ทั้งสองใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะเอาเสื้อผ้าในกล่องสองใบใหญ่ออกมาหมดตรวจดูทีละชุด แล้วก็ช่วยกันจัดเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าในห้องนอน
ตอนนี้ของใช้ที่ถูกเจ้าหมาตัวแสบทำพังไปก่อนหน้าก็ถือว่าได้ของใหม่มาทดแทนครบหมดแล้ว ถึงจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดแต่จ้าวลี่อิ่งก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้
...แม้จะรู้สึกแปลกๆที่คนแปลกหน้ารู้แม้กระทั่งขนาดชุดชั้นในของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักเพราะเมื่อก่อนตอนสตรีม เวลาเล่นเกมอะไรสนุกๆ อย่าง Truth or Dare[1] ก็มักจะเผลอหลุดข้อมูลพวกนี้ไปบ้างเหมือนกัน...
นอกจากนี้ หนึ่งในกล่องยังมีผ้าห่มไหมชั้นดีอีกด้วยจ้าวลี่อิ่งเอาออกมากางบนเตียง ลองทิ้งตัวกลิ้งไปมาด้วยความพึงพอใจจากนั้นก็เอนตัวนอนตะแคง เอามือเท้าคางทำท่าทางยั่วๆ ก่อนจะพูดยิ้มๆกับหลิวซือซือว่า
"พี่ซือซือ คืนนี้อย่ากลับเลยน่าอยู่ค้างกับฉันที่นี่ดีกว่าน้อ ฮี่ๆ..."
หลิวซือซือมองท่าทางแกล้งเล่นของจ้าวลี่อิ่งแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
"ฝนตกจริงๆ ด้วย...งั้นก็ค้างที่นี่สักคืนแล้วกัน"
"หือ? ฝนตกเหรอ"จ้าวลี่อิ่งรีบลุกขึ้นแล้วตั้งใจฟัง ก็ได้ยินเสียงฝนตกปรอยๆ อยู่จริงๆ
เธอชะงักไปเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจรีบกระโดดลงจากเตียงทันที
"แย่แล้ว!พวกมั่วมั่วยังอยู่ที่ระเบียงอยู่เลย!"
เห็นท่าทางร้อนรนของเธอ หลิวซือซือก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ
เมื่อกี้ใครกันนะที่เพิ่งพูดว่าจะปล่อยมันสองตัวตากฝนทั้งคืนเป็นบทเรียน
พอจ้าวลี่อิ่งวิ่งมาถึงหน้าประตูระเบียงก็เห็นทิเบตันมาสทิฟกำลังกวาดเล็บข่วนกระจกเบาๆ อย่างน่าสงสารส่วนฮัสกี้ยังคงนั่งนิ่งๆ ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนอยู่ข้างๆ
จ้าวลี่อิ่งทั้งโมโหทั้งขำเปิดประตูระเบียงออกแล้วทำหน้าดุใส่สองตัวนั้นว่า
"เข้ามาได้แล้ว! พวกแกสองตัวนะถ้ายังกล้าทำของในบ้านพังอีกละก็ คราวหน้าไม่ง่ายแบบวันนี้แน่!"
ทิเบตันมาสทิฟดีใจจนกระดิกหางไม่หยุดรีบวิ่งเข้ามาแล้ววนรอบจ้าวลี่อิ่งอย่างออดอ้อน
ส่วนฮัสกี้เดินเอื่อยๆ ตรงไปที่โซฟาใหม่ กระโดดขึ้นไปนอนอย่างสบายใจครึ่งตัวจมลงไปในเบาะนุ่มๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อืม... ไม่เลวแฮะ สบายกว่าตัวเก่าอีก...
จ้าวลี่อิ่งกลอกตาใส่ฮัสกี้ด้วยความหมั่นไส้ "เจ้ามั่วมั่ว!แค่เห็นแกก็หงุดหงิดแล้ว!"
สวี่มั่วลอบกลอกตาในใจ
ฉันนอนโซฟาที่ฉันซื้อเอง ผิดตรงไหนฟะ
จ้าวลี่อิ่งหยิบถุงอาหารหมาออกมา แล้วเทใส่ชามพลาสติกสองใบจนเต็มก่อนจะมองสองตัวนั้นแล้วพูดว่า "เอ้านี่อาหารเย็นของพวกแก วันนี้ไม่มีเนื้อให้กิน!"
ว่าแล้วก็จ้องไปที่ฮัสกี้เป็นพิเศษ ก่อนจะฮึดฮัดพูดว่า "ไม่อยากกินก็อดไปเลยละกัน!!"
สวี่มั่วเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากในใจ
ไม่กินก็ไม่กิน หิวคืนเดียวเอง ฉันไม่มีวันกินอาหารหมาหรอก!
ทิเบตันมาสทิฟมองจ้าวลี่อิ่ง แล้วหันไปมองสวี่มั่วก่อนจะเหลือบมองชามอาหารบนพื้น มันเองก็ลังเลอยู่ไม่น้อยเพราะเพิ่งกินอาหารเกรดพรีเมียมไปเมื่อครู่ ตอนนี้เลยไม่รู้สึกหิวแถมอาหารหมาธรรมดาก็ไม่อร่อยอีก แต่ก็อยากทำให้เจ้านายพอใจเลยยืนอ้ำอึ้งอยู่กับที่
พอเห็นว่าหมาทั้งสองไม่ยอมแตะอาหารเลย จ้าวลี่อิ่งก็ยิ่งหงุดหงิด
"ไม่กินกันเหรอ ได้! หิวไปเลยก็แล้วกัน!"
...แปลกแฮะ หรือว่าอาหารหมาที่ฉันซื้อไม่อร่อย?
จ้าวลี่อิ่งคิดอย่างงุนงง ก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำแล้วหันไปบอกหลิวซือซือที่ยืนอยู่ตรงประตูว่า "พี่ซือซือฉันขออาบน้ำก่อนนะ จะได้ไปเตรียมสตรีม พี่อาบทีหลังก็แล้วกัน"
หลิวซือซือพยักหน้าเบาๆ "อืม"
จ้าวลี่อิ่งเดินมาถึงหน้าห้องน้ำแล้วหันกลับไปพูดหยอกๆ ว่า "พี่ซือซือ มาอาบด้วยกันไหมล่า นานแล้วเนอะที่เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกัน"
"..."
หลิวซือซือกลอกตาใส่เธอ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวี
สวี่มั่วยกหัวขึ้นมองจ้าวลี่อิ่งที่หัวเราะคิกคักเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วก็หันมามองหลิวซือซือแต่ในหัวกลับเผลอจินตนาการฉากสองสาวงามอาบน้ำด้วยกันขึ้นมา...
ให้ตายสิ แค่คิดก็เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่แล้วถ้าวันหนึ่งได้เห็นกับตาจริงๆ... หรือได้เข้าไปร่วมด้วยละก็...
"ของในบ้านที่พังไปก่อนหน้านี้ จริงๆแล้วแกก็มีเอี่ยวใช่ไหม"
ขณะที่สวี่มั่วเริ่มคิดไปไกลเสียงราบเรียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้เขาชะงักไปทันทีรีบหันขวับไปมองหลิวซือซือด้วยความตกใจ
เมื่อกี้... พูดกับฉันเหรอ!
หลิวซือซือเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาของสวี่มั่วเธอหันหน้ามาสบตากับเขาพอดี แล้วพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา
"แกฟังภาษาคนรู้เรื่องใช่ไหม"
แย่แล้ว!!
สวี่มั่วตกใจ รีบเอียงคอแกล้งทำหน้างง แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่กับพื้นทำเหมือนหมาโง่ที่ไม่เข้าใจภาษา
หลิวซือซือมองฮัสกี้ที่ทำตัวเหมือนหมาเซ่อๆ แล้วดวงตาก็พลันเป็นประกายเธอพูดต่อเหมือนคุยกับตัวเอง
"ของในบ้านที่พังน่ะมันชัดเจนเลยว่าแกกับเจ้าทิเบตันมาสทิฟร่วมมือกันทำแกยังกล้าแกล้งทำเป็นไม่เกี่ยวอีก... ลี่อิ่งอาจจะหลงเชื่อแกแต่ฉันไม่เชื่อหรอก...รอยข่วนบนของพวกนั้นน่ะ มันมีขนาดต่างกันชัดเจนแสดงว่ามีหมาสองตัวทำร่วมกัน!"
เชี่ย! นี่เธอดูออกถึงขนาดนั้นเลยเรอะ!เป็นโคนันเวอร์ชั่นผู้หญิงหรือไงน่ะ!!
สวี่มั่วตกใจ แต่ภายนอกยังคงนิ่งสงบแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น
ยังไงเสียเรื่องนี้เขาก็สามารถแกล้งโง่ได้แบบหน้าตาเฉยต่อให้เธอสงสัยแค่ไหนก็ไม่มีทางบังคับให้เขาสารภาพออกมาได้อยู่ดี
จริงๆ แล้ว หลิวซือซือก็ไม่ได้คิดจะคาดคั้นอะไรขนาดนั้นเพราะคำพูดเมื่อครู่ก็เป็นแค่การ 'หยั่งเชิง' ง่ายๆ เท่านั้นเอง
เธอเองก็มองออกว่าตอนที่บ้านโดนรื้อกระจุยก่อนหน้านั้นฮัสกี้น่าจะมีส่วนร่วมแน่ๆแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าการที่มันเดินออกมาจากห้องนอนเล็กในตอนหลังนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือแค่เผลอหลับแล้วเพิ่งตื่นขึ้นมาเฉยๆ เพราะมันอาจไม่มีนัยสำคัญอะไรเลยก็ได้
สุดท้ายแล้ว การไปคิดให้ซับซ้อนเกินไปกับการกระทำของสุนัขก็ดูจะตลกและไร้สาระอยู่เหมือนกัน
แค่หลิวซือซือรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยกับเจ้าฮัสกี้ตัวนี้เท่านั้น
ตอนเธอรับมันมาเลี้ยงเองในช่วงแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษแต่พอส่งต่อให้จ้าวลี่อิ่งได้ไม่กี่วันโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ช่วยชีวิตที่ริมแม่น้ำวันนั้นเธอกลับรู้สึกว่าหมานี่ไม่ธรรมดา
ที่เธอใส่ใจหมาตัวหนึ่งมากขนาดนี้ก็เพราะประสบการณ์ของเธอไม่เหมือนคนทั่วไป
บ้านคุณตาของเธอเลี้ยงสุนัขทหารเก่าซึ่งอายุพอๆ กับเธอเอาไว้ตัวหนึ่งและฉลาดจนแทบไม่ต่างจากคนเลย เวลาสบตามันทีไรเธอถึงกับรู้สึกเหมือนกำลังมองมนุษย์อยู่
พวกคลิปไวรัลในอินเทอร์เน็ตที่โชว์ความฉลาดของหมา หรือที่ชอบบอกว่า 'หมาตัวนี้กลายเป็นภูติแล้วแน่ๆ' พอเทียบกับเจ้าหมาตัวที่บ้านคุณตาเธอแล้วกลับดูจืดชืดเหมือนของเด็กเล่น
หมาตัวนั้นน่ะ แค่สบตาก็บอกได้ทันทีว่า"มันเข้าใจมนุษย์จริงๆ"
และสิ่งที่ทำให้หลิวซือซือรู้สึกสะดุดคือ...เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคล้ายกันนั้นอย่างเลือนรางในตัวเจ้าฮัสกี้ตรงหน้า
[1]Truth or Dare เป็นเกมง่ายๆที่ให้เลือกระหว่าง จะยอมรับคำท้าหรือจะเลือกตอบตามจริง เช่น ถูกท้าให้ดื่มเหล้า 1แก้ว ถ้าไม่อยากดื่มก็ต้องไปเลือกตอบคำถามคนท้าแทน