที่นิ่งเงียบมานาน ก็เป็นฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาบ้าง เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“ท่านทูตโปรดให้อภัยกับคุณพีทด้วยนะครับ ที่ไม่อาจเข้าร่วมรับประทานอาหารกับท่านได้…เนื่องจากธุระของคุณพีท คือต้องไปคุยโปรเจกต์กับบริษัทของผม ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ที่มีความสำคัญสูง ฉะนั้นจึงไม่อาจเลื่อนได้จริงๆ” ทอมแทรกขึ้นมาพร้อมกับยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับท่านทูตริชาร์ดอย่างลับๆ
[ชื่อ:ทอม ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัท Gogle]
“ครับนี้คือบริษัทที่คุณพีทต้องเดินทางไปทำธุระครับ” ทอมพูดจบก็ถอยหลังกลับไปยืนที่เดิม
ท่านทูตริชาร์ดรับนามบัตรของทอมมาดู ก็มองมันด้วยความตะลึงไปเล็กน้อย แต่กระนั้นท่านทูตนั้นเก่งในเรื่องกดข่มอารมณ์อยู่แล้ว แม้จะตกใจกับความจริงตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา นอกจากรอยยิ้ม
“คงไม่ได้จริงๆ สินะ เอาไว้โอกาสหน้า ถ้าเราได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง…ให้ถือเสียว่าผมติดหนี้อาหารคุณมื้อหนึ่งก็แล้วกัน” ท่านทูตริชาร์ดไม่รบเร้าต่อ เขาอ่านสถานการณ์ออกแล้ว ที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดชื่อบริษัทออกมาตรงๆ ก็เพื่อรักษาหน้าของท่านทูตอย่างเขา
ท่านทูตริชาร์ดจับมือกับพีทอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกลา ซึ่งในขณะเดียวกันทางด้านของแคลร์ที่เป็นคนช่วยไว้ ก็ได้เข้ามาจับมือกับพีทและฝ้าย “ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้นะ…แล้วหวังว่าจะได้พบกันอีก” เธอมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ ก่อนจะหันไปสวมกอดฝ้ายและกล่าวขอบคุณเช่นเดียวกัน
ฝ้ายเองแม้จะงุนงงอยู่บ้าง ที่เธอแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยกับเหตุการณ์นี้ แต่ก็สวมกอดแคลร์ด้วยความเป็นมิตรกลับไป “ถ้าเจอกันที่มหาลัย เธอสามารถทักทายฉันได้เสมอนะ” แคลร์พูดกับฝ้ายและส่งยิ้มให้
ซึ่งหลังจากที่แคลร์เดินออกไปจากห้อง ทางด้านของเธอ พ่อของเธอและตัวของคนสนิทของท่านทูตก็ได้ตรงกลับที่พักของเจ้าหน้าที่รัฐบาลทันที “ท่านทูตครับ เด็กหนุ่มคนนั้นเสียมารยาทกับท่านขนาดนี้ ทำไมท่านถึงยังให้เกียรติเขาอยู่อีกล่ะครับ?” คนสนิทของท่านทูตทำงานกับทูตริชาร์ดมาหลายปีแล้ว ตามไปยังประเทศโลกที่สาม ผ่านความเป็นความตายและอันตรายไม่รู้ต้องเท่าไร ฉะนั้นถึงคนสนิทของตนจะทำตัวเกินเลยไปบ้าง ท่านทูตก็ไม่ถือสาหาความใดๆ
“เด็กหนุ่มคนนั้น ได้ช่วยชีวิตลูกสาวของฉันเอาไว้นะ…และอีกอย่างธุระของเขาก็สำคัญมากจริงๆ นายลองดูเอาเถอะว่าเขาไปทำธุระให้กับบริษัทอะไร” ท่านทูตได้เอานามบัตรของทอมให้กับคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ดู
‘บริษัท Gogle!!’
ในอเมริกามีบริษัทมากมาย แต่ไม่มีบริษัทไหนที่จะยิ่งใหญ่ได้เท่ากับบริษัท Gogle ได้อีกแล้ว ขนาดรัฐบาลของสหรัฐก็ยังต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ
“เด็กหนุ่มคนนั้นน่าสนใจจริงๆ อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถเป็นหัวหน้าโปรเจกต์ที่ทำร่วมกันกับบริษัท Gogle ได้แล้ว ช่างน่าสนใจจริงๆ …นายลองไปตรวจสอบประวัติของเขามาให้ฉันหน่อย ฉันอยากจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีเบื้องหลังอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้าง” ทูตริชาร์ดได้ออกคำสั่งด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนของพีท
ซึ่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐถือเป็นหน่วยข่าวกรองที่ล้ำหน้ากว่าทุกประเทศบนโลก ไม่ว่าบุคคลใดในโลกจะอยู่ที่ไหน จะเป็นแค่คนธรรมดาหรือคนที่ลึกลับมากแค่ไหน ถ้าหากรัฐบาลของสหรัฐอยากจะรู้ พวกเขาก็ต้องรู้ให้ได้
และเพียงไม่นาน เมื่อริชาร์ดกลับมาถึงที่พักรับรองเจ้าหน้าที่สหรัฐ ข้อมูลของพีทที่ได้ถูกสืบเสาะมาก็ถูกส่งมาถึงมือของริชาร์ดและแคลร์ ร่วมถึงแม่ของเธอที่กำลังปลอบโยนลูกสาวของเธออยู่
แคลร์ได้เข้ามานั่งดูข้อมูลของพีท ร่วมกับผู้เป็นพ่อด้วยความสนอกสนใจ…ทั้งนี้ข้อมูลและชีวิตความเป็นมาตลอดชีวิตตั้งแต่พีทเกิดนั้นไม่มีอะไรที่พิเศษ เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ต่างจากคนทั่วไปๆ
แต่จะเริ่มสะดุดตามากขึ้นก็ในช่วงปลายปี 2012 ที่เริ่มเปิดร้านไก่ทอดเล็กข้างมหาลัยในประเทศไทย ก่อนจะขยายสาขาออกไปนอกจัวจังหวัด จนกลายเป็นร้านไก่ทอดแฟรนไชส์ที่เริ่มท้าชนร้านไก่ทอด QFC และร้านฟาสต์ฟู้ดของอเมริกาได้อย่าง ไม่เป็นรอง
อย่างไรก็ตามในช่วงที่กำลังบริหารร้านไก่ทอด พีทได้เขียนแอปพลิเคชันส่งอาหารที่ชื่อว่า Easy Food จนกลายเป็นแอปที่โด่งดังภายในประเทศ แต่กระนั้นสิ่งที่ทำให้ริชาร์ดสนใจมากที่สุดน่าจะเป็นการที่พีทมีชื่อเป็นตัวแทนของบริษัท Rayzen Techฯ เสียมากกว่า
บริษัทแอปพลิเคชันที่พึ่งจะเข้าซื้อกิจการของบริษัท Nomia ไปด้วยราคา 3.5พันล้านเหรียญ เมื่อไม่นานมานี้
และตอนนี้กำลังทำโปรเจกต์แปลภาษาร่วมกันกับบริษัท Gogle จากข้อมูลตรงนี้มันก็ทำให้ริชาร์ดถึงกับพยักหน้าระรัวด้วยความชื่นชมกับความสามารถของพีท
“เป็นความโชคร้ายในความโชคดีของลูกจริงๆ ที่ได้เจอกับเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยมแบบนี้” ริชาร์ดพูดไปโดยไม่ได้คาดหวังอะไรกับลูกสาวของตัวเอง ที่จะสื่อก็คือ เป็นโชคดีของลูกสาวของเขาที่ได้เจอคนดีๆ มาช่วยเหลือก็เท่านั้น
แต่สำหรับ แคลร์ เธอรู้สึกอยากรู้จักกับชายหนุ่มที่ช่วยเหลือชีวิตเธอมากจริงๆ น่าเสียดาย…ที่เขาไม่ใช่นักศึกษาของมหาลัยฮาวาร์ดเหมือนกับเธอ ไม่อย่างนั้นคงได้สานสัมพันธ์และได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ เพราะลำพังแค่ช่องทางการติดต่อกับเขาเป็นการส่วนตัว เธอนั้นยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
‘แต่เดี๋ยวก่อน…แฟนสาวของเขาเรียนที่ฮาวาร์ดไม่ใช่เหรอ?!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy