เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 95 การหยั่งเชิงของหลิวซือซือ

    ทั้งสองใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะเอาเสื้อผ้าในกล่องสองใบใหญ่ออกมาหมดตรวจดูทีละชุด แล้วก็ช่วยกันจัดเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าในห้องนอน

            ตอนนี้ของใช้ที่ถูกเจ้าหมาตัวแสบทำพังไปก่อนหน้าก็ถือว่าได้ของใหม่มาทดแทนครบหมดแล้ว ถึงจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดแต่จ้าวลี่อิ่งก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้

            ...แม้จะรู้สึกแปลกๆที่คนแปลกหน้ารู้แม้กระทั่งขนาดชุดชั้นในของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักเพราะเมื่อก่อนตอนสตรีม เวลาเล่นเกมอะไรสนุกๆ อย่าง Truth or Dare[1] ก็มักจะเผลอหลุดข้อมูลพวกนี้ไปบ้างเหมือนกัน...

            นอกจากนี้ หนึ่งในกล่องยังมีผ้าห่มไหมชั้นดีอีกด้วยจ้าวลี่อิ่งเอาออกมากางบนเตียง ลองทิ้งตัวกลิ้งไปมาด้วยความพึงพอใจจากนั้นก็เอนตัวนอนตะแคง เอามือเท้าคางทำท่าทางยั่วๆ ก่อนจะพูดยิ้มๆกับหลิวซือซือว่า

            "พี่ซือซือ คืนนี้อย่ากลับเลยน่าอยู่ค้างกับฉันที่นี่ดีกว่าน้อ ฮี่ๆ..."

            หลิวซือซือมองท่าทางแกล้งเล่นของจ้าวลี่อิ่งแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

            "ฝนตกจริงๆ ด้วย...งั้นก็ค้างที่นี่สักคืนแล้วกัน"

            "หือ? ฝนตกเหรอ"จ้าวลี่อิ่งรีบลุกขึ้นแล้วตั้งใจฟัง ก็ได้ยินเสียงฝนตกปรอยๆ อยู่จริงๆ

            เธอชะงักไปเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจรีบกระโดดลงจากเตียงทันที

            "แย่แล้ว!พวกมั่วมั่วยังอยู่ที่ระเบียงอยู่เลย!"

            เห็นท่าทางร้อนรนของเธอ หลิวซือซือก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ

            เมื่อกี้ใครกันนะที่เพิ่งพูดว่าจะปล่อยมันสองตัวตากฝนทั้งคืนเป็นบทเรียน

            พอจ้าวลี่อิ่งวิ่งมาถึงหน้าประตูระเบียงก็เห็นทิเบตันมาสทิฟกำลังกวาดเล็บข่วนกระจกเบาๆ อย่างน่าสงสารส่วนฮัสกี้ยังคงนั่งนิ่งๆ ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนอยู่ข้างๆ

            จ้าวลี่อิ่งทั้งโมโหทั้งขำเปิดประตูระเบียงออกแล้วทำหน้าดุใส่สองตัวนั้นว่า

            "เข้ามาได้แล้ว! พวกแกสองตัวนะถ้ายังกล้าทำของในบ้านพังอีกละก็ คราวหน้าไม่ง่ายแบบวันนี้แน่!"

            ทิเบตันมาสทิฟดีใจจนกระดิกหางไม่หยุดรีบวิ่งเข้ามาแล้ววนรอบจ้าวลี่อิ่งอย่างออดอ้อน

            ส่วนฮัสกี้เดินเอื่อยๆ ตรงไปที่โซฟาใหม่ กระโดดขึ้นไปนอนอย่างสบายใจครึ่งตัวจมลงไปในเบาะนุ่มๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            อืม... ไม่เลวแฮะ สบายกว่าตัวเก่าอีก...

            จ้าวลี่อิ่งกลอกตาใส่ฮัสกี้ด้วยความหมั่นไส้ "เจ้ามั่วมั่ว!แค่เห็นแกก็หงุดหงิดแล้ว!"

            สวี่มั่วลอบกลอกตาในใจ

            ฉันนอนโซฟาที่ฉันซื้อเอง ผิดตรงไหนฟะ

            จ้าวลี่อิ่งหยิบถุงอาหารหมาออกมา แล้วเทใส่ชามพลาสติกสองใบจนเต็มก่อนจะมองสองตัวนั้นแล้วพูดว่า "เอ้านี่อาหารเย็นของพวกแก วันนี้ไม่มีเนื้อให้กิน!"

            ว่าแล้วก็จ้องไปที่ฮัสกี้เป็นพิเศษ ก่อนจะฮึดฮัดพูดว่า "ไม่อยากกินก็อดไปเลยละกัน!!"

            สวี่มั่วเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากในใจ

            ไม่กินก็ไม่กิน หิวคืนเดียวเอง ฉันไม่มีวันกินอาหารหมาหรอก!

            ทิเบตันมาสทิฟมองจ้าวลี่อิ่ง แล้วหันไปมองสวี่มั่วก่อนจะเหลือบมองชามอาหารบนพื้น มันเองก็ลังเลอยู่ไม่น้อยเพราะเพิ่งกินอาหารเกรดพรีเมียมไปเมื่อครู่ ตอนนี้เลยไม่รู้สึกหิวแถมอาหารหมาธรรมดาก็ไม่อร่อยอีก แต่ก็อยากทำให้เจ้านายพอใจเลยยืนอ้ำอึ้งอยู่กับที่

            พอเห็นว่าหมาทั้งสองไม่ยอมแตะอาหารเลย จ้าวลี่อิ่งก็ยิ่งหงุดหงิด

            "ไม่กินกันเหรอ ได้! หิวไปเลยก็แล้วกัน!"

            ...แปลกแฮะ หรือว่าอาหารหมาที่ฉันซื้อไม่อร่อย?

            จ้าวลี่อิ่งคิดอย่างงุนงง ก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำแล้วหันไปบอกหลิวซือซือที่ยืนอยู่ตรงประตูว่า "พี่ซือซือฉันขออาบน้ำก่อนนะ จะได้ไปเตรียมสตรีม พี่อาบทีหลังก็แล้วกัน"

            หลิวซือซือพยักหน้าเบาๆ "อืม"

            จ้าวลี่อิ่งเดินมาถึงหน้าห้องน้ำแล้วหันกลับไปพูดหยอกๆ ว่า "พี่ซือซือ มาอาบด้วยกันไหมล่า นานแล้วเนอะที่เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกัน"

            "..."

            หลิวซือซือกลอกตาใส่เธอ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวี

            สวี่มั่วยกหัวขึ้นมองจ้าวลี่อิ่งที่หัวเราะคิกคักเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วก็หันมามองหลิวซือซือแต่ในหัวกลับเผลอจินตนาการฉากสองสาวงามอาบน้ำด้วยกันขึ้นมา...

            ให้ตายสิ แค่คิดก็เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่แล้วถ้าวันหนึ่งได้เห็นกับตาจริงๆ... หรือได้เข้าไปร่วมด้วยละก็...

            "ของในบ้านที่พังไปก่อนหน้านี้ จริงๆแล้วแกก็มีเอี่ยวใช่ไหม"

            ขณะที่สวี่มั่วเริ่มคิดไปไกลเสียงราบเรียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้เขาชะงักไปทันทีรีบหันขวับไปมองหลิวซือซือด้วยความตกใจ

            เมื่อกี้... พูดกับฉันเหรอ!

            หลิวซือซือเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาของสวี่มั่วเธอหันหน้ามาสบตากับเขาพอดี แล้วพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา

            "แกฟังภาษาคนรู้เรื่องใช่ไหม"

            แย่แล้ว!!

            สวี่มั่วตกใจ รีบเอียงคอแกล้งทำหน้างง แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่กับพื้นทำเหมือนหมาโง่ที่ไม่เข้าใจภาษา

            หลิวซือซือมองฮัสกี้ที่ทำตัวเหมือนหมาเซ่อๆ แล้วดวงตาก็พลันเป็นประกายเธอพูดต่อเหมือนคุยกับตัวเอง

            "ของในบ้านที่พังน่ะมันชัดเจนเลยว่าแกกับเจ้าทิเบตันมาสทิฟร่วมมือกันทำแกยังกล้าแกล้งทำเป็นไม่เกี่ยวอีก... ลี่อิ่งอาจจะหลงเชื่อแกแต่ฉันไม่เชื่อหรอก...รอยข่วนบนของพวกนั้นน่ะ มันมีขนาดต่างกันชัดเจนแสดงว่ามีหมาสองตัวทำร่วมกัน!"

            เชี่ย! นี่เธอดูออกถึงขนาดนั้นเลยเรอะ!เป็นโคนันเวอร์ชั่นผู้หญิงหรือไงน่ะ!!

            สวี่มั่วตกใจ แต่ภายนอกยังคงนิ่งสงบแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น

            ยังไงเสียเรื่องนี้เขาก็สามารถแกล้งโง่ได้แบบหน้าตาเฉยต่อให้เธอสงสัยแค่ไหนก็ไม่มีทางบังคับให้เขาสารภาพออกมาได้อยู่ดี

            จริงๆ แล้ว หลิวซือซือก็ไม่ได้คิดจะคาดคั้นอะไรขนาดนั้นเพราะคำพูดเมื่อครู่ก็เป็นแค่การ 'หยั่งเชิง' ง่ายๆ เท่านั้นเอง

            เธอเองก็มองออกว่าตอนที่บ้านโดนรื้อกระจุยก่อนหน้านั้นฮัสกี้น่าจะมีส่วนร่วมแน่ๆแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าการที่มันเดินออกมาจากห้องนอนเล็กในตอนหลังนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือแค่เผลอหลับแล้วเพิ่งตื่นขึ้นมาเฉยๆ เพราะมันอาจไม่มีนัยสำคัญอะไรเลยก็ได้

            สุดท้ายแล้ว การไปคิดให้ซับซ้อนเกินไปกับการกระทำของสุนัขก็ดูจะตลกและไร้สาระอยู่เหมือนกัน

            แค่หลิวซือซือรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยกับเจ้าฮัสกี้ตัวนี้เท่านั้น

            ตอนเธอรับมันมาเลี้ยงเองในช่วงแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษแต่พอส่งต่อให้จ้าวลี่อิ่งได้ไม่กี่วันโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ช่วยชีวิตที่ริมแม่น้ำวันนั้นเธอกลับรู้สึกว่าหมานี่ไม่ธรรมดา

            ที่เธอใส่ใจหมาตัวหนึ่งมากขนาดนี้ก็เพราะประสบการณ์ของเธอไม่เหมือนคนทั่วไป

            บ้านคุณตาของเธอเลี้ยงสุนัขทหารเก่าซึ่งอายุพอๆ กับเธอเอาไว้ตัวหนึ่งและฉลาดจนแทบไม่ต่างจากคนเลย เวลาสบตามันทีไรเธอถึงกับรู้สึกเหมือนกำลังมองมนุษย์อยู่

            พวกคลิปไวรัลในอินเทอร์เน็ตที่โชว์ความฉลาดของหมา หรือที่ชอบบอกว่า 'หมาตัวนี้กลายเป็นภูติแล้วแน่ๆ' พอเทียบกับเจ้าหมาตัวที่บ้านคุณตาเธอแล้วกลับดูจืดชืดเหมือนของเด็กเล่น

            หมาตัวนั้นน่ะ แค่สบตาก็บอกได้ทันทีว่า"มันเข้าใจมนุษย์จริงๆ"

            และสิ่งที่ทำให้หลิวซือซือรู้สึกสะดุดคือ...เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคล้ายกันนั้นอย่างเลือนรางในตัวเจ้าฮัสกี้ตรงหน้า


     


    [1]Truth or Dare เป็นเกมง่ายๆที่ให้เลือกระหว่าง จะยอมรับคำท้าหรือจะเลือกตอบตามจริง เช่น ถูกท้าให้ดื่มเหล้า 1แก้ว ถ้าไม่อยากดื่มก็ต้องไปเลือกตอบคำถามคนท้าแทน 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน