บทที่ 2 มีน้องสาวแล้ว
ครอบครัวของเซียวหย่งฝูมีแต่ลูกชาย แม้กระทั่งเด็กในท้อง ท่านหมอก็ยังบอกว่าเป็เด็กผู้ชาย แต่คนในครอบครัวทุกคนปรารถนาอยากได้ลูกสาว
เซียวหย่งฝูพอได้ยินว่าเป็เด็กผู้หญิงก็ดีอกดีใจ แต่เขาก็ยังไม่ลืมว่าตอนนี้พวกตนกำลังเผชิญหน้ากับหมาป่ากว่ายี่สิบตัว
โดยเฉพาะหมาป่าที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุด ตัวที่มีสีขาวราวกับหิมะ ดูเปล่งประกายภายใต้แสงจันทร์
แต่สิ่งที่ทำให้เขางุนงงคือ ดวงตาของหมาป่าที่มองดูเด็กน้อยด้วยความรักใคร่
ต้องเป็เพราะเขาใกลัวจนตาฝาดไปแล้วแน่ ๆ
“เด็กน้อยน่ารักขนาดนี้เหตุใดถึงถูกทิ้งในป่าในเขาแบบนี้ได้ล่ะ บาปกรรมแท้ ๆ” หลินซื่อมองดูเด็กน้อยด้วยความสงสารจับใจ
เด็กน้อยถูกห่อด้วยผ้าเนื้อดี เห็นได้ชัดว่ามาจากตระกูลร่ำรวย แต่ทำไมหนอทำไม ถึงได้ทอดทิ้งเด็กทารกลงคอ!
เซียวหย่งฝูเห็นว่าหมาป่ากำลังมองเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนของภรรยา เขาค่อย ๆ ผ่อนคลายลงและหันไปพิจารณาเด็กน้อยบ้าง
ใครจะคิดว่ายิ่งมองจะยิ่งชอบ เด็กแรกเกิดหน้าตาน่ารักน่าชัง ดวงตาคู่นั้นราวกับว่าพูดได้ มันทอประกายระยิบระยับอย่างมีความสุข
“ถ้าเด็กคนนี้ถูกหมาป่าส่งมาให้พวกเราจริง ๆ เช่นนั้นก็ถือว่าเป็โชคชะตาแล้ว”
แน่นอน ตัวเ้าก้อนแป้งเองก็รู้สึกเช่นกันว่ามันคงเป็โชคชะตาของพวกเรา รวมไปถึงโชคชะตาของเด็กที่อยู่ในท้องของหลินซื่ออีกคนด้วย
หลินซื่ออยู่กินกับสามีมาเกือบยี่สิบปี นางเข้าใจทันทีว่าสามีหมายความว่าอะไร
นางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “เช่นนั้น เด็กคนนี้ก็ถือว่าเป็ลูกสาวของพวกเราแล้ว”
“ดีเลย ในที่สุดข้า เซียวหย่งฝูก็มีลูกสาวแล้ว ฮ่า ๆ ๆ... เ้าเป็อะไรไป” หลังจากหัวเราะไปสองคำเขากลับพบว่าสีหน้าของหลินซื่อดูไม่สู้ดีนัก
ใบหน้าของหลินซื่อซีดเซียวและกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเทา “ข้า… ข้าคิดว่าข้ากำลังจะคลอด”
เมื่อได้ยินว่าหลินซื่อกำลังจะคลอด เซียวหย่งฝูก็ตื่นตระหนกทันที ตอนนี้รอบตัวเขาไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีร้านค้า อีกทั้งประตูเมืองก็ปิดไปแล้ว
ตำแหน่งของทารกในครรภ์ของหลินซื่อยังคงไม่ได้รับการแก้ไข เดิมทีสมควรจะต้องพักอยู่ในเมืองหนึ่งคืน
แต่ด้วยกลัวสิ้นเปลืองเงินทองและกฎห้ามออกจากเคหายามวิกาล จึงทำได้เพียงกลับหมู่บ้านไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้าเมืองใหม่ แต่ใครจะคิดว่าจะมาคลอดเอาวันนี้!
เซียวหย่งฝูเร่งเก็บตะกร้าบนพื้น แล้วโยนมันไปบนเกวียน ก่อนจะดึงเกวียนขึ้นแล้วรีบไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่ไม่ว่าเขาจะวิ่งไวแค่ไหน เขาก็วิ่งได้เพียงกำลังสองขาเท่านั้น และหลังจากเหน็ดเหนื่อยในการทำธุระปะปังมาทั้งวัน แรงของเขาก็หมดไปตั้งนานแล้ว
ขณะนั้น หลินซื่อมีอาการเจ็บท้องคลอด และกรีดร้องไม่หยุด
ถึงกระนั้นนางก็ยังอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขนแน่น เพราะกลัวว่าจะกระเทือนเอาได้
เ้าก้อนแป้งััได้ถึงความเครียดและความเ็ปของหลินซื่อ พลางมองใบหน้าอิดโรยตรงหน้าด้วยความสงสาร
ว่าแล้วแขนเล็ก ๆ ที่โผล่พ้นห่อผ้า ก็ได้กวัดแกว่งไปมา
ยามนี้เ้าก้อนแป้งรู้สึกไม่พอใจ ท่านแม่ของข้ากำลังจะคลอดลูก พวกเ้ายังจะเอาแต่ยืนดูอยู่อีกหรือ พวกกินข้าวแห้ง*[1]!
ฝูงหมาป่า : แต่คืนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ…
ในขณะนี้เทพัถือเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด หมาป่าสองตัวที่อยู่ไม่ไกลจึงวิ่งตะบึงเข้ามาหาเซียวหย่งฝูพลางส่งสายตาให้คนหลีกทางไป
เซียวหย่งฝูตกตะลึงกับสายตาของหมาป่าไปชั่วขณะ แต่เขาก็เข้าใจความหมายของมันได้ทันที
เขาพยักหน้าหงึก ๆ แล้วพูดว่า ‘อืม’ ออกมาคำหนึ่ง ก่อนนั่งลงบนเกวียน
หลังจากหมาป่าทั้งสองเห็นคนนั่งมั่นคงแล้ว พวกมันก็คาบเชือกไว้ในปากแล้วออกวิ่งไปข้างหน้า พอพวกมันเหนื่อยก็สับเปลี่ยนกับหมาป่าตัวอื่น
เส้นทางที่ปกติจะใช้เวลาสองชั่วยาม*[2]ในการเดินทาง แต่พวกหมาป่าสามารถพาไปถึงจุดหมายได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
เมื่อถึงทางเข้าหมู่บ้าน พวกหมาป่าก็แยกย้ายกันไป
เ้าก้อนแป้งทำทีเป็ฉุนเฉียววางท่าใหญ่โต ‘กลับไปก่อนไว้รอข้าเรียก’
าาหมาป่าขาวร้องไห้อยู่ในใจ พวกมันจะปฏิเสธได้หรือ?
“ท่านแม่ น้องรองเปิดประตูหน่อย ข้าเอง รีบเปิดประตูเถอะ ภรรยาของข้ากำลังจะคลอดแล้ว” เซียวหย่งฝูลากเกวียนไปที่บ้านเก่าของตระกูลเซียว แต่เคาะประตูเท่าไหร่ก็ไม่มีใครมาเปิดเสียที
ทันใดนั้น เด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งมาจากความมืด ภายใต้แสงจันทร์ทำให้เห็นรอยแผลบนใบหน้าของเด็กคนนั้นได้อย่างชัดเจน
“ท่านพ่อ ท่านแม่จะคลอดแล้วหรือ”
“หยวนหลาง ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่” เซียวหย่งฝูรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นลูกชายคนโตปรากฏตัวขึ้นที่บ้านหลังนี้ แต่เขาก็สลัดความสงสัยทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้กังวลเื่หลินซื่อจะคลอดลูกมากกว่า
เซียวหยวนหลางกำหมัดแน่นและหายใจเข้าลึก ๆ “ท่านพ่อ คืนนี้เราเข้าบ้านไม่ได้แล้ว ข้ากับน้องอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน พาท่านแม่ไปที่นั่นก่อนเถอะ ข้าจะไปเรียกป้าเฉินให้”
สีหน้าของเซียวหย่งฝูเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง เขาทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา ทำเพียงลากเกวียนไปเงียบ ๆ
หมู่บ้านมืดมาก นอกจากเสียงล้อเกวียนบดพื้นถนนแล้ว มีเพียงเสียงสูดลมหายใจอย่างเ็ปของหลินซื่อเท่านั้น ทำให้เซียวหยวนหลางไม่ทันสังเกตเห็นเด็กน้อยอีกคนบนเกวียน
ในความมืด สายตาของเ้าก้อนแป้งพลันปรากฏแววประหลาดใจ
พี่ชายผู้นี้มีกลุ่มควันสีม่วงปนดำหมุนเป็เกลียวอยู่ข้างหลังเขา
ทุกคนมีสีของดวงชะตาที่แตกต่างกัน ซึ่งแสดงถึงดวงที่มีมาแต่กำเนิดหรือดวงที่เพิ่งได้มา
สีม่วงเข้มนั้นสูงส่ง ดั่งองค์จักรพรรดิ หากพี่ชายผู้นี้คือเทพลงมาจุติย่อมต้องเป็สีม่วงอย่างไม่ต้องสงสัย
คนที่ทำคุณงามความดีมามากมายในชีวิตก็จะเป็สีทองเข้ม
คนธรรมดามักจะมีดวงชะตาเป็สีขาว
หากใครโชคร้ายเข้าจะมีพลังงานสีเทาบนร่างกาย
สีดำที่ด้านหลังของพี่ชายผู้นี้ มันเป็วิธีการยืมดวงชะตาด้วยการฆ่าและกลืนกินดวงชะตาของผู้อื่น
แต่ไม่ว่านางจะมองอย่างไรก็รู้สึกว่าคนผู้นี้เป็เพียงชาวบ้านธรรมดา จะไปใช้วิธีการชั่วช้าซับซ้อนแบบนั้นได้อย่างไร
แต่ช่างเถอะ! ท่านแม่ผู้น่าสงสารกำลังจะคลอด นางจึงตัดสินใจมอบของขวัญซึ่งเป็พรจากเทพัให้กับครอบครัวนี้!
พี่น้องของเซียวหยวนหลางทั้งสี่คนถูกไล่ออกจากบ้านหลังนั้น ในตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงช่วยหลินซื่อให้เข้าไปในบ้านที่ผุพังในความมืดเท่านั้น
“เ้ารอง เ้าสาม ท่านแม่กำลังจะคลอด ไปต้มน้ำเร็วเข้า ข้าจะไปเรียกป้าเฉินมาทำคลอด”
เซียวหยวนหลางเรียกน้องชายสองคนของเขาให้ออกมาช่วย และตัวเองก็วิ่งไปทางหน้าหมู่บ้าน
เ้ารองและเ้าสามได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งออกไป “ท่านแม่จะคลอดแล้วหรือ จะเป็น้องสาวหรือไม่”
พูดจบทั้งสองคนก็รีบไปต้มน้ำ โชคดีที่พี่ ๆ น้อง ๆ ช่วยกันตักน้ำผ่าฟืนไว้แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงจะมือไม้พันกันแน่ ๆ
ในห้องที่มืดสนิท หลินซื่อวางทารกในมือลง อาการปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนนางกระสับกระส่ายมากขึ้นเช่นกัน
ทารกในครรภ์อยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ จึงมีโอกาสสูงมากที่ทารกจะติดอยู่ภายในระหว่างคลอด และสุดท้ายอาจจะต้องเสียไปถึงสองชีวิต
ความกลัวทำให้นางสูญเสียความตั้งใจที่จะมีชีวิต หลังจากนั่งอยู่บนเกวียนที่โคลงเคลงกว่าครึ่งชั่วยาม ลมหายใจของหลินซื่อก็โรยรินลงเรื่อย ๆ
“เ้าอดทนหน่อย ป้าเฉินกำลังมา เ้าอย่าเพิ่งเป็อะไรไปนะ!”
“ดูสิ เด็กผู้หญิงที่พวกเรารอคอยมาถึงแล้ว พวกเราจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ”
เ้าก้อนแป้งกำหมัดเล็ก ๆ ตราบใดที่ข้าอยู่ พวกท่านจะต้องสบาย!
เซียวหย่งฝูจับมือของหลินซื่อ น้ำเสียงของเขาสั่นเทา เสียงลมหายใจของภรรยาเบาลงเรื่อย ๆ จนแทบไม่ได้ยินเสียงแล้ว
มนุษย์นั้นอ่อนแอมาก เ้าก้อนแป้งทอดถอนใจ
ในความมืดมิด มือเล็ก ๆ วางแนบท้องของนางแ่เบา และลูบมันช้า ๆ สองสามครั้ง
จิติญญาอันบริสุทธิ์ถูกแบ่งไปให้หลินซื่อ และมันก็ถูกส่งไปยังทารกในท้องของนางด้วย
ทันใดนั้น หลินซื่อก็รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
สีหน้าซีดเซียวหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ท่านพี่ ลูก… ลูกพลิกตัวแล้ว!”
“อ๊ะ ข้าจะคลอดแล้ว”
ทันทีที่พูดจบ หลินซื่อก็รู้สึกว่าเ้าลูกตัวน้อยในท้อง พบทางออกของตนแล้ว!
“อุแว้ อุแว้!”
เสียงร้องของเด็กทารกดังลั่น ขณะที่จิติญญาเซียนอันอบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเด็กน้อย
เซียวหย่งฝูไม่คาดคิดว่าในชั่วพริบตา หลินซื่อจะใช้แรงอันน้อยนิดที่มีอยู่ในการคลอดลูกได้สำเร็จ
เมื่อได้ยินเสียงร้อง สองพี่น้องที่กำลังต้มน้ำก็วิ่งมาที่ประตูแล้วถามเสียงดัง “ท่านพ่อ ท่านแม่คลอดน้องสาวใช่หรือไม่”
เซียวหย่งฝูลูบหน้าพลางตอบกลับ “แม่เ้าให้กำเนิดน้องชาย...”
กล่าวจบ เสียงสองพี่น้องต่างบ่นงึมงำอย่างผิดหวัง “น้องชายอีกแล้ว!”
“เฮ้ น้องชายอีกแล้วหมายความว่าอย่างไร”
“ข้าไม่ชอบเลย!”
“พวกเราอยากได้น้องสาว!”
เซียวหย่งฝูเอ่ยขัดเสียงบ่นระงมของบุตรชาย “พอ ๆ ยังมีน้องสาวอีกคน!”
“อะไรนะ มีน้องสาวหรือ เยี่ยมไปเลย พวกเรามีน้องสาวแล้ว!” สองพี่น้องะโโลดเต้นพร้อมรอยยิ้ม
“น้องสาวน่ารักหรือไม่”
“น้องสาวกลัวความมืดหรือไม่ ทำไมท่านพี่ยังไม่กลับมาอีก”
สองพี่น้องเปลี่ยนจากความไม่ชอบใจมาเป็มีความสุขสุดขีด
ในห้องนั้น เ้าก้อนแป้งตัวน้อยยิ้มหวานอยู่ในความมืด
ข้ามีท่านแม่ มีครอบครัว มีพี่ชายแล้ว!
[1] กินข้าวแห้ง (吃干饭) แปลว่า ทำตัวไร้ประโยชน์ กินอย่างเดียวแต่ไม่ทำอะไรเลย
[2] การนับเวลาแบบจีน
1 วัน มี 12 ชั่วยาม
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยาม มี 8 เค่อ
1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที
1 ถ้วยชา เท่ากับ 10-15 นาที
1 ก้านธูป เท่ากับ 30 นาที