บทที่
1
เขาอยู่ตรงโน้น ที่สิบสองนาฬิกา กำลังเดินตรงเข้ามาเรื่อย ๆใจเธอเต้นไม่เป็ส่ำ เพราะรัศมีความหล่อของเขา มันแผ่กระจายมาั้แ่ร้อยเมตรโน่นจนเกิดความลังเลแล้วคิดหันหลังกลับ แต่ทว่า... เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ความตั้งใจทั้งหมดที่แบกมาั้แ่เมื่อคืนล่ะเธอจะยอมเสียเวลางุ่มง่ามใบหน้ามันเยิ้มอยู่หน้าเตาไฟได้ยังไงกัน
เมื่อคิดดังนั้นแหนมจึงยืนหยัดรอคนซึ่งหมายปองอย่างมุ่งมั่น สองมือถือกล่องขนมกระชับแน่นรอจนร่างสูงเข้ามาใกล้ในระยะหนึ่งเมตร จึงรีบยื่นออกไปสุดแรงเกิด
“ของคุณค่ะ!” เธอบอก แล้วฉีกยิ้ม
หากแต่เขาไม่ได้สนใจแล้วทำท่าจะเดินผ่านเธอไปเสียอย่างนั้น
เมื่อเห็นว่ากำลังจะพลาดจากเป้าหมายแหนมรีบหมุนตัวหันขวับ แล้วร้องเรียกเขาเต็มเสียง “คุณโอมคะ!”
เ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับมา มือข้างหนึ่งของเขาแนบอยู่ข้างหู ส่งแววตาสงสัยตอบกลับมาแล้วชี้ที่หน้าตัวเอง
หญิงสาวผงกหัวหงึกแล้วยื่นกล่องไมตรีไปให้อีก ขณะอีกฝ่ายเอียงคองุนงงก่อนจะรับไปอย่างเก้อๆ
“สุขสันต์วันเกิดค่ะ” เธอกล่าว
เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มจึงเข้าใจ เขาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ขณะที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่แต่ทว่าไม่ทันระวังกับคนซึ่งเดินสวนมาจากด้านหลัง พุ่งชนร่างของเขาอย่างไม่แรงมากนักแต่ก็ทำให้กล่องขนมในมือล่วงลงกับพื้นได้ชายซุ่มซ่ามถลาก้าวมาเหยียบขนมเสน่ห์จันทร์ที่เธออุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนทำให้เขาซ้ำไปอีกจนบี้เละไม่เป็ชิ้นดีอยู่บนพื้น
ภาพนั้นช่างกรีดใจจนแหนมต้องอ้าปากค้างยกมือขึ้นทาบอกหากแต่สิ่งที่ทำให้เธอเ็ปแสนสาหัสราวคมมีดหลายพันเล่มกระหน่ำแทงเข้าที่หัวใจคือโอมไม่ได้แยแสหรือแสดงความรู้สึกต่อความตั้งใจของเธอซึ่งเหลวแหลกอยู่บนพื้นนั้นเลยแม้แต่น้อยเขากลับเพียงปรายตามองมันด้วยความไร้ค่า ก่อนใครบางคนจะเดินแทรกเข้ามาอีก
“ซันนี่...”แหนมมองผู้หญิงอีกคนด้วยความเจ็บช้ำ
โอมฉีกยิ้มกว้างให้หล่อนก่อนทั้งคู่จะหายไปด้วยกัน
นั่นมันมากเกินทนแล้ว! ทำไมเขาถึงได้ปฏิบัติกับหัวใจของเธอทารุณอย่างนี้หัวใจของเธอมันดูไร้ค่าขนาดนั้นเชียวหรือ
แหนมครวญในใจอย่างพ่ายแพ้
เขาไม่สนใจเธอด้วยซ้ำไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย ไม่เลย... แม้เพียงสักนิด ทั้งที่เธอแอบเฝ้าดูเขามานานแล้วแม้ใครๆ ต่างก็ปรารถนาผู้จัดการฝ่ายการตลาดสุดสมาร์ทคนนี้แต่เธอจะไม่มีสิทธิ์นั้นหรือ เื่หัวใจห้ามกันได้เสียที่ไหนเมื่อเธอก็ตกหลุมรักเขาเพียงแรกเห็นเหมือนกันเสน่ห์ดึงดูดทางเพศของโอมนั้นช่างล้นหลาม เธอจึงยอมแม้ใครจะกล่าวหาว่าเธอตกเป็เหยื่อรูปลักษณ์ภายนอกของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นเอง
ก็จะไม่ให้หัวใจหวั่นไหวได้ยังไงตัวเขาสูงราวร้อยแปดสิบ ไม่ใช่แค่สูงปอดเดินโซเซเป็ผีเปรต แต่ทุกสัดส่วนนั้นตราตรึงด้วยมัดกล้ามลีนๆดูเป็สปอร์ตแมนที่รักสุขภาพคนหนึ่งทีเดียวเมื่อต้องมาอยู่ในชุดสูทกางเกงสแล็กแล้วยิ่งกระตุ้นเร้าให้เขาดูเป็ผู้ชายที่สง่าขึ้นไปอีกหนำซ้ำผิวพรรณของเขาก็ขาวใสและเนียนเกลี้ยง เนื้อตัวหอมฟุ้งเพียงเดินผ่านใบหน้าเรียวยาว คิ้วเข้มได้รูป จมูกโด่ง ตาคมกริบ ปากกระจับเพียงแค่นี้เขาก็มัดหัวใจผู้หญิงทั้งองค์กรได้แล้ว...
แต่เห็นทีจะไม่มีใครมัดใจเขาได้เลยสักคน นอกจากยัยซันนี่!
แม้จะยังไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนแต่ใครๆ ก็รู้ว่าซันนี่ให้ท่าเขามากขนาดไหนแล้วดูเหมือนโอมเองก็จะหลงมารยาหล่อนเสียด้วยดังนั้นซันนี่จึงตกเป็ศัตรูตัวฉกาจของทุกคน รวมทั้งเธอเองด้วย
หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนนี้ไม่มีอะไรอัพเดตเลยมันนิ่งค้างที่หน้าแบบฟอร์มการจัดซื้อมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วขณะที่เ้าของก็นั่งเท้าคางเหม่อลอยราวค้นไร้สติโดยแม้ผู้จัดการมายืนอยู่ข้างหลังเธอก็ยังไม่รู้ตัว
“คุณรณวีย์คะเห็นทีเราจะต้องคุยกันซักหน่อยแล้วค่ะ”
คุณถูกเรียกยังคงนิ่ง
“คุณรณวีย์คะ!” กระทั้นเสียงเพื่อเพิ่มน้ำหนัก เร้าให้หญิงสาวกระวีกระวาดตื่นจากภวังค์“ได้ยินดิฉันมั้ยคะคุณรณวีย์”
แหนมกะพริบตาปริบๆ “ได้ยินค่ะ”
“ได้ยินว่า” คนเรียกเลิกคิ้วย้อนถาม
“ก็...” หญิงสาวทำอึกอักเพราะเธอได้ยินเสียที่ไหนกันเล่า สุดท้ายจึงต้องสารภาพอย่างทนรับสภาพตัวเองไม่ได้“โธ่... คุณพี่พุทธชาดคะ ฉันไม่ได้ยินคุณพี่หรอกค่ะ ด้วยความเคารพ”
“ก็แล้วเหม่ออะไรอยู่ล่ะจ๊ะ”
แหนมหน้างอแล้วถอนหายใจ แต่ไม่ยอมตอบหันกลับมาหน้าคอมพิวเตอร์ทำแก้มป่อง
“ดูมีเื่เครียดๆ นะคะถ้างั้นเชิญเข้าพบดิฉันเป็การส่วนตัวหน่อยค่ะ” คนเป็เ้านายออกคำสั่งด้วยยิ้มตรึงมุมปากก่อนจะส่ายก้นเล็กๆ ในกระโปรงทรงสอบสีกรมท่ากลับเข้าห้องตัวเองไป
แหนมขยับลุกอย่างนวยนาดเดินตามไปด้วยหัวไหล่ห่อเหี่ยว เวลานี้เธอไร้ซึ่งแรงกำลังในการทำงานกลายเป็ผักใบเหลืองที่รอวันแห้งกรอบคาต้นอย่างไร้ประโยชน์จริงๆ
“รู้อะไรมั้ยว่าการที่บริษัทั์ใหญ่อย่างที่นี่ อุตส่าห์รับเธอเข้าทำงานนั้นน่ะมันเป็เื่ที่น่ายินดีขนาดไหน คุณก็คงจะทราบดีนะคะคุณรณวีย์”หญิงกลางคนร่างผอมเกร็งใบหน้าตอบเ้าของผมหน้าม้ากล่าว “อย่าทำให้ความพิเศษนั้นมันหมดลงด้วยการอู้งานสิคะ เวลาเป็เงินเป็ทองนะคะ ล่าช้าเพียงนาทีเดียวหมายถึงความเสียหายมหาศาล”
คนยืนฟังถอนหายใจกลอกตาไปทางซ้ายในองศาที่สี่สิบห้าอย่างเหนื่อยหน่าย
“ดิฉันเพียงแต่อยากเรียกคุณมาตักเตือนค่ะให้มีสติสตางค์อยู่กับเนื้อกับตัวหน่อยก็ดีนะคะ”
“คงยากล่ะค่ะพี่พุทธ”
“ทำไมล่ะคะคุณรณวีย์”
“ไหนๆ ก็คงทำงานต่อไม่ได้ขอลางานครึ่งวันหลังอย่างไม่มีเหตุผลนะคะพี่พุทธ จะแจ้งขาดงานทั้งวันก็ได้ค่ะไม่ว่ากัน” พูดจบแหนมก็เดินออกจากห้องโดยไม่สนใจว่าคนข้างหลังจะพยายามละล่ำละลักพูดอะไรกับเธออีก
วันนี้เธอจะไม่ทนอีกแล้วใครจะไปมีกระจิตกระใจทำงานได้ ถูกย่ำยีหัวใจเสียขนาดนั้น
หญิงสาวพาตัวเองกลับอะพาร์ตเมนต์แล้วนอนซึมกระทืออยู่บนเตียงอย่างไร้ชีวิตชีวาจนกระทั่งเพื่อนรักของเธอบุกมาถึงที่ห้อง
“แกเป็อะไรของแก”แพทร้องถามหน้าตาตื่นเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก “ฉันรู้มาจากพี่พุทธชาดว่าแกขอกลับบ้านมาซะเฉยๆ เป็อะไรรึเปล่า” ว่าพลางใช้หลังมือแตะหน้าผากเพื่อนหากแต่เ้าของห้องก็ลุกหนี แล้ววกกลับมาทิ้งตัวลงบนเตียงตามเดิม ไม่รอช้าเ้าหล่อนรีบก้าวตามไปโดยไว “เกิดอะไรขึ้น แกควรเล่าให้ฉันฟังนะ” แพทบอกแล้วแตะต้นแขนอีกฝ่ายซึ่งนอนหันหลังให้
แหนมเอียงหน้ามาเล็กน้อย“ฉันถูกทำร้าย” เธอคราง
“ใครทำร้ายแก!” คนฟังร้องถามเสียงตระหนกอีก
“โอม...” ตอบน้ำเสียงอู้อี้
“โอมเขาย่ำยีอะไรแก บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!”
แหนมทำแก้มป่องพองลมก่อนจะผินตัวมาหาเพื่อนรัก แล้วทำตาหงอยๆ “เขาแค่ทำร้ายจิตใจฉัน”
แพทถอนหายใจดังฮื่อ เหล่ตามองคนซึ่งนอนรวยรินข้างกายอย่างระอา“แค่ทำร้ายจิตใจเองเหรอ”
“เื่ของจิตใจมันสำคัญที่สุดไม่ใช่รึไง”
“งั้นเล่ามาซะที ฉันอยากรู้ว่าเจอมาระดับกี่ริกเตอร์ แกถึงได้ต้องเสียงานเสียการขนาดนี้”
คนถูกถามทำงึมงำ “วันนี้วันเกิดเขา”
“แล้ว” แพทรอฟัง
“ก็แล้ว...” แหนมลังเลที่จะเล่าเพราะรู้สึกเขิน
“ฉันคิดว่าที่ผ่านมาเราคุยกันทุกเื่ซะอีก”อีกฝ่ายทำสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ “และฉันก็รู้ว่าแกปลื้มปริ่มกับนายโอมนั่นมาก”
แหนมถอนใจมันยากที่จะปริปากออกไปจริงๆ นี่นา “ฉันก็ให้ของขวัญเขา” เธอยอมบอก
“เป็อะไร”
“นี่ตกลงว่าแกไม่ได้เป็พนักงานฝ่ายการตลาดแต่เป็ดีเอสไอใช่มะ” หญิงสาวร้องแหวอย่างเหลืออด
“ก็แกไม่ยอมเล่ามาทีเดียวให้มันจบๆนี่หว่า ฉันก็เลยต้องมานั่งจี้แบบนี้” แพทย้อน
“ฉันก็ให้ของขวัญเขาเป็ขนม”แหนมเผยข้อมูลต่ออย่างรำคาญ “ขนมไทยด้วย ทำเองด้วย ตั้งใจทำมากด้วย”
“แล้วยังไงพอเขาได้รับไปก็ดีใจมากเลยใช่มะ มีอะไรน่าเสียใจอีกล่ะ”
“ก็พอจะเล่าให้จบแกก็แทรก”
แพทห่อไหล่ กลอกตาแล้วเลือกที่จะนั่งเงียบๆ ไม่ตอบโต้หรือโพล่งขัดอะไรอีก ขณะที่แหนมก็เล่าต่อจนจบกระบวนความก่อนจะโผเข้าไปซุกหน้ากับอกเพื่อนอย่างเจ็บช้ำ
“จี๊ดเลยสิ”เพื่อนรักแสดงสีหน้าเข้าใจ
คุณนายโฮผงกหัวหงึก
“บางทีมันคงเป็แค่อุบัติเหตุ”
“ฉันก็คิดอย่างนั้น” แหนมคราง
“แล้วเขาก็รีบมากไม่ใช่เหรอแกบอกว่าเขาคุยโทรศัพท์อยู่ด้วย”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนแล้วพยักหน้ามองตาปริบๆ
“สรุปแล้วก็คือความไม่ตั้งใจเขาคงไม่ได้คิดจะเหยียบย่ำหัวใจแกอย่างที่ว่ามาหรอกน่า” แพทพยายามปลอบประโลมเพื่อน
“แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยิ้มระรื่นให้ซันนี่นะ”แหนมเบี่ยงประเด็น
“มีใครบ้างไม่ยิ้มให้ยัยนั่น ไม่สิมีผู้ชายคนไหนบ้างไม่ยิ้มระรื่นให้ยัยนั่น”
แหนมคิดตาม แล้วค่อยเบาใจ“ซันนี่นางสวยจริงๆ นั่นแหละ”
“พูดอีกก็ถูกอีกไม่รู้ว่าหล่อนทำบุญด้วยอะไร หรือกินผักกินหญ้าเป็อาหารหลักรึยังไงถึงได้ดูดีเจิดจรัสขนาดนั้น” แพทวิจารณ์อย่างออกรส “นอกจากหุ่นดีแล้วต้องยอมรับเลยว่ายัยนั่นบุคลิกดีสุดๆ”
คนฟังผงกหัวตาม “สวยเริ่ดเชิดมั่นไม่ใช่ซันนี่ ทำไม่ได้จริงๆ”
“แต่ผู้หญิงก็เกลียดนางทั้งบริษัทเอาใหม่ๆ เกลียดคงรุนแรงเกินไป เพียงแต่ไม่ชอบหน้า”
“รวมถึงแกด้วยรึเปล่าล่ะแพท”แหนมย้อนถาม
“อย่าบอกนะว่าแกรู้สึกดีกับยัยซันนี่”คนถูกถามย้อนต่ออีก
แหนมย่นคิ้วแล้วเบ้ปาก
“หล่อนเป็ที่อิจฉาของผู้หญิงหลายคนเพราะความสวยและเลอค่า อีกอย่างความมั่นใจก็ไม่เป็รองใครซะด้วยจะได้ใจโอมไปก็คงไม่แปลก” แพทว่า
ซึ่งนั่นเร้าให้เพื่อนของเธอต้องก้มมองสำรวจสารร่างของตัวเอง
“โธ่ ยัยแหนมอย่าทำท่าเสียความมั่นใจขนาดนั้นสิ”
“แล้วฉันควรจะมีหวังอยู่มั้ย”ขอความเห็นเพื่อนเสียงอ่อน “ฉันไม่มีอะไรสู้ยัยซันนี่ได้เลยซักอย่าง สูงรึ ไม่...”ส่ายหน้า “ฉันสูงแค่ร้อยหกสิบ หนักห้าสิบ โอ้พระเ้า...” แหนมซุกหน้าลงกับฝ่ามือ“ฉันมันแหนมสมชื่อ แถมหน้าตาก็ไม่ได้สวยใสสไตล์เกาหลีติดเทรนต์” เธอคราง
แพทยกมือแตะไหล่กลมกลึงของเพื่อนสาวอย่างให้กำลังใจ“อย่าหมดหวังด้วยเื่แค่นี้สิ”
“เื่แค่นี้ของแกแต่มันเป็เื่ใหญ่นะ อย่างน้อยแกก็ดูสวยกว่าฉันนะแพท”
คนถูกชื่นชมยักไหล่“เื่นี้มันพูดยาก” ยิ้มกรุ้มกริ่ม หากแต่เพื่อนกลับไม่ยอมเล่นด้วย
“อุบัติเหตุคราวนี้มันอาจเกิดขึ้นเพราะ... ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยก็ได้” แหนมกล่าวอย่างยอมรับวาสนาตัวเอง
“อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ สิเพื่อน”มองสีหน้าอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ “มันจบแค่ตรงนี้ซะเมื่อไหร่กันล่ะ”
“มีหนทางรึไง” แหนมเลิกคิ้วถาม“ฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าระหว่างโอมกับซันนี่ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว”
“ยังหรอก” แพทตอบทันควัน“นี่มันเพิ่งสัปดาห์ที่สองเองนะ ที่โอมเข้ามารับตำแหน่งที่นี่ แกอย่าลืมสิ”
“ใช่...” แหนมพยักหน้า “แล้วไงต่อแค่สัปดาห์เดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับใครซักคน”
“แต่แกว่ายัยซันนี่กับโอมอยู่ระดับไหนกันล่ะ”
คนถูกถามนิ่งคิดอย่างไตร่ตรอง“ก็คงเพิ่งเริ่มต้น เพราะพวกเขายังไม่เคยกินข้าวด้วยกันซักมื้อ”
แพทดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะ “นั่นไงคนที่มีอะไรยังไงกัน เขาก็ต้องเริ่มต้นด้วยการกินข้าวด้วยกันทั้งนั้น”
“แต่ฉันไม่เห็นว่าเขาไปร่วมโต๊ะกันที่อื่นรึเปล่า”แหนมทำนึก แล้วทำไหล่ห่อ
แพทถอนใจพร้อมส่ายหน้า“หยุดคิดเลยเถิดบั่นทอนกำลังใจ”
“นี่แกกำลังคิดจะให้ฉันทำอะไร”ย้อนถามอย่างนึกระแวง
“ถามว่าฉันจะมีได้มีเสียกับเื่นี้มั้ย...ก็เปล่า” แพทยักไหล่ “แต่เพราะฉันเห็นว่าเธอเป็เพื่อนรักของฉัน ั้แ่มอปลายเราทั้งคู่รู้ความ้าของกันและกันดีทั้งใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือกันจนลืมความลำบากของตัวเองเราสองคนเป็ยิ่งกว่าพี่น้องบางครอบครัวซะอีก”
แหนมยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงวันดีๆระหว่างทั้งคู่ เพราะข้างกายของเธอนับั้แ่แตกเนื้อสาว ก็มียัยแพทผู้นี้คอยเคียงข้างแนบกายอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเข้าสู่วัยทำงานทำการก็ยังได้พบเห็นและแสดงความเป็ห่วงเป็ใยกันเสมอ เป็ความผูกพันอันบริสุทธิ์ซึ่งหาได้ยากจริงๆ
“เห็นแกเฮิร์ตจนลางานกลับมาแบบนี้ฉันว่าแกต้องแคร์เขามากๆ เพราะแกไม่เคยเป็อย่างนี้มาก่อน” นั่นก็ถูกของแพทอีกเธอยังคงใส่ใจเพื่อนเสมอ “ฉะนั้นเพื่อเป็แรงผลักดัน เติมพลังงานให้ชีวิตของแกแกก็ควรจะสู้ต่อไป”
“สู้กับใคร สู้เพื่อ” แหนมตั้งคำถามตามเพื่อนไม่ทัน
“ก็สู้เพื่อตัวแกเองที่จะได้โอมมายังไงล่ะ”
คนฟังบิดหน้าเหยเกนึกหวั่น“แกจะบอกให้ฉันเป็คู่แข่งของยัยซันนี่รึไง”
แพทสั่นหน้า “ผิดแล้ว” เธอบอก
“แล้วอะไรของแก”
“ฉันอยากให้แก นำยัยซันนี่มาเป็คู่แข่งต่างหาก”
ได้ฟังดังนั้นแหนมก็ขมวดคิ้วทำหน้าเหรอหรา “แล้วมันต่างกันยังไง”
“ไม่มีวันที่ยัยซันนี่จะมองเห็นแกเป็คู่แข่งแน่ๆ”แพทอธิบาย
ซึ่งนั่นทำให้แหนมเจ็บกระดองใจอย่างยอมรับ
“แกต้องพรากโอมออกมาจากหล่อนให้ได้แล้วพิชิตใจเขา”
“มันยาก”
“ไม่ยาก” แพทตอบไวเท่าความคิดแล้วดึงหัวเพื่อนลงมาสุม “แกเริ่มต้นถูกแล้ว แสดงตัวตนให้เขาได้เห็นว่าแกเป็ใครให้เขาได้รู้ว่าแกรู้สึกยังไง”
“มันจะดู... ร่านไปมั้ย”ถามน้ำเสียงขยาด
“ไม่...ผู้ชายสมัยนี้ไม่รุกใครก่อนก็มาก ขณะที่ผู้หญิงจะจู่โจมก่อนก็ไม่แปลกของอย่างนี้ใครดีใครได้”
“แต่ฉันไม่มีอะไรดี”
“เชื่อมั่นในตัวเองสิเพื่อนรัก แกมีดี”แพทสะกดจิต “ฉันอยากให้แกสู้ต่อไป แล้วมันจะต้องสำเร็จด้วยฉันจะรอดูวันที่แกได้นั่งกินข้าวกับโอมสองต่อสองนะ”
ความหวังนั้นทำให้ช่องท้องของสาวไม่สวยอย่างแหนมเสียววูบรู้สึกปั่นป่วนและตื่นเต้นไปหมด ราวกับมีภารกิจระดับชาติต้องกอบกู้ก็มิปาน...