พลิกฟ้า ย่ำปฐพี

    บทที่ 27 บ้านนอก


    เว่ยเมิ่งที่ถูกโยนออกมาจากช่องว่างแห่งมิตินอนหน้าขาวซีดอยู่บนพื้นหญ้า แสงแดดจากดวงตะวันไม่ได้ช่วยให้วิญญาณที่หนาวเหน็บจากเหตุการณ์เมื่อครู่อบอุ่นขึ้นเลยซักนิด หัวใจของชายหนุ่มเต้นเร็วผิดจังหวะ นี่เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความกลัว...“เอ....กรรมตามสนองที่ชอบไปแกล้งคนแบบนี้ละมั่ง?” ชายหนุ่มไม่วายติดตลกแก้เครียด“เว่ยเมิ่ง!” เสวี่ยฟางและเทพีสาวรีบเข้ามาดูอาการของชายหนุ่ม เสวี่ยฟางรีบสำรวจตามตัวหาอาการบาดเจ็บของน้องชาย ใบหน้างามของนางขาวซีด ลมหายใจหอบถี่ ความคิดที่ว่าน้องชายจะเป็นอะไปตามหลอกหลอนขึ้นมาอีกครั้งเป็นเทพีแห่งชัยชนะที่ดูใจเย็นกว่า นางยืนสำรวจร่างกายของเว่ยเมิ่งและพบว่าไม่มีอาการบาดเจ็บภายนอกอะไร ทว่าสายตาของนางกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนหน้าอกของเว่ยเมิ่งเทพีสาวคุกเขาลงข้างๆชายหนุ่ม มือสองข้างแหวกหน้าอกเสื้อของเว่ยเมิ่งอย่างรวดเร็ว “ดะ เดี่ยว ขอข้าเตรียมตัวเตรียมใจก่อนสิ....” เว่ยเมิ่งเอ่ยหน้าแดงเมื่อเห็นเทพีสาวถอดเสื้อของตนเทพีแห่งชัยชนะไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่ม สายตาจริงจังของนางพิจารณาสัญลักษณ์แปลกๆบนหน้าอกของชายหนุ่ม ทันใดนั้นความรู้สึกเก่าแก่โบราณก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในจิตใจ และที่มากกว่านั้นก็คือความวุ่นวายและความโกลาหล พริบตาเรื่องเล่าและตำนานในอดีตที่เคยถูกลืมเลือนค่อยๆผุดขึ้นในหัวของนางไนกี้มองสัญลักษณ์ที่อัดแน่นไปด้วยความวุ่นวายละความโกลาหลบนหน้าอกของเว่ยเมิ่งสลับไปมองใบหน้าซีดขาวของเว่ยเมิ่งด้วยความซับซ้อน นางสูดลมหายใจเข้าลึก “ไปคุยกันต่อที่วิหารของข้าเถอะ” ไม่รอคำตอบของสองพี่น้อง นางสะบัดมือร่างของพวกเขากลายเป็นแสงพุ่งหายไปยังท้องฟ้า
    วิหารขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากหินอ่อนงามขาวบริสุทธิ์ ตั้งเด่นสง่าอยู่ที่ริมหน้าผา ภายในห้องโถงของวิหารแห่งไนกี้ สองพี่น้องที่พึ่ง“บ้านแตก” กำลังนั่งจับเข่าคุยกับเทพีแห่งชัยชนะด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“งั้นนั้นก็คงเป็นเคออสจริงๆ.....” ไนกี้ที่ฟังเว่ยเมิ่งเล่าเรื่องในช่องว่างแห่งมิติก็ถอนหายใจเอ่ยออกมา“เคออส...” เสวี่ยฟางขมวดคิ้ว ในโลกก่อนถึงแม้จะไม่รู้เรื่องพวกวรรณคดีมากนักแต่นางก็พอเคยได้ยินชื่อนี้มาผ่านเข้าหูมาบ้าง “หากข้าจำไม่ผิดเจ้าเคออสนี่.....ถือเป็นบรรพบุรุษของพวกท่านใช่หรือเปล่า?”เทพีสาวพยักหน้า “ก็ไม่ผิดซักทีเดียว....หากแต่เทพและอสูรในปกรณัมกรีกส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ถือกำเนิดจากเคออสหรอกนะ พวกเราสืบสายเลือดมาจากไกอาต่างหาก” เทพีสาวบอกกล่าวต่อ “และมีน้อยครั้งมากที่เคออสจะปรากฏตัวขึ้น...ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเทพรุ่นหลังเช่นข้า แม้แต่พวกยักษ์ไททันบางตนเองก็ไม่พบเจอเคออสด้วยซ้ำ”เว่ยเมิ่งเกาหัว ตอนที่อยู่ในความฝันของพี่สาว..ไม่สิ ความของเขาที่ถูกพี่สาวยึดครอง เว่ยเมิ่งเองก็เคยดูหนังที่มีพวกเทพกรีกอยู่บ้าง ทำให้พอจะทำตามเข้าใจได้อยู่เล็กน้อยแต่ก็....“เช่นนั้นข้ายิ่งไม่เข้าใจ.....อะไรทำให้ตัวตนระดับนั้นสนใจข้าพเจ้านัก” ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของเคออสที่บอกว่า ไม่เคยเจออะไรเช่นตนมาก่อน ยิ่งเขาคิดเรื่องนี้เท่าไรก็ยิ่งไม่เข้าใจ“เรื่องนั้น.........ข้าเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ” เทพีแห่งชัยชนะส่ายศีรษะ แม้แต่นางก็ยังไม่สามารถเข้าใจความคิดของตัวตนระดับนั้นได้ นางนึกไปถึงคำพยากรณ์ที่อพลอลโลมองเห็น ‘หลังจากนี้ข้าต้องไปถามมันให้รู้เรื่องว่านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’“เอ่อ..แม่นาง เอ้ย! ท่านไนกี้ แล้วพวกคนที่ท่านทำให้กลายเป็นทราย.....” เว่ยเมิ่งขัดจังหวะความคิดของเทพีสาวไนกี้ฟังของเว่ยเมิ่งก็ยิ้มเบาๆ นางยืนมือออกมา นาฬิกาทรายที่เม็ดทรายส่องแสงระยิบระยับปรากฏขึ้นที่มือนาง เทพีสาวส่งให้มันให้กับชายหนุ่ม“ส่งความปรารถนาในการปลดปล่อยผู้คนไปยังนาฬิกาทรายนี่ แล้วเวทมนต์ที่สะกดไว้จะคลายออกเอง แต่ข้าแนะนำว่าให้ไปทำข้างนอกดีกว่านะ ขืนทำในนี่ละก็วิหารข้าคงได้ระเบิดออกเพราะรองรับจำนวนคนไม่ไหวแน่ๆ” เทพีสาวหัวเราะเบาๆ“เดี่ยวก่อน” เป็นเสวี่ยฟางที่ขัดจังหวะ นางจ้องนาฬิกาทรายก่อนหันไปถามเทพีแห่งชัยชนะ “พวกข้าสามารถคลายเวทมนต์สะกดโดยปลดปล่อยที่ละคนได้หรือไม่?”“ปลดปล่อยทีละคน.....นั้นก็ได้แต่เจ้าจะทำเช่นนั้นไปทำไม?” เทพีสาวทำสีหน้างุนงง เว่ยเมิ่งเองก็เช่นกันหญิงสาวยิ้ม “ท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า? ไม่ใช่ทุกคนจะเคยเดินทางข้ามมาต่างมิตินะ หากไม่นับข้ากับเว่ยเมิ่งก็มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ท่านลองนึกภาพที่คนทั่วไปนับพันที่อยู่ๆก็มาโผล่ที่ต่างโลกดูสิ แค่คิดข้าก็ว่าความวุ่นวายคงไม่น้อยแน่ๆ”เทพีสาวเงียบไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้าเห็น “ก็จริงอย่างที่เจ้าพูด”“เพราะงั้น ข้าถึงคิดไว้ว่ารอให้พวกข้าปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ได้ก่อนหรือคุ้นชินซักน้อย แล้วค่อยๆทยอยนำพวกเขาออกมา แบบนั้นน่าจะง่ายกว่าพาออกมารวดเดียว”“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็แค่ขานนามหรือนึกจำนวนที่ต้องการจะปลดปล่อยพวกมันออกมาแค่นั้นก็ได้” เทพีสาวบอกอีกหนึ่งวิธีที่จะคลายสะกดเสวี่ยฟางและเว่ยเมิ่งมองหน้ากัน ทั้งสองลุกขึ้นมาและประสานมือก้มหัวไปยังเทพีสาว“พวกเราต้องขอขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของท่านจริงๆ ในวันข้างหน้าพวกเราต้องหาทางตอบแทนท่านให้ได้แน่นอน”เทพีแห่งชัยชนะไนกี้ มองเด็กน้อยทั้งสองตรงหน้าที่กำลังก้มหัวก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน นางเฝ้ามองพวกเขามาตั้งแต่พวกเขายังเด็ก คอยดูพวกเขาเติบโตขึ้น หากจะบอกว่าไม่มีความผูกพันเลยแม้แต่น้อยก็คงโกหก ถึงแม้จะรู้ว่าเสวี่ยฟางยังมีความคลางแคลงใจอยู่เล็กน้อยแต่ที่นางกล่าวก็เป็นเรื่องจริงที่พร้อมจะทำตามที่พูด“เอาเถิดๆ” เทพีสาวโบกมือบอกไม่เป็นไร “เอาละ งั้นตอนนี้ข้าจะอธิบายภาพรวมต่างๆให้พวกเจ้าฟังแล้วกั-” “งั้นๆ ให้ข้าช่วยท่านตอนอาบน้ำดีไหม? หรือความข้าไปอุ่นเตียงให้ท่านยามค่ำคืนก็ได้นะ?” เสวี่ยฟาง“ท่านพูดอะไรน่ะพี่สาว! เป็นข้าที่เสียตัวให้กับนางต่างหาก! หน้าที่พวกนั้นให้ข้าทำเองเถอะ” เว่ยเมื่งน้ำตาคลอ เหมือนหญิงสาวที่ถูกชายโฉดช่วงชิงความบริสุทธิ์“.....................” เทพีแห่งชัยชนะมองสองพี่น้องด้วยสายตาว่างเปล่า นางดีดนิ้วดัง แม้แต่เทพีแห่งชัยชนะก็ยังทนความกวนประสาทของสองพี่น้องไม่ได้จริงๆ............เปาะเสียงดีดนิ้วดังขึ้นพร้อมๆกับเวทมนต์ที่เสกเชือกออกมามัดร่างมัดปากให้ทั้งสองติดอยู่กับเก้าอี้“อือ!” เสียงอู้อี่จากปากที่โดนมัดของสองพี่น้องเทพีสาวไม่สนใจสีหน้าอ้อนวอนจากสองพี่น้อง “เอาละข้าจะอธิบายภาพรวมทุกอย่างของที่นี่ให้ฟังคร่าวๆแล้วกัน” “แต่ก่อนข้าจะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับโอลิมปัสให้ฟัง ข้าจะเหล่าเรื่องพื้นฐานให้พวกเจ้าฟังก่อน ดวงดาวที่พวกเจ้าอาศัยอยู่นั้นเป็นหนึ่งในดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนในเอกภพนี่” นางสร้างภาพมายาขึ้น เป็นโลกใบหนึ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ นางขยายภาพออก โลกใบนั้นหดเล็กลงจนเหลือนิดเดียว และรอบๆเริ่มเห็นดวงดาวอื่นๆ “และหมู่ดาวต่างๆจะอยู่ในอาณาเขตของปกรณัมนั้นๆไป ซึ่งโดยปกติแล้วทวยเทพและอสูรจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวดวงดาวอื่นๆนอกอาณาเขตปกรณัมของตน” นางเงียบไปก่อนพูดต่อ“แต่มันมีข้อยกเว้นในกรณีที่ดวงดาวนั้นๆอยู่ในเขตทับซ้อนเของสองปกรณัมที่ต่างกัน.......หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือดวงดาวของเจ้าอยู่ในเขตของเทพจากกรีกและเทพจากจีนนั้นแหละ” ไนกี้รีบอธิบายให้เข้าใจง่ายๆเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของสองพี่น้อง“ใช่ เหมือนอย่างที่เจ้าคิดนั้นแหละ” เทพีสาวหันไปพูดกับเสวี่ยฟาง “ดวงดาวแรกที่เจ้าจากมาค่อนข้างที่จะ........พิเศษ มันอยู่ในอาณาเขตทับซ้อนของปกรณัมต่างๆมากมายเลยทีเดียว”“ส่วนดวงดาวที่สองของเจ้าก็.....ค่อนข้างบ้านนอกน่าดูเลยทีเดียว” เทพีสาวพูดด้วยสีหน้าตายด้าน “ไกลสุดๆ ไร้วัฒนธรรมสุดๆ หากไม่จำเป็นข้าก็ไม่อยากไปเลยจริงๆ น่าสงสารเจ้าจริงๆที่เกิดมาเป็นพวกบ้านนอก” เทพีสาวถอนหายใจ มองสองพี่น้องด้วยสีหน้าสงสาร.......เทพีสาวเล่าเรื่องต่างๆให้สองพี่น้องที่ถูกมัดฟัง กฎเกณฑ์ต่างๆ เรื่องที่ควนจะระวัง สองพี่น้องรับฟังด้วยความตั้งใจ ในดวงตาจองเว่ยเมิ่งที่คอยฟังก็สว่างวาบคล้ายกับเจอเรื่องสนุกสนานในที่สุดเมื่อเทพีสาวเล่าเรื่องที่คิดว่าจำเป็นจนหมดแล้ว ก็ปาไปจนมืดค่ำ นางพาพวกเขาไปที่ห้องพัก นางบอกให้พวกเขาพักผ่อนให้เต็มที่พรุ่งนี้นางจะพาไปสถานที่ต่างๆสองพี่น้องที่ร้องขอให้นอนในห้องเดียวกันนอนเงียบ ทันใดนั้นเสียงเสวี่ยฟางก็ดังขึ้น“เจ้าตื่นเต้นงั้นหรือ?”“....................”

    “ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือพี่สาว? ความฝันของข้า.....การได้ผจญภัยเพื่อพบเจอสิ่งใหม่ๆนั้น......ข้าชอบสุดๆไปเลยละ” รอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มยิ้มออกมาในค่ำคืน