เหล็กบันไดไม่ควร “หายใจ”
แต่มันหายใจอยู่จริง ๆ
คาเอลรับรู้จังหวะนั้นทันทีที่ฝ่าเท้าััขั้นแรกของบันไดลงท่อ เหล็กเย็นเฉียบใต้รองเท้าส่งแรงสั่นบาง ๆ ขึ้นมาตามกระดูกข้อเท้า ไม่ใช่แรงสั่นของโครงสร้างเก่า ไม่ใช่เสียงะเืจากรถหรือเครื่องจักรใต้เมือง แต่มันเป็จังหวะที่คล้ายการขยายและหดตัวของอะไรบางอย่างซึ่งยังมีชีวิตอยู่
ทุกก้าวที่เขาลงไป ความรู้สึกนั้นยิ่งชัดขึ้น
เหมือนพวกเขาไม่ได้กำลังลงบันไดเหล็ก แต่กำลังก้าวลงไปบนซี่โครงของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
้า ฝาท่อเหล็กยังเปิดอยู่เป็วงกลม แสงสีแดงจากรถหุ้มเกราะที่ค้างอยู่ครึ่งหนึ่งในโพรงลบข้อมูลส่องลงมาเป็่ ๆ ไฟฉุกเฉินบนหลังคารถกะพริบผ่านช่องเปิดเหนือศีรษะ ทำให้เงาของทั้งสี่คนถูกตัดเป็ชิ้น ๆ ตามขั้นบันได
แดง…ดับ
แดง…ดับ
แสงแต่ละครั้งทำให้ผนังท่อดูต่างออกไปเล็กน้อย
ครั้งแรก มันยังเป็คอนกรีตธรรมดา ครั้งต่อมา มีลายเส้นบาง ๆ แทรกอยู่ในรอยแตก ครั้งที่สาม รอยเส้นนั้นเหมือนขยับ และครั้งที่สี่ คาเอลก็ไม่แน่ใจอีกแล้วว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็ผนัง หรือเป็ิัที่ปลอมตัวเป็คอนกรีต
โวร่าลงไปก่อนสุด
เธอไม่ได้หันกลับมา ไม่ได้พูดอะไร ร่างของเธอค่อย ๆ กลืนหายไปในความมืดด้านล่าง เหลือเพียงเสียงรองเท้าแตะขั้นเหล็กเป็จังหวะสั้นและเบาเกินกว่าจะเป็เสียงของคนทั่วไป เธอลงบันไดเหมือนเงาที่รู้จักความมืดมาก่อน รู้ว่าจะวางเท้าตรงไหนเพื่อไม่ให้โลหะมีเสียง และรู้ว่าควรหยุดเมื่อไรแม้ยังไม่เห็นพื้น
นิกซ์ตามลงไปเป็คนที่สอง มือซ้ายจับราวบันไดแน่น ส่วนแขนขวาที่กลายเป็เกล็ดครึ่งหนึ่งแนบอยู่ข้างลำตัว ราวกับเขากลัวว่าถ้าปล่อยให้มันขยับอิสระ มันจะเลือกทำอะไรแทนเขา
มิเลียลงตามหลังนิกซ์ เธอถือปืนลูกซองด้วยมือข้างเดียวชั่วคราว อีกมือจับราวเหล็ก สีหน้าของเธอยังซีดกว่าปกติจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่แววตากลับยังแข็งอยู่ แข็งแบบคนที่รู้ว่าตัวเองเหนื่อย แต่ไม่ยอมให้ใครเห็นว่ากำลังจะล้ม
คาเอลเป็คนสุดท้าย
ก่อนปล่อยมือจากขอบฝาท่อ เขาหันกลับขึ้นไปมองโลก้าอีกครั้ง
ถนนที่พวกเขาเพิ่งต่อสู้ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้เฝ้าปากรัง รถหุ้มเกราะครึ่งคันยังติดอยู่ในช่องว่างสีขาวดำของพื้นที่ที่ถูกลบ ไฟสีแดงยังคงกะพริบเหมือนหัวใจเครื่องจักรใกล้ดับ เืดำกระจายอยู่บนพื้นถนนและขอบท่อ บางส่วนยังไม่แห้ง แต่ค่อย ๆ แตกตัวเป็เม็ดพิกเซลสีม่วงคล้ำที่ลอยย้อนลงมาในฝาท่อช้า ๆ ราวกับรังใต้ดินกำลังดูดคืนสิ่งที่เป็ของมัน
ไกลออกไป รอยแยกบนฟ้ายังคงเปิดอยู่
เส้นรหัสไหลผ่านความมืดเหนือเมืองเหมือนแม่น้ำที่ไม่มีต้นน้ำ ไม่มีปลายทาง และไม่มีมนุษย์คนใดควรอ่านออก
คาเอลมองมันเพียงเสี้ยววินาที แล้วรีบละสายตา
เขาเริ่มกลัวการ “เข้าใจ” สิ่งต่าง ๆ มากกว่ากลัวความมืดเสียอีก
“ปิดฝาท่อดีไหม” มิเลียถามจากด้านล่าง เสียงของเธอสะท้อนขึ้นมาแ่ ๆ
คาเอลมองรอบถนนอีกครั้ง
ไม่มีเงาเคลื่อนไหว ไม่มีเสียงฝูงตามมาในทันที แต่ความเงียบ้านั้นไม่น่าไว้ใจเท่าความมืดด้านล่างสักนิด
“ปิด” เขาตอบ
โวร่าพูดขึ้นจากด้านล่าง
“ฉันว่า ถ้าปิดแล้วปีนกลับขึ้นยากนะ”
“ถ้าไม่ปิด อะไรก็ตามที่อยู่ข้างบนจะตามลงมาง่ายขึ้น”
ไม่มีใครเถียง
คาเอลดึงฝาท่อกลับเข้าที่
เสียงเหล็กหนัก ๆ เลื่อนครูดกับขอบคอนกรีตดังลึกและยาว จนเหมือนเสียงสัตว์บางชนิดครางต่ำ จากนั้นฝาท่อก็ปิดสนิทเหนือศีรษะ
กึง—
เสียงนั้นดังชัดกว่าที่ควร
ดังเหมือนคำตัดสิน
แสงสีแดงจากโลก้าหายไปทันที
ความมืดเข้าครอบทุกอย่าง
มันไม่ได้มาทีละน้อย แต่มาทีเดียวเต็มทั้งท่อ เหมือนมีมือสีดำขนาดใหญ่เอื้อมมาปิดตาพวกเขาพร้อมกัน คาเอลหยุดอยู่บนขั้นบันไดครึ่งจังหวะ ฟังเสียงลมหายใจของตัวเองดังขึ้นในที่แคบ แล้วจึงค่อย ๆ ก้าวลงต่อ
ความมืดไม่ใช่ฉากหลัง มันคือบางอย่างที่ “อยู่ที่นี่” หนาแน่น เย็นเฉียบและถ่วงทุกลมหายใจให้หนักขึ้นทีละนิดมันไม่เพียงบดบังสายตา แต่กดเข้ามาที่ิั กดบนไหล่ กดลงในปอด ราวกับอากาศเองถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีมวล มีความคิด และไม่้าให้ใครผ่านเข้าไปโดยไม่ถูกจดจำ
หลังจากลงไปอีกสิบกว่าขั้น แสงบางอย่างจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ไม่ใช่แสงที่เปิดจากหลอดไฟไม่ใช่แสงสะท้อนจากโลก้า แต่มันเหมือนผนังท่อค่อย ๆ ลืมตา
เส้นสีม่วงคล้ำบาง ๆ เริ่มไหลอยู่ตามรอยแตกของคอนกรีต มันสว่างน้อยมาก น้อยเสียจนถ้าเป็แสงธรรมดาคงไม่มีประโยชน์ แต่ในความมืดที่สมบูรณ์เกินไปนั้น แสงเพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะทำให้เห็นเงาร่างของกันและกัน
เส้นแสงพวกนั้นไม่ได้อยู่นิ่ง
มันไหล
ช้า ๆ
เป็จังหวะ
เหมือนเืไหลในเส้นเืใต้ิั
นิกซ์หยุดหายใจไปชั่วขณะ
คาเอลได้ยินชัด
“นิกซ์” เขาเรียกเบา ๆ
เด็กหนุ่มไม่ตอบทันที เขามองเส้นสีม่วงบนผนัง ดวงตาสั่นไหว แสงสีเดียวกันสะท้อนอยู่ในม่านตาเขา ทำให้สีหน้าของเขาดูเหมือนคนกำลังฟังเสียงจากความฝันที่ไม่ใช่ของตัวเอง
“มันตื่นอยู่” นิกซ์กระซิบ
โวร่าหยุดอยู่ด้านล่าง
“อะไรตื่น”
นิกซ์กลืนน้ำลาย
“ที่นี่”
ไม่มีใครถามต่อ
เพราะคำตอบนั้นน่าจะใกล้ความจริงเกินไป
บันไดสิ้นสุดลงที่พื้นคอนกรีตแคบ ๆ คล้ายชานพักเก่าของระบบบำรุงรักษา ใต้เท้าพวกเขาไม่ใช่น้ำเสีย ไม่ใช่ท่อระบายน้ำเปิด แต่เป็อุโมงค์บริการกว้างพอให้คนสองคนเดินเคียงกันได้ ผนังเดิมน่าจะเป็คอนกรีตหล่อสำเร็จ แต่ตอนนี้ถูกเส้นใยประหลาดแทรกจนแทบไม่เหลือพื้นผิวเดิม บางจุดนูนขึ้นเหมือนก้อนเนื้อ บางจุดมีเยื่อบางใสขึงอยู่ระหว่างท่อเหล็กกับผนังเหมือนใยแมงมุมเปียก
กลิ่นเปลี่ยนไปชัดเจนเมื่อพวกเขาลงถึงพื้น
บนถนนยังมีกลิ่นควัน กลิ่นฝุ่น กลิ่นเืไหม้ และกลิ่นเมืองที่กำลังพัง
แต่ข้างล่างนี้มีกลิ่น “ภายใน” กลิ่นเหม็นหวานของเนื้อที่เติบโตผิดที่ กลิ่นดินเปียกที่ไม่มีอากาศ กลิ่นโลหะสนิมผสมของเหลวชีวภาพ และกลิ่นบางอย่างที่ทำให้คาเอลนึกถึงห้องผ่าตัดเก่า ๆ ทั้งที่เขาไม่เคยเข้าไปในห้องผ่าตัดจริงจังมาก่อน
มิเลียยกแขนขึ้นปิดจมูกครู่หนึ่ง ก่อนฝืนลดลงเพราะต้องถือปืนให้มั่นคง
“นี่ไม่ใช่อุโมงค์แล้ว” เธอพูดเบา ๆ
โวร่าก้มลงแตะพื้นด้วยปลายมีด เธอกดคมลงเล็กน้อย ของเหลวสีดำข้นซึมขึ้นตามรอยมีด ก่อนค่อย ๆ หดกลับเข้าไปใต้พื้นเหมือนพื้นผิวเจ็บแล้วรีบปิดแผล
“ใช่” เธอกล่าว
“มันกำลังเปลี่ยนที่นี่ให้เป็รัง”
หน้าต่างสถานะเปิดขึ้นในสายตาคาเอล
[เข้าสู่พื้นที่: โครงสร้างรังใต้ดิน]
[ระดับภัยคุกคาม: สูง]
[สภาพแวดล้อม: ไม่เสถียร]
[คำเตือน: การรับรู้ของผู้ใช้กำลังถูกแทรกแซง]
[อัตราการซิงค์: 6%]
[กำลังปรับนิยามค่า…]
[กำลังเขียนทับพารามิเตอร์เดิม…]
[ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 6% (RS 6%)]
คาเอลขมวดคิ้ว ตัวเลขพุ่งจาก 5 เป็ 6 เพียงเพราะเขาลงมาอยู่ที่นี่ และคำเรียกใหม่“ค่าการเชื่อมโยงความจริง” มันทำให้เขารู้สึกไม่ดีกับมันอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่ได้เปิดใช้การวิเคราะห์ ไม่ได้จ้องโหนด ไม่ได้ปล่อยตัวเองให้ระบบพาไป และไม่ได้พยายามอ่านความจริงชั้นลึกของอะไรทั้งนั้น แต่ตัวเลขยังขยับขึ้นเองราวกับสภาพแวดล้อมกำลังบังคับให้ร่างเขาปรับเข้าหามัน
ข้อความใหม่ขึ้นทันที
[แจ้งเตือน: สภาพแวดล้อมมีผลต่อค่าการเชื่อมโยงความจริง]
[คำแนะนำ: ลดการจ้องมองโครงสร้างรังเป็เวลานาน]
[คำแนะนำเพิ่มเติม: รักษาระยะจากตัวแปรยึดเหนี่ยว]
คาเอลหยุดที่บรรทัดสุดท้าย
ตัวแปรยึดเหนี่ยว
เขาไม่ต้องถามก็รู้ว่าระบบหมายถึงใคร
เขาหันไปมองมิเลีย
เธอไม่ได้เห็นข้อความนั้น เธอกำลังสำรวจผนังด้านซ้ายด้วยสายตาระวัง มือจับปืนแน่น แต่ไหล่ของเธอยังตกกว่าปกติเล็กน้อย แรงที่ใช้ดึงเขากลับมาจาก 56% คงไม่ได้หายไปง่าย ๆ และเขาไม่ชอบความจริงที่ว่า เธอยังเลือกเดินลงมาที่นี่ทั้งที่ตัวเองยังไม่ฟื้นเต็มที่
“อย่าอยู่ห่างฉัน” คาเอลพูด
มิเลียหันมามองเขา
เธอไม่ได้ถามว่าทำไม และไม่ได้ทำหน้าหงุดหงิดเหมือนคำสั่งนั้นดูเกินจำเป็ เธอเพียงมองเขานิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
“นายต่างหาก อย่าหายไปอีก”
ประโยคนั้นเบา
แต่หนักพอจะกดบางอย่างลงกลางอกเขา
คาเอลพยักหน้า
“จะพยายาม”
โวร่าหันมามองทั้งสองคนครึ่งวินาที แล้วพูดเรียบ ๆ
“เก็บความรู้สึกไว้ทีหลัง ตอนนี้ที่นี่กำลังอยากได้เืมากกว่า”
มิเลียถอนหายใจเบา ๆ
“เธอนี่พูดปลอบคนเก่งจริง ๆ”
“ฉันไม่ได้ปลอบ”
“นั่นแหละที่แย่มาก…”
นิกซ์หัวเราะออกมาสั้นมาก
สั้นจนแทบไม่ใช่เสียงหัวเราะ แต่แค่การหลุดลมหายใจที่ยังเป็มนุษย์อยู่
คาเอลหันไปมองเขา
เด็กหนุ่มรู้ตัว รีบหลบสายตาเล็กน้อย
“ขอโทษครับ”
“ไม่ต้องขอโทษ” คาเอลตอบ
“ถ้ายังหัวเราะได้ก็หัวเราะไปเถอะ”
นิกซ์นิ่งไป จากนั้นพยักหน้า
พวกเขาเริ่มเดิน
อุโมงค์ลาดลงช้า ๆ พื้นไม่ได้ชันมาก แต่การเอียงต่อเนื่องทำให้ทุกก้าวเหมือนพาพวกเขาออกห่างจากโลก้าอย่างถาวร เพดานเหนือศีรษะต่ำกว่าปกติ ท่อเหล็กหลายเส้นถูกเส้นใยสีดำพันไว้แน่นจนดูเหมือนเถาวัลย์ในป่าที่ไม่มีแสง ด้านในท่อบางเส้นมีเสียงของเหลวไหลย้อนทิศดังกลอกแกลกเป็ระยะ
คาเอลพยายามไม่มองผนังนานเกินไป
แต่ยิ่งพยายามไม่มอง เขายิ่งรู้สึกว่าผนังกำลังพยายามให้เขามอง
เส้นสีม่วงบนผนังเต้นเป็จังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งมันเต้นพร้อมกับเสียงหัวใจของเขา บางครั้งเต้นช้ากว่า บางครั้งเร็วกว่า และในบางวินาที เขารู้สึกเหมือนถ้าเพ่งดูนานพอ เขาจะอ่านจังหวะนั้นออกเป็ภาษาได้
เขาบังคับตัวเองให้มองพื้นแทน
พื้นก็ไม่ดีไปกว่ากัน
บนพื้นมีรอยลากยาวหลายเส้น เหมือนมีบางสิ่งถูกลากผ่านไปก่อนหน้า รอยนั้นไม่ใช่รอยเื แต่เป็รอยของเมือกสีเข้มที่เริ่มแห้งเป็ชั้นบาง ๆ ตามขอบรอยลากมีเศษแข็งคล้ายเปลือกไข่แตกปนอยู่ บางชิ้นยังมีเส้นแสงสีเหลืองเต้นอ่อน ๆ อยู่ข้างใน
มิเลียเห็นเหมือนกัน เธอใช้ปลายรองเท้าเขี่ยชิ้นหนึ่งเบา ๆ
มันแตก
ของเหลวใสสีซีดไหลออกมา
ทันใดนั้น เส้นแสงบนผนังกะพริบตอบรับทีหนึ่ง
ทุกคนหยุดพร้อมกัน
โวร่าหันมาทันที
“อย่าแตะอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก”
มิเลียยกเท้าถอย
“เข้าใจแล้ว”
นิกซ์กดขมับอีกครั้ง สีหน้าเขาแย่ลงเรื่อย ๆ
“มันได้ยิน”
คาเอลมองเขา
“อะไรที่ได้ยิน”
“รัง” นิกซ์ตอบ
“ไม่ใช่แค่เสียง ไม่ใช่แค่คลื่น มันเหมือน…ทุกอย่างที่นี่เป็หู”
ความเงียบหลังประโยคนั้นยาวเกินไป
คาเอลรู้สึกถึงมันแล้ว
ผนังไม่ได้แค่มีชีวิต พื้นไม่ได้แค่เปลี่ยนสภาพ เส้นใยไม่ได้แค่เติบโตทั้งหมดคือระบบรับรู้ และพวกเขากำลังเดินอยู่ในลำคอของสิ่งที่รู้ว่าพวกเขามาแล้ว
หน้าต่างสถานะกะพริบขึ้น
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 8%
[ตรวจพบการตอบสนองของโครงสร้างรังต่อเสียงและแรงสั่น]
[คำแนะนำ: ลดเสียง / ลดการััพื้นผิวผิดปกติ]
คาเอลหันไปบอกทุกคน “จากนี้ลดเสียง เดินชิดกลาง อย่าแตะผนัง”
โวร่าไม่พูดอะไร เธอทำตามทันที
มิเลียพยักหน้า
นิกซ์กลืนน้ำลาย แล้วพูดเบา ๆ
“ถ้ามันรู้แล้วว่าเรามา การเงียบจะช่วยไหมครับ”
คาเอลมองความมืดด้านหน้า
“อาจไม่ช่วยให้มันไม่รู้ แต่ช่วยให้มันรู้ช้าลงว่าเราจะทำอะไร”
นิกซ์พยักหน้าเหมือนพยายามเชื่อ
พวกเขาเดินต่อ
่หนึ่งของอุโมงค์แคบลงมากจนต้องเดินเรียงเดี่ยว โวร่าไปก่อน คาเอลตามหลัง นิกซ์อยู่ถัดมา และมิเลียปิดท้ายชั่วคราว เพราะทางด้านหลังยังเงียบและเธอถือปืนลูกซองเหมาะกับการกันระยะสั้นในช่องแคบ คาเอลไม่ชอบให้เธออยู่หลังสุด แต่พื้นที่ไม่เอื้อให้จัดแถวได้ดีไปกว่านั้น
ข้างหน้ามีแสงม่วงเข้มขึ้น
ไม่ใช่สว่างขึ้นแบบไฟ แต่เหมือนความมืดบางลง เผยให้เห็นโครงสร้างภายในมากกว่าเดิม
ผนัง่นี้ไม่มีคอนกรีตเหลืออยู่แล้ว
มันกลายเป็พื้นผิวที่คล้ายเปลือกไม้ผสมเนื้อหนัง เส้นใยนับร้อยวิ่งไขว้กันเป็ชั้น ๆ มีปุ่มนูนเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามผนัง และปุ่มพวกนั้นบางปุ่มเปิดปิดช้า ๆ เหมือนรูหายใจ
นิกซ์หยุดเดิน
คาเอลยกมือให้ทุกคนหยุดตาม
“อะไร” เขาถามเสียงเบามาก
นิกซ์ไม่ตอบทันที เขาหลับตา เอียงศีรษะไปด้านหนึ่งเหมือนกำลังพยายามแยกเสียงออกจากคลื่นจำนวนมหาศาล
“ข้างหน้า…” เขาพูดช้า ๆ
“มีหลายตัว แต่ไม่ได้เดิน”
โวร่าขมวดคิ้ว “ซุ่ม?”
“ไม่ใช่” นิกซ์ส่ายหน้า
“มัน…ติดอยู่กับผนัง”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบ เสียง “แฉะ” ก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
หนึ่งครั้ง
แล้วอีกครั้ง
แล้วอีกหลายครั้งต่อเนื่องกัน
คาเอลมองเห็นเงาแรกแยกตัวจากผนัง
มันไม่ได้โผล่ออกมาแบบสัตว์ที่ซ่อนอยู่ แต่เหมือนผนังคลอดมันออกมา ร่างเล็กยาวสีดำเปียกค่อย ๆ หลุดจากเยื่อใสที่ขึงอยู่กับผนัง ดวงตาสีเหลืองเรียวยาวเปิดขึ้นก่อนส่วนอื่นเหมือนเป็สิ่งแรกที่รังเลือกสร้างให้สมบูรณ์
จากนั้นอีกตัว
และอีกตัว
หนึ่ง สาม หก สิบ
มากเกินไปสำหรับพื้นที่แคบแบบนี้
มิเลียยกปืนขึ้นทันที
โวร่าก้มตัวต่ำ
นิกซ์ถอยหลังครึ่งก้าว แต่พยายามไม่ถอยไปชนมิเลีย
คาเอลยกมือห้าม
“อย่ายิงสุ่ม”
มิเลียนิ่ง แต่ปลายปืนยังชี้ไปข้างหน้า “ถ้ามันพุ่งมา ฉันยิง”
“ยิงตัวที่หลุดแถว ไม่ใช่ตัวแรกที่เห็น”
“ทำไม”
คาเอลมองพวกมัน
เส้นบาง ๆ เริ่มปรากฏในสายตาอีกครั้ง
เขาไม่อยากให้มันปรากฏ
แต่มันมาเอง
ศัตรูแต่ละตัวมีจังหวะเคลื่อนไหวต่างกันนิดเดียว บางตัวขยับตอนเส้นแสงบนผนังเต้น บางตัวหยุดตอนแสงดับ บางตัวรอจังหวะของตัวอื่นก่อนพุ่ง เหมือนพวกมันไม่ได้สื่อสารด้วยเสียง แต่ด้วยชีพจรของผนังรอบตัว
“มันมีจังหวะ” คาเอลพูด “ถ้ายิงตัวแรก ทุกตัวจะพุ่งพร้อมกัน”
โวร่าถาม
“แล้วตัวไหนละ”
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 10%
เส้นในสายตาเขาชัดขึ้น
เขาเห็นช่องว่าง สั้นมาก แต่มันมีจริง ๆ
“ตัวที่สามจากซ้าย” เขาตอบ
“แล้วตามด้วยตัวติดพื้นด้านขวา”
มิเลียไม่ถามซ้ำ
เธอยิง
เสียงลูกซองดังสนั่นในอุโมงค์แคบ แรงสะท้อนกระแทกผนังจนเส้นแสงสีม่วงกะพริบพร้อมกัน ตัวที่สามจากซ้ายถูกแรงะุอัดแตกครึ่งกลางลำตัว ของเหลวสีดำพุ่งใส่ผนัง
ตัวอื่นชะงักครึ่งจังหวะ
นั่นคือช่องว่าง
คาเอลพุ่งเข้าไป
เขาไม่ได้เร็วเท่าตอน RS 56% เขาไม่ได้เห็นทุกอย่างล่วงหน้าแบบสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เขายังเห็นมากพอ
มีดในมือเฉือนตัวแรกที่พยายามกระโจนจากผนังขวา ศอกกระแทกตัวที่สองให้ชนผนัง ก่อนเท้าจะเหยียบหัวตัวติดพื้นให้กดลงกับพื้นจนกะโหลกแตกเสียงเปียกหนัก
โวร่าตามเข้ามาเหมือนเงาที่มีคม
เธอไม่เปลืองแรงกับตัวที่ไม่จำเป็ ทุกการแทงมีเป้าหมายเฉพาะ ตัวไหนจะพุ่งเข้ามาหามิเลีย เธอตัดขามันก่อน ตัวไหนจะเลี้ยวไปทางนิกซ์ เธอแทงคอ ตัวไหนเสียจังหวะ เธอปล่อยให้คาเอลจัดการ
มิเลียยิงนัดที่สอง
คราวนี้เธอเล็งต่ำ ะุกวาดตัวที่คลานติดพื้นสามตัวจนล้มทับกัน เสียงกรีดแหลมดังขึ้น แต่ไม่ยาว เพราะนิกซ์พุ่งเข้าไปฟาดแขนขวาลงบนตัวหนึ่งอย่างแรง
เสียงกระแทกดังเหมือนก้อนหินทุบเนื้อ
นิกซ์ชะงักหลังฟาดเสร็จ
เขามองแขนตัวเองเหมือนไม่เชื่อว่ามันเป็ของเขา
เกล็ดสีคล้ำบนแขนขวาของเขาเปิดออกเล็กน้อยเหมือนแผ่นเกราะที่หายใจได้ ของเหลวสีดำจากศัตรูไหลบนเกล็ดแล้วถูกดูดซึมหายไปช้า ๆ
นิกซ์หน้าซีด
“มัน…ดูดเข้าไป”
คาเอลไม่มีเวลาตอบ
ตัวสุดท้ายพุ่งใส่มิเลียจาก้า
เขาหันไปช้าไปครึ่งจังหวะ
มิเลียเห็นทัน ยกปืนขึ้น แต่ระยะใกล้เกินไป
โวร่าอยู่ไกลไป
นิกซ์ยังช็อกกับแขนตัวเอง
คาเอลรู้สึกว่าตัวเลขในหัวกำลังจะขยับขึ้นอีกครั้ง เขาเกือบปล่อยให้มันดึงเขาเข้าไปอ่านเส้นทั้งหมด
แต่เสียงของมิเลียที่สูดหายใจสั้น ๆ ทำให้เขาหยุด
ไม่ใช้ลึก
ใช้แค่นี้พอ
เขาขว้างมีด
มันไม่ใช่การคำนวณสมบูรณ์แบบ เป็เพียงการตัดสินใจเร็ว ๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง
มีดหมุนผ่านอากาศ ปักเข้าข้างลำคอของศัตรู ตัวมันเสียแนวพุ่ง มิเลียก้าวเบี่ยงแล้วใช้ปืนลูกซองกระแทกมันเข้าผนัง ก่อนยิงซ้ำระยะประชิด
แสงวาบ
เืดำกระเซ็น
ทุกอย่างเงียบลง
แต่ความเงียบครั้งนี้ต่างออกไป
มันไม่ใช่ความเงียบหลังการต่อสู้
มันเป็ความเงียบของสิ่งที่กำลัง “จดบันทึก”
เส้นแสงบนผนังเต้นช้าลง
เหมือนอุโมงค์กำลังคิด
คาเอลหอบเบา ๆ แล้วมองรอบตัว
ซากศัตรูบนพื้นค่อย ๆ ละลายกลับเข้าไปในพื้นผิวอุโมงค์ บางตัวแตกเป็พิกเซล บางตัวไหลเป็ของเหลวซึมลงรอยแยก ไม่มีซากไหนอยู่เฉย ๆ เหมือนรังไม่ยอมเสียทรัพยากรแม้แต่ชิ้นเดียว
“มันเก็บซากคืน” โวร่าพูด
มิเลียลดปืนลงเล็กน้อย
“เหมือนรีไซเคิลใช้ใหม่”
“ฉันว่ามันเหมือนกินศพตัวเองมากกว่า” โวร่าตอบ
นิกซ์ยังมองแขนตัวเอง
คาเอลเดินเข้าไปหาเขา
“นายเป็ยังไงบ้าง”
เด็กหนุ่มพยายามยิ้ม แต่ยิ้มนั้นดูฝืนจนเจ็บ
“ผมไม่รู้ว่าอันไหนแย่กว่า ระหว่างมันดูดของพวกนั้นเข้าไป หรือที่ผมรู้สึกว่า…แขนมันดีใจ”
มิเลียเงียบไป
โวร่าไม่พูดอะไร
คาเอลมองแขนของนิกซ์ เกล็ดบางส่วนดูเข้มขึ้นจริง ๆ รอยต่อระหว่างผิวมนุษย์กับเนื้อเยื่อแปลกปลอมเนียนขึ้นกว่าก่อนลงมา ขอบแผ่นเกล็ดไม่แตกปริเหมือนแผล แต่เรียงตัวเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายที่เกิดมาเพื่ออยู่ตรงนั้น
“ฟังฉัน” คาเอลพูดเสียงต่ำ
“สิ่งนั้นอาจตอบสนอง แต่คนที่เลือกว่าจะทำอะไรยังเป็นาย”
นิกซ์มองเขา
“แล้วถ้าวันหนึ่งไม่ใช่ล่ะครับ”
คำถามนั้นไม่มีคำตอบง่าย ๆ
คาเอลอยากบอกว่าไม่มีวันนั้น
แต่หลังจากสิ่งที่เกิดกับตัวเองเมื่อ RS พุ่งขึ้น เขาพูดโกหกแบบนั้นไม่ออก
“ถ้าวันนั้นมาถึง” คาเอลพูดช้า ๆ
“เราจะดึงนายกลับมา”
นิกซ์มองไปทางมิเลียแวบหนึ่ง
“เหมือนที่พี่มิเลียดึงพี่กลับมาเหรอ”
คาเอลนิ่ง
มิเลียเองก็เงียบ
โวร่าเป็คนพูดแทน
“ถ้าจะดึงก็ดึงให้สุดแรง ถ้าดึงไม่ไหวก็จะลาก ถ้าลากไม่ไหว…”
เธอหยุดไว้แค่นั้น
นิกซ์กลืนน้ำลาย “ก็ฆ่า?”
โวร่าไม่ตอบทันที
คาเอลหันไปมองเธอ
โวร่ามองนิกซ์ตรง ๆ สีหน้าเรียบแต่ไม่มีความโหดร้ายอยู่ในนั้น
“ถ้านายขอให้ฉันทำก่อนหน้านั้น ฉันอาจทำ” เธอพูด
“แต่ถ้านายยังยืนอยู่ตรงนี้แล้วถามคำถามแบบมนุษย์ ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินตัวเองแทนอนาคต”
นิกซ์นิ่งไปนาน
จากนั้นเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ครับ”
ประโยคของโวร่าไม่อบอุ่น
แต่มันซื่อตรง
และบางครั้ง ความซื่อตรงก็เป็สิ่งเดียวที่ทำให้คนไม่แตกสลาย
พวกเขาเดินต่อ
หลังผ่านจุดที่ศัตรูหลุดจากผนัง อุโมงค์เปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย เพดานสูงขึ้นจนหายใจได้สะดวกกว่าเดิม แต่พื้นที่กว้างไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัย มันกลับทำให้ความมืดมีที่อยู่มากขึ้น
ด้านข้างอุโมงค์มีช่องย่อยหลายทาง บางช่องเป็ทางท่อเดิม บางช่องถูกเส้นใยสีดำปิดทับจนดูเหมือนปากแผลที่เย็บผิดวิธี บางช่องมีเสียงเล็ก ๆ ดังมาจากข้างในเหมือนสิ่งมีชีวิตตัวเล็กกำลังกัดกินอะไรบางอย่าง
นิกซ์หยุดที่ทางแยกหนึ่ง
เขาหันไปทางซ้ายอย่างช้า ๆ
“ทางนี้”
คาเอลมองทางนั้น
มันแคบกว่าทางหลักและมืดกว่า เส้นสีม่วงบนผนังด้านในหนาแน่นขึ้นมากจนแทบเหมือนเส้นเืใหญ่ไหลเข้าสู่หัวใจ
หน้าต่างสถานะยืนยัน
[ตรวจพบแหล่งสัญญาณหลัก]
[ทิศทาง: ซ้าย]
[ระยะ: ใกล้ขึ้น]
[คำเตือน: ความเข้มข้นของโครงสร้างรังเพิ่มสูง]
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 12%
คาเอลรู้สึกได้ถึงตัวเลขนั้นแม้ก่อนมันจะขึ้น
ในหัวเริ่มมีเสียงเบา ๆ แทรกเข้ามา ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่เสียงกระซิบแบบที่นิกซ์ได้ยิน แต่เป็แรงดึงที่ทำให้เขาอยากเงยหน้ามองเส้นบนผนัง อยากอ่าน อยากเข้าใจ ว่าเส้นทั้งหมดนำไปสู่ไหนและหมายถึงอะไร
เขากัดด้านในกระพุ้งแก้มตัวเอง
ความเจ็บเล็ก ๆ ช่วยดึงเขากลับมา
มิเลียเห็น
“RS ขึ้นอีกแล้วใช่ไหม”
คาเอลพยักหน้า “สิบสอง”
“จากห้า?”
“ใช่”
เธอขยับเข้ามาใกล้ขึ้นโดยไม่พูด
แค่ใกล้ขึ้น
แค่นั้นก็ทำให้บางอย่างในอกเขานิ่งขึ้นเล็กน้อย
ระบบขึ้นข้อความทันที
[ตรวจพบระยะใกล้ตัวแปรยึดเหนี่ยว]
[อัตราการเพิ่มค่าการเชื่อมโยงความจริงลดลงชั่วคราว]
คาเอลอ่านแล้วรู้สึกเย็นวาบ
ระบบไม่ได้แค่บันทึกมิเลีย มันเริ่มวัดผลเธอ เริ่มเข้าใจเธอในฐานะกลไก
เขาเกลียดมันไม่ใช่เพราะมันผิด แต่เพราะถ้าระบบเข้าใจมากเกินไป สักวันมันอาจหาวิธีปิดเธอได้
“คาเอล” มิเลียเรียก
เขาหันไป
“นายทำหน้าตาแบบนั้นอีกแล้ว”
“แบบไหน”
“แบบคนกำลังคิดว่าควรแบกทุกอย่างไว้คนเดียว”
โวร่าเดินนำไปสองก้าวแล้วพูดลอย ๆ
“ฉันเห็นด้วยกับเธอ หน้านายตอนนี้น่าหงุดหงิดชะมัด”
คาเอลถอนหายใจเบา ๆ
“ระบบเริ่มวัดเธอ”
มิเลียนิ่งไปเล็กน้อย
นิกซ์หันกลับมามองทันที
โวร่าหยุดเดิน
คาเอลพูดต่อ “มันเรียกเธอว่าตัวแปรยึดเหนี่ยว และตอนนี้มันรู้ว่าถ้าเธออยู่ใกล้ ค่า RS ของฉันขึ้นช้าลง”
ความเงียบปกคลุมอุโมงค์
มิเลียก้มมองมือตัวเอง มือที่เคยดึงเขากลับจาก 56% แล้วกำปืนแน่นขึ้น
“งั้นมันก็รู้ว่าฉันเป็จุดอ่อนของมัน”
“หรือจุดอ่อนของฉัน” คาเอลพูด
เธอมองเขาทันที
“อย่าใช้คำแบบนั้น”
“มิเลีย…”
“ฉันไม่ได้เป็จุดอ่อนของนาย” เธอพูดชัด
“ถ้าฉันทำให้นายยังเป็นายได้ นั่นไม่ใช่จุดอ่อน”
คาเอลเงียบ
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่เหมือนตอกลงกลางสิ่งที่เขาไม่กล้าคิด
โวร่าพูดขึ้น
“ถ้าระบบคิดว่าเธอเป็จุดอ่อน มันจะเล็งเธอก่อน”
“ฉันรู้” มิเลียตอบ
“แล้วยังไง เธอก็ยังจะเดินต่อหรอ?”
มิเลียยกปืนขึ้น
“เดินมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้กลับไปนั่งรอให้มันตามขึ้นไปจับฉันเหรอ”
โวร่ามองเธอครู่หนึ่ง
แล้วมุมปากขยับเล็กน้อย คล้ายไม่ถึงกับยิ้ม แต่ใกล้เคียงมากพอสำหรับโวร่า
“ดี”
พวกเขาเลี้ยวเข้าสู่ทางซ้าย
ทางนี้ต่างจากอุโมงค์ก่อนหน้าอย่างชัดเจน
มันแคบกว่า แต่สูงกว่า ผนังทั้งสองด้านโค้งเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนหลอดอาหารขนาดใหญ่ เส้นใยสีดำไม่ได้แทรกเป็หย่อม ๆ อีกแล้ว แต่มันปกคลุมทุกพื้นที่ บางส่วนเต้นเป็จังหวะ บางส่วนไหลเหมือนกระแสน้ำใต้ผิว และตรงกลางผนังมีปุ่มนูนขนาดเท่ากำปั้นเรียงเป็ระยะ
ปุ่มพวกนั้นทำให้คาเอลไม่สบายใจ
มันเหมือนตาที่ยังไม่เปิด
แล้วหนึ่งในนั้นก็เปิด
แสงสีเหลืองเรียวเล็กปรากฏขึ้นกลางปุ่มผนัง
มิเลียยกปืนทันที
คาเอลจับปลายปืนเธอลดลงเบา ๆ
“อย่า”
“มันเห็นเรา”
“ใช่ แต่ถ้ายิง ผนังทั้งหมดอาจตื่น”
โวร่ามองปุ่มผนังที่เหลือ
“นายแน่ใจว่าอันอื่นยังไม่ตื่น?”
ไม่มีใครตอบ
พวกเขาเดินต่อช้าลงกว่าเดิม
ดวงตาบนผนังเปิดขึ้นทีละดวงเมื่อพวกเขาผ่านไป มันไม่ได้โจมตี ไม่ได้ส่งเสียง เพียงจ้องตามการเคลื่อนไหว ทุกครั้งที่ดวงตาเปิด คาเอลจะรู้สึกเหมือนค่า RS ในตัวสั่นขึ้นเล็กน้อย แม้ตัวเลขยังไม่ขยับมาก
นิกซ์เริ่มหายใจผิดจังหวะ
“มันพูดมากขึ้น” เขากระซิบ
“พูดว่าอะไร” คาเอลถาม
เด็กหนุ่มหลับตาแน่น
“ไม่ใช่คำเดียว มันหลายเสียงซ้อนกัน…บางเสียงเรียกผม บางเสียงเรียกพี่มิเลีย บางเสียง…”
เขาหยุด
คาเอลหันไปมอง
“บางเสียงอะไร”
นิกซ์ลืมตาขึ้นช้า ๆ มองคาเอลด้วยสีหน้ากลัว
“บางเสียงเรียกพี่ว่า ‘ประตู’”
อากาศในทางเดินเหมือนเย็นลงทันที
คาเอลไม่ได้พูดอะไร
แต่หน้าต่างสถานะตอบสนอง
[ตรวจพบคำเรียกซ้ำจากสัญญาณรัง]
[คำสำคัญ: ประตู]
[คำเตือน: ความหมายไม่สมบูรณ์]
[คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการยืนยันตนเองกับคำเรียกของรัง]
โวร่าถาม
“ประตูหมายถึงอะไร”
คาเอลอ่านข้อความแล้วตอบ
“ยังไม่รู้”
“ระบบไม่รู้ หรือ นายไม่อยากรู้”
คำถามของโวร่าคมเกินไป
คาเอลมองเธอ
“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”
โวร่าพยักหน้าเหมือนยอมรับคำตอบนั้นได้
ทางเดินสิ้นสุดลงที่ห้องกว้างรูปทรงกลม
ไม่ใช่ห้องที่มนุษย์สร้าง
หรือหากเคยเป็ห้องของระบบใต้ดินเดิม ตอนนี้ก็ถูกกลืนจนจำไม่ได้แล้ว
พื้นกลางห้องยุบลงเป็หลุมตื้น ๆ มีของเหลวสีดำม่วงขังอยู่เหมือนบ่อเล็ก ๆ เส้นใยจำนวนมากจากผนังและเพดานไหลลงมาที่บ่อนั้น ราวกับทุกสิ่งในอุโมงค์ส่งเืกลับมาที่นี่ เหนือบ่อมีวัตถุบางอย่างแขวนอยู่ด้วยเส้นเอ็นหนา มันเป็ก้อนกลมรีขนาดเท่าลำตัวคน ผิวกึ่งใส ข้างในมีเงาบางอย่างขดตัวอยู่
มิเลียหายใจติดขัด
“นั่นคือ…”
นิกซ์ตอบเสียงแหบ
“ไข่ของพวกมัน”
ไม่ใช่แค่ใบเดียว
หลังสายตาปรับเข้ากับแสงม่วงในห้อง พวกเขาก็เห็นว่าเพดาน้าเต็มไปด้วยก้อนแบบเดียวกัน นับสิบ บางใบเล็ก บางใบใหญ่ บางใบโปร่งใสพอเห็นโครงร่างสิ่งมีชีวิตข้างในกำลังขยับช้า ๆ
โวร่าพูดเสียงต่ำ
“งั้นตอนนี้ เราอยู่ในห้องฟักตัวของพวกมันสินะ”
หน้าต่างสถานะเปิดขึ้น
[ตรวจพบห้องเพาะระยะต้น]
[ระดับภัยคุกคาม: สูง]
[โครงสร้าง: ยังไม่สมบูรณ์]
[โอกาสทำลาย: มีอยู่]
[คำเตือน: การโจมตีอาจปลุกหน่วยป้องกัน]
คาเอลอ่านแล้วกำปืนแน่น นี่ไม่ใช่รังหลักทั้งหมดแต่เป็ส่วนหนึ่งของรัง ห้องเพาะระยะต้นถ้าปล่อยไว้ สิ่งพวกนี้จะขึ้นไปถึงเมือง หรือถึงฐานผู้รอดชีวิตได้
“เราทำลายมันได้ไหม” มิเลียถาม
โวร่ากวาดสายตาไปรอบห้อง
“ได้ ถ้ามีเวลาและไฟมากพอ”
“เราไม่มีทั้งสองอย่าง” คาเอลตอบ
นิกซ์ยืนแข็งอยู่หน้าบ่อ ของเหลวสีดำม่วงสะท้อนแสงในดวงตาเขา แขนขวาของเขาสั่นแรงขึ้น
“มันบอกว่าอย่าแตะ”
มิเลียมองเขา
“รังพูดเหรอ”
นิกซ์พยักหน้า
“มันบอกว่า…พวกนี้ยังเด็ก”
คำว่า “เด็ก” ทำให้ความเงียบในห้องเปลี่ยนไป
มิเลียมองไข่บนเพดาน
สิ่งที่อยู่ข้างในขยับเล็กน้อย ราวกับตอบรับคำเรียกนั้น
โวร่าพูดเรียบ
“อย่าให้มันใช้คำมนุษย์หลอกเรา”
นิกซ์กัดฟัน
“ผมรู้” แต่สีหน้าเขาบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกง่ายแบบนั้น
คาเอลเข้าใจ
เพราะรังไม่ได้พูดกับพวกเขาทุกคนเท่ากัน มันพูดกับนิกซ์ในภาษาที่เข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดของความกลัวและความสงสาร มันไม่ได้สั่งให้เขาปกป้องไข่ มันเพียงทำให้เขารู้สึกว่าการทำลายพวกมันเท่ากับการฆ่าบางอย่างที่ยังไม่ทันเลือกเกิด
นี่คือวิธีที่รังโจมตี
ไม่ใช่ด้วยกรงเล็บอย่างเดียว
แต่ด้วยคำที่บิดให้เหมือนความเมตตา
คาเอลกำลังจะพูด แต่หน้าต่างสถานะขึ้นก่อน
[คำเตือน: สัญญาณรังกำลังแทรกแซงการตัดสินใจของสมาชิกทีม]
[เป้าหมายหลักของการแทรกแซง: นิกซ์]
[เป้าหมายรอง: คาเอล]
เป้าหมายรอง
เขายังอ่านบรรทัดนั้นไม่จบ เสียงในหัวก็เริ่มดังขึ้น
ไม่ใช่เสียงพูด
แต่เป็ภาพ
ภาพของไข่แตก ภาพของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตายก่อนลืมตา ภาพของนิกซ์ยืนกลางซากพวกมันด้วยแขนขวาที่กลายเป็ของฝูงสมบูรณ์ ภาพของคาเอลยืนอยู่ข้างเขาอย่างเ็าและพูดว่า “จำเป็”
คาเอลกัดฟัน
นี่ไม่ใช่ความทรงจำ
นี่คือภาพที่รังใส่เข้ามา
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 15%
เส้นในห้องชัดขึ้นทันที
เขาเห็นโครงสร้างของไข่แต่ละใบ เห็นจุดเชื่อมที่หากตัดแล้วมันจะตายทันที เห็นจุดที่หากยิง กระแสของเหลวในบ่อจะะเิและอาจเผาทั้งห้องด้วยปฏิกิริยาของระบบเอง
เขาเห็นวิธีทำลายทั้งหมด รวดเร็ว ไร้ร่องรอย และไม่เหลืออะไรให้กลับมาอีก
มันน่ากลัว
เพราะส่วนหนึ่งของเขารู้สึกว่ามันง่าย
มิเลียแตะแขนเขาเบา ๆ
ไม่ใช่ััเต็มแรงเหมือนครั้งก่อน
แค่ััธรรมดา
แต่เพียงเท่านั้น คาเอลก็สะดุ้งเล็กน้อย เส้นในสายตาค่อย ๆ จางลง
เธอมองเขา
“อย่าให้มันตัดสินใจแทนนายสิ”
เขาหายใจเข้า
“ฉันรู้”
“ดี เพราะเมื่อกี้นายทำหน้าเหมือนกำลังจะเป็ระบบอีกแล้ว”
คาเอลหลบสายตาเธอ
“ขอบใจ”
โวร่าพูดจากอีกด้าน
“ถ้าจะทำลายห้องนี้ เราต้องเลือกวิธีที่ไม่ปลุกทั้งรัง”
คาเอลมองรอบห้องอย่างระวัง ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมลึกเกินไป
“ไม่ยิงบ่อกลาง” เขาพูด
“มันเชื่อมกับเส้นหลัก ถ้าะเิ อาจส่งคลื่นกลับไปทั้งรัง หรืออาจเรียกทุกอย่างมาที่นี่”
“แล้วทำอะไร”
คาเอลชี้เส้นใยหนาสามเส้นที่โยงจากเพดานลงบ่อ
“ตัดเส้นเลี้ยงหลัก ทำให้ไข่หยุดโต แต่ไม่ะเิ”
นิกซ์มองเขา
“มันจะตายไหม”
คำถามนั้นเบาแต่เต็มไปด้วยน้ำหนัก คาเอลไม่โกหก
“น่าจะใช่”
นิกซ์หลับตา แขนขวาสั่นแรงกว่าเดิม
“ผมรู้ว่ามันต้องทำ” เขาพูด
“แต่ผมเกลียดที่มีบางส่วนในหัวผม…กำลังเสียใจแทนมัน”
มิเลียเดินเข้าไปหาเขา
“นั่นแปลว่านายยังเป็นาย”
นิกซ์ลืมตาขึ้น
“ถ้าผมเป็ของฝูง ผมคงไม่เสียใจแบบนี้เหรอครับ”
“ฉันไม่รู้” มิเลียตอบตรง ๆ
“แต่คนที่ยังถามว่าตัวเองเป็อะไรอยู่ ยังไม่แพ้หรอก”
นิกซ์มองเธอเหมือนอยากจำประโยคนั้นไว้
โวร่าขยับมีด
“โอ้ ซึ้งใจพอแล้ว ฉันจะตัดเส้นซ้าย”
“ฉันตัดขวาเอง” คาเอลพูด
มิเลียยกปืน
“งั้นฉันตัดเส้นกลาง”
นิกซ์สูดหายใจเข้า
“ผม…ผมจะคอยฟัง ถ้ามันเรียกอะไรมา ผมจะบอก”
พวกเขาเริ่มลงมือ
โวร่าปีนขึ้นผนังด้านซ้ายอย่างเงียบกริบ ใช้มีดปักตามรอยเส้นใยเพื่อดึงตัวขึ้นไปใกล้เส้นเลี้ยงหลัก คาเอลเข้าไปทางขวา เลือกจุดที่พื้นนูนขึ้นพอเป็ฐานเหยียบ เขาพยายามไม่มองบ่อกลางนาน เพราะทุกครั้งที่มอง เขาจะเห็นเส้นทางข้อมูลไหลขึ้นลงเหมือนระบบหลอดเืขนาดมหึมา
มิเลียยืนกลางห้อง หันปืนสลับไปตามไข่ที่เริ่มสั่นเบา ๆ
นิกซ์ยืนใกล้ทางเข้า มือกดขมับ สีหน้าของเขาบอกว่าเสียงในหัวดังขึ้นเรื่อย ๆ
คาเอลไปถึงเส้นใยด้านขวา
มันหนากว่าข้อมือคน สีดำอมม่วง และเต้นช้า ๆ เหมือนมีเืไหลอยู่ข้างใน เขายกมีดขึ้น แต่พอกำลังจะแทง ผิวของเส้นใยก็เปิดออกเป็ช่องเล็ก ๆ
ข้างในมีตา ตาสีเหลืองเล็ก ๆ จ้องเขา
คาเอลหยุดไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะตานั้นไม่ได้ดุร้าย
มันเหมือนตาของสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงจะทำร้ายมัน
ภาพนั้นพยายามเข้าไปในใจเขา
พยายามทำให้เขาลังเล
หน้าต่างสถานะกะพริบ
[ตรวจพบการแทรกแซงเชิงอารมณ์]
[คำเตือน: ภาพรับรู้ถูกดัดแปลง]
คาเอลกัดฟัน
“ขอโทษ”
แล้วแทงมีดลงไป
เส้นใยกระตุกอย่างรุนแรง ของเหลวสีดำม่วงพุ่งใส่แขนเขา มันร้อนเหมือนเืสด เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากไข่หลายใบพร้อมกัน ไม่ใช่เสียงเต็ม ๆ แต่เป็เสียงผ่านผนัง ผ่านพื้น ผ่านบ่อกลาง
โวร่าตัดอีกเส้นในจังหวะเดียวกัน
ห้องทั้งห้องสั่น
มิเลียะโ
“มีอะไรขยับ!”
ไข่สามใบบนเพดานแตกก่อนกำหนด
ร่างเล็กเปียกชุ่มตกลงมาพร้อมเศษเยื่อใส พวกมันยังไม่สมบูรณ์ ขายังอ่อน หัวบิดผิดรูป แต่พอตกถึงพื้น ดวงตาสีเหลืองก็เปิดทันที และสิ่งแรกที่มันทำคือพุ่งเข้าหามิเลีย
ไม่ใช่คาเอล
ไม่ใช่นิกซ์
มิเลีย
“มันเล็งเธอ!” คาเอละโ
มิเลียยิงหนึ่งนัด ร่างแรกแตกกระจาย แต่สองตัวที่เหลือพุ่งต่ำเลาะพื้น โวร่าะโลงจากผนังมาขวางตัวหนึ่ง มีดเสียบทะลุหลังมัน คาเอลพุ่งจากด้านขวาแต่ยังไกลเกินไป
นิกซ์ขยับ
เขาไม่ได้คิด
แขนขวาของเขาพุ่งออกไปราวกับตอบสนองต่อภัยที่เข้าหามิเลีย มันยืดไม่ได้ แต่เร็วและแรงเกินแขนมนุษย์ เขาฟาดตัวอ่อนอีกตัวกระแทกผนังจนเละ
จากนั้นเขาทรุดลงทันที
มือซ้ายกุมแขนขวาแน่น
“มันดีใจอีกแล้ว…” เขาพูดเสียงสั่น
“ผมไม่ชอบเลย”
มิเลียรีบเข้าไปหาเขา
“แต่นายเป็คนเลือกช่วยฉัน”
นิกซ์หายใจแรง พยักหน้าช้า ๆ
“ใช่…ผมเลือก”
คำว่าเลือกเหมือนเป็เสาหลักเล็ก ๆ ที่เขาใช้ยึดตัวเองไว้
คาเอลลงมาถึงพื้น
“เหลือเส้นกลาง”
เส้นสุดท้ายหนาที่สุด มันพาดจากเพดานลงตรงกลางบ่อ ถ้าตัดผิดจังหวะ อาจทำให้บ่อะเิหรือปลุกอะไรที่อยู่ลึกกว่านี้
เขามองมันเพียงครู่เดียว
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 18%
เส้นทางการตัดปรากฏทันที
คาเอลรีบกะพริบตา ละสายตา
มิเลียเห็น
“มันขึ้นอีกแล้ว?”
“18%”
เธอเดินเข้ามาใกล้
ตัวเลขไม่ลดลง แต่หยุดนิ่ง
แค่นั้นก็พอ
โวร่าถาม “เฮ้ ฉันมีคำถาม ต้องตัดยังไง”
คาเอลชี้
“ต้องตัดพร้อมกันสามจุด จุดบน จุดกลาง จุดล่าง ไม่งั้นแรงดันย้อน”
“เรามีแค่สองคนที่ปีนได้ดี” โวร่าพูด
นิกซ์ลุกขึ้นช้า ๆ
“ผมทำจุดล่างได้”
คาเอลมองเขา
นิกซ์ฝืนยิ้ม
“แขนนี้…อย่างน้อยก็ใช้ให้เป็ประโยชน์บ้าง”
ไม่มีใครชอบประโยคนั้น แต่ไม่มีใครห้าม
พวกเขาจัดตำแหน่ง
โวร่าไปจุดบน คาเอลจุดกลาง นิกซ์ยืนใกล้ฐานเส้นเลี้ยง มิเลียคุมพื้นที่กลางห้อง ปืนพร้อมยิงไข่ที่แตกก่อนกำหนด
คาเอลวางมือบนเส้นใย
มันเต้นใต้ฝ่ามือ เหมือนชีพจร
เสียงในหัวดังขึ้น
อย่า
ครั้งนี้เขาได้ยินชัด ไม่ใช่เสียงระบบ ไม่ใช่เสียงนิกซ์ แต่เป็เสียงจากรัง
อย่าแตะลูกของเรา
คาเอลหลับตา
ลูกของเรา
คำนี้ช่างเ็ป
เพราะมันพยายามใช้สิ่งที่มนุษย์เข้าใจที่สุดมาปกป้องสิ่งที่อาจฆ่ามนุษย์ทั้งหมด้า
เขาลืมตาขึ้น
“ตอนนี้ล่ะ”
ทั้งสามคนตัดลงพร้อมกัน
เส้นใยกลางกระตุกแรงจนทั้งห้องสั่นะเื บ่อสีดำม่วงเดือดขึ้นทันที ไข่บนเพดานสั่นพร้อมกันเหมือนฝูงหัวใจเล็ก ๆ กำลังหยุดเต้น เสียงกรีดร้องไร้ปากดังขึ้นจากทุกทิศทาง แรงอัดบางอย่างผลักพวกเขาถอยออกมาจากเส้นกลาง
มิเลียยิงไข่ใบหนึ่งที่แตกก่อน
โวร่าะโลงพื้น
นิกซ์ถูกแรงสะท้อนกระแทกถอยไปชนผนัง แต่ยังฝืนยืนอยู่
คาเอลล้มลงเข่าหนึ่งข้าง
พื้นใต้มือเขาร้อน
เส้นแสงสีม่วงบนผนังดับลงทีละเส้น
ห้องเพาะเริ่มตาย
ไม่ใช่ตายทันที แต่ค่อย ๆ เงียบลง เหมือนสิ่งที่เคยหายใจในนี้ถูกบังคับให้กลั้นหายใจจนหมดแรง ของเหลวในบ่อกลางลดระดับลงช้า ๆ ไข่บนเพดานเริ่มขุ่น สีเหลืองในดวงตาที่ผนังดับลงทีละดวง
และในความเงียบนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากลึกกว่าเดิม เสียงร้องที่ต่ำ มันไม่ใช่เสียงกรีดร้อง
แต่เป็เสียงตื่น
นิกซ์หน้าซีดจนแทบไร้สี
“มันรู้แล้ว”
โวร่าหันไปทางทางออกอีกด้านของห้อง
“อะไร”
นิกซ์ส่ายหน้า
“ไม่ใช่พวกเล็ก ๆ”
มิเลียกำปืนแน่น
คาเอลลุกขึ้นช้า ๆ
หน้าต่างสถานะเปิดขึ้นพร้อมสัญญาณสั่นรุนแรง
[ห้องเพาะระยะต้น: ถูกทำลายบางส่วน]
[สัญญาณรัง: เปลี่ยนแปลงรูปแบบ]
[คำเตือน: หน่วยป้องกันระดับสูงกำลังเคลื่อนเข้าใกล้]
[คำเตือน: ยืนยันเป้าหมายของรัง]
คาเอลไม่อยากอ่านบรรทัดต่อไป
แต่มันขึ้นมาแล้ว
[เป้าหมายหลัก: มิเลีย]
[เป้าหมายรอง: คาเอล]
[เป้าหมายแทรกซึม: นิกซ์]
เขากำมือแน่น
มิเลียถาม
“มีอะไร”
คาเอลหันไปมองเธอ เขาคิดจะปิดบัง แค่เสี้ยววินาที แต่ในสถานที่แบบนี้ ความลับอาจฆ่าเร็วกว่ากรงเล็บ
“มันยืนยันเป้าหมายแล้ว” เขาพูด “เธอเป็เป้าหมายหลัก”
มิเลียนิ่งไป
ไม่กี่วินาที
จากนั้นเธอขึ้นลำปืนใหม่
“งั้นดีเลย”
คาเอลขมวดคิ้ว
“ดียังไง?”
“อย่างน้อยเรารู้แล้วว่ามันกลัวอะไร”
โวร่าพูดเรียบ
“หรืออยากจับอะไร”
“ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย” มิเลียตอบ
นิกซ์มองพวกเขาทีละคน
“แล้วผมล่ะ”
คาเอลเงียบ
นิกซ์ฝืนยิ้มเล็กน้อย
“ผมเดาได้”
“มันเรียกนายว่าเป้าหมายแทรกซึม” คาเอลพูด
เด็กหนุ่มหลบตา
คำนี้ฟังเลวร้ายกว่าที่คิด แทรกซึม ไม่ใช่ฆ่า ไม่ใช่จับ แต่ค่อย ๆ กลืนจากข้างในเขา มิเลียเดินไปแตะไหล่ซ้ายของนิกซ์ ด้านที่ยังเป็มนุษย์
“งั้นเราก็ต้องไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จ”
นิกซ์มองเธอ
คราวนี้เขาไม่ได้ยิ้ม แต่พยักหน้าแน่นขึ้น
จากทางออกอีกด้านของห้อง มีลมเย็นพัดเข้ามา ลมนั้นมีกลิ่นต่างจากก่อนหน้าไม่ใช่กลิ่นไข่ ไม่ใช่กลิ่นของห้องเพาะ แต่เป็กลิ่นลึกกว่า มันเหม็นสาบเหมือนรากของเมืองทั้งเมืองกำลังเน่าอยู่ในความมืด
คาเอลมองไปทางนั้น
หน้าต่างสถานะขึ้นลูกศรโปร่งใสชี้ลงไปตามทาง
[เส้นทางสู่แหล่งสัญญาณหลัก: เปิด]
[ระยะ: ใกล้มาก]
[คำเตือน: หลังจากจุดนี้ การถอนตัวอาจไม่สามารถทำได้ทันที]
ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 18%
[อัตราการเพิ่ม: ชะลอ เนื่องจากระยะใกล้ตัวแปรยึดเหนี่ยว]
คาเอลอ่านบรรทัดนั้นแล้วมองมิเลียอีกครั้ง
เธอยืนอยู่กลางห้องเพาะที่กำลังตาย ปืนในมือ เืดำเปื้อนแขน ใบหน้าซีด แต่สายตาแข็งกร้าวราวกับเธอยังไม่ยอมให้ความกลัวมีสิทธิ์กำหนดทิศทางเท้าของตัวเอง
เธอไม่ใช่จุดอ่อน
เธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังกลัวจะสูญเสียตัวเองและในโลกตอนนี้ การยังกลัวอยู่ อาจเป็หลักฐานสำคัญที่สุดว่าเขายังไม่แพ้
โวร่าเดินไปที่ทางออกก่อนเหมือนเดิม
“เสียงมาแล้ว” เธอพูด
จากทางลึกด้านหน้า มีเสียงหนัก ๆ ดังขึ้น
ก้าวหนึ่ง
แล้วอีกก้าว
ไม่ก้าวถี่ ไม่รีบเร่ง แต่ทุกครั้งที่เสียงนั้นดัง พื้นห้องเพาะที่กำลังตายจะสั่นเบา ๆ
นิกซ์หน้าซีด
“มันไม่ใช่ตัวเล็ก”
มิเลียยกปืนขึ้น
คาเอลจับ C-14 แน่นขึ้น
เขารู้สึกถึง RS ในตัวเองนิ่งอยู่ที่ 18% แต่ใต้ตัวเลขนั้นมีแรงดึงซ่อนอยู่ เหมือนรังไม่ได้พยายามดันเขาขึ้นอีกในตอนนี้
มันรอ รอให้เขาเห็นบางอย่าง รอให้เขาใช้พลังมากขึ้น รอให้เขาจำเป็ต้องเลือกความสมบูรณ์แบบแทนความเป็มนุษย์อีกครั้ง
คาเอลสูดหายใจเข้า
กลิ่นเหม็นของรังทำให้แสบจมูกแสบปอดดี
เขายังรู้สึก
เขาหันไปมองทีมของตัวเอง
โวร่า—เงาคมที่ตัดทุกสิ่งโดยไม่ลังเล
นิกซ์—เด็กหนุ่มที่ต่อสู้กับเสียงในหัวตัวเอง
มิเลีย—ััเดียวที่ฉุดเขากลับจากขอบเหว
แล้วเขาก้าวไปข้างหน้า
สู่ทางออกที่ลึกกว่าเดิม
ด้านหลัง ห้องเพาะค่อย ๆ ดับลงทีละเส้น ด้านหน้า ความมืดเปิดกว้างเหมือนปากของบางสิ่งที่กำลังรอรับ
เสียงหนัก ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม และในเสี้ยววินาทีที่คาเอลมองเข้าไปในความมืดนั้น เขาไม่ได้เห็นร่างศัตรูชัดเจน
แต่เขาเห็นดวงตา ดวงตาคู่หนึ่งสูงกว่ามนุษย์หลายเท่า เปิดขึ้นช้า ๆ ในเงาลึก
มันไม่ได้มองทีม
มันไม่ได้มองนิกซ์
มันไม่ได้มองมิเลียก่อน
มันมองคาเอล เหมือนรู้จักเขามานานแล้ว หน้าต่างสถานะกะพริบขึ้นเองโดยไม่มีเสียง
[ตรวจพบหน่วยป้องกันรังระดับสูง]
[ชื่อชั่วคราว: ผู้พิทักษ์ส่วนลึก]
[คำเตือน: ศัตรูตอบสนองต่อค่าการเชื่อมโยงความจริงของผู้ใช้]
คาเอลอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วรู้สึกว่าความเย็นไหลลงไปถึงกระดูก ศัตรูตัวนี้ไม่ได้รอให้พวกเขาเข้ามา
มันรอให้ค่า RS ของเขาสูงขึ้น
รอให้เขา “ไม่ใช่มนุษย์” มากพอ
แล้วมันจึงจะเริ่มเคลื่อนไหว
ความมืดตรงหน้าขยายตัวเหมือนกำลังยิ้ม
คาเอลยกปืนขึ้นช้า ๆ
หัวใจเต้นหนักในอก
ค่าการเชื่อมโยงความจริงยังอยู่ที่ 18%
แต่เขารู้แล้วว่า
ทางลงสู่ความมืดที่แท้จริง
เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…