ด้านหน้ากระท่อม เด็กหนุ่มวัยละอ่อนที่มีใบหน้าบอบบางในเวลานี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยากเกินจะปกปิด เขาลูบคลำร่างกายตัวเองด้วยฝ่ามือสั่นเทา เป็ความรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่จนทำให้โจวหยวนซึ่งเป็เด็กที่โตเกินวัยยังยิ้มแป้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
สำหรับเื่นี้แล้ว สำคัญกับเขามากจริงๆ
ตามพัฒนาการใน่วัยนี้ หนุ่มสาววัยเดียวกันกับเขาต่างเริ่มการฝึกเปิดลมปราณ แสดงพร์ที่แตกต่างออกมากันแล้ว แม้โจวหยวนจะทำตัวเป็ปกติ แต่ลึกๆ ภายในใจยังคงเต็มไปด้วยความอิจฉา
เขาเองก็ปรารถนาที่จะเปิดเส้นลมปราณเพื่อก้าวสู่เส้นทางแห่งพลังหยวน เรียนรู้การใช้พลังเบิกฟ้าทะลุแผ่นดินเช่นกัน
วันนี้เป็วันที่เขาถวิลหายามหลับใหลมายาวนาน
“ตอนที่เ้าถือกำเนิดมาเส้นลมปราณทั้งแปดก็เปิดออก เป็ผู้เปิดลมปราณโดยธรรมชาติ แต่น่าเสียดายที่ประสบภัยร้ายตอนเกิดมา เส้นลมปราณทั้งแปดในร่างกายของเ้าััได้ถึงหายนะจากภายนอก จึงซุกซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกายเพื่อปกป้องร่างของเ้า ดังนั้นตลอดหลายปีมานี้ต่อให้อายุของเ้าถึง่ที่เส้นลมปราณต้องปรากฏ แต่เส้นลมปราณทั้งแปดในร่างกายเ้าก็ยังคงไม่ปรากฏขึ้นอยู่ดี” ผู้เฒ่าชุดดำมองโจวหยวนที่มีสีหน้าตื่นเต้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“แม้เส้นลมปราณทั้งแปดจะซุกซ่อนอยู่ แต่ยังสามารถรับรู้ถึงวิกฤตได้ ดังนั้นหากคิดจะกระตุ้นสิ่งเหล่านี้อีกครั้งมีเพียงต้องทำให้ร่างของเ้าตกอยู่ในสภาวะใกล้ตาย จึงจะบีบให้เส้นลมปราณทั้งแปดปรากฏขึ้นมาได้”
ผู้เฒ่าชุดดำเงยหน้าขึ้น พูดเสียงราบเรียบว่า “อย่าคิดว่าลมหายใจแห่งความตายเมื่อสักครู่นี้เป็เื่หลอก หากสุดท้ายเ้าไม่อาจกระตุ้นการป้องกันของเส้นลมปราณได้ ถึงตอนนั้น...เ้าก็จะตายจริงๆ”
ขณะที่โจวหยวนกำลังตื่นเต้น พอได้ยินเช่นนี้ร่างกายก็สั่นเทิ้มขึ้นทันที เขามองผู้เฒ่าชุดดำด้วยความใ เมื่อนึกถึงลมหายใจก่อนตายที่ผ่านมาไม่นานสีหน้าจึงซีดลงไปบ้าง
แม้เขาจะมีลางสังหรณ์บางอย่าง แต่หากช้าไปเพียงครู่เดียว เกรงว่าเขาคงต้องตายจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าวิธีที่ผู้เฒ่าชุดดำใช้กระตุ้นเส้นลมปราณในร่างกายให้ปรากฏขึ้นอีกครั้งนั้นเต็มไปด้วยความอันตรายสุดขีดเพียงใด
“ทำไม? จะโทษข้าว่าไม่ได้บอกเื่นี้ก่อนหรือ? ” ผู้เฒ่าชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม
โจวหยวนสูดลมหายใจเข้าลึก ส่ายหัวแล้วพูดช้าๆ ว่า “เพียงเริ่มการฝึกเปิดลมปราณได้ ต่อให้ต้องเผชิญภยันตรายร้ายแรงข้าก็จะทำ ดังนั้นจะรู้ก่อนหรือไม่ล้วนมิได้สำคัญ เพียงแต่พอลองนึกดูแล้วก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้างเท่านั้นเอง”
ผู้เฒ่าชุดดำพยักหน้ากล่าวชื่นชม “เด็กน้อยอย่างเ้า อายุยังไม่มาก อุปนิสัยนับว่าไม่เลว”
“แต่ตอนนี้แม้พบเส้นลมปราณทั้งแปดแล้วเ้าก็อย่าได้รีบดีใจเกินไป เดิมทีเ้าเคยเปิดลมปราณทั้งแปดเส้นได้แล้ว แต่ด้วยการซุกซ่อนของเส้นลมปราณมาตลอดหลายปีเส้นลมปราณทั้งแปดจึงถูกปิดผนึกอีกครั้ง ดังนั้นเ้าต้องเริ่มฝึกใหม่ั้แ่ต้นเพื่อเปิดเส้นลมปราณใหม่ทั้งหมด จึงจะก้าวข้ามสภาวะเปิดลมปราณสู่สภาวะหล่อเลี้ยงพลังได้”
“ยิ่งกว่านั้น สภาพของเ้าเช่นนี้ย่อมเปิดเส้นลมปราณได้ยากเย็นกว่าคนทั่วไป เพราะตอนแรกเส้นลมปราณทั้งแปดในร่างกายปิดผนึกเพื่อหลีกเลี่ยงภัยร้าย ดังนั้นระดับความยากในการเปิดเส้นลมปราณย่อมมากกว่าคนอื่น” ผู้เฒ่าชุดดำส่ายหัวแล้วกล่าว
โจวหยวนได้ยินเช่นนั้นคิ้วจึงขมวดขึ้นเล็กน้อย แต่ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว “แต่อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็มีหวังมากกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่หรือ”
ถึงสถานการณ์ตอนนี้จะย่ำแย่แค่ไหน ก็คงไม่แย่ไปกว่าการหาลมปราณทั้งแปดไม่พบหรอก เปิดลมปราณยากกว่าแล้วอย่างไร ก็ยังนับว่ามีความหวังไม่ใช่หรือ
ด้านหลังผู้เฒ่าชุดดำ หญิงสาวชุดสีฟ้าหนีบทุนทุนออกมาจากโอ่งน้ำก่อนจะสะบัดเล็กน้อย แลเห็นแสงสีแดงส่องขึ้นบนตัวอสูรน้อยทำให้หยดน้ำทั้งหมดระเหยออกไปหมดจนสะอาด จากนั้นนางจึงอุ้มอย่างชอบใจ
นางยื่นมือลูบอสูรน้อยเบาๆ ด้วยสายตานิ่งเฉย เวลานี้มองมาที่โจวหยวนหลายครั้ง เผยให้ว่านางประหลาดใจเล็กน้อยกับความหลงใหลในการฝึกลมปราณของเขา
“ไม่อาจฝึกการเปิดลมปราณได้ก็ไม่เห็นเป็ไร ข้าก็ใช้พลังหยวนไม่ได้เช่นกัน” ริมฝีปากแดงขยับ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
หญิงสาวชุดสีฟ้าเผยให้เห็นว่าเป็คนที่ค่อนข้างเ็า สำหรับคนหรือสิ่งของที่นางไม่สนใจแล้ว กระทั่งมองดูก็คงไม่อยากเบนสายตามอง เวลานี้ถ้อยคำนี้เอ่ยขึ้นย่อมหมายถึงการปลอบใจอยู่บ้าง
โจวหยวนมองนางด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย ผู้หญิงชุดฟ้าเบื้องหน้านี้ก็ใช้พลังหยวนไม่ได้อย่างนั้นหรือ
“ฮ่าๆ ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่างเยาเยาจึงไม่อาจใช้พลังหยวนได้” ผู้เฒ่าชุดดำข้างกายยิ้มร่า พูดจาหยอกล้อโจวหยวนทันที “แต่เ้าอย่าได้ดูแคลนนาง ความสำเร็จทางอักขระหยวนของนางข้าถ่ายทอดให้จนหมด อย่าคิดว่านางอายุใกล้เคียงกับเ้า แค่ความสำเร็จด้านอักขระหยวนนางก็เพียงพอที่จะเป็อาจารย์ของเ้าแล้ว”
“หือ?”
แววตาโจวหยวนเต็มไปด้วยความฉงน หญิงสาวชุดฟ้าที่อยู่เบื้องหน้าสำเร็จวิชาอักขระหยวนขั้นลึกล้ำแล้ว สิ่งนี้เป็เื่ที่คาดไม่ถึง
“แต่เ้าก็อย่าได้ดูแคลนตัวเอง ตอนนี้แน่นอนว่าความยากในการเปิดลมปราณนั้นยากขึ้น แต่ถึงสูญเสียก็ย่อมได้รับกลับมา ดังนั้นการเปิดลมปราณทุกหนึ่งครั้งข้อดีที่ได้รับก็ย่อมแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป” ผู้เฒ่าชุดดำยิ้ม
โจวหยวนสายตาเป็ประกาย เขาทราบว่าการเปิดเส้นลมปราณทุกครั้งสภาพร่างกายของตนจะยกระดับขึ้น จากที่ผู้เฒ่าชุดดำพูด หมายความว่าเมื่อเขายกระดับขึ้นก็จะยิ่งแกร่งกว่าคนอื่น ดูเหมือนแม้การเปิดลมปราณจะยากกว่าเดิมแต่ก็ยังพอรับได้อยู่
โจวหยวนครุ่นคิดทบทวนในใจรอบหนึ่ง ก่อนจะหันมองไปยังผู้เฒ่าชุดดำทันที กล่าวอย่างขื่นขมว่า “ผู้าุโ แม้ตอนนี้จะเริ่มฝึกการเปิดเส้นลมปราณได้ แต่ถึงอย่างไรก็ช้ากว่าคนอื่นหนึ่งก้าว กว่าจะถึงระดับที่ปกป้องพี่เยาเยาได้ กลัวว่าจะใช้เวลาไม่น้อย”
ผู้เฒ่าชุดดำจ้องมองโจวหยวนด้วยท่าทีเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “เ้าเด็กนี่พูดจาอ้อมค้อม ้าจะสื่ออะไร”
โจวหยวนยิ้มร่าแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านผู้าุโ ทำดีอย่าได้ทำครึ่งๆ กลางๆ โปรดประทานลิขิตชะตาให้ข้าน้อยด้วยได้หรือไม่”
ผู้เฒ่าชุดดำเบื้องหน้าท่านนี้ลึกล้ำเกินคาดเดา ตามการประเมินของโจวหยวน เกรงว่าพลังของผู้าุโตอนนี้จะไปถึงระดับที่ยากเกินคาดคิดได้ อย่างน้อยก็คงเหนือกว่าเสด็จพ่อโจวฉิงไปไกลแสนไกล
โดยปกติด้วยตัวตนของโจวหยวนตอนนี้เกรงว่าคงจะไม่สามารถเข้าถึงผู้แข็งแกร่งระดับนั้นได้ ในเมื่อตอนนี้มีโอกาส โจวหยวนย่อมอยากกุมสิ่งที่ดีที่สุด
นั่นก็คือลิขิตชะตา
พอผู้เฒ่าชุดดำได้ยินจึงยิ้มร่า “เ้าเด็กจอมลื่นไหล ไม่คิดว่าจะละโมบเช่นนี้”
โจวหยวนสังเกตอย่างเฉียบแหลมว่าไม่มีความโกรธในถ้อยคำของผู้เฒ่าชุดดำ จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ไม่ใช่ว่าเพื่อให้ผู้น้อยทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีหรือ ไม่อย่างนั้นหากประสบภัยร้ายจริง แขนขาบอบบางอย่างข้า นอกจากตายต่อหน้าพี่เยาเยาแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรอีก”
เขาทำท่าทีฝืนทน ใบหน้าเยาว์วัยนั้นออกจะติดตลกอยู่บ้าง เยาเยาที่อยู่ข้างกายอดยิ้มไม่ได้ แววตาสั่นไหว เ้าเด็กนี่ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
“ปู่เฮย หากท่านไม่อยากให้กลายเป็เขาที่รั้งขาข้าไว้จนต้องให้ข้าปกป้องเขาก็รับปากไปเสียเถอะเ้าค่ะ” เยาเยาลูบทุนทุนเบาๆ ริมฝีปากแดงขยับเอ่ยถ้อยคำออกมา
พอโจวหยวนได้ยินก็มองนางด้วยความประทับใจทันที จากนั้นหญิงสาวก็ยังคงมีท่าทีเ็าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้เฒ่าชุดดำลูบเครา แววตาค่อยๆ เป็ประกาย ตกอยู่ในภวังค์นิ่งเงียบราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “เยาเยา ที่เ้าพูดก็ไม่ผิด หากเ้าเด็กนี่อ่อนแอเกินไปก็คงสร้างปัญหาให้เ้า”
เขาจ้องมองโจวหยวนด้วยแววตาอ่อนแสง แล้วกล่าวช้าๆ ว่า “แต่วิชาของข้า ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก”
ด้วยความฉลาดของโจวหยวน เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้เขาก็คุกเข่าลงคำนับทันที “ศิษย์โจวหยวน คารวะท่านอาจารย์!”
“เฮ้ย เ้าเด็กนี่ ช่างรวบรัดตัดตอนเสียจริง” ผู้เฒ่าชุดดำถอนหายใจกับการกระทำตรงไปตรงมาของโจวหยวน เขาเพียงคลายน้ำเสียงลง สุดท้ายปรากฏว่าเ้าเด็กนี่กลับเริ่มคารวะกราบไหว้เขาเป็อาจารย์ เ้านี่ช่างฉวยโอกาสจนคุ้นเคยเสียจริง
ผู้เฒ่าชุดดำส่ายหัวแล้วถอนหายใจทันที “แต่ได้พบเจอกันที่นี่ก็นับว่ามีชะตาต้องกัน แม้เด็กน้อยอย่างเ้าจะมาเพื่อวิชาของข้า แต่ศิษย์นี้ ข้าจะรับไว้ก่อนชั่วคราว”
โจวหยวนได้ยินเช่นนั้นก็พลันดีใจ คำนับคารวะลง
ผู้เฒ่าชุดดำมองโจวหยวนคำนับจนเสร็จ แววตามีอายุก็เปลี่ยนไปเป็อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ในเมื่อเ้าเต็มใจยอมรับความเหี้ยมโหด ข้าก็จะไม่เกรงใจ”
“ตอนนี้เส้นลมปราณของเ้าปรากฏขึ้นแล้ว ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดดึงพลังให้เ้า”
ขณะที่ยังอยู่ในสภาวะเปิดลมปราณในร่างกายจะกักเก็บพลังหยวนไม่ได้ ดังนั้นจึงฝึกวรยุทธ์ที่แท้จริงไม่ได้ เพียงฝึกเคล็ดดึงพลังรอจนกระทั่งลมปราณทั้งแปดเปิดออก เมื่อก้าวเข้าสู่สภาวะหล่อเลี้ยงพลังก็จะฝึกวรยุทธ์ได้ตามปกติ
ปลายนิ้วผู้เฒ่าชุดดำมีแสงปรากฏขึ้น ราวกับมีอักษรจำนวนมากมายไหลผ่าน จากนั้นปลายนิ้วของเขาก็จิ้มมาที่หว่างคิ้วของโจวหยวน
ตึ้ง!
ทันทีที่ปลายนิ้วััหว่างคิ้ว โจวหยวนก็ััได้ว่าหัวสมองตึงขึ้น จากนั้นมีข้อมูลจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาจนสมองของเขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย
สติเลอะเลือนได้ไม่นานก็จางหายไป โจวหยวนค่อยๆ ลิ้มรสข้อมูลที่ปรากฏในหัวสมอง
เคล็ดดึงพลัง เคล็ดัดูดพลัง
ชื่อของเคล็ดดึงพลังนี้เรียกว่าเคล็ดัดูดพลัง ฟังดูน่าเกรงขาม ไม่รู้ว่าฝึกแล้วผลจะเป็เช่นไร แต่ได้มาจากผู้เฒ่าชุดดำย่อมไม่ใช่ของธรรมดา
ผู้เฒ่าชุดดำดึงนิ้วกลับ จ้องมองโจวหยวนพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเห็นว่าเ้าเคยวาดอักขระหยวนบนร่างกายมาก่อน เ้าสนใจวิถีนี้งั้นรึ”
โจวหยวนพยักหน้า กล่าวจริงจัง “วิถีอักขระหยวนลึกล้ำกว้างใหญ่ ไม่อาจดูแคลนได้”
สองปีมานี้เขาฝึกฝนอักขระหยวนจนชำนาญ ััได้ถึงความร้ายกายลึกล้ำของอักขระหยวน วิถีอักขระหยวนมีมากมายหลายรูปแบบ ด้วยพลังเล็กน้อยก็สร้างอักขระหยวนลึกลับและะเิพลังรุนแรงออกมาได้
แต่สิ่งที่น่าเสียดายคืออักขระหยวนไม่อาจทำจนแปรสภาพร่างกายได้ ยิ่งกว่านั้นยังลึกลับยิ่งนัก หากอยากสำเร็จจำเป็ต้องสูญเสียพลังจิต ดังนั้นปรมาจารย์หยวนหลายคนจึงต่างดูแคลนวิถีเล็กๆ นี้ จนขาดการฝึกฝน
ผู้เฒ่าชุดดำได้ยินถ้อยคำของโจวหยวนก็พยักหน้าเห็นพ้อง กล่าวว่า “ผู้คนมักโง่เขลา ดูแคลนวิถีเล็กน้อยของอักขระหยวน และเบื่อหน่ายการใช้จิตที่ยากเกินจะเข้าใจ แต่หารู้ไม่ว่าวิถีแห่งอักขระหยวนนั้นสำคัญที่จิติญญา ถ้าฝึกจิตได้ก็จะเกื้อหนุนวิถีแห่งปรมาจารย์หยวน”
โจวหยวนเห็นผู้เฒ่าชุดดำกำลังพูดเื่อักขระหยวนก็ยิ้มภูมิใจอยู่บ้าง ในใจรู้ดีว่าอักขระหยวนของผู้เฒ่าชุดดำนี้ย่อมมีความสำเร็จไม่ธรรมดา
“ข้าเห็นจิติญญาของเ้าเปี่ยมด้วยพลัง พูดแล้วก็พอมีพร์เื่อักขระหยวนอยู่บ้าง ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดฝึกจิติญญาให้หนึ่งบท”
ผู้เฒ่าชุดดำยิ้ม ชั่วประเดี๋ยวต่อมาดวงตาของเขาก็มีแสงะเิออกพุ่งเข้าใส่ดวงตาของโจวหยวน
เสียงคำรามดังสนั่นในหัวโจวหยวนราวกับมีระฆังดังกังวานไปมา ตัวอักษรโบราณนับไม่ถ้วนไหลผ่านดวงตาจนค่อยๆ สงบลง ตัวอักษรเหล่านี้ไหลผ่านเข้าไปในจิตใจของเขา
“เคล็ดตรึกตรองจิตสับสน...”