เสียงดนตรีคลอเบา ๆในบาร์ดาดฟ้าแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ แสงไฟจากโคมไฟรอบ ๆ ส่องสะท้อนลงบนโต๊ะไม้ที่มีร่องรอยการใช้งานก่อให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย สายลมเย็นจากยอดดอยพัดผ่านเป็ระยะทำให้แม้จะอยู่กลางเมืองก็ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติ
พีทนั่งมองน้ำแข็งในแก้วละลายไปเรื่อยๆ นี่เป็เครื่องดื่มแก้วที่สองของเขาในคืนนี้และแม้มันจะไม่ได้ช่วยให้เขาหายจากความรู้สึกหนักอึ้งในอกแต่มันก็ทำให้เขาพอจะมีแรงพยุงตัวเองให้ไม่ต้องคิดมากไปกว่าเดิม
ตรงข้ามกับเขาอันนาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองไปยังวิวเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืนเสียงการจราจรที่เบาบาง ทำให้ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันได้ชัดเจนขึ้น
“ฉันชอบที่สูงๆ แบบนี้นะ” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะที่สายตายังคงทอดไปไกล
“ทำไมเหรอ?” พีทเอ่ยถาม
“เพราะว่ามันทำให้ทุกอย่างดูเล็กลง”เธอพูดพลางยิ้มมุมปาก “ปัญหาที่เคยรู้สึกว่ายิ่งใหญ่พอมองจากมุมนี้...มันก็แค่จุดเล็ก ๆ ในชีวิตเท่านั้น”
พีทหัวเราะเบา ๆก่อนจะหันไปมองเมืองด้านล่าง ตึกสูงต่ำไล่เรียงกันเหมือนบล็อกของเล่นถนนที่เคยรู้สึกว่าแคบ ตอนนี้ดูเหมือนเส้นเล็ก ๆ ที่พาดผ่านเมือง
“ฟังดูเหมือนคำพูดของคนที่พยายามปลอบใจตัวเอง” เขาแซว
อันนายักไหล่“ก็นิดหน่อย”
เธอหันกลับมามองพีทสายตาของเธอเต็มไปด้วยบางสิ่งที่อ่านไม่ออก “แล้วนายล่ะ?”
“อะไร?”เขาถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอหมายถึงอะไร
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?” คำถามนั้นของเธอเหมือนยิงเข้ากลางอกพีท
พีทเม้มริมฝีปาก สูดลมหายใจเข้าเบา ๆก่อนจะถอนหายใจออกมา เขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร และเธอก็รู้ว่าเขาจะไม่ตอบตรง ๆ
เขาหัวเราะแห้งๆ แล้วส่ายหัว “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าเจ็บหรือเปล่า แค่รู้สึก...โหวง ๆ”
“ก็แน่นอนสิ” อันนาพูดพลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม“นายพึ่งเลิกกับแฟนคนแรกในชีวิต ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ หรอก”
พีทหัวเราะในลำคอ“เธอทำเหมือนฉันเป็วัยรุ่นที่พึ่งรู้จักความรักงั้นแหละ”
“ไม่ใช่หรือไง?” อันนาเลิกคิ้ว“นายใส่ใจกับความรักมากกว่าที่ตัวเองคิดนะพีท”
เขาเงียบไป ไม่เถียงอะไร
“นายจริงจังกับเธอใช่มั้ย?”อันนาถาม
พีทกลืนน้ำลายรู้สึกเหมือนหัวใจหนักขึ้น เขาหัวเราะแ่ ๆ แล้วพยักหน้า “ใช่”
อันนายิ้มบางๆ “แล้วนายเคยถามตัวเองไหมว่ามันเป็แค่ความหลง หรือมันเป็ความรักจริง ๆ?”
พีทเงียบไปครู่หนึ่ง“ถ้าให้พูดตรง ๆ ฉันเองก็ไม่รู้ว่า เส้นแบ่งระหว่างสองอย่างนี้มันคืออะไรเหมือนกัน?”
“นั้นสิ” เธอตอบทันที “ความหลงทำให้นายรู้สึกตื่นเต้นใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ได้ตลอดไป”
“แล้วความรักล่ะ?” พีทถาม
เธอหันมามองเขาสบตาอย่างจริงจัง “ความรักเป็สิ่งที่ทำให้นายอยากอยู่เคียงข้างกันแม้ในวันที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น มันคือสิ่งที่ทำให้เราอยากพยายามเพื่อกันและกันแม้ในวันที่เหนื่อยล้า”
พีทนิ่งไปคำพูดของเธอเหมือนทำให้เขาหายใจช้าลง
เขาเคยคิดถึงเื่นี้มาก่อนแต่ไม่เคยมีใครพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้ เขากำลังหลงพี่นิว หรือเขารักเธอจริง ๆ กันแน่?
“ฉันคิดว่านายยังไม่ได้รักพี่นิวจริง ๆ หรอก”อันนาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
“ทำไมเธอคิดอย่างงั้น?” พีทจ้องหน้าเธอพยายามค้นหาความหมายในคำพูดของเธอ
“เพราะฉันรู้จักนายดี” เธอบอก
“นายอาจจะรักสิ่งที่พี่นิวเป็ สิ่งที่เธอแสดงออกมาความดึงดูดของเธอ... แต่นายไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็คนยังไงจริง ๆ”
“แล้วเธอคิดว่าฉันควรทำยังไง?”พีทถาม หัวของเขาเต็มไปด้วยข้อสงสัย
อันนายิ้มบางๆ “นายไม่ต้องรีบร้อนหาคำตอบหรอก บางอย่างมันต้องใช้เวลา”
พีทพยักหน้าเบา ๆเขาไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไงกับเื่นี้ดีแต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าอันนาพูดถูก
อากาศยามค่ำคืนเริ่มเย็นลงลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อย อันนาเอื้อมมือไปดึงเสื้อคลุมตัวบางของเธอให้แน่นขึ้น
“หนาวเหรอ?” พีทถาม
เธอส่ายหัว“แค่ลมแรงขึ้นนิดหน่อย”
พีทลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองแล้วยื่นให้เธอ “ใส่ไว้เถอะ”
อันนามองเสื้อในมือเขาก่อนจะเงยหน้ามองพีท รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “ขอบคุณนะ”
เธอรับมันไป สวมมันอย่างเรียบง่ายแต่พีทรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างแทรกเข้ามาในอก
คืนนั้นเมื่อพวกเขาเดินกลับหอพักด้วยกัน พีทรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป
อันนายังคงเป็อันนาคนที่เขาสนิทที่สุด คนที่เขาไว้ใจ และคนที่อยู่ข้างเขาเสมอ
แต่คืนนี้ เธอเหมือนไม่ได้เป็แค่เพื่อน
พีทรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นในจังหวะที่ต่างออกไปเมื่ออยู่ใกล้เธอ
และสิ่งที่ทำให้เขากลัวที่สุดไม่ใช่ความรู้สึกนี้
แต่เป็การที่เขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าเธอรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า
คืนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป—และพีทรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เื่พี่นิว
มันเป็เื่ของเขากับอันนา
และเขาไม่แน่ใจเลยว่าจะทำยังไงกับมันดี