ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 71 : !ภาพนิมิต

    "นายท่านปิ๋งเสิ่ง ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่ ท่านก็มาช่วยพวกเราใช่ไหมเจ้าคะ" พูดถึงตรงนี้อีฝานก็ร้องไห้ นางรีบเช็ดน้ำตาแล้วจับกรงขัง "นายท่านปิ๋งเสิ่งแล้วท่านพ่อของข้าละเจ้าคะ ท่านพ่อของข้าไปไหน เขากลับมาแล้วใช่ไหม ข้าอยากเจอท่านพ่อที่กล้าหาญของข้าเหลือเกินเจ้าคะ ข้าอยากบอกเขาว่ามีพวกใจร้ายมากมายได้ทำร้ายแม่และน้องของข้า" อีฝานไม่อาจจะหยุดร้องไห้ได้อีกต่อไป


    'บัดซบ' เซี่ยซีหานกัดฟัน ศีรษะของมันปวดแทบระเบิด ก่อนร่างมันจะสั่นระริก


    ห้วงจิตของมันปรากฏ...


    !ภาพนิมิต


    โชคดีที่ภาพนิมิตของเซี่ยซีหานที่ปรากฏนั้นสั้นเพียงนิดเดียว แต่ภาพนิมิตที่สั้นเพียงอึดใจนั้น กลับทำให้เซี่ยซีหานสั่นสะท้านไปทั้งร่าง การรับรู้อนาคตช่วงสั้นๆ อาจจะเป็นทั้งโอกาสและทุกขลาภ


    สมองของเซี่ยซีหานหมุนไว และมันจำได้ถึงบทพูดคุยของไอ้บัดซบพ่อมดขาวเซียวเล่อ ที่พูดคุยกับเจียตัวและผู้อาวุโสเหอหมิ่น นั่นทำให้เซี่ยซีหานรู้ว่า ชายที่อยู่ตรงหน้ามันคนนี้ คือผู้วิเศษที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด 1 ใน 4 ของอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือ ฉายา 'ผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บ!!!' และเขาทำไมถึงมาอยู่ที่นี่


    โดยไม่ต้องรอให้ปิ๋งเสิ่งตอบคำถามของหญิงสาวร่างใหญ่


    สองมือของเซี่ยซีหานประทับพื้นและระเบิดพลังโอน่าของมันแทบจะทั้งหมดในทันที


    !!!ตุบตับ ตุบตับ ตุบตับ ตึกตึกตึกตึก


    เสียงแผ่นดินผนังถ้ำแตกร้าวไม่หยุด รากไม้ก็ชอนไชงอกเงยราวกับมังกรม้วนตัวหรืออสรพิษร้ายที่แสนใหญ่โตพลิกร่าง


    "พลังโอน่าของเจ้าช่างบริสุทธิ์และพิเศษ เพียงแต่... เจ้าไม่ใช่ผู้วิเศษที่แท้จริง" ปิ๋งเสิ่งพูดสบายๆ ขณะที่ยืนบนแผ่นดินที่สั่นไหว และรากไม้ที่ยกตัวมันสูงขึ้น โดยกลุ่มรากไม้ที่แสนน่ากลัว ปรากฏเป็นงูอ้าปากกว้างหมายจะกัดและฉกปิ๋งเสิ่ง ร่างที่ราวกับเป็นเงาที่พร่าเลือนของหมาป่าสีขาวประกายน้ำเงินปรากฏ มันวิ่งท่องไปในอากาศรอบตัวของปิ๋งเสิ่ง งูที่กำเนิดจากรากไม้ที่ดูน่ากลัวแข็งเป็นผลึกอย่างรวดเร็ว


    "เจ้าดูไร้ประสบการณ์และใช้พลังอย่างสิ้นเปลือง" ปิ๋งเสิ่งดีดนิ้ว ด้านหลังเขาปรากฏน้ำแข็งม้วนหมุน ก่อนก่อรูปเป็นใบมีดน้ำแข็งมากมายอย่างรวดเร็ว


    และเมื่อปิ๋งเสิ่งดีดนิ้วอีกครั้ง ใบมีดน้ำแข็งก็พุ่งเข้าหาเซี่ยซีหานราวกับห่ากระสุน


    รากไม้จำนวนมากก่อรูปมือ จากนั้นก็ร้อยรัดกันเป็นกำแพง แต่มันก็ระเบิดและแตก เซี่ยซีหานพุ่งตัวและวิ่งหนีอย่างน่าสมเพช แต่น่าแปลกมันดูเชื่องช้ามาก ราวกับเซี่ยซีหานเป็นคนธรรมดาวิ่งหนี


    การกระทำและการเคลื่อนไหวต่างๆ ของเซี่ยซีหาน ทำให้ปิ๋งเสิ่งหยุดคิดและพูดบางอย่างออกไป "ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นชายที่แอบอ้างเป็นท่านทูตแห่งโถงที่เก้า แต่ดูท่าจะไม่ใช่"


    ปิ๋งเสิ่งดีดนิ้วอีกครั้ง ใบมีดน้ำแข็งเล่มหนึ่งพุ่งไป และตัดเข้าไปที่หน้ากากเทพอสูรสามหน้าของเซี่ยซีหาน มันแตกออก พร้อมร่างเซี่ยซีหานที่กลิ้งไปมา ศีรษะมุมหนึ่งของเซี่ยซีหานมีเลือดไหล


    ก่อนที่เซี่ยซีหานมันจะแผดเสียงร้อง เพราะมีใบมีดน้ำแข็งสี่เล่ม บินมาหามันราวกระสุน ร่างที่เชื่องช้าของเซี่ยซีหาน หลบมันได้เพียงมีดน้ำแข็งหนึ่งเล่ม ส่วนขาสองข้างและแขนอีกหนึ่งของเซี่ยซีหาน มีผลึกน้ำแข็งที่แหลมคมราวใบมีดปักอยู่


    ใบหน้าของเซี่ยซีหานที่ไร้การปลอมแปลงปรากฏ และนี่ทำให้ปิ๋งเสิ่งยิ่งประหลาดใจ


    "เจ้าเยาว์วัย เยาว์วัยอย่างยิ่ง..." ด้วยความที่แผ่นดินหยุดสั่น รากไม้ของเซี่ยซีหานก็หยุดเคลื่อนไหว


    ปิ๋งเสิ่งเริ่มก้าวเดินมาหาเซี่ยซีหานจากเบื้องสูง มันดูราวกับเป็นราชัน ทุกก้าวที่มันก้าวเดินลงมา จะมีขั้นบันไดน้ำแข็งงอกออกมาจากรากไม้


    ในระหว่างเดินลงมา สายตาของปิ๋งเสิ่งก็วิเคราะห์สถานที่โดยรอบ นี่คือนิสัยของผู้วิเศษที่มากประสบการณ์ และมันก็สังเกตเห็นว่า คุกส่วนใหญ่แตกออก พื้นที่คุมขังถูกรากไม้จำนวนมากยกย้ายไปไกล และนำพาพวกมันออกไปจากระยะการต่อสู้ การใช้พลังของเด็กชายตรงหน้ามัน เป็นไปเพื่อปลอดปล่อยผู้คนที่ถูกขัง ไม่ใช่เพื่อทำร้ายมัน


    ปิ๋งเสิ่งเห็นแบบนี้ มันก็รู้สึกขบขัน จนไม่อาจจะหยุดหัวเราะและพูดออกมาได้


    "เจ้ามาที่นี่เพื่อปลดปล่อยเหล่าทาสที่น่าสังเวช เจ้าคิดว่าเจ้าคือผู้กล้าหรือผู้วิเศษในตำนานงั้นรึ ฮะฮาฮ่า" เซี่ยซีหานหายใจหอบหืด พลังโอน่าในกายมันแทบจะไม่เหลือแล้วจริงๆ


    ปิ๋งเสิ่งก้าวเท้าเข้าใกล้เซี่ยซีหานมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันห่างจากเซี่ยซีหานเกือบไม่ถึงสิบก้าว ร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเซี่ยซีหาน พยายามยันกายขึ้นอย่างทุลักทุเล


    แต่เมื่อปิ๋งเสิ่งเข้าถึงระยะสิบก้าวอย่างแท้จริง


    "!!!ตาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาย" เซี่ยซีหานแผดเสียงดัง แผ่นดินปรากฏเป็นหน้าอสูรขนาดใหญ่


    รอบตัวของปิ๋งเสิ่งมันรู้สึกราวกับว่าอยู่ในปากของอสูร ปากนี้อ้ากว้างแล้วคิดจะกลืนกินมันในคำเดียว คมเขี้ยวนับร้อยปรากฏในปากของอสูรปฐพีตนนี้ และคมเขี้ยวที่ราวกับเป็นหนามแหลมนับร้อยกระทบเข้าหากันเร็ว


    เสียงดังราวกับขุนเขาถล่ม นี่คือความรุนแรงของแรงบดจากปากอสูรยักษ์ ที่ใบหน้าโผล่พ้นดิน


    เสียงลมหายใจของเซี่ยซีหานหอบดัง ตอนนี้พลังโอน่าของมันหมดจริงๆ แล้ว


    เหนือผิวดินแข็งรูปอสูรที่ไม่เคลื่อนไหวอีกแล้ว ปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษที่แท้จริงเขายืนอยู่บนนั้น


    ปิ๋งเสิ่งยิ้มและจ้องมองเซี่ยซีหาน "เจ้าน่าสนใจจริงๆ แม้เจ้าจะไร้ประสบการณ์ แต่ทักษะรูนที่เจ้ามีนั้นน่าอัศจรรย์นัก ข้าอยากรู้ รูนทักษะต่างๆ ที่เจ้าเรียนรู้นั้น ใครเป็นคนมอบให้เจ้า เขาไม่มีทางเป็นคนธรรมดา ทักษะต่างๆ ที่เจ้าใช้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรากไม้และปฐพีธาตุ พลังโอน่าของเจ้าบริสุทธิ์นัก นอกจากนั้นข้ายังไม่อาจจะสังเกตเห็นจิตวิญญาณแฝงเร้นใดๆ ในพลังวิเศษของเจ้าเลย นี่มันคือทักษะบริสุทธิ์ที่หายากมาก... แต่เดิมข้าคิดจะฆ่าเจ้าในทันที แต่ดูท่าข้าจำเป็นต้องค้นหาอะไรบางอย่างในตัวเจ้า..."


    มือของปิ๋งเสิ่งปรากฏวงเวทย์สีโลหิต จากนั้นมวลหมอกสีโลหิตก็ก่อตัวม้วนตัวจากแขนของปิ๋งเสิ่ง เป็นลูกตาสีเลือด ที่ดูราวกับดวงตาของปีศาจ


    "อาาาาาาาาาาาาาาาา" หัวของเซี่ยซีหานปวดร้าว เมื่อดวงตาปีศาจนั้นจ้องมองเขา จากเสียงกรีดร้องเพราะดวงตาปีศาจ เสียงของเซี่ยซีหานค่อยๆ เงียบสงบลง ดวงตาก็เปลี่ยนเป็นเลื่อนลอยอย่างรวดเร็ว


    ดวงตาปีศาจของปิ๋งเสิ่งนั้น มีอำนาจสะกดจิต


    ตอนนี้สภาพจิตของเซี่ยซีหานอยู่ในสภาวะล่องลอย เขาเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน และในความฝันนั้นเขาได้เห็นน้องสาวของตัวเองอีกครั้ง


    "ซูเหยา"


    "พี่" เสียงของซูเหยาน้องของเซี่ยซีหานดัง เซี่ยซีหานยิ้ม มองน้องสาว เขาปรารถนาจะคว้าจับร่างน้องสาวอีกครั้ง แต่...


    ราวกับภาพตัด


    มีเสียงกลองรบดัง และการโห่ร้องที่ดังสนั่นไม่หยุด


    โลกอันมืดมิดของเซี่ยซีหาน ถูกเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าคล้ายถูกยอมเป็นสีแดงของเลือดและเหล็ก


    เสียงกัมปนาทแห่งศาสตราและการปะทะสัประยุทธ์ดังสนั่นท้องนภาและผืนปฐพี


    ภาพศาสตรานับหมื่นและศพกองกันเป็นภูเขาปรากฏ มีนักรบผู้หนึ่งยืนอยู่บนซากมนุษย์ ปีศาจและอสุรกายนับแสนที่กองกันเป็นภูเขาสีเลือดนั้น มองจากแผ่นหลัง ผ้าคลุมสีโลหิตโบกสะบัด และเกราะเหล็กดำที่มีลวดลายวิจิตรนั้นชัดเจนนัก


    นั่นทำให้ชายคนนั้นเขาดูเหมือนวีรบุรุษ ชายคนนั้นเขาถือดาบเหล็กดำข้างหนึ่ง และอีกมือถือดาบใหญ่ที่ยาวพอจะฟันหัวคนยักษ์ให้ขาดได้ในดาบเดียว เขายังต่อสู้ และต่อสู้ไม่หยุด ดาบใหญ่ของเขาราวกับจะหั่นสวรรค์และปฐพีได้ แต่มองดูดีๆ สองมือที่ถือดาบของเขา ข้างที่ถือดาบใหญ่โตและส่องสว่างเป็นคล้ายดาบแห่งแสง ด้ามจับมันคือคถาไม้ที่ดูโบราณและขลัง


    อสุรกายยักษ์กรีดร้องและตายด้วยดาบของชายคนนั้นในดาบเดียว เมื่อเสียงก้องกังวานกัมปนาทแห่งการสัประยุทธ์หายไป


    ภาพของชายคนนั้นค่อยๆ ชัด ชัดขึ้นเรื่อยๆ


    และก็ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน


    และเมื่อชายคนนั้นหันมา เซี่ยซีหานมองเห็นดวงตาที่บ้าคลั่งของชายคนนั้น ดวงตาของเขาดำและมืดมิดอย่างถึงที่สุด รอบดวงตามีวงแหวนสีทองซ้อนทับราวกับไร้จุดจบ แต่เนื้อตาสีขาวของเขากลับเป็นสีแดงโลหิต ทำให้ดวงตาของเขาดูไม่เหมือนมนุษย์


    เลือดไหลอาบทั่วร่างชายคนนั้น


    และเมื่อชายคนนั้น หันกลับมาอย่างสมบูรณ์


    เซี่ยซีหานพบว่า ชายคนนั้นคือตัวเขาเอง...

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน