หลังพักได้สักครู่ สุ่ยเซียนได้ลองสู้กับหลี่ซีหยานดู นั่นทำให้เธอได้พบประสบการณ์ใหม่เป็นครั้งที่ 2 เพราะเธอตกเป็นฝ่ายตั้งรับอีกแล้ว
'เก่งมาก ฝีมือพอ ๆ กับไป๋หู่เลย เราได้แต่ตั้งรับเขาอย่างเดียว พอป้องกันด้านบนก็ถูกโจมตีด้วยท่าเท้าข้างล่าง พอคอยระวังท่าเท้าของอีกฝ่าย การโจมตีข้างบนก็เปลี่ยนรูปแบบ ฉันเพิ่งเข้าใจคำว่า สัตว์ประหลาด ก็วันนี้นี่เอง' สุ่ยเซียนคิด
เพียงไม่นานสุ่ยเซียนก็ขอยอมแพ้อีกครั้ง พร้อมกับกล่าวชมทั้ง 2 คนที่สามารถทำให้เธอตกที่นั่งลำบากได้ การพูดคุยของสุ่ยเซียนดูเป็นกันเองมาก ระหว่างนั้นทั้ง 3 คนต่างก็ลองแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกระบวนท่ากัน การออกท่าทาง หรือการต่อท่า สุ่ยเซียนเรียนรู้การต่อท่า ส่วนไป๋หู่กับหลี่ซีหยานก็เรียนรู้ประสบการณ์ที่สุ่ยเซียนเคยเจอมา จนได้เวลาเลิกกิจกรรมชมรม ทุกคนต่างเข้าไปอาบน้ำกันหมด เหลือเพียงไป๋หู่ หลี่ซีหยานและสุ่ยเซียนเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่
“ไงไป๋หู่” เสียงของไป่ฉีดังขึ้น เขาปรากฏตัวที่ประตูโรงยิม ด้านหลังมีนักเรียนหญิงเดินตามกันเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าตัวดูจะไม่สนใจเท่าไหร่ เพียงแค่หันไปพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้องว่าให้กลับไป เพราะเขาจะคุยธุระกับเพื่อน
“ได้ค่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”
“คุยกับเพื่อนไปเถอะค่ะ ไว้พรุ่งนี้ช่วยเซ็นนิยายให้ฉันด้วยนะ”
ระหว่างที่ไป่ฉีกำลังคุยกับนักเรียนหญิงที่เดินตามมา สายตาของสุ่ยเซียนก็หรี่ตามองไปทางไป๋หู่เป็นเชิงถามว่าอีกนานไหม
“รอแป๊บสิเจ๊ พี่ฉีเขาเป็นดารา จะให้เอ่ยปากไล่แฟนคลับมันจะไม่เป็นผลดีกับเขานะครับ” ไป๋หู่รีบแก้ตัวให้ไป่ฉีทันที
“ดาราเหรอ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องวงการบันเทิงเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าวงการศิลปะการต่อสู้ล่ะก็ ถามฉันได้เลย จะเขาค้อ เขาทราย เขาควาย ฉันรู้หมดแหละ” สุ่ยเซียนกล่าว
“ว่าแต่ซีหยาน นายจะพ่นสเปรย์ใส่ฉันอีกนานไหม” ไป๋หู่หันมาหาหลี่ซีหยานด้วยสายตาไม่พอใจ เพราะหลี่ซีหยานเอาสเปรย์ดับกลิ่นมาฉีดตัวเขาจนฉุนไปหมดแล้ว ขนาดสุ่ยเซียนยังต้องปิดจมูก แม้หลังจากที่ไป่ฉีช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ไป๋หู่ไปแล้วระดับหนึ่ง
“ให้ซีหยานเขาฉีดไปเถอะ ผู้ชายไม่ควรมีกลิ่นตัว เดี๋ยวสาว ๆ จะหนีเอานะ” สุ่ยเซียนกล่าว
“ผมไม่เหม็นขนาดนั้นนะเจ๊” ไป๋หู่บุ้ยปาก
“กล้าเถียงเจ๊เหรอ เจ๊ว่าเหม็นก็เหม็น” สุ่ยเซียนกล่าวแบบนั้นทำให้ไป๋หู่หงอยไปเลย
“ขอโทษที่ทำให้คอยนะ คุณคือรุ่นพี่สุ่ยเซียนที่ไป๋หู่บอกใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม
“อย่าเสียเวลาเลย ขอดูหน่อยว่าดาราอย่างนายจะเก่งอย่างที่ไป๋หู่บอกรึเปล่า” สุ่ยเซียนตัดบทสนทนาทันที
“ได้เลยครับ” ไป่ฉีกล่าว เขาไม่คิดจะเอาจริง แต่ก็ต้องให้อีกฝ่ายได้รับประสบการณ์จากการต่อสู้นี้บ้าง
“พร้อม.......เริ่มได้” หลี่ซีหยานที่เห็นว่าไป่ฉีกับสุ่ยเซียนพร้อมกันแล้ว เขาเลยประกาศเริ่มการประลอง ระหว่างนั้นพวกที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เห็นไป่ฉีที่เป็นดารากำลังจะปะมือกับสุ่ยเซียน ต่างหน้าซีดเผือด หากไป่ฉีถูกหามส่งโรงพยาบาล ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
การต่อสู้เริ่มขึ้น สุ่ยเซียนยังไม่ได้ขยับตัว แต่สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยืนหลังตรง เอามือไพล่หลัง ซึ่งเธอเห็นช่องโหว่ให้โจมตีได้จำนวนมาก
“ไม่เข้ามารึไงครับ” ไป่ฉีถาม
“นั่นเขาทำอะไรน่ะ เปิดช่องโหว่ให้โจมตีขนาดนั้น”
“นั่นสิ นี่มันฆ่าตัวตายชัด ๆ”
“นั่นชุดชมรมบาส หมอนั่นเข้าชมรมบาส แล้วทำไมถึงจะมาปะมือกับตัวหายนะของชมรมเราล่ะ"
“ฉันจะไปรู้เหรอ”
“ไป่ฉีอย่าตายนะคะ ไม่งั้นฉันอดดูคุณออกสื่อพอดี”
“เจ๊สุ่ย เบามือหน่อยนะคะ อย่าให้หน้าไป่ฉีเสียโฉมนะ”
ขณะที่คนในชมรมกำลังคุยกัน สุ่ยเซียนไม่ได้สนใจการคุยกันของคนในชมรม เธอได้บุกเข้าหาไป่ฉี หมัดแรกของเธอ ตั้งใจโจมตีตรงใบหน้าของไป่ฉี คนอื่นต่างหน้าซีด ทุกคนรู้ดีว่าสำหรับดาราแล้วใบหน้าถือว่าสำคัญมาก แล้วนี่สุ่ยเซียนกลับเล็งไปที่หน้า คิดตัดอนาคตคนรึไง
แต่เพียงพริบตา ไป่ฉีกลับใช้มือเดียวปัดหมัดของสุ่ยเซียนออกอย่างง่ายดาย ซ้ำยังใช้ฝ่ามืออีกข้างซัดเข้าที่ใต้คาง ส่งร่างของสุ่ยเซียนให้ลอยขึ้นกลางอากาศ
แต่สุ่ยเซียนก็ใช้ขาของเธอ 2 ข้างหดเข้าหาตัวแล้วถีบออกไป หวังจะโจมตีเข้าที่ท้องของไป่ฉี หากแต่ไป่ฉีกลับใช้ฝ่ามือกันเท้าของสุ่ยเซียน แล้วเคลื่อนมือบิดหมุน ทำให้แรงถีบของสุ่ยเซียนหายไป ซ้ำยังทำให้เธอร่วงลงพื้นอีกด้วย
สุ่ยเซียนที่รู้ว่าตนเองกำลังร่วงพื้นก็รีบใช้มือยันพื้น งอแขนเล็กน้อยก่อนจะดันพื้น เพื่อดีดตัวและใช้เท้าของเธอถีบไป่ฉีอีกรอบ
ไป่ฉียกยิ้มก่อนจะเบี่ยงตัวหลบและคว้าข้อเท้าข้างหนึ่งของสุ่ยเซียน ตามด้วยใช้แรงแขนเหวี่ยงสุ่ยเซียนให้ออกจากเส้นที่ขีดไว้ ด้วยแรงที่พุ่งมาของสุ่ยเซียนบวกแรงเหวี่ยงของไป่ฉี ทำให้สุ่ยเซียนลอยออกจากเส้นที่ขีดไว้ เธอจึงแพ้ไปหลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่าไปได้ไม่เท่าไหร่
ตุบ
เสียงร่างคนหล่นกระทบบางอย่าง สุ่ยเซียนที่คิดว่าตนเองต้องกระแทกพื้นแน่ ๆ จึงหลับตาเตรียมรับแรงกระแทก แต่สิ่งได้รู้สึกกลับเป็นบางอย่างที่นิ่มกว่า พร้อมกับเอวเธอถูกบางอย่างโอบรัดไว้ หลังเธอรับรู้ได้ถึงความอุ่นจากร่างกาย หรือว่ามีคนมารับตัวเธอไว้ไม่ให้กระแทกพื้น
“เซฟ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นข้างหูของเธอ เธอจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของไป๋หู่
'หมอนี่มารับฉันไว้เหรอ หึหึ ถ้าเป็นคนปกติคงโดนฉันซัดไปแล้ว แต่รู้สึกอบอุ่นดีจัง นี่สินะความรู้สึกที่เพื่อนมีให้กัน' สุ่ยเซียนคิด
“ขอบใจมาก ปล่อยเจ๊ได้แล้ว เจ๊ไม่เป็นไร ดีที่นายรับแรงกระแทกทั้งหมดแทน ทำดีมาก” สุ่ยเซียนกล่าว
สุ่ยลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่วนไป๋หู่ก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นที่หลังกับกางเกงนิดหน่อย เธอเดินไปหาไป่ฉีก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อขอจับมือ ด้านไป่ฉีเพียงแค่ยิ้มให้ก่อนจะจับมือสุ่ยเซียน เพียงพริบตาไป่ฉีก็ต้องรีบปล่อยและหลบหมัดของสุ่ยเซียน
“อ๊ะ โทษที ๆ ฉันไม่ค่อยชินกับการถูกคนแตะตัวน่ะ” สุ่ยเซียนที่รู้สึกตัวรีบกล่าวขอโทษ
“เจ๊ ถ้าพลาดนี่พี่ผมเสียโฉมเลยนะ” ไป๋หู่บ่น
“น่า ๆ ฉันยังไม่ชินนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สุ่ยเซียนกล่าว
“ไป๋หู่ ซีหยาน ไปอาบน้ำกัน ฉันเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“ตามสบายนะ เดี๋ยวเจ๊เฝ้าข้างนอกให้” สุ่ยเซียนกล่าว
“นี่ครับ เจ๊” ไป๋หู่เดินไปที่กระเป๋าก่อนจะหยิบนมแพะโยนให้สุ่ยเซียนขวดหนึ่ง
“หุหุ ดีมาก เดี๋ยวเจ๊จัดการพวกถ้ำมองให้” สุ่ยเซียนกล่าวก่อนจะเดินออกไปข้างนอกโรงยิม
ในห้องน้ำ
ไป่ฉี ไป๋หู่ และหลี่ซีหยานต่างกำลังอาบน้ำกันอยู่ พวกเขาได้ยินเสียงดังจากข้างนอกห้องน้ำเป็นระยะ ๆ คาดว่าสุ่ยเซียนคงจัดการพวกที่มาแอบดูพวกเขาอาบน้ำแน่ ๆ
หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาเดินออกมาจากห้องแต่งตัว พร้อมกับเห็นสุ่ยเซียนเดินเข้ามาในโรงยิม ท่าทางเธออารมณ์ดีไม่เบา
“เจ๊สุ่ย ขอบคุณมากนะครับ” ไป๋หู่กล่าว
“ขอบคุณอะไรกัน เจ๊แค่ทำงานตามค่าจ้างที่ได้รับไง” สุ่ยเซียนกล่าวพร้อมกับยกขวดนมแพะที่ว่างเปล่าให้ดู
“ดีจังนะพวกนาย ได้คนดูต้นทางให้เนี่ย” ไป่ฉีกล่าว
“ไป่ฉี ชมรมนายก็โดนเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“อืม โดนเหมือนกัน ฉันกับต้าถงตอนนี้หาทางแก้ได้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง” ไป่ฉีกล่าว
“กลับบ้านกันดี ๆ ล่ะ เจ๊จะไปอาบน้ำบ้าง” สุ่ยเซียนกล่าว
“เดี๋ยวผมเฝ้าให้ไหมเจ๊” ไป๋หู่ถาม
“เอาสิ ไปเฝ้าข้างนอกนะ ใครแอบดู จับมันมาให้เจ๊ เดี๋ยวเจ๊เจี๋ยนมันเอง” สุ่ยเซียนทำมือเหมือนกรรไกรตัดอะไรบางอย่าง พร้อมกับทำเสียงฉับ ทำให้นักเรียนชายที่อยู่แถวนั้นรีบเอามือกุมเป้ากางเกงตัวเองกันหมด
“ได้ครับ พี่ฉี ซีหยาน กลับกันไปก่อนนะ เดี๋ยวขอเฝ้าเจ๊ก่อน” ไป๋หู่กล่าว
“ได้ ๆ งั้นฉันกลับก่อนล่ะ” หลี่ซีหยานกล่าว
วันนี้หลี่ซีหยานกลับคนเดียว ส่วนไป่ฉี วันนี้เขาต้องไปถ่ายรายการหนึ่ง เป็นรายการที่จะมีดารารับเชิญทั้งหมด 5 คน รายละเอียดคือในตอนเริ่มต้น ดาราทุกคนจะอยู่ที่ที่นั่งตรงกลาง โดยด้านหน้าจะมีโต๊ะสีแดง กับสีน้ำเงิน ซึ่งทั้ง 2 โต๊ะจะมีเชฟอยู่โต๊ะละคน กติกาก็คือทางรายการจะมีการประชันอาหาร 2 เมนู ซึ่งทางรายการจะให้ดาราทั้ง 5 คนได้ดูข้อมูลวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ รวมถึงให้เห็นการปรุงอาหารของเชฟ สุดท้ายให้ดาราตัดสินใจว่าจะเลือกโต๊ะสีไหน โดยให้ทำการถือป้ายที่มีสีน้ำเงินกับแดงไว้ พอพิธีกรให้ยก ก็ต้องยกขึ้นพร้อมกัน ห้ามมีการพูดคุยนัดแนะกันมาก่อน เสียงข้างมากเลือกสีอะไร พวกเขาก็จะได้กินเมนูนั้น ๆ ส่วนคนที่เป็นเสียงข้างน้อย ต้องมานั่งมองดูกลุ่มเสียงข้างมากกินยั่วเท่านั้น
เมิ่งชิงชิงมารับไป่ฉีที่หน้าโรงเรียน และพาไปยังสตูดิโอถ่ายทำรายการทันที แน่นอนว่าไป่ฉีไม่ลืมแวะซื้อของติดไม้ติดมือไปด้วย
“สวัสดีครับ” ไป่ฉีที่เปิดประตูเข้ามาในสตูดิโอกล่าวทักทาย ทำให้ทีมงานหลายคนหันมามองเขา ก่อนจะเป็นว่าในมือของผู้มาใหม่มีถุงของกินถุงใหญ่ติดมือมาด้วย
“นั่นไป่ฉีนี่”
“ของกินเพียบเลย”
“เป็นเหมือนที่เขาลือสินะ ว่าไป่ฉีมักใส่ใจเรื่องอาหารการกินของทีมงานเสมอน่ะ”
“อา ทำไมดาราทุกคนไม่เป็นห่วงเราแบบนี้บ้างนะ”
“นายอยากอ้วนเป็นหมูรึไง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“น้องไป่ฉี เชิญทางนี้เลยค่ะ ทางเราได้เตรียมช่างแต่งหน้าไว้ให้แล้ว ส่วนเสื้อผ้าก็เตรียมให้เรียบร้อยแล้ว” ทีมงานหญิงเดินเข้ามาพาไป่ฉีไปห้องแต่งตัว
สายตาของทีมงานมองไป่ฉีด้วยความรู้สึกขอบคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของกิน แต่เรื่องผู้สนับสนุนรายการต่างหาก พอมีบริษัทรู้ว่าไป่ฉีจะไปออกรายการไหน พวกเขาต่างยินดีเสนอเป็นผู้สนับสนุนเสื้อผ้าในเทปที่อัดรายการนั้น ส่งผลให้มีเงินพิเศษตกถึงมือทีมงานทุกคน จนพวกเขาแทบอยากจะให้ไป่ฉีมาออกรายการพวกเขาบ่อย ๆ เสียด้วยซ้ำ
ภายในห้องแต่งตัว
ไป่ฉีเห็นพิธีกรร่วมคนหนึ่งกำลังมีปากเสียงกับดาราชายที่มาร่วมรายการคนหนึ่ง ไป่ฉีทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็ลองตรวจสอบความทรงจำของทั้งคู่ ถึงได้รู้ว่าทั้ง 2 คนทำธุรกิจร่วมกันมาก่อน ก่อนที่ฝ่ายที่เป็นดาราชายจะยักยอกเงินไป แล้วพิธีกรร่วมคนนี้จับได้ จึงเกิดการฟ้องร้องขึ้น คดียังอยู่ในชั้นศาล หลังจากนั้นทั้ง 2 เจอกันทีไรเป็นต้องทะเลาะกันทุกที
“น้องไป่ฉี อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ ทำตัวให้ชิน” ฝ่ายเสื้อผ้าเดินมาบอก พร้อมกับยื่นชุดให้ ส่วนพวกช่างแต่งหน้าไม่ได้เข้ามายุ่งกับไป่ฉี เพราะเป็นที่รู้กันในวงการแล้วว่าไป่ฉีมีหนังหน้าที่แม้แต่เด็กทารกยังต้องอายคลานกลับไปในท้องแม่ บวกกับเครื่องหน้าที่ละลายใจชายและหญิงที่ได้พบเห็น การให้เครื่องสำอางค์ไปแปดเปื้อนบนใบหน้าของไป่ฉีจึงเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้สำหรับพวกเขา
“ทุกคนเตรียมตัวนะคะ ด้านหน้าพร้อมแล้วค่ะ” ทีมงานหญิงเปิดประตูมาบอกเหล่าผู้ร่วมรายการที่อยู่ในห้อง
“พวกเราไปกันเถอะ” หนึ่งในดาราที่มาร่วมรายการกล่าว
ไป่ฉีที่แต่งตัวเสร็จก็เดินตามออกไปเช่นกัน หากแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าสีหน้าของไป่ฉีแม้จะท่าทางเฉยชา แต่สายตากลับเย็นเยียบมองไปยังพิธีกรร่วมของรายการ
______________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
