[ ความเครียดสะสม 51 % ไอรีนขอแนะนำให้ท่านหลับพักผ่อนอย่างน้อย 5 ชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ]
“ เดี๋ยวค่อยกลับไปนอนทีเดียวตอนเย็น ”
ยอร์ชลงจากรถโดยสารพลางมองไปยังทางเข้าโรงเรียน เมื่อวานเขาลองใช้ไอรีนหาข้อมูลและเชื่อมต่อหลายแห่งเพื่อทดสอบความสามารถในการเชื่อมต่อ
สิ่งที่เขาพบทำให้ตกใจมากเพราะเธอสามารถเรียนรู้ในระหว่างที่เขาเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ระบบป้องกันหลากหลายรูปแบบถูกเรียนรู้และทำความเข้าใจ ถึงแม้เขาจะยังไม่ได้เจาะระบบของบริษัทยักษ์ใหญ่ เพียงเท่านี้เขาก็สามารถหาข้อมูลหลายอย่างได้ง่ายกว่าเดิมมาก
ติ๊ง!
ยอร์ชไม่จำเป็นต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ ไอรีนเชื่อมต่ออยู่แล้วเขาทำเพียงใช้ความคิดเปิดดูกล่องข้อความที่ปรากฎอยู่บนเลนส์ตา
คนที่ส่งมาคือฮาโมนี่ ข้อความด้านในสอบถามเขาเกี่ยวกับการเพิ่มระดับของรอยแยกจากทางฝั่งไทย
ยอร์ชไม่รู้ว่ารอยแยกเป็นอย่างไรบ้างเพราะตามแค่ข่าวของแม่ตนเอง เขาจึงให้ไอรีนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรอยแยกทั้งหมดของฝั่งไทยก่อนจะประหลาดใจเมื่อพบว่ามีรายงานเกี่ยวกับการบาดเจ็บของฮันเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
จากการประเมินคาดว่ามีฮันเตอร์บาดเจ็บเพิ่มขึ้นราว 30% - 40% จากทุกรอยแยก
“ หรือว่าจะเป็นผลจากแสงของนางฟ้า ”
ยอร์ชส่งข้อมูลของฮันเตอร์ที่บาดเจ็บให้กับฮาโมนี่ ก่อนที่เขาจะมองเห็นสิ่งแปลกประหลาดที่เป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจากรอยแยก
ทันใดนั้นเขาก็พบว่าฮาโมนี่ได้เตือนเกี่ยวกับรอยแยก สิ่งที่เตือนเป็นเรื่องเดียวกันกับที่เขากำลังดู
ฮันเตอร์ทุกคนที่เข้าสู่รอยแยกจะได้รับตราสัญลักษณ์บนหลังมือ แต่ละรอยแยกจะมีสัญลักษณ์ที่ต่างกัน ราวกับว่ามันคือบัตรผ่านเข้างาน
ยังไม่มีใครรู้เกี่ยวกับสัญลักษณ์บนหลังมือ แม้แต่ฮาโมนี่ก็ตามยอร์ชจึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อนเพราะยังไม่มีใครให้คำตอบได้
“ เฮ่โย่ว ” ชายร่างอ้วนเดินเข้ามาตบหลัง ยอร์ชจึงหันมองคอปเปอร์ที่กลับมาเรียนด้วยท่าทางสดชื่นแจ่มใส
“ อ้าวเฮ่ย แกเป็นอะไรทำไมขอบตาดำแบบนั้น ”
“ มีเรื่องนิดหน่อยก็เลยยังไม่ได้นอน ”
“ เรื่องอะไรวะ ” ยอร์ชคิดว่าจะบอกเรื่องอุบัติเหตุกับเพื่อนดีไหม แต่เขาขี้เกียจจะอธิบายจึงปล่อยไป
“ อ่านหนังสือสอบ ”
“ โห ฟ้าจะไม่ถล่มลงมาเหรอ คนอย่างแกอ่านหนังสือสอบ ”
“ เอาน่า มันต้องมีกันบ้าง อย่างน้อยสถาบันที่จะเข้าก็มีสอบวัดความรู้ อาชีพของฉันไม่ใช่สายต่อสู้ควรจะมีความรู้ติดไว้บ้าง ”
“ นั่นสินะ เอาคะแนนจากการสอบไปถมคะแนนปฎิบัติ น่าจะทำให้สอบผ่านได้ง่ายขึ้น ว่าแต่แกจะกลัวไปทำไม ในเมื่อแกเป็นไซบอร์ก ทั้งอึดถึกทน แล้วยังมีพลังโจมตีที่สูงอีก ”
“ ก็เผื่อเขาจะไม่ให้ใช้ของดีในการสอบ ”
“ นั่นสินะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไงเจฟ ไงฮาร์ท ”
เด็กทั้ง 4 ทักทายกัน เหลือเวลาอีก 1 เดือนในการเป็นนักเรียน ม.6 ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปทางโรงเรียนจะแนะนำนักเรียน ม.6 ในสายที่ตนเองต้องไปเพียงเท่านั้น หลังจากการแนะนำจบลงพวกเขาจะต้องหาทางพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มโอกาสสอบเข้าสถาบัน
“ เฮ่ยอร์ช ฉันได้ยินมาว่าแม่ของแกประสบอุบัติเหตุ เป็นอะไรมากไหม ”
เจฟเป็นฝ่ายถาม เนื่องจากแม่ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน
“ หมอบอกปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักฟื้นนานหน่อย ”
“ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ” คอปเปอร์สงสัยอาการป่วยของคุณป้า
“ รถยนต์ขัดข้องก็เลยพุ่งชนข้างทาง หมอรักษาแล้วเดี๋ยวก็ฟื้น ”
“ ดีแล้วที่ปลอดภัย ” ยอร์ชยิ้มให้กับเพื่อนจากนั้นจึงเดินเข้าหอประชุมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าวันนี้มันต่างออกไปเพราะภายในมีเก้าอี้จัดเอาไว้ราว 100 ตัว ดูท่าวันนี้ทุกห้องจะต้องเรียนร่วมกัน
“ เฮ่อ ฉันยังไม่ชินอยู่ดี เรียนด้วยกันมาจะ 3 ปีแต่กลับเหลือไม่ถึงร้อย ”
เจฟถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อนในห้องเหลือน้อยมาก ทุกครั้งที่รุ่นของเขาเข้าหอประชุมจะมีราว 600 คนครั้งนี้เหลือไม่ถึง 100 คนเลยด้วยซ้ำ
หลังจากนั่งรอสักพักอาจารย์ฝ่ายแนะแนวได้เดินขึ้นไปบนเวทีแล้วนั่งลงไปบนเก้าอี้ที่จัดเอาไว้ให้
“ สวัสดีนักเรียน คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แม้เราจะไม่เคยเรียนด้วยกันก็ตาม แต่ตอนนี้ก็ถือว่าได้เรียนแล้ว ต้องบอกก่อนว่าทุกคนที่จะจบ ม.6 ต้องผ่านฉันไปให้ได้ก่อน ซึ่งมันไม่มีอะไรมากเลยแค่ฟังที่จะเล่าให้จบแค่นั้น ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง ยอร์ชได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอุณหภูมิห้องที่ติดอยู่บนเพดาน
“ ทุกคนคงจะได้อาชีพกันหมดแล้วและดูเหมือนว่าคนที่รอดชีวิตจากอเวคเคนโซนในปีนี้จะเหลือแค่คนที่มีอาชีพต่อสู้ทั้งหมด ”
คอปเปอร์กวาดตามองไปรอบๆ เขาสังเกตได้ว่าทุกคนดูแข็งแกร่งไม่น้อย แม้จะยังไม่ใช่เลเวล 4 เหมือนกับเขาก็ตาม
“ อาจารย์ครับ เหลือเพื่อนผมคนหนึ่ง มันไม่ใช่สายต่อสู้ ”
“ อ๋อ ลืมไป แต่เขาก็ต่อสู้ได้ดีไม่น้อย ใช่ไหมนักเรียนยอร์ช ”
“ ครับ ” ยอร์ชยิ้มให้กับอาจารย์ฝ่ายแนะแนว ก่อนจะเตะคอปเปอร์เบาๆเพราะทำให้เขาเป็นจุดสนใจ
“ วันนี้ไม่มีอะไรมาก อาจารย์จะแค่จะมาเล่าประสบการณ์ของตัวเองและประสบการณ์ที่ได้จากรุ่นพี่ของพวกเธอในแต่ละปีที่จบออกไป หลายๆคนเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหนบ้าง ”
นักเรียน ม.6 เงียบเสียงแล้วฟังอาจารย์ฝ่ายแนะแนวแนะนำแนวทางที่พวกเขาจะต้องก้าวเดิน
“ อย่างที่รู้ๆกัน เมื่อจบ ม.6 ไปแล้วก็ต้องหาสถาบันในการเรียนต่อ อยากจะเป็นฮันเตอร์ อยากจะเป็นพนักงานเงินเดือน อยากเป็นเจ้าของธุรกิจและอื่นๆ อย่างไรก็ต้องเข้าสถาบันสักแห่ง มีใครไม่อยากจะเป็นฮันเตอร์ไหม ”
ภายในห้องเงียบเสียง ทุกคนรอดูว่าจะมีใครยกมือขึ้นบ้าง อาจารย์แนะแนวเห็นว่าไม่มีใครอยากจะเป็นพนักงานเขาจึงถามอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าทุกคนจะอยากจะเป็นฮันเตอร์ใช่หรือไม่
ผลปรากฎว่าทุกคนภายในห้องยกมือเช่นเดียวกันหมดแม้แต่ยอร์ชก็ตาม
“ งั้นปีนี้ฉันจะไม่เล่าเกี่ยวกับสิ่งอื่น นอกเหนือจากฮันเตอร์ก็แล้วกัน มีใครอยากจะฟังสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องไหม ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง การแนะนำเกี่ยวกับการเติบโตไปในสายงานฮันเตอร์จึงเริ่มต้นขึ้น ในระหว่างนี้ยอร์ชได้ให้ไอรีนหาข้อมูลของสถาบันต่างๆมาให้เขาจนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่สถาบันต่างๆสอนมากพอสมควร
“ ในอีก 1 เดือนต่อจากนี้ทุกสถาบันจะเปิดสอบพร้อมกัน มันจะมีการสอบอยู่ทั้งหมด 2 ภาค หนึ่งภาค A จะเป็นการสอบทฤษฏี ไม่มีอะไรมาก แค่นำความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่มอต้นไปจนถึงมอปลายมาสอบ ส่วนภาค B จะใช้คะแนนจากการทดสอบร่างกายล้วนๆ การสอบภาคนี้จะพิเศษอยู่มากเพราะถ้าหากทำคะแนนได้ดี บางสถาบันจะไม่มองเลยว่าภาค A จะได้คะแนนมากน้อยแค่ไหน หากใครคิดว่าตัวเองอ่อนด้านทฤษฎีควรจะฝึกซ้อมให้หนักเพราะยังมีเวลาอีก 1 เดือน ทางที่ดีควรจะเพิ่มเลเวลให้สูงกว่านี้ อย่างน้อยเลเวล 5 ก็เป็นค่าเฉลี่ยที่นักเรียนของปีก่อนทำได้”
“ อาจารย์ครับปีก่อนทางโรงเรียนช่วยรุ่นพี่ในการอัพเลเวลให้ถึงค่าเฉลี่ย ปีนี้จะมีไหมครับ ”
“ มีสิ กำลังจะพูดอยู่พอดี อย่างที่รู้กัน ทางโรงเรียนจะจัดงบไว้ให้นักเรียน ม.6 ทุกปีเพื่อใช้ในการเพิ่มค่าประสบการณ์หลังจากออกมาจากพื้นที่อเวคเคนโซน ปีนี้เราได้จ้างกิลด์สิบศาสตรามาช่วยเหลือ ”
“ กิลด์สิบศาสตราเลยเหรอครับ!! ” นักเรียนหลายคนแสดงความตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ยอร์ชเองก็เช่นกัน
กิลด์สิบศาตราเป็นหนึ่งใน 10 กิลด์ใหญ่ การที่โรงเรียนของพวกเขาจ้างกิลด์นี้มาได้หมายความว่าจะต้องใช้เงินไปไม่น้อย ถึงแม้คนที่ถูกส่งมาจะเป็นระดับ B หรือไม่ก็ต่ำกว่า ฮันเตอร์ที่ส่งมากลับถือได้ว่ามีอาชีพที่จะกลายเป็นแนวหน้า พวกเขาจึงปลอดภัยในการล่ามากยิ่งขึ้น
“ อาจารย์ครับ ระหว่างเพิ่มเลเวลให้เป็น 5 กับหาซื้อทักษะมาฝึก อันไหนจะทำให้มีโอกาสสอบเข้าสถาบันชั้นแนวหน้าได้ดีกว่ากันครับ ”
ยอร์ชหันมองไปยังเพื่อนห้อง 1 คำถามของอีกฝ่ายทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้เช่นกัน ว่าการจะเป็นฮันเตอร์ที่สมบูรณ์ไม่ได้วัดกันเพียงเลเวลและอุปกรณ์สวมใส่ ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ฮันเตอร์มีความแตกต่างกัน นั่นคือ ทักษะ มันคือสิ่งที่ทำให้สามารถปลดปล่อยสกิลได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น
“ คนที่มีเลเวลสูง มักจะเอาชนะคนที่มีทักษะแต่เลเวลต่ำกว่าได้ แต่ถ้าหากเลเวลเท่ากัน คนที่มีทักษะจะชนะ ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้วว่าจะทำยังไงให้เวลา 1 เดือนมีค่าที่สุด ทางโรงเรียนให้ได้แค่ค่าประสบการณ์จากฮันเตอร์ที่จ้างมา ส่วนทักษะคงต้องพึ่งครอบครัวของพวกเธอเอง ”
ยอร์ชรู้ดีว่าทำไมทางโรงเรียนจึงไม่ซื้อทักษะมาสอนให้กับ ม.6 เป็นเพราะว่าทักษะมีราคาแพงมาก การนำเงินไปจ้างฮันเตอร์ให้ผลที่ดีกว่า อีกอย่างทักษะไม่ใช่สิ่งที่จะเรียนรู้ได้ง่าย มันต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือน การเพิ่มเลเวลให้สูงที่สุดเพื่อเข้าสอบจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
สำหรับทักษะ เมื่อเข้าสู่สถาบันจะมีให้เรียนรู้ ดังนั้นแล้วการนำเงินมาจ้างฮันเตอร์แล้วให้นักเรียนไปเรียนรู้ทักษะในสถาบันจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
“ มีใครจะถามอะไรไหม ถ้าไม่อีก 2 วันเราจะเจอกันที่นี่ ใครที่จะไม่เข้าร่วมให้ลงชื่อด้วยนะ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดแจงฮันเตอร์ที่ต้องไปดูแลนักเรียนแต่ละคน ”.