ฟางเหม่ยหลิงและองค์ชายแปดกับจื่อฟงเดินทางออกมาจากป่า อย่างปลอดภัย ทำให้เลียงลี่ และบ่าวไพร่คนอื่นๆต่างโล่งใจไปตามๆกัน กลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู เห็นทีพวกเขาคงรับผิดชอบกันไม่ไหวเป็นแน่
''ฮือ ฮือ คุณหนูเจ้าขา เจ็บตรงไหนไหมเจ้าคะ ''
เลียงลี่เอาแต่ร้องไห้กอดนางไม่ยอมปล่อย
''มีเพียงรอยฟกช้ำและแผลเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเจ้าอย่าได้กังวล นี่ก็ค่ำมากแล้วไปนอนก่อนเถอะ เดี่ยวข้าตามไป''
''ไม่ทายาก่อนหรือเจ้าคะ''
เลียงลี่นั้นยังรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายของตน
''เดี่ยวข้าไปทาในกระโจม เจ้าไปรอที่กระโจมก่อน''
''เจ้าคะ รีบๆตามมานะเจ้าค่ะ ''
พอคุยกับเลียงลี่เสร็จแล้ว นางก็เดินมาหาองค์ชายแปดที่ยังยืนรออยู่
''หลิงเอ๋อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าใคร จ้างคนมารอบสังหารเจ้า''
''ไม่ทราบ เพคะ พวกมันอาจเป็นแค่โจรป่า''
ที่จริงเธอรู้แล้วว่าใคร แต่ต้องโกหก เพื่อไม่ให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะถ้าองค์ชายแปดรู้ว่าใคร เขาต้องไม่อยู่เฉยแน่ แต่นี่มันเป็นเรื่องระหว่างเธอกับไป๋เฉียนฉิงเธอจึงอยากจะสะสางด้วยตัวเอง
''องค์ชายทรงกลับไปพักผ่อนที่กระโจมก่อนเถอะเพคะ ทรงตรากตรำ ตามหาหม่อมฉันมาทั้งวัน หม่อมฉันก็จะพักผ่อนเหมือนกันเพคะ ''
''ก็ได้ ข้าขอให้เจ้าฝันดีนะ ฝันถึงแต่ข้าคนเดียว ห้ามฝันถึงคนอื่นเด็ดขาด''
''ความฝันมันบังคับกันได้ด้วยหรือเพคะ''
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเกี้ยวพาจากชายหนุ่ม
''ไม่รู้ละ เจ้าต้องฝันถึงข้าคนเดียว ถ้าฝันถึงคนอื่นข้าจะตามไปฆ่ามัน''
เขาสั่งนางอย่างจริงจัง
''จะตามไปฆ่าในความฝันเนี่ยนะเพคะ''
''ใช่ ''
'เออ คือ แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ บังคับแม้กระทั่งความฝัน '
เธอได้แต่ครุ่นคิดในใจ
'' เพคะ เพคะ เข้าใจแล้ว ''
รับๆคำไปก่อนเขาจะได้ไปนอนสักที
................................................
ที่กระโจมขององค์ชายแปด
จื่อฟงเห็นนายของตนเดินยิ้มมาแต่ไกลก็อดแซวไม่ได้
'' เดินยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ มาแต่ไกลเลยนะพ่ะย่ะค่ะ มีความสุขเหลือเกินนะพ่ะย่ะค่ะ''
''ใช่สิ เจ้าไม่เข้าใจหรอก เพราะเจ้านะเอาแต่ทำตัวเย็นชา ไม่มีสาวๆที่ไหนกล้าเข้าใกล้ เจ้าจะไปรู้จักความรักได้เยี่ยงไร''
'แหม เมื่อก่อนองค์ชายก็เป็นนะ ทำตัวเย็นชาเนี่ย เหตุใดจึงว่าแต่เขาเพียงคนเดียว'
จื่อฟงได้แต่คิดในใจ
"หม่อมฉันจะไม่แต่งงาน และคอยรับใช้องค์ชายไปตลอดชีวิต พ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่ได้นะ เจ้าควรแต่งงานกับหญิงสาวดีๆสักคน เลิกทำตัวเย็นชาได้แล้ว"
หลงเจี่ยนหยางได้แต่ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของจื่อฟงว่าจะไม่แต่งงาน
"องค์ชายเองที่จริงแล้วก็ทำตัวเย็นชากับทุกคนเหมือนกัน เว้นก็แต่คุณหนูฟางเหม่ยหลิงเท่านั้นที่พระองค์ใจดีด้วย และได้รับความรักจากพระองค์อีก น่าอิจฉาคุณหนูจังเลย น่ะพ่ะค่ะ"
จื่อฟงแกล้งล้อเจ้านายของตนเล่น
"เจ้าอิจฉาหรอ งั้นมานี่สิ ข้าจะใจดีกับเจ้าเอง"
หลงเจี่ยนหยางค่อยๆเดินเข้าไปหาองรักษ์หนุ่มอย่างช้าๆ
"อะ...องค์ชาย จะทำอะไรนะ พ่ะย่ะค่ะ "
จื่อฟงเห็นสายตาเหมือนหื่นกระหายของหลงเจี่ยนหยางเขาก็สะดุ้งถอยหนี
"ข้าจะมอบความรักให้เจ้าเอง"
หลงเจี่ยนหยางค่อยๆยื่นมือออกไปหาจื่อฟง
"มะ...ไม่ หม่อมฉันไม่ชอบตัดแขนเสื้อตัวเอง"
จื่อฟงรีบหลบเขาทำตาเหลือกด้วยความตกใจ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูหน้าเจ้าสิ ตลกชะมัด ข้าก็แค่แกล้งเจ้าเล่นเท่านั้นเอง"
หลงเจี่ยนหยางเห็นองรักษ์ของเขาทำหน้าตาแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
"โถ่ องค์ชาย อย่าเล่นแบบนี้อีกนะ พ่ะย่ะค่ะ หัวใจจะวาย"
จื่อฟงได้ยินแบบนั้นก็ค่อยโล่งใจ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เข้าใจแล้วต่อไปจะไม่แกล้งแล้ว"
จื่อฟงได้แต่ส่ายหัวไปมา เพราะไม่คิดว่าองค์ชายเองก็จะมีอารมณ์ขันเช่นนี้
''แล้วที่มีคนรอบฆ่าคุณหนูฟางเหม่ยหลิงจะทำอย่างไร พ่ะย่ะค่ะ''
'' ฮึ ใครที่มันกล้าทำร้ายนาง ข้าจะให้มันได้รับโทษอย่างสาสม เจ้าไปสืบความมาให้กระจ่าง ว่าใครคิดทำร้ายนาง ''
'' พ่ะย่ะค่ะ ''
'' ทำร้ายนางก็เหมือนทำร้ายข้าด้วย''
บรรยากาศที่เบาสบายอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นร้อนระอุขึ้นมาทันที แรงกดดันถูกปล่อยออกมารอบๆกายของหลงเจี่ยนหยาง จื่อฟงรับรู้ถึงแรงกดดันนี้เขาเองยังรู้สึกกลัวจนเหงื่อไหล
'ใครที่คิดมีเรื่องกับนางกันนะ น่าสงสารมันผู้นั้นจริงๆ'
จื่อฟงได้แต่ปลงตกในใจ