อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 92

    เมื่ออลินตาได้รับรายงานว่ามีคนแปลกหน้ามาหาถึงบ้านก็ถามเสียงหนักทันที “ใครมา?” วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลไม่ตอบแต่หลับตาส่งกระแสจิตไปยังอลินตาอลินตาตั้งสมาธิจิตแล้วดูภาพจากกระแสจิตที่คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลส่งมา สักพักก็อุทานด้วยความประหลาดใจ

                   “เจ้าภูแสน..” วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลรีบถามอย่างสงสัย

                   “เจ้ารู้จักรึ?” อลินตาพยักหน้าสีหน้าแววตาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นเจ้าภูแสน แก้มบางป่องพองขึ้นนิดหน่อยเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มอย่างนั้นแหละถึงแม้ว่าตอนนี้อลินตาจะยังไม่ไว้ใจเจ้าภูแสนเท่าไหร่นัก แต่ก็สัมผัสได้ว่าเจ้าภูแสนไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ในความรู้สึกและดูเหมือนว่าเจ้าภูแสนคนนี้มีความลับซ่อนอยู่ให้ต้องค้นหาพอๆกับปริศนาคำใบ้นั่นเลยทีเดียว อลินตามองวิญญาณคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลพลางพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น

                   “รู้จักค่ะ คนรู้จักกันฉันขอบคุณคุณหลวงมากนะคะที่มาส่งข่าว”วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลพยักหน้ารับรู้ เพราะถ้ารู้จักก็แล้วไปเถอะและก่อนที่วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลจะกลับไปยังเรือนของตน คุณหลวงก็พูดขึ้นเสียงจริงจัง

                   “นี่บ้านอีกหลังของเจ้าเหรอ?” อลินตาพยักหน้าและตอบรับ “ค่ะ..”

                   “แปลกนะ ไม่เห็นมีเจ้าที่เจ้าทางหรือผู้คุ้มครองเรือนชานเลยสักตนมีแต่...” คนพูดกวาดสายตามองไปรอบๆ อลินตาหรี่ตามองวิญญาณคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลคอยฟังว่าท่านจะพูดอะไร

                   “มีแต่ควันดำๆ เต็มบ้านไปหมด ยังกับเมืองลับแลของพวกอสูรกายแน่ะ!!”อลินตาตาลุกวาวทันใด ควันดำๆ อย่างนั้นหรือ?ควันดำนั่นอยู่ที่นี่หรือ? แน่นอนว่าสายตาของวิญญาณอย่างคุณหลวงไม่ได้โกหกก็เข้าทำนองผีเห็นผีนั่นแหละ อลินตาเก็บคำพูดของคุณหลวงไว้ในสมองอย่างรวดเร็วเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอะไรบางอย่างฝ่ายวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลเมื่อพูดจบก็หายตัวไปทันทีเพราะที่นี่ไม่ใช่เขตของตนมาได้เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นเมื่อวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลจากไปแล้ว

                    อลินตาก็ขมวดคิ้วแววตาเข้มดุควันดำนั่นมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากกว่ากระแสวิญญาณที่เธอสัมผัสได้จากแม่บ้านมุกนวลและควันดำนั่นมันยังไปลอยวนเวียนอยู่บริเวณที่แพงอรฆ่าตัวตายที่เมืองเชียงภูแสนในภพชาติอดีตอีกด้วยควันพวกนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่? และจะเกี่ยวข้องกับวิญญาณของเจ้านางละอองทองด้วยไหม?ยิ่งใกล้พลังต้นตอจากควันดำนั่นเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าการตายปริศนาของใครหลายๆคนก็จะผุดขึ้นมามากขึ้น ดังเช่นน้ำลดตอผุดนั่นแหละนะ

                   ในขณะที่ภพปัจจุบันเริ่มมีเค้าลางไม่น่าไว้ใจบางอย่าง ในภพอดีต ณเมืองเชียงภูแสนก็มีเริ่มมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์พร้อมด้วยทหารองครักษ์และทหารประจำการอีกสิบกว่านายเดินทางไปยังหอแสนหลวงอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักของชาวเมืองเชียงภูแสนอย่าว่าแต่สตรีที่ห้ามเข้าเลย แม้แต่บุรุษแท้ๆ ก็ไม่สามารถที่จะผ่านเข้าออกหอแสนหลวงแห่งนี้ได้ตามอำเภอใจนอกจากจะได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะเข้าไปทำกิจธุระที่หอแสนหลวงแห่งนี้ได้

     

                   เมื่อเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เสด็จมาถึงทหารที่รักษาการประจำหอแสนหลวงแห่งนี้ต่างพากันถวายความเคารพจากนั้นก็นั่งคุกเข่าจนกระทั่งเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เดินผ่านไป โดยที่ทหารติดตามทั้งหมดยืนรออยู่ด้านนอกหอแสนหลวงเมื่อเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เข้าไปข้างในหอแสนหลวงแล้วพระองค์ก็ปิดประตูด้านหน้าอย่างแน่นหนา

                    และเหตุการณ์ทั้งหมดก็อยู่ในสายตาของโหรหลวงหนานเมืองอินทร์โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ที่ยืนอยู่ในมุมหนึ่งไกลออกไปจากหอแสนหลวง มองภาพเบื้องหน้าแววตาครุ่นคิดใคร่ครวญ

                    เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เดินขึ้นไปยังหอแสนหลวงแล้วหยุดอยู่ตรงห้องสุดท้ายอันเป็นห้องที่เจ้าภูแสนใช้เดินทางไปยังภพแห่งอนาคตเจ้าหลวงมองประตูบานนั้นก่อนจะใช้มือผลักแต่.. ประตูล็อกจากด้านในเปิดเข้าไปไม่ได้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ค่อยๆ ถอยออกมา พลางก็พ่นลมหายใจแววตากังวลไม่ใช่น้อย

                    “เดินทางไปค้นหาผ้ายังโลกอนาคตอีกแล้วเหรอ!?”เมื่อเปิดเข้าไปไม่ได้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก็ไม่ได้ดึงดันที่จะพังประตูเข้าไปแต่กลับเดินเข้าไปอีกห้อง ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นห้องพักนั่งเล่น ภายในห้องนั้นมีตู้โชว์ไม้สักขนาดใหญ่ในตู้บรรจุสิ่งของที่น่าพิศวงหลากหลายสิ่งอันและส่วนใหญ่ของเหล่านั้นมันคือคอลเล็กชั่นเครื่องรางที่คนยุคสมัยนั้นให้ความเชื่อถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และป้องกันภูตผีปีศาจได้

                    เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์กำลังจะเดินผ่านตู้โชว์ไปยังอีกฝั่งของห้องพลันก็ต้องชะงักกับสิ่งผิดปกติบางอย่างภายในตู้ไม้นั้นเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เอื้อมมือไปหยิบของสิ่งนั้นออกมาจากตู้พลางเพ่งมองสิ่งของในมือดูแว้บเดียวก็รู้ว่ามันคือ หลอดกรอด้าย กับกระสวยซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ทอผ้าอุปกรณ์ที่เห็นจะใช้กับกี่ทอผ้าหรือที่คนโบราณเรียกว่าหูกทอผ้า

                    เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจอุปกรณ์ของสตรีทำไมมาอยู่ที่หอแสนหลวงแห่งนี้ได้ ใครเป็นคนเอามาคิดไปใจก็ร้อนดั่งไฟจี้ ฤามีสตรีแอบขึ้นมาที่หอแสนหลวงแห่งนี้แล้วหนานเมืองอินทร์ผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ ไม่รู้หรืออย่างไรมองไม่เห็นหรือไม่ใส่ใจกันแน่ เจ้าภูแสนอีกคนเข้าออกสถานที่แห่งนี้เป็นประจำทำไมถึงไม่เคยผิดสังเกตกับข้าวของที่อยู่ในห้องนี้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์รีบลงมาจากชั้นบนสุดของหอแสนหลวงแล้วตรงเข้าไปสอบถามความกับทหารประจำการที่ยืนเวรอยู่ด้านล่างอย่างเร่งด่วน

                    “ข้าเจ้าไม่เห็นคนแปลกหน้าแม้กระทั่งแม่หญิงคนไหนขึ้นมาบนหอแสนหลวงเลยเจ้า” ทหารยามบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ยังยืนอยู่ที่เดิมในมือถือหลอดกรอด้าย กับกระสวยเอาไว้หนานเมืองอินทร์ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นานก็รีบออกจากที่ซ่อนแล้วทำทีเป็นเดินผ่านมาแล้วเอ่ยนอบน้อม

                    “เจ้าหลวง...”เมื่อเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เห็นหนานเมืองอินทร์ก็รีบหันมาเอาความด้วยการยื่นหลอดกรอด้าย กับกระสวยที่ใช้คู่กับหลอดกรอด้ายให้โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ดูโหรหลวงหนานเมืองอินทร์รับของทั้งสองอย่างมาเพ่งพิจารณาดูและซ่อนแววตาแห่งความสงสัยไว้อย่างมิดชิดส่วนเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก็ตั้งคำถามรัวเป็นชุดๆ

                    “หอแสนหลวงมีของพวกนี้ได้เช่นไร?ใครเอาเข้ามา? นี่มันกระสวยกับหลอดกรอด้ายมิใช่รึ?มันเป็นของแม่หญิงเอาไว้ทอผ้า เจ้าเป็นคนดูแลที่นี่รู้หรือไม่ว่ามันมาได้อย่างไร..?” หนานเมืองอินทร์ที่แม้จะยืนนิ่งแต่แววตาปรายไปทางขวาก่อนจะหลุบต่ำลงอย่างใช้ความคิดและด้วยความมีปัญญาโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็เอ่ยตอบคำถามของเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ด้วยความนอบน้อม

                    “มาอยู่นานแล้วเจ้าถึงจะเป็นของแม่หญิง แต่มิได้มีแม่หญิงคนใดขึ้นมาบนหอแสนหลวงนี้แน่นอนเจ้ามันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมานานข้าเจ้าเห็นว่ามันอยู่มาก่อนที่ข้าเจ้าเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ข้าเจ้าเลยไม่ไปแตะต้องมันเรื่องนี้เจ้าภูแสนก็รู้เรื่องเช่นกัน” เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ได้ยินดังนั้นก็คลายสงสัยไปได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อไป อีกอย่างโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็ยืนยันหนักแน่นและเอาชื่อเจ้าภูแสนมารับรองออกหน้าด้วยก็คงต้องรอถามเจ้าภูแสนอีกครั้งเพื่อความสบายใจ

                     เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์หันไปมองหอแสนหลวงอีกครา ราวกับว่าถ้าหันมองไปอาจจะเจอเงาใครบนหอแต่ก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่าและเงียบสงบอันเป็นปกติของที่นี่...