ตอนที่ 4: รูปหลังทำความสะอาด
ปอนด์ยืนหันหลังอยู่กลางทางเดิน มือขวากำแหวนแน่นจนข้อนิ้วขาว เสียงผู้หญิงออกมาจากปากเขาอีกครั้ง ช้าและแห้ง เหมือนคนพูดผ่านลำคอที่ไม่ใช่ของตัวเอง
"ตรงนั้นยังไม่สะอาด"
เอกยกไฟฉายส่องหน้าเขา "ปอนด์ มึงเล่นอะไร"
คำถามนั้นโง่เกินไปสำหรับสิ่งที่เราเห็น แต่คนเรามักถามคำถามโง่ ๆ เวลากลัว เพราะมันเป็นทางสุดท้ายที่จะทำให้โลกกลับไปมีเหตุผล ถ้าปอนด์เล่นอะไร เราก็ด่าเขาได้ ถ้าปอนด์แกล้ง เราก็ตบหัวเขาแล้วลากออกจากบ้านได้ แต่ถ้าปอนด์ไม่ได้เล่น เราต้องยอมรับว่าเสียงที่ออกมาจากปากเขาไม่ใช่เสียงเขา และในบ้านหลังนี้มีใครอีกคนกำลังใช้คนเป็นแทนโทรศัพท์
ไฟฉายของเอกสั่นเล็กน้อย แสงแกว่งบนหลังคอปอนด์ เผยให้เห็นเส้นเลือดดำปูดขึ้นใต้ผิวเหมือนรากไม้เล็ก ๆ แล้วจางหายเมื่อแสงเคลื่อนผ่าน ผมยกมือถือขึ้นถ่ายโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะอยากได้รูป แต่เพราะมือผมรู้วิธีทำงานก่อนสมองจะรู้วิธีกลัว
ในภาพถ่าย ปอนด์ไม่ได้ยืนคนเดียว
มีเงาผู้หญิงซ้อนอยู่ด้านหลังเขา มือข้างหนึ่งวางบนบ่าซ้าย อีกข้างจับข้อมือที่กำแหวนไว้แน่น ใบหน้าของเธอเบลอเหมือนกล้องโฟกัสไม่ติด แต่เส้นผมยาวเปียกแนบแก้ม และตรงชายเสื้อมีรอยเลือดไหลลงมาเป็นทาง
ผมลดมือถือทันที ตาเปล่าเห็นแค่ปอนด์
"กานต์" เอกเรียก "มึงเห็นอะไร"
"อย่าเพิ่งเข้าใกล้เขา"
"กูถามว่ามึงเห็นอะไร"
"เห็นว่าเราควรคืนแหวนก่อน"
ปอนด์หันกลับมา
ตาของเขาไม่เหมือนเดิม รูม่านตาขยายกว้างจนดำเกือบทั้งลูก น้ำตาไหลลงมาเป็นทาง แต่ปากกลับยิ้มเล็กน้อย เขายกมือที่กำแหวนขึ้นช้า ๆ แล้วชี้ไปที่ห้องรับแขก
ผมเปิดกล้องมือถือส่องตาม
ในจอภาพ ห้องรับแขกที่เราขัดไปแล้วมีคราบเลือดเต็มพื้นอีกครั้ง ไม่ใช่วงเดิม แต่เป็นรอยลากยาวจากโซฟาไปถึงบันได เหมือนมีใครถูกดึงขึ้นชั้นสอง ในตาเปล่า พื้นยังดูสะอาด มีเพียงน้ำยาที่แห้งเป็นคราบบาง ๆ
"กฎข้อห้า" ผมพูด "งานเสร็จเมื่อรูปถ่ายไม่มีคราบ ไม่ใช่ตาเปล่า"
เอกสบถ "งั้นก็ต้องล้างตามกล้อง"
"แล้วปอนด์?"
ปอนด์หัวเราะด้วยเสียงผู้หญิง
"เขาเอาของฉันไป"
เสียงนั้นทำให้ปอนด์ร้องไห้หนักขึ้น ทั้งที่ปากยังยิ้มอยู่ น้ำตาของเขาไหลผ่านแก้มลงถึงคาง หยดลงบนชุดป้องกันเป็นจุด ๆ ผมเห็นเขาพยายามขยับริมฝีปากเหมือนอยากพูดคำอื่น แต่คำที่ออกมามีเพียงลมหายใจติดขัด
ผมเคยเห็นคนช็อกจากภาพที่ตัวเองทำความสะอาดอยู่ตรงหน้า เคยเห็นญาติผู้ตายล้มลงกับพื้นตอนเห็นคราบเลือดของคนรักถูกขัดหาย แต่สิ่งที่เกิดกับปอนด์ไม่เหมือนอาการช็อก เขาอยู่ตรงนั้น รับรู้ทุกอย่าง และถูกบังคับให้ยืนดูตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
"ปอนด์ ถ้ามึงได้ยินกู กะพริบตา" ผมพูด
ตาเขากะพริบถี่ ๆ สามครั้ง
เอกหน้าเสีย "มันยังอยู่"
"มันอยู่มาตลอด" ผมตอบ "แค่ไม่ได้คุมปากตัวเอง"
ประโยคนั้นทำให้ปอนด์สะอื้นออกมาเบา ๆ และทำให้เสียงผู้หญิงในลำคอเขาหัวเราะตาม
ผมสูดหายใจลึก พยายามคิดแบบงาน ไม่ใช่แบบคนกลัว ปนเปื้อนอยู่ตรงไหน แหล่งกำเนิดคืออะไร เส้นทางคราบไปทางไหน สิ่งที่บ้านต้องการให้เราทำคือคืนของและล้างคราบให้ตรงกับภาพหลังทำความสะอาด ถ้าปอนด์หยิบของตกค้าง คราบจะไม่จบ
"ปอนด์ วางแหวนลง" ผมพูด "ไม่งั้นมึงออกจากบ้านนี้ไม่ได้"
"กูไม่ได้เอา" เสียงปอนด์กลับมาแวบหนึ่ง แหบและสั่น "มือกูแบไม่ออก พี่ช่วย..."
นิ้วของเขากำแน่นผิดธรรมชาติ เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซึม เลือดของปอนด์หยดลงพื้น พอหยดแตะกระเบื้อง คราบในกล้องก็ขยายออกอีก เหมือนบ้านได้เลือดใหม่แล้วเริ่มเขียนทับหลักฐานเก่า
เอกคว้าข้อมือปอนด์พยายามงัดนิ้ว ผมรีบตะโกนห้าม "อย่าให้เลือดเขาหยดเพิ่ม!"
ช้าไป เลือดปอนด์หยดอีกสามหยด ไฟฉายบนหัวเรากะพริบพร้อมกัน เสียงผู้หญิงหลายเสียงดังจากชั้นสอง
"ทำความสะอาดต่อ"
"ทำความสะอาดต่อ"
"ทำความสะอาดต่อ"
ผมตอบตามกฎ "รับทราบ งานยังไม่เสร็จ"
เสียงเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงหอบของเราสามคน ผมดึงผ้าก๊อซจากชุดปฐมพยาบาลพันมือปอนด์ทั้งที่เขายังกำแหวนอยู่ แล้วใช้ถุงมือยางอีกชั้นคลุมไว้เพื่อกันเลือดหยด
"เราต้องคืนแหวนที่ตู้เซฟ" ผมบอกเอก "แล้วตามคราบในกล้องขึ้นชั้นสอง"
เอกพยักหน้าเร็ว ๆ แต่ผมเห็นว่าเขาไม่มองตู้เซฟ เขามองบันได เหมือนรอยลากบนจอมือถือพาเขากลับไปยังคืนอื่นที่ไม่ใช่คืนนี้
"มึงขึ้นชั้นสองมาก่อนใช่ไหม" ผมถาม
"กานต์ อย่าเพิ่ง"
"ถ้าเราต้องตามคราบขึ้นไป มึงควรบอกว่าข้างบนมีอะไร"
ปอนด์ครางในลำคอ เสียงผู้หญิงซ้อนทับเสียงเขาเบา ๆ "บอกเขาสิ"
เอกหน้าซีด
"บอกอะไร" ผมถาม
เขาไม่ตอบ ผมจึงดึงมือถือขึ้นถ่ายเขา ในจอภาพ มีรอยมือเด็กสีแดงจับชายเสื้อเอกไว้ เหมือนเด็กคนนั้นยืนอยู่ข้างหลังและซ่อนตัวจากตาเปล่า ผมหมุนจอให้เอกดู เขามองเพียงแวบเดียวก็เบือนหน้าหนี
"กูเคยมาที่นี่" เขาพูดในที่สุด
คำสารภาพนั้นเบามาก แต่บ้านทั้งหลังเหมือนได้ยิน เพราะไฟที่ดับไปก่อนหน้านั้นกะพริบขึ้นหนึ่งครั้ง สั้นพอให้เราเห็นเงาบนบันได เงาเล็ก ๆ ของเด็กชายยืนอยู่ตรงขั้นที่สาม แล้วหายไปเมื่อความมืดกลับมา
"มาเมื่อไหร่" ผมถาม
"ก่อนตำรวจ"
ผมรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไปครึ่งหนึ่ง "มึงหมายความว่าไง"
"เขาจ้างกูมาดูหน้างาน" เอกพูด "คืนที่เกิดเรื่อง หลังมีคนโทรแจ้ง แต่ก่อนตำรวจมาถึง"
"ใครจ้าง"
เอกกลืนน้ำลาย "แอปเดียวกัน"
ปอนด์ยิ้มด้วยปากที่ไม่ใช่ของเขา
"ผู้ว่าจ้างหลังเที่ยงคืน" เสียงผู้หญิงพูด
"ชั้นสองไม่ได้อยู่ในขอบเขตงาน"
"ตอนนี้มันอยู่แล้ว"
เอกไม่เถียงอีก
เราพาปอนด์กลับไปห้องเก็บของ เขาเดินแข็งเหมือนถูกลากด้วยเชือกที่มองไม่เห็น พอถึงหน้าตู้เซฟ นิ้วเขาคลายออกเอง แหวนตกลงในกล่องกำมะหยี่เสียงกริ๊กเบา ๆ ปอนด์ทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้โดยไม่มีเสียง
กล้องมือถือของผมกะพริบ
คราบเลือดบนพื้นทางเดินในภาพหายไปครึ่งหนึ่ง
แต่รอยลากขึ้นบันไดยังอยู่
ผมหยิบซองเอกสารสีขาวจากตู้เซฟด้วยถุงหลักฐาน ไม่ได้เปิดด้วยมือเปล่า แต่ใช้กล้องถ่ายทุกด้านก่อนแตะ ข้อความ "Midnight Group" ยังปรากฏในจอมือถือ แม้ตาเปล่าจะเห็นเพียงกระดาษเปื้อนเลือด ผมไม่รู้ว่าควรส่งให้ใคร เพราะตำรวจอาจปิดคดีไปแล้ว ผู้ว่าจ้างอาจเป็นชื่อเดียวกับบริษัทในเอกสาร และบ้านหลังนี้อาจไม่ยอมให้เราออกไปพร้อมหลักฐานที่มันเพิ่งยอมให้เห็น
"อย่าเอาซองไป" เอกพูด
"ทำไม"
"ถ้ามันเป็นของเขา..."
"เขาไหน"
เอกไม่ตอบอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมไม่ยอมปล่อย
"มึงเข้ามาทำอะไรคืนเกิดเหตุ"
เขาหลับตาเหมือนคำถามนั้นเจ็บกว่าแผลจริง "กูไม่ได้ทำอะไร"
"ไม่ได้ทำ หรือไม่ได้ช่วย"
เงียบ
บางครั้งความเงียบเป็นคำสารภาพที่ชัดกว่าประโยคยาว ๆ
ปอนด์นั่งกอดมือตัวเองอยู่กับพื้น เขามองเอกเหมือนเพิ่งเห็นหัวหน้าทีมเป็นคนแปลกหน้า ความกลัวในตาเขาเปลี่ยนรูป จากกลัวผี เป็นกลัวคนเป็นที่ยืนอยู่ข้างกันมาตลอดคืน
ชั้นสองมืดกว่าเดิม เราขึ้นไปทีละขั้น ผมถือกล้องนำ เพราะตาเปล่ามองไม่เห็นคราบแล้ว ต้องตามภาพในจอเท่านั้น ในกล้อง รอยเลือดลากขึ้นบันไดไปถึงห้องนอนใหญ่ ประตูห้องแง้มอยู่เล็กน้อย ข้างในมีเตียงล้ม โต๊ะข้างเตียงแตก และผนังหัวเตียงมีรอยเลือดกระเซ็นเป็นรูปพัด
รูปหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างส่งมาไม่มีห้องนี้
แปลว่าถ้ามีกฎเดิม นี่คือคราบที่ "ไม่อยู่ในรูป"
แต่กฎข้อห้าบอกว่ารูปหลังทำความสะอาดต้องไม่มีคราบ
สองกฎขัดกันเอง
เมื่อกฎขัดกัน คนทำงานต้องเลือกว่าจะเชื่อข้อไหนก่อน งานอันตรายทุกงานมีช่วงแบบนี้ คู่มือบอกอย่างหนึ่ง หน้างานบอกอีกอย่างหนึ่ง คนที่รอดไม่ใช่คนที่จำคู่มือได้ทุกบรรทัด แต่เป็นคนที่รู้ว่าคู่มือเขียนจากสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ตรงหน้ากำลังพยายามฆ่าเราแบบไหน
ผมมองผ่านจอมือถืออีกครั้ง รอยลากเลือดบนบันไดไม่ต่อเนื่อง มันขาดเป็นช่วง ๆ เหมือนคนถูกลากขึ้นไปแล้วพยายามเกาะขั้นบันไดไว้ เล็บขูดพื้นไม้เป็นเส้นเล็ก ๆ หลายเส้น ตาเปล่าบันไดสะอาด แต่ในกล้องมีรอยเล็บเต็มไปหมด
"นี่มีเด็กด้วย" ปอนด์กระซิบ แล้วรีบเม้มปากเหมือนกลัวเสียงผู้หญิงจะกลับมาใช้มันอีก
ผมไม่ตอบ เพราะในกล้องผมเห็นสิ่งเดียวกัน รอยมือผู้ใหญ่ลากขึ้นไปด้านบน แต่ข้าง ๆ มีรอยเท้าเด็กเปื้อนเลือดเดินตามอย่างเป็นระเบียบ รอยเท้าเล็กหยุดทุกสามขั้น เหมือนเด็กคนนั้นหยุดรอใครบางคนที่ตามไม่ทัน
เอกยืนอยู่ขั้นล่างสุด ตัวแข็ง
"ขึ้นมา" ผมบอก
"กู..."
"ถ้ามึงเคยมาที่นี่ มึงต้องขึ้นมา"
"กูไม่เคยขึ้นชั้นสอง"
เสียงผู้หญิงดังจากปากปอนด์อีกครั้ง แม้คราวนี้ปอนด์พยายามกัดฟันไว้
"โกหก"
เอกสะดุ้งเหมือนถูกตบ
ผมยืนอยู่หน้าห้องนอน คิดถึงงานก่อน ๆ ที่ผมเคยทำ คราบเลือดไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันมีทิศทาง มีแรง มีจุดเริ่มและจุดจบ ถ้าห้องนี้ไม่อยู่ในรูปหลักฐาน อาจไม่ใช่จุดเกิดเหตุที่ตำรวจเห็น แต่อาจเป็นจุดที่บ้านอยากให้เราเห็น
บนพื้นหน้าประตู มีรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่
รูปครอบครัวสามคน เจ้าของบ้าน ผู้หญิง และเด็กชาย หน้าของผู้หญิงถูกขูดออกด้วยของมีคม ส่วนเด็กชายถูกวงด้วยปากกาสีแดง
ด้านหลังรูปเขียนว่า
"อย่าล้างชื่อคนผิด"
ผมหันไปมองเอก เขาหลบตา
"มึงรู้จักคดีนี้ใช่ไหม" ผมถาม
เอกเงียบ
บ้านทั้งหลังตอบแทนเขา
เสียงผู้หญิงดังจากในห้องนอนใหญ่
"เขาจ้างให้ล้างคราบ ไม่ได้จ้างให้ล้างบาป"
ประโยคนั้นทำให้ผมนึกถึงงานทุกงานที่เราเคยปิดด้วยรูปก่อนและหลัง ก่อนมีเลือด หลังไม่มีเลือด ก่อนมีกลิ่น หลังมีกลิ่นน้ำยา ก่อนบ้านเป็นที่เกิดเหตุ หลังบ้านกลับไปเป็นอสังหาริมทรัพย์ บางทีเราคิดว่าตัวเองล้างคราบ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่มือเราแตะได้ แต่บ้านหลังนี้กำลังบอกว่าเลือดบางส่วนไม่ได้อยู่บนพื้น มันอยู่ในชื่อคนผิด ในข่าวสั้น ๆ ในรายงานที่เขียนง่ายเกินไป และในปากของคนที่รับเงินมาเงียบ
เอกทรุดลงนั่งบนขั้นบันได มือปิดหน้า
"กูเห็นเด็ก" เขาพูด
ไม่มีใครขยับ
"คืนนั้นกูมาถึงก่อนตำรวจ แอปส่งงานว่าให้ประเมินความเสียหายก่อนทีมใหญ่เข้า กูคิดว่าเป็นงานปกติ พอเข้ามา บ้านเงียบ ไฟดับบางส่วน กูเจอผู้หญิงนอนอยู่ข้างล่างแล้ว แต่เด็ก..." เขาหยุด หายใจสั้น "เด็กยังหายใจอยู่ตรงบันได"
ปอนด์มองเขาด้วยตาแดงก่ำ "แล้วพี่ทำไง"
เอกไม่ตอบทันที น้ำตาไหลออกมาช้า ๆ "กูกลัว กูโทรหาเบอร์ในงาน เขาบอกว่าอย่าแตะอะไร ตำรวจกำลังมา ถ้ากูแตะ สถานที่เกิดเหตุจะเสีย กูเลย..."
"มึงเลยปล่อยเด็กไว้"
"กูคิดว่าตำรวจจะมาทัน"
เสียงในห้องนอนใหญ่ตอบแทนคำแก้ตัวของเขาด้วยเสียงลากเล็บบนพื้นไม้