ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 122 รวมตัว

    นาฟนึกถึงชายอ้วนสวมหน้ากากหมูที่พกสิ่งประดิษฐ์ไว้กับตัวมากมาย

     

    หลังจากครูใหญ่ได้เดินทางออกจากอาคารไปกลุ่มคนที่มาเฝ้ารอนาฟ ก็เริ่มกล้าที่จะเข้าไปหาหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าอ้วนคิมที่มารอ นาฟอยู่ทุกวัน พอเห็นนาฟเดินลงมาจากอาคารร่วมกับยี่หวาและวี   เจ้าอ้วนที่โบกมืออยู่ไกลๆรีบวิ่งเข้าไปหาทันที

    “นาฟ! ฉันมารอนายทุกวันเลย สรุปนายว่างรึยัง!

    “อ่าว แล้วทำไมไม่ขึ้นไปหาข้าที่ข้างบนล่ะ

    “โธ่! ใครจะกล้าล่ะ รองผู้อำนวยการเล่นประกบตัวนายตลอดเวลา

    นาฟที่ยิ้มมุมปาก เข้าใจว่าเจ้าคิมคงกลัวครูใหญ่มาก

    “ครูใหญ่ต้องเดินทางไปประชุมที่อาณานิคมใน หลายวันน่ะ

    “เยี่ยมเลย!  เดี๋ยวเราไปต่อกันที่สโมสรกันมีเรื่องต้องคุยอีกเยอะ เดี๋ยวฉันจะรีบบอกเอน่า”

    นาฟไม่ปฏิเสธ แล้วชักชวน ยี่หวากับวีให้ไปด้วยกันเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งสองไม่ปฏิเสธเช่นกันและยินดีที่จะติดตามนาฟไปทันทีที่ชวน

     

    สโมสรนักศึกษาที่ บรรยกาศคึกคักอบอุ่นยังเป็นสถานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงสนทนาแสงไฟสีอบอุ่นมีเวทีสำหรับเสียงดนตรี บรรยากาศชวนให้ทุกคนขยับร่างกายเต้นรำไปตามจังหวะ

    รุ่นพี่ชางกับนิคก็ตามมาสมทบด้วย เพราะอยากหาโอกาสพูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว กลุ่มแผนกการสรรค์สร้างกำลังทำความรู้จักกันกับคิมและเอน่า พูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

    โต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายตั้งเรียงรายอยู่ กลิ่นหอมของอาหารที่ถูกเตรียมไว้รสชาติอร่อยเป็นอย่างมาก

    ด้วยเครื่องดื่มที่มึนเมายี่หวาและวีเริ่มพูดมากขึ้น แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆจากบ้านเกิดของพวกเขาเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะทำให้บรรยากาศในห้องนั้นเต็มไปด้วยความสุข

     เอน่าที่นั่งเกาะแขนนาฟอยู่ตลอดเหมือนอย่างเคยจ้องมองชายหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์

    “นายไปทำอะไรมาทำไมผิวพรรณสดใส แถมดูสูงขึ้นด้วยนายนี่ชอบทำเรื่องให้พวกเราได้ประหลาดใจอยู่เรื่อยเลยนะมีอะไรปิดบังพวกเราอีกรึเปล่า?

    นาฟที่จิบสุราขวดเล็กอยู่เรื่อยๆยิ้มแล้วส่ายหน้า

    เจ้าอ้วนคิม ที่เริ่มมึนเมาหันไปทางกลุ่มของแผนกสรรค์สร้าง เอ่ยเสียงดังขึ้นมา

    “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าหนุ่มนี่ เก่งมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ก่อนตอนยังเปิดพลังไม่ได้ ก็สามารถฆ่าสัตว์แปลงด้วยมือเปล่าได้แล้ว!

    ชาง นิค ยี่หวาและวีถึงกับหันมองนาฟเป็นสายตาเดียวกัน

    อยู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง  “นี่พวกนายจะไม่เอ่ยปากชวนพวกเราสักคำเลยรึ?

    เป็นเสียงของเคส ที่เดินมาที่โต๊ะพร้อมกับหลงอู่

    “ฮ่าๆ มาสิมาร่วมโต๊ะด้วยกัน ก็ร้อยวันพันปีพวกนายทั้งคู่ก็ไม่ค่อยจะออกมาพบปะผู้คนอยู่แล้วนี่แล้ววันนี้นึกยังไงถึงได้ออกมากัน”

    “เริ่มเมาแล้วสินะ เจ้าอ้วนพูดจนลิ้นจะพันกันอยู่แล้ว” เคสรีบเอ่ยขัด

    ขณะที่หลงอู่จ้องมองไปที่นาฟเหมือนกับมีบางสิ่งในใจส่วนเคสก็เหลียวมามองนาฟแล้วพยักหน้าให้

    นาฟพยักหน้าให้ทั้งคู่แล้วผายมือไปทางกลุ่มแผนกของตน “นี่เป็นรุ่นพี่และเพื่อนร่วมแผนกของข้า”

    หลังจากที่คนทั้งหมดทักทายกันพอสมควร  เคสก็รีบเอ่ยขึ้นทันที

    “นาฟข้าได้รับรู้เรื่องราวของนายหลายอย่างไม่คิดว่านายจะมาได้ไกลขนาดนี้”

    หลงอู่ อดที่จะกลั้นความรู้สึกไว้ไม่ไหวยอมที่จะพูดจาอ่อนน้อมกับนาฟ  “ในอดีตข้าเคยล่วงเกินเจ้าไว้ หวังว่าจะไม่ติดใจ”  นาฟหันมองแล้วยกยิ้มพยักหน้าให้

    “ฮ่าๆ ใช่หลงอู่ชายขี้เก๊ก คนเดิมรึเปล่าเนี๊ย!  เอน่าขยับเอามือมาปิดปากเจ้าอ้วนคิมไว้  กลัวบรรยากาศจะเสียไป

    เคสเริ่มเอ่ยอย่างจริงจัง  “นาฟข้าขอถามจริงๆ  ตำนานน้ำตาเลือด คือนายใช่มั๊ย?

    นาฟที่เริ่มหันมองไปรอบๆโต๊ะเห็นคนทั้งหมดมองตนเป็นสายตาเดียว จำใจต้องเอ่ย

    “ใช่แล้ว! เป็นข้าเอง”

    ชางและนิคถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ยี่หวากับวียังไม่รู้อะไรมาก แต่คาดว่า น้ำตาเลือดที่ว่า คงสร้างเรื่องไว้ไม่น้อย

    “จริงๆ ข้ากับหลงอู่ก็พอจะคาดเดาได้หลังจากที่เคยคาดคั้นจากเจ้าอ้วนนี่!

    แล้วจู่ๆ หลงอู่ก็แทรกคำพูดขึ้นมา“แล้วนายอยู่ระดับไหนแล้ว?

    นาฟก็ไม่อยากปิดบังสหายที่เคยร่วมผจญภัยด้วยกันมา ยกนิ้วขึ้น อยู่ๆ ปรากฏแสงสีเขียวอ่อนสว่างขึ้นที่ปลายนิ้ว

     

    ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์  เจ้าอ้วนคิมถึงกับอ้าปากค้างสุราในปากถึงกับไหลย้อนคืนออกมา

    หลงอู่ที่หางตาสั่นระริกนึกถึงเด็กหนุ่มที่พึ่งเปิดพลังได้ไม่ถึงปี กลับก้าวข้ามตนไปแล้ว

    เคสถึงกับกำมือแน่น รู้สึกผิดหวังตัวเองที่พยายามฝึกฝนเท่าไหร่ก็ข้ามระดับไม่ได้สักที

    กลุ่มแผนกการสรรค์สร้างก็ตกใจไม่แพ้กันชางที่เป็นนักศึกษาชั้นปี 3 แล้ว แต่ยังอยู่แค่ ระดับ2 ขั้นต้นอยู่เลย

    นาฟเห็นทุกคนตกอยู่ในอาการแปลกๆเข้าใจในสิ่งที่คิดจึงรีบเอ่ย

    “ข้าแค่โชคดีน่ะ!

    ทุกคนต่างไม่ตอบ รู้ว่านาฟพูดเพื่อให้เบาใจลงเอน่าเห็นดังกล่าวก็รีบเอ่ย  “มาพวกเรา! ร่วมดื่มฉลองที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันดีกว่า

    ทุกคนเริ่มตั้งสติกันได้พร้อมใจกันจับแก้วสุราอย่างไม่ได้นัดหมาย ดื่มกันจนหมดแก้ว เหมือนได้ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นออกมา

    ทุกคนดื่มกินอย่างสนุกสนาน ขณะที่งานสังสรรค์กำลังดำเนินไป  มีกลุ่มคนประมาณ 5 คนสวมใส่ชุดฟอร์มสีฟ้าสี่คนสีดำหนึ่งคน เข้ามาในสโมสรโดยหนึ่งในนั้นชี้นิ้วมาทางโต๊ะของนาฟ

    “นั้นไงรุ่นพี่!

    นาฟสัมผัสได้ถึงกลุ่มคนที่พุ่งเป้ามาทางตนตั้งแต่คนพวกนี้เข้ามาแล้ว

    กลุ่มคนทั้งห้า เดินตรงมาที่โต๊ะทันที ทุกคนในโต๊ะก็เริ่มสังเกตเห็น

    “รุ่นพี่! เคสและหลงอู่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน