ตอนที่197 เป็นหัวหน้าแผนกที่หกระดับเจ็ด
เขาโค้งคำนับให้กับซูเวยหลายครั้งด้วยความนอบน้อมพลางเหล่ตามองเธอด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าจะทำให้ซูเวยไม่พอใจ
อย่างไรก็ตามซูเวยตอบรับท่าทางและคำชี้แจงจากเขาอย่างอารมณ์ดีว่า“อ้าวหรือ? ขอบคุณมาก”
เธอแปลกใจที่ผู้บัญชาการหยางเรียกรวมพลเพื่อประชุมในทันทีที่ทุกคนกลับมาถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องด่วนและสำคัญ ทว่าเขาไม่น่าจะใจร้อนมากขนาดนี้เธอส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็เดินตรงไปที่ห้องประชุมใหญ่ของกองกำลังพิเศษในทันที
เมื่อซูเวยก้าวเข้าไปในห้องประชุมพลันสายตาทุกคู่หันขวับมามองเธอที่ประตูเป็นจุดเดียว ซูเวยผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ผู้คนให้ความสนใจกับตัวเองเป็นอย่างมากเธอกระพริบตาปริบๆแสดงความประหลาดใจ
หยางเฟยเจินกวักมือเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเมตตาต่อเธอว่า“เจ้าหน้าที่ซูเวยมานั่งตรงนี้สิ”
ซูเวยเหลือบมองตามนิ้วที่หยางเฟยเจินชี้ตรงไปที่นั่งแถวหน้าเป็นแถวที่อยู่ติดกับที่นั่งของหยางหยาง ลูกชายของเจ้านายเธอ ทำให้เธอกลอกตาไปมารู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยทว่าเธอไม่กล้าขัดคำสั่งเขาจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างหยางหยางด้วยความแปลกใจ
หยางหยางกลั้นหัวเราะที่เหลือบมองเห็นท่าทางลังเลใจของเธอเขาไม่คิดว่าเด็กหญิงผู้เก่งกาจจะมีวันที่ลำบากใจเช่นนี้เป็นภาพที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับเขาเป็นอย่างดี คล้ายกับว่าความยากลำบากของซูเวยเป็นการทดแทนความรู้สึกของเขาที่เขาเคยพ่ายแพ้การแข่งขันแฮ็กกับเธอมาก่อนหน้า
ซูเวยรู้สึกหมั่นไส้หยางหยางเพราะเธอจับอารมณ์และความรู้สึกของเขาที่ดูเหมือนพึงพอใจในความอึดอัดของตนเองเธอจึงแหงนหน้าขึ้นมองเขาพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโห
ท่าทางตอบโต้ของซูเวยตัวน้อยยิ่งทำให้หยางหยางรู้สึกขบขันและอารมณ์ดีมากขึ้นแววตาเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ซึ่งอารมณ์ของเขาที่ดีขึ้นทันทีทันใดนั้นทำให้หยางเฟยเจินเหล่ตามองท่าทางของทั้งคู่ด้วยความแปลกใจเขาไม่คิดว่าจะมีใครทำให้ลูกชายที่เก็บเนื้อเก็บตัวและเฉยชากับผู้คนโดยเฉพาะเพศหญิงมีอารมณ์เบิกบานได้
ครั้นหยางเฟยเจินเห็นว่าสมาชิกสำคัญของกองกำลังพิเศษมาครบทุกคนแล้วเขากระแอมกระไอก่อนส่งเสียงเปิดการประชุมนัดพิเศษและสำคัญสำหรับสมาชิกทุกคนว่า
“สวัสดีทุกคนผมจำเป็นต้องเรียกประชุมด่วนเพราะได้รับนโยบายมาจากผู้บริหารประเทศมีข้อความยกย่องและชื่นชมการปฏิบัติภารกิจของทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจจนสามารถกำจัดศัตรูตัวร้ายของมวลมนุษยชาติให้หมดสิ้นไปได้ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนสำคัญและช่วยให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบผลสำเร็จคือเจ้าหน้าที่ซูเวย”
เมื่อหยางเฟยเจินกล่าวจบเขาลุกขึ้นยืนปรบมือให้เกียรติและเป็นการขอบคุณเธอในที ทำให้เอสเปอร์คนอื่นๆรวมทั้งหยางหยางลุกขึ้นยืนปรบมือเช่นกัน
ซูเวยนั่งนิ่งอึ้งตะลึงชั่วครู่ก่อนลุกขึ้นยืนพลางก้มหัวคำนับเพื่อขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจเธอไม่คาดคิดว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการสดุดีและให้เกียรติเธอมากขนาดนี้สร้างความประทับใจให้กับเธออย่างยิ่งยวด
จากนั้นหยางเฟยเจินนั่งลงและพูดใส่ไมโครโฟนต่อว่า“จากผลงานที่เป็นประจักษ์ในการกวาดล้างองค์กรเคเอครั้งนี้ผมขอแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ซูเวยให้เป็นหัวหน้าแผนกที่หกในระดับเจ็ดที่ว่างเว้นมานานมีใครคัดค้านหรือไม่?”
เสียงประกาศดังกึกก้องของหยางเฟยเจินก่อให้เกิดเสียงฮือฮาของผู้คนในห้องประชุมดังขึ้นด้วยความประหลาดใจซึ่งตัวซูเวยเองก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเช่นกันนั่นเป็นเพราะว่าแผนกหกเป็นแผนกที่ปิดตายมานานตั้งแต่หัวหน้าแผนกคนเก่าที่เป็นเอสเปอร์ทวิทักษ์เสียชีวิตไปทำให้กองกำลังพิเศษปิดแผนกนี้ชั่วคราว
สำหรับเอสเปอร์ที่เคยอยู่ในแผนกนี้ต่างพากันกระจายตัวไปอยู่ร่วมกับแผนกอื่นไปพลางเธอไม่คิดว่าหยางเฟยเจินจะเปิดแผนกนี้ใหม่อีกครั้งจึงรู้สึกสงสัยใคร่รู้ยิ่งนัก
……….
อย่างไรก็ดีหยางเฟยเจินคิดว่าซูเวยมีวุฒิภาวะเหมาะสมมากกว่าเด็กวัยเดียวกันและมากกว่าผู้ใหญ่หลายคนความสงบเยือกเย็นของเธอทำให้เขาประทับใจ ที่สำคัญที่สุดคือการเป็นเอสเปอร์และผู้ฝึกตนของเธอที่โดดเด่นซึ่งเขาคิดว่าเธอจะทำให้กองกำลังพิเศษน่าเกรงขามมากขึ้น จนทำให้กองกำลังพิเศษประเทศอื่นไม่กล้าต่อกรด้วย
อนึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการประชุมเพื่อประลองทักษะของเอสเปอร์นานาชาติอีกครั้งซึ่งจัดเป็นประจำทุกสองปีเพื่อค้นหาเอสเปอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในการทำหน้าที่สร้างสมดุลและกฎที่จำเป็นสำหรับเอสเปอร์ทั้งหลายเป็นการควบคุมเอสเปอร์ให้อยู่ในกรอบแต่ไม่จำกัดอิสระ
แต่เดิมหยางเฟิยเจินคิดว่าจะส่งหยางหยางที่เป็นเอสเปอร์ทศทักษ์เข้าร่วมงานประลองคนเดียวทว่าพอเห็นความแข็งแกร่งของซูเวยแล้วทำให้เขาคิดที่จะส่งทั้งสองคนเข้าร่วมงานประลองในฐานะตัวแทนเอสเปอร์จากกองกำลังพิเศษประเทศซีเขาต้องการให้ประเทศมีอำนาจต่อรองเพื่อควบคุมเอสเปอร์นอกรีตบางกลุ่มที่มักก่อปัญหาให้กับชายแดนหลายประเทศอยู่เนืองๆ
ปรากฏว่าคำถามเชิงท้าทายของหยางเฟยเจินไม่มีใครกล้าคัดค้านเพราะหลายคนเคยเห็นทักษะต่อสู้ของซูเวยในการทดสอบเจ็ดด่านหฤโหดมาก่อนแล้วรวมทั้งการที่เธอสามารถสังหารหัวหน้าองค์กรเคเอได้ ย่อมแสดงว่าเธอคู่ควรกับตำแหน่งนี้โดยปริยายอีกประการสำคัญคือเอสเปอร์ของกองกำลังพิเศษส่วนใหญ่นับถือคนแข็งแกร่งมากกว่าวัยวุฒิเพียงอย่างเดียว จึงมีเสียงพูดสนับสนุนการแต่งตั้งตำแหน่งของซูเวยที่แสดงความคิดเห็นต่อผู้บัญชาการหยางจากหลายคนว่า
“พวกเราเห็นชอบด้วยครับเจ้านายเจ้าหน้าที่ซูเวยเหมาะสมมากครับ”
“เจ้าหน้าที่ซูเวยเป็นทั้งเอสเปอร์และผู้ฝึกตนด้วยย่อมทำให้กองกำลังพิเศษของพวกเรามีชื่อเสียงโด่งดังแน่นอนครับ”
“ฉันเห็นด้วยที่จะให้เจ้าหน้าที่ซูเวยเป็นหัวหน้าแผนกที่หกค่ะ”
“ผมสนับสนุนอีกหนึ่งเสียงครับ”
“หากแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ซูเวยเป็นหัวหน้าแผนกแล้วพวกเราอาจมีพันธมิตรในกลุ่มผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ดีนะครับ”
“ที่สำคัญพวกเราจะมีสัตว์อสูรคอยช่วยเหลือด้วยเป็นเรื่องที่ดีและสร้างความได้เปรียบให้กับพวกเรามากครับ”
“เจ้าหน้าที่ซูเวยถึงจะอายุน้อยแต่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้จริงผมสนับสนุนอีกเสียงครับ”
หยางเฟยเจินพยักหน้ารับฟังข้อความสนับสนุนซูเวยจากลูกน้องด้วยความพึงพอใจทำให้เขาส่งสัญญาณกับหลิวเหยาเพื่อจัดการเสนอชื่อซูเวยให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่หกกับผู้บริหารประเทศลงนามรับรองต่อไปเป็นการทำเรื่องพิธีการให้ถูกต้องเหมาะสม
ต่อจากนั้นหยางเฟยเจินพูดชื่นชมกองกำลังนิรนามพลางสอบถามซูเวยอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เอสเปอร์ทุกคนรับรู้ร่วมกันว่า “สำหรับความช่วยเหลือจากกองกำลังนิรนามนั้นผมในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษประเทศซี ขอเป็นตัวแทนกองกำลังพิเศษจากนานาชาติในการขอบคุณความช่วยเหลือด้านกำลังพลจากกองกำลังนิรนามเจ้าหน้าที่ซูเวยมีอะไรจะกล่าวกับพวกเราไหม?”
ซูเวยยิ้มน้อยๆพลางกวาดสายตามองรอบห้องประชุมอย่างใจเย็น จากนั้นเธอบอกกับทุกคนตามจริงว่า“ขอบคุณผู้บัญชาการที่เปิดโอกาสให้กับกองกำลังนิรนาม ซึ่งกองกำลังนิรนามถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้เป็นเหตุร้ายจากการตื่นขึ้นของจอมมารพร้อมกับการบุกทำลายล้างโลกนี้จากเผ่าปีศาจหลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง ฉันบอกได้แค่ว่ามันเป็นเรื่องจริงดังนั้นพวกเราจึงต้องเตรียมพร้อมผู้คนให้แข็งแกร่งมากพอค่ะ”
เธอรู้ดีว่าไม่สามารถปิดบังเรื่องราวของกองกำลังนิรนามกับเจ้านายได้รวมทั้งเธอเองก็ต้องการให้ทางกองกำลังพิเศษรับรู้สงครามในอนาคต ที่พวกเขาอาจต้องร่วมมือกับกองกำลังนิรนามเป็นการทำงานขจัดภัยร้ายร่วมกันอย่างเป็นพันธมิตรดีกว่าต่อสู้ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว
หลังจากซูเวยพูดเสร็จสิ้นพลันมีเสียงฮือฮาของผู้คนในห้องประชุมที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเป็นอย่างมากว่า
“ฮะ! เป็นความจริงหรือ? นั่นมันยังกับนิยายปรัมปราเลย”
“โอ้!ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องเล่าตามตำนานจะเป็นจริงเจ้าหน้าที่ซูเวยไม่น่าจะล้อเล่นกับพวกเราใช่ไหม?”
“พระเจ้า! ผมเคยได้ยินปู่พูดถึงเรื่องนี้อยู่นะว่าวันใดที่องครักษ์และผู้ถูกเลือกของเจ้าแม่หนี่วาปรากฏตัวขึ้นมาแสดงว่า
ใกล้ถึงเวลาตื่นของจอมมารแล้วนะสิ”
“โอ้! เป็นเรื่องจริงหรือนี่?”
“ใครก็ได้บอกผมทีว่าเจ้าหน้าที่ซูเวยไม่ได้พูดเล่น”
“เอ๊!งั้นใครเป็นผู้ถูกเลือกของเจ้าแม่หนี่วาละ?”
“ฮะ! เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริงหรือ?”
หยางเฟยเจินสบตากับลูกชายพลางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเขาไม่คาดคิดว่าวัตถุประสงค์ของกองกำลังนิรนามมีไว้เพื่อกระทำการอันยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการเช่นนี้ถึงแม้ว่าเขาเป็นเอสเปอร์ร่วมสมัย แต่ก็ใช่ว่าเขาจะละเลยเรื่องตำนานสำคัญแบบนี้ทว่าเขาจะยังไม่สรุปเรื่องราวที่ซูเวยกล่าวมาจนกว่าข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องจะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงก่อน
หยางเฟยเจินจึงพูดตัดบทก่อนที่เหตุการณ์ในห้องประชุมจะวุ่นวายมากกว่านี้ว่า“เอาละ! เงียบก่อนทุกคน!ให้แผนกข่าวกรองไปรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้มาให้ละเอียดหากมีข้อมูลครบถ้วนทุกด้านแล้วค่อยประชุมวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไปในภายหลัง”
..........
หลังจากนั้นหยางเฟยเจินพูดถึงภารกิจต่อไปของกองกำลังพิเศษถึงแม้ว่าจะไม่มีองค์กรเคเอหลงเหลืออยู่แล้วก็ตามทว่ายังมีเอสเปอร์นอกรีตอีกหลายคนที่กำลังก่อปัญหาแถบชายแดนของประเทศในหลายประเทศส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปัญหาคล้ายคลึงกับองค์กรเคเอ ทำให้เขามีความกังวลอยู่ว่า
“ต่อจากนี้ไปภารกิจของกองกำลังพิเศษจะยังไม่จบสิ้นแต่เป็นการเริ่มต้นกวาดล้างพวกเอสเปอร์นอกรีตอย่างจริงจังเสียทีหลังจากที่พวกเราเสียเวลาทุ่มเทพลังแรงกายแรงใจและทรัพยากรทั้งหลายเข้าต่อสู้กับองค์กรเคเอตอนนี้ถึงเวลาไล่ล่าพวกนอกรีตได้แล้ว”
“มอบให้แผนกข่าวกรองและเทคโนโลยีช่วยกันหาข่าวเพื่อกำจัดพวกมันให้สิ้นอย่าให้มันสร้างปัญหากับพวกเราและผู้คนทั้งหลายได้อีก”
ข้อความท้ายประโยคของหยางเฟยเจินเขาหันหน้ามาหยุดอยู่ที่ซูเวยคล้ายกับว่าเขาต้องการหยั่งเชิงซูเวยเพราะข้อมูลสำคัญล่าสุดของฐานลับหลายแห่งขององค์กรเคเอมาจากซูเวยนั่นเองทำให้เขาคาดหวังที่จะได้รับข้อมูลจากซูเวยอีก
ซูเวยเลิกคิ้วพลางสบตาเจ้านายด้วยความแปลกใจเธอไม่เป็นกังวลแต่อย่างใดถ้าสัตว์น้อยใหญ่สามารถให้ข่าวกับเธอได้ทว่าเธอจะยังไม่ออกตัวรับปากหรือกระทำการใดๆหากไม่แน่ใจเกี่ยวกับพวกเอสเปอร์นอกรีตเหล่านั้นเธอต้องการตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจทำให้ซูเวยนิ่งเฉยเหมือนไม่รับรู้การส่งสัญญาณทางสายตาของหยางเฟยเจินแต่อย่างใด
หยางเฟยเจินรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยที่จู่ๆซูเวยไม่รับช่วงต่อจากเขาเลย เหมือนกับว่าเธอไม่เข้าใจความนัยที่เขาต้องการสื่อสารทำให้เขาต้องพูดถึงภารกิจงานอย่างอื่นของกองกำลังพิเศษต่อไปอย่างไม่เต็มใจ
……….
ด้านหยางหยางที่เหลือบมองเห็นท่าทีของพ่อตนเองและซูเวยที่นั่งข้างเขาเขาแอบหัวเราะอยู่ในใจที่ซูเวยสามารถกลั่นแกล้งพ่อของเขาได้อย่างแนบเนียนแววตาเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขเขาไม่คิดว่าซูเวยจะสามารถปั่นหัวพ่อเขาได้ จนทำให้พ่อหลุดอาการและแสดงท่าทางหงุดหงิดออกมา
“หึๆไม่คิดว่าพ่อจะมีวันหงุดหงิดได้เช่นนี้” หยางหยางอมยิ้มพลางพูดพึมพำกับตัวเองอย่างขบขันพ่อโดยไม่เกรงใจพ่อเลย
ส่วนซูเวยที่กำลังมีความสุขเพราะผลงานชิ้นเดียวสามารถทำให้เธอเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแผนกที่หกโดยตรงทำให้เธอไม่ได้สนใจท่าทางหงุดหงิดของเจ้านายแม้แต่น้อย
อนึ่งกองกำลังพิเศษมีแผนกหลักทั้งหมด7 แผนกดังนี้
หนึ่งแผนกวางแผนและการเงินหัวหน้าแผนกคือเอสเปอร์สาวสวยหลิวเหยาเป็นเอสเปอร์ลิ้นทองที่เชี่ยวชาญในการเจรจา
ต่อรองรวมทั้งเก่งกาจในการทำธุรกิจหาเงินสนับสนุนการพัฒนากองกำลังพิเศษอย่างถูกกฎหมาย
สองแผนกข่าวกรองหัวหน้าแผนกคือเอสเปอร์หลี่หาน เป็นเอสเปอร์ผีดิบ
สามแผนกเทคโนโลยีหัวหน้าแผนกคือเอสเปอร์หวังเหอผิง เป็นเอสเปอร์มือกล
สี่แผนกยุทโธปกรณ์หัวหน้าแผนกคือจางเต๋อกัง เป็นเอสเปอร์เปลวเพลิง
ห้าแผนกการแพทย์หัวหน้าแผนกคือเสิ่นเชา เป็นเอสเปอร์ทักษะแพทย์
หกแผนกต่อสู้หัวหน้าแผนกไม่มี ทว่าในตอนนี้หัวหน้าแผนกที่หกเป็นซูเวย ที่เป็นเอสเปอร์เปลวเพลิงทั้งที่ความจริงเธอไม่ใช่เอสเปอร์ทักษะนี้เลย
และเจ็ดแผนกเบญจธาตุหัวหน้าแผนกคือเอสเปอร์ต้วนไค เป็นเอสเปอร์สายฟ้า
ซูเวยนั่งฟังการบรรยายถึงหน้าที่ของแต่ละแผนกจากเจ้านายอย่างตั้งใจเพราะเขามีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เป็นเหมือนการปฏิรูปใหม่ที่ทำให้เอสเปอร์ทั้งหลายจะต้องฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งมากขึ้น
ระหว่างที่นั่งฟังอยู่นั้นเธอกวาดสายตามองไปทั่วห้องประชุมและพบกับเอสเปอร์ชายคนหนึ่งที่นั่งหลบมุมห้องเขาก้มหน้าเหมือนกับตั้งใจฟังคำพูดของเจ้านาย ทว่ามือซ้ายของเขาที่อยู่บนตักด้านล่างนั้นกลับลอบกำหมัดเหมือนไม่พอใจใครบางคนซึ่งเธอสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากดวงตาสวรรค์ของตนเองท่าทางของเขาเรียกความสนใจจากเธอเป็นอย่างยิ่ง
“เอ๊!ผู้ชายคนนั้นทำไมมีท่าทางแปลกๆ?”ซูเวยพึมพำด้วยความสงสัยใคร่รู้
เธอหรี่ตาจ้องมองเอสเปอร์ชายคนนั้นอย่างพิจารณาเธอแอบร่ายเวทมนตร์จิตวิญญาณเพื่อทดสอบผลการทำงานโดยเธอเลือกการควบคุมจิตวิญญาณบางส่วนเพราะต้องการดูว่าตนเองสามารถควบคุมจิตวิญญาณของเอสเปอร์คนดังกล่าวได้หรือไม่