“จัสมิน… จัสมิน…”ขณะร้องเรียกชื่อของจัสมิน หัวใจของหยุนเช่อพลันบีบรัดจนเจ็บปวดระดับความรุนแรงของอาการพิษกำเริบรอบนี้ร้ายแรงกว่าครั้งที่แล้วเมื่อสี่เดือนก่อนถึงสิบเท่า ถึงอย่างไร คราวที่แล้ว เด็กสาวเพียงลงมือต่อผู้ฝึกยุทธ์ระดับลมปราณจิตเพียงเท่านั้นและครั้งนั้น นางถึงกับต้องดิ้นรนด้วยความทรมาน ทว่าในครั้งนี้เด็กสาวจัดการกับมังกรแท้จริงในระดับลมปราณจักรพรรดิในพริบตาเดียว!ความหนาแน่นของปริมาณพลังลมปราณที่นางรีดเร้นออกมาสมควรแตกต่างกันราวฟ้ากับ เหว
จัสมินมิใช่ว่าไม่ตระหนักถึงผลลัพธ์ในการลงมือกำจัดฆ่ามังกรไฟตนนี้ทว่า นางจำเป็นต้องลงมือ เนื่องเพราะหากนางไม่ทำ หยุนเช่อต้องตกตายอย่างแน่นอนและหากชายหนุ่มตาย นางเองย่อมต้องถึงแก่ชีวิตด้วยเช่นกัน
ความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งสร้างความเจ็บแปลบปลาบภายในจิตใจของชายหนุ่ม…ระหว่างขั้นตอนการลักลอบเข้ามายังถ้ำมังกร จัสมินพยายามหยุดยั้งชายหนุ่มถึงสามครั้งคราทั้งยังกล่าวเตือนชายหนุ่มถึงสมบัติมังกรที่ย่อมต้องมีตราประทับพลังของมังกรประทับไว้โดยไม่มียกเว้นหมายความว่าการช่วงชิงมาย่อมยากเย็นแสนเข็ญ ทว่าชายหนุ่มยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น…แน่นอนว่าหยุนเช่อเปี่ยมด้วยความกล้าหาญและบ้าบิ่นอย่างแท้จริงทว่า ชายหนุ่มอาจหลงลืมบางสิ่งบางอย่างไป ตนเองในตอนนี้มิใช่หยุนเช่อผู้เสียงดังสะท้อนทั่วแดนดินเช่นในชาติที่แล้ว ทว่ากลับกันเขาเป็นเพียงตัวตนอันน้อยนิด ผู้ซึ่งมีพลังเพียงขั้นที่สี่ชั้นปราณแรกเริ่มเท่านั้นสิ่งที่เขาต้องเผชิญพบ คือสัตว์อสูรมังกรลมปราณชั้นจักรพรรดิอันน่าหวาดผวาเพียงความประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย ย่อมนำมาซึ่งความตายทั้งยังฉุดลากจัสมินเข้ามาเสี่ยงชีวิตกับตนเองอีกด้วย
และผลลัพธ์ที่ว่านี้ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในที่สุด
“จัสมิน ข้าขอโทษจัสมิน…ข้าขอโทษ…ข้าขอโทษ…ข้าควรจะฟังคำเจ้า ข้าไม่ควรประมาทตั้งแต่แรก…”เมื่อฝ่ามือทั้งสองของชายหนุ่มรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายจัสมินหัวใจของหยุนเช่อยิ่งบีบรัดแรงยิ่งขึ้น ชายหนุ่มกล่าวขออภัยต่อจัสมินครั้งแล้วครั้งเล่า…ทว่าไม่ว่าชายหนุ่มจะกล่าวคำขออภัยและสำนึกเสียใจอีกกี่ครั้ง ณ ขณะนี้ล้วนไม่มีส่วนช่วยใดๆต่อสถานการณ์เบื้องหน้านี้
ริมฝีปากของจัสมินเผยอออกเล็กน้อยเปล่งเสียงแผ่วเบาจนไม่อาจได้ยิน
ร่างของเด็กสาวยิ่งมายิ่งเย็นเยียบทั้งยังแปรเปลี่ยนเป็นสภาพกึ่งโปร่งใสไปโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าร่างกายของนางนับว่าเป็นร่างกึ่งพลังงานซึ่งอาศัยพลังชีวิตของหยุนเช่อเป็นต้นกำเนิด ท้ายที่สุด ยังคงเป็นที่อาศัยของจิตวิญญาณของจัสมินหากร่างกายนี้สูญสลายไป เช่นนั้นดวงวิญญาณของจัสมินซึ่งสูญเสียร่างสิงสถิตย่อมแตกสลายและสาบสูญไปภายใต้การกลืนกินของพิษสังหารเทพอันร้ายแรง
“จัสมิน!!! จัสมิน!!!”
หยุนเช่อกัดฟันแน่นมือซ้ายของชายหนุ่มปลดปล่อยพลังขจัดพิษของไข่มุกพิษสวรรค์อย่างบ้าคลั่งมือขวาเขย่าร่างของเด็กสาวอย่างรุนแรงด้วยความคาดหวังอย่างยิ่งยวดในการปลุกเรียกแม้เพียงเศษเสี้ยวสติสัมปชัญญะ ของเด็กสาวคืนกลับมาในท้ายที่สุด ชายหนุ่มสังเกตเห็นริมฝีปากบางซีดขาวของนางเปิดขึ้นและปิดลงอีกครั้งชายหนุ่มนิ่งแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแนบใบหูของตนลงใกล้ริมฝีปากของนาง
“ข้า…ยัง…ไม่อยาก…ตาย…ข้ายัง…ไม่ได้…แก้แค้น…ให้เสด็จแม่…และท่าน พี่…ยังไม่ได้…ฆ่า…พวกมัน…ข้า…ไม่อยาก..ตาย…”
สุ้มเสียงของจัสมินแผ่วล้าอย่างยิ่งจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถฟังออกอย่างชัดเจนแม้จะเข้าใกล้ถึงระดับนี้ ทว่า อาศัยเพียงสุ้มเสียงอันอ่อนล้านี้กลับสามารถฉีกกระชากจิตใจของหยุนเช่ออย่างรุนแรง
ครั้งแรกที่เด็กสาวปรากฏตัวให้ชายหนุ่มเห็นเมื่อสี่เดือนก่อนหยุนเช่อพลันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้จากตัวนาง…ความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับตนเองในอดีต…นางเป็นเด็กสาวเยาว์วัยและงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้โดยไม่มีข้อโต้แย้งทั้งยังเรียกแทนตนเองว่าเจ้าหญิง นางสมควรได้รับการเลี้ยงดูท่ามกลางความรักเทิดทูนจากผู้คนหลายหมื่นคน…ทว่าดวงตางามงดทั้งคู่ของนางกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาและไม่แยแสอันใดตลอดเวลา ขณะลงมือกำจัดฆ่าผู้คนใบหน้านุ่มนิ่มของนางกลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวหรือเวทนาแม้แต่น้อย นิด…หากทว่าแทนที่ด้วยสีหน้าทารุณโหดร้าย…และความเฉยชาที่ไม่อาจโยกคลอนได้
ครั้งนี้ชายหนุ่มตระหนักได้ในท้ายที่สุดว่าสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าเด็กสาวมีอะไรบางอย่างคล้ายคลึงกับตนเองนั้นคือสิ่งใด…
มันคือความเกลียดชัง!
บนดินแดนเมฆครามขณะที่ชายหนุ่มอายุเพียงสิบเจ็ดปี หยุนเช่ออยู่ใช้ชีวิตภายใต้เงาหลอนของการสูญเสียท่านอาจารย์ของตนจากการไล่ล่าทำร้ายของชาวยุทธ์ ณ ช่วงเวลานั้น มีเพียงความเคียดแค้นความโกรธเกลียดเคียดเแค้นอันไร้ก้นบึ้ง ทะลักทลายจากภายในจิตใจ…ระหว่างช่วงเวลานั้นที่แววตาของชายหนุ่มที่เปิดเผยให้เห็น คือความเฉยเมยเย็นชา ความโหดเหี้ยมอำมหิต…อาจบางทีล้วนเป็นดุจเดียวกันกับจัสมินที่ตนเองมองเห็นอยู่ในขณะนี้
ทว่า ในช่วงเวลานั้นชายหนุ่มมีอายุได้สิบเจ็ดปี และสามารถนับว่าเติบใหญ่แล้วหากจัสมิน…เพียงอายุได้สิบสามปีในปีนี้ ชายหนุ่มไม่อาจคาดเดาได้ว่าความเคียดแค้นชิงชังอันใดจึงสามารถขับดันเด็กหญิงนางหนึ่ง ซึ่งสมควรบริสุทธิ์สดใสดุจนางสวรรค์ให้กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่เย็นชาเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้
จากเสียงพึมพำแผ่วเบาของนางเมื่อครู่เด็กสาวเปลี่ยนเป็นเรียกขานตนเองว่า “ข้า” แทนคำว่า “เราเจ้าหญิง”การค้นพบนี้ล้วนยิ่งทำให้ภายในใจของหยุนเช่อว้าวุ่นสับสน เนื่องเพราะจัสมินในขณะนี้ได้สูญเสียความตระหนักรู้รอบด้านไปเกือบทั้งหมดดังนั้น คำพูดที่นางกล่าวออกมาล้วนตรงออกมาจากจิตใต้สำนึก หมายความว่าคำ“เราเจ้าหญิง” คำนี้ มิใช่คำแทนตัวที่นางใช้เป็นประจำทว่าเป็นคำที่นางใช้เรียกตัวเองในภายหลัง คล้ายกับว่าการใช้คำนี้เรียกหาตนเองสามารถคอยกระตุ้นเตือนนาง มิให้ลืมเลือนสิ่งใด
ความรู้สึกอันคุ้นเคยประดุจดังทั้งสองมีชะตาชีวิตเช่นเดียวกันก่อเกิดขึ้นภายในส่วนลึกในจิตใจของหยุนเช่อทับซ้อนด้วยความรู้สึกสำนึกเสียใจและความผิดพลาดของตนเองชายหนุ่มเริ่มเขย่าร่างของจัสมินอย่างรุนแรงพร้อมทั้งเปล่งเสียงตะโกนเรียกดังขึ้นกว่าเดิม “จัสมิน ตื่น! เจ้าห้ามหลับเด็ดขาด! เราสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ? เจ้าให้เส้นชีพจรลมปราณแก่ข้าแต่ข้ายังไม่ได้ทำในสิ่งที่ข้ารับปากเจ้าเลยสักอย่างเดียว…เจ้าจะปล่อยไป เฉยๆเช่นนี้หรือ!! เจ้าเป็นอาจารย์ของข้า แต่เจ้ายังไม่เคยได้ถ่ายทอดอันใดให้ข้าเลยแม้แต่น้อย…ในฐานะอาจารย์เจ้าจะอ่อนแอเช่นนี้ได้อย่างไร! ลืมตา ลืมตาสิ!”
ทว่าไม่ว่าหยุนเช่อจะกระตุ้นการทำงานของไข่มุกพิษสวรรค์และเขย่าร่างเด็กสาวอย่างบ้าคลั่งสักเพียงใด จัสมินไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย ใบหน้าเล็กบอบบางของนางปราศจากสีเลือดแม้เพียงหยดเดียวร่างกายยิ่งมายิ่งโปร่งใสแม้ว่าชายหนุ่มยังสามารถจับต้ององค์ประกอบของร่างนางได้อยู่ทว่าเขากลับสามารถมองผ่านทะลุร่างส่วนบนของเด็กสาวและเห็นพื้นทรายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
คลื่นความรู้สึกเย็นยะเยียบก่อเกิดขึ้นภายในใจของหยุนเช่อแม้แต่ฟันของชายหนุ่มยังแทบถูกขบกัดจนแหลกละเอียดไปหยุนเช่อกำสองหมัดแน่นและทุบลงบนศีรษะของตนเองอย่างบ้าคลั่งทว่าความรู้สึกเจ็บปวดนี้มิได้บรรเทาความเสียดแทงภายในใจของชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย
…มันเป็นความผิดของเจ้า!!เหตุใดจึงไม่ฟังคำเตือนของนาง! ชีวิตของเจ้ามิใช่เพียงตัวเจ้าเองเท่านั้นยังเป็นชีวิตของนางด้วย…สุดท้าย ยังต้องอาศัยนางแลกชีวิตของตัวเองกับเจ้า!!เจ้านั่นแหละคือฆาตกรฆ่านาง!!
หยุนเช่อกัดฟันพร้อมทั้งสาปแช่งตนเองอย่างหนักหน่วงหน้าผากของเขาถูกกำปั้นทุบจนเกิดบาดแผล โลหิตค่อยๆ หยาดหยดลงบนพื้นดินร้อนระอุเมื่อชายหนุ่มมองเห็นหยดเลือดระเหยหายไปต่อหน้า หยุนเช่อพลันนิ่งค้างไปในทันที“เลือด…ใช่แล้ว เลือดของข้า!”
จัสมินดื่มเลือดของเขาและเชื่อมต่อชีวิตของนางเข้ากับชายหนุ่มร่างกึ่งพลังงานของนางล้วนสร้างขึ้นจากเลือดและพลังชีวิตของเขา ขณะเดียวกันร่างกายของชายหนุ่มหลอมรวมเข้ากับไข่มุกพิษสวรรค์ เพราะเหตุนี้เลือดของชายหนุ่มอาจได้รับความสามารถในการต้านพิษอันสูงส่งมาด้วย!
เมื่อไขว่คว้าความหวังสายใยสุดท้ายได้ชายหนุ่มไม่กล้ารีรอลังเลแม้เพียงชั่วครู่หยุนเช่อยื่นเหยียดมือซ้ายของตนพร้อมทั้งใช้ปลายเล็บนิ้วมือขวาเชือดเฉือนลงบนปลายนิ้วอย่างรุนแรงเปิดเป็นแผลลึกและยาวซึ่งส่งผลให้เลือดไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นชายหนุ่มใช้นิ้วมือค่อยๆ เปิดริมฝีปากซีดไร้สีเลือดของจัสมินออกอย่างระมัดระวังพร้อมทั้งปล่อยให้โลหิตหยดจากปลายนิ้วเข้าสู่ริมฝีปากของนาง ทีละหยด ทีละหยดขณะเดียวกัน หยุนเช่อใช้มืออีกข้างของตนบีบเคล้นลงบนไหล่บ่าเพื่อเร่งให้โลหิตไหลเวียนเร็วยิ่งขึ้น
จัสมิน ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย…ไม่เด็ดขาด!
นี่เป็นเพียงคำสัญญาข้อเดียวที่ข้าเคยให้ไว้ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว…
โลหิตสดหลั่งไหลออกมาอย่างรวดเร็วเข้าสู่ริมฝีปากที่ถูกเปิดอ้าของจัสมินทว่า หยาดโลหิตกลับค่อยๆ เอ่อล้นออกมาทางมุมปากของเด็กสาวโดยทันที…จัสมินหมดสติอย่างสิ้นเชิงและปราศจากความสามารถในการกลืนโลหิตเหล่านั้นลงคอได้ด้วยตนเอง
หยุนเช่อขมวดคิ้วแนบแน่นหลังจากลังเลใจอยู่ชั่วครู่ชายหนุ่มยกแขนข้างซ้ายของตนเองและกัดลงบนนั้นจนเกิดบาดแผลพร้อมทั้งดูดกลืนเลือดจากบาดแผลอย่างขะมักเขม้นหลังจากดูดกลืนโลหิตจนเกือบเต็มแก้มชายหนุ่มก้มกายลงพร้อมทั้งเปิดริมฝีปากของจัสมินอย่างอ่อนโยนด้วยมือของตน “หากสามารถทำให้เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ไม่ว่าเจ้าจะลงโทษข้าเยี่ยงไรหลังจากนี้ ข้าล้วนน้อมรับด้วยความเต็มใจ…”
ขณะที่ชายหนุ่มพึมพำถ้อยคำอย่างเงียบงันหยุนเช่อลดศีรษะลง พร้อมทั้งประกบปากของตนลงบนริมฝีปากของจัสมินอย่างแผ่วเบาชายหนุ่มค่อยถ่ายทอดโลหิตภายในปากของตนเข้าสู่ลำคอของจัสมินอย่างช้าๆ ทีละเล็ก ทีละน้อยชายหนุ่มสูดลมหายใจอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งเป่าลมในลำคอเพื่อส่งเลือดของตนเข้าสู่ร่างกายของจัสมิน แม้ว่าขณะนี้ริมฝีปากของจัสมินซีดขาวอย่างยิ่ง ทว่ามันยังคงอ่อนโยนนุ่มนิ่มอย่างที่สุดส่งผลให้หยุนเช่อเกิดความรู้สึกปรารถนาในการอยู่อย่างนั้นให้ยาวนานกว่านี้ขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อโลหิตเต็มกระพุ้งแก้มถูกถ่ายทอดออกไปจนหมดสิ้นหยุนเช่อถอนริมฝีปากของตนกลับมาที่บาดแผลอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งดูดกลืนเลือดจากบาดแผลอย่างตั้งอกตั้งใจอีกครั้ง
เมื่อชายหนุ่มอมเลือดไว้จนเต็มปากจึงเริ่มกระบวนการถ่ายเลือดเข้าสู่ปากของจัสมินอย่างระมัดระวังอีกครั้งหลังจากการทำซ้ำหลายครั้งครา บาดแผลบนข้อแขนเริ่มสมานตัวส่งผลให้ความเร็วในการไหลออกมาของโลหิตยิ่งมายิ่งเชื่องช้าลงหยุนเช่อพลันยื่นเหยียดฝ่ามือซ้ายออกมา พร้อมทั้งกรีดเปิดบาดแผลอีกรอยข้างรอยแผลเดิมโลหิตสดๆ หลั่งไหลออกมาดุจสายน้ำตก…เลือดเหล่านั้นล้วนถูกถ่ายเทเข้าสู่ริมฝีปากของจัสมินอย่างต่อเนื่องขณะที่หยุนเช่อกรีดเปิดรอยแผลรอยที่สี่บนท้องแขนปริมาณเลือดกว่าหนึ่งในห้าส่วนของร่างกายชายหนุ่มล้วนถูกถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของจัสมินหัวสมองของหยุนเช่อบังเกิดความรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาอย่างฉับพลันทว่าในจังหวะนี้เองชายหนุ่มพลันค้นพบว่าร่างกายของจัสมินมิได้กลายสภาพเป็นร่างอันเลือนรางอีก แล้วทั้งยังค่อยๆ เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆพิษในร่างกายที่สามารถสัมผัสได้ถึงความพลุ่งพล่านปั่นป่วนจากไข่มุกพิษสวรรค์ช่วงก่อนหน้านี้ล้วนบรรเทาเบาบางลง ดุจดังเปลวไฟซึ่งถูกฝนพร่างพรมใส่
สำเร็จ…ข้าทำสำเร็จแล้ว!!
คลื่นความตระหนกยินดีท่วมท้นจิตใจของชายหนุ่มโดยปราศจากอาการลังเลใจ หยุนเช่อยกแขนของตนขึ้นอีกพร้อมทั้งเฉือนเปิดบาดแผลรอยที่หก แขนทั้งข้างของชายหนุ่มล้วนชาด้าน ทว่าภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดี…หากเลือดของเขาสามารถช่วยชีวิตเด็กสาวได้จริงๆเช่นนั้นเขาจะหวงแหนมันไปทำไม?
หากร่างกายของมนุษย์สูญเสียโลหิตไปถึงหนึ่งในห้าภายในระยะเวลาสั้นๆจะก่อให้เกิดอาการผิดปกติในการทำงานของร่างกาย ผู้คนหนึ่งในสามอาจหมดสติ ครึ่งหนึ่งในนั้นอาจถึงแก่ความตาย…
หยุนเช่อผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยความสามารถทางการแพทย์อันสูงส่ง ล้วนตระหนักดีถึงเรื่องนี้ทว่าการกระทำของชายหนุ่ม ตั้งแต่เริ่มต้นจนท้ายที่สุดล้วนไม่มีแม้แต่ความตะขิดตะขวงใจหรือความลังเลใจแม้เพียงน้อยนิดชายหนุ่มเชือดเปิดแผลบนแขนครั้งแล้วครั้งเล่า ทีละรอยๆ
เมื่อหยุนเช่อไม่อาจทนทานต่ออาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงได้อีกต่อไปสายตามองเห็นแสงสว่างขาวโพลนพร้อมทั้งล้มสลบลงพิงผนังศิลาทางด้านหลัง…
ท่ามกลางเมฆหมอกอันคลุมเครือบดบังจิตใต้สำนึกเงาร่างของหญิงสาวเยาว์วัยที่ชายหนุ่มพยายามลืมเลือนตลอดมา พลันปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ…
ระหว่างระยะเวลาเจ็ดปีที่ชายหนุ่มใช้ชีวิตอยู่บนความเคียดแค้นเพราะเพื่อไขว่คว้าหาพลังอำนาจมากยิ่งขึ้นชายหนุ่มทุ่มเทชีวิตจิตใจกับการในการฝึกฝีมือทุกวี่วัน ร่างกายเกลื่อนกล่นด้วยริ้วรอยบาดแผลทนทานรับอาการบาดเจ็บสาหัสจนแทบสิ้นชีวิตหลายครั้งครา…ทุกครั้งหญิงสาวล้วนเป็นคนคอยเยียวยารักษาบาดแผลเหล่านั้น ปรุงอาหารเลิศรสให้แก่เขาปะชุนเสื้อผ้าขาดวิ่น จัดเตรียมที่หลับนอนให้แก่ชายหนุ่ม…และวันต่อมานางจะเฝ้ามองดูชายหนุ่มเดินจากไป…
ในช่วงเวลานั้นนางเป็นความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียว เป็นแหล่งพักพิงเพียงแห่งเดียวที่ชายหนุ่มจะสามารถหลับใหลได้อย่างไร้ความกังวลใดๆ
หากทว่า ในช่วงเวลานั้นภายในจิตใจของหยุนเช่อเปี่ยมล้นไปด้วยความเกลียดชังคั่งแค้นนอกจากการหยุดพักเมื่อร่างกายเต็มไปด้วยริ้วบาดแผลและรอยฟกช้ำชายหนุ่มไม่เคยอยู่เป็นเพื่อนนาง ไม่เคยซื้อเครื่องประดับผมอันใดให้แก่นางไม่เคยให้คำสัญญาแก่นาง ทั้งยังไม่เคยแย้มรอยยิ้มให้แก่นางแม้เพียงครั้งเดียว…
กระทั่งวันที่นางจากไปอย่างไม่มีหวนกลับขณะที่หญิงสาวทอดร่างอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม ชั่วนาทีนั้น สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของนางกลับกลายเป็นความรวดร้าว ทิ่มแทงลงบนหัวใจของหยุนเช่อจนมิอาจลืมเลือนได้ชั่วชีวิต
“…ในใจของข้าเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย…ไม่ต่างกับริ้วรอยบาดแผลบนร่างกายของท่าน…แต่ว่า..ข้าไม่เคยนึกเสียใจ…การได้เป็นสตรีที่อยู่เคียงข้างท่านยามที่ท่านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว…แม้ว่าจะเจ็บปวด..แต่ก็เป็นความสุขอย่างยิ่ง…”
“…พี่ใหญ่หยุนเช่อ…จากนี้ไปเมื่อท่านต้องอยู่เพียงลำพัง หากมีหญิงสาวคนใดยินดีอยู่ข้างกายท่าน…เช่นนั้นนาง…สมควรเป็นนางฟ้าที่สวรรค์ส่งมาเพื่อท่าน…จงอย่าได้ทำให้นางต้องเจ็บปวดอีก…ได้หรือไม่…?”