"แกจะนั่งอมทุกข์ จะบ้างานไปจนแก่ตายหรือไงพิมพ์"
เสียงของ“อุษา” เพื่อนสนิทั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยดังขึ้นท่ามกลางความสลัวของร้านอาหารกึ่งบาร์หรูหราแห่งหนึ่งอุษาทนเห็นพิมพ์เพื่อนสนิท ผู้บริหารสาวแกร่งวัย 35 ปี เอาแต่บ้างานและขังตัวเองไว้ในกำแพงน้ำแข็งมาเกือบสิบปีไม่ไหวหลังจากที่รู้เื่าแในอดีตที่พิมพ์เคยถูกอดีตหัวหน้างานขืนใจ อุษาจึงตัดสินใจลากเพื่อนรักมาเปิดหูเปิดตาในสถานบันเทิงชื่อดังใจกลางกรุงหวังใจว่าแสงสีและความรื่นเริงจะช่วยเยียวยาและทำให้พิมพ์หลุดพ้นจากฝันร้ายชิ้นนั้นเสียที
สถานที่ที่อุษาพามาคือบาร์โฮสระดับไฮเอนด์ที่คลาคล่ำไปด้วยชายหนุ่มรูปงาม คอยทำหน้าที่ปรนนิบัติพัดวีเอาใจลูกค้าผู้หญิงหลากหน้าหลายตาแเื่ในร้านต่างพากันส่งเสียงหัวเราะร่าเริงและดึงเด็กหนุ่มหน้าตาดีเข้าไปนั่งโอบกอดคลอเคลียอย่างสนุกสนาน
หากแต่...ท่ามกลางความรื่นเริงเ่าั้ พิมพ์กลับนั่งนิ่งสนิทอยู่ตรงโซฟาด้านในสุดเธอสวมชุดเดรสเรียบหรูสีกรมท่าที่ดูมิดชิดแววตาคู่คมที่เคยเฉียบขาดในห้องประชุมบัดนี้ฉายแวววาดระแวงและอึดอัดใจอย่างที่สุด
พิมพ์ไม่ได้เรียกโฮสหนุ่มคนไหนมานั่งด้วยเลยสักคนเธอทำเพียงแค่นั่งจิบเครื่องดื่มในแก้วของตัวเองเงียบๆ โดยมีอุษาคอยหันไปพูดยัดเยียดความสนุกให้เป็ระยะโดยที่พิมพ์ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเธออยู่จากหน้าเคาน์เตอร์บาร์
‘กานต์’ ชายหนุ่มหน้าคมเข้มวัย 25 ปีในชุดเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมบนอวดแผงอกแกร่งตามสไตล์หนุ่มโฮสตัวท็อปกำลังยืนกอดอกมองตรงมาที่พิมพ์ด้วยความรู้สึกแปลกใจ ปกติแล้วผู้หญิงที่ย่างก้าวเข้ามาในร้านนี้มักจะแสวงหาความสำราญและการเอาอกเอาใจหากแต่ว่าผู้หญิงสาวใหญ่หน้าตาสวยเฉี่ยวคนนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเธอทำตัวเหมือนกวางหลงทางที่กำลังหวาดระแวงภัยพาล
ทันใดนั้นโฮสหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งในร้านเห็นพิมพ์นั่งคนเดียวและดูรวยโปรไฟล์ดีจึงหวังจะเข้าไปทำคะแนน ชายหนุ่มคนนั้นก้าวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาของพิมพ์แกล้งเอื้อมมือจะไปวางแก้วเครื่องดื่มและขยับตัวลงนั่งข้างๆ
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง คืนนี้ให้ผมอยู่เป็เพื่อน..."
"อุ๊ย!! อย่าเข้ามานะ!!"
พิมพ์สะดุ้งสุดตัวร่างระหงสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างเฉียบพลันดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวราวกำลังเห็นอสูรร้าย เธอรีบเบี่ยงตัวหลบหนีจนแผ่นหลังแนบชิดติดพนักโซฟามือเรียวที่จับแก้วเหล้าสั่นเทาจนน้ำสีอำพันกระฉอกออกมา อาการต่อต้านและหวาดกลัวผู้ชายอย่างรุนแรงของพิมพ์แสดงออกชัดเจนจนโฮสหนุ่มคนนั้นหน้าเจื่อนและรีบถอยห่างออกมาด้วยความงุนงง
ภาพเหตุการณ์นั้นอยู่ในสายตาของกานต์ ชายหนุ่มหน้าคมเข้มขมวดคิ้วมุ่นหัวใจของเขาที่เคยด้านชาจากการทำงานบริการแฝงโลกีย์กลับกระตุกไหวด้วยความสนใจระคนห่วงใยอย่างประหลาดแววตาระยับคู่นั้นไม่ได้มีจริตจะก้านของผู้หญิงอ่อยผู้ชายเหมือนคนอื่น ๆที่เขาเคยเจอแต่อย่างใด แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังแบกรับ ‘าแ’ บางอย่างที่ลึกและเ็ปเอาไว้ในใจ
กานต์ตัดสินใจผละตัวออกจากเคาน์เตอร์ตั้งใจจะก้าวเท้าเดินเข้าไปทักทายและช่วยเหลือปลอบประโลมเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ ยังไม่ทันที่เขาจะเดินไปถึงโต๊ะ พิมพ์ที่ทนรับความกดดันและฝันร้ายที่เริ่มตีกลับขึ้นมาไม่ไหวก็รีบคว้ากระเป๋าถือลุกขึ้นยืนทันที
"อุษา... ฉันขอโทษนะ ฉันอยู่ต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันกลับก่อนนะแก"พิมพ์เอ่ยเสียงสั่นเครือรุนแรงก่อนจะรีบซอยเท้าก้าวเดินหนีออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
อุษาได้แต่ร้องเรียกตามหลังด้วยความใแล้วรีบเช็กบิลเดินตามเพื่อนรักออกไป พิมพ์หนีกลับไปท่ามกลางแสงสลัวโดยที่ตลอดทั้งคืนนั้นเธอไม่มีโอกาสได้เห็นหรือสบตากับกานต์เลยสักนิด เพียงแต่สำหรับกานต์...ภาพใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเปราะบางของพิมพ์กลับสลักแน่นลงในความทรงจำของเขาเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มเยื้องย่างเดินกลับมามองแก้วเครื่องดื่มที่เหลืออยู่บนโต๊ะของเธอ พลางพึมพำกับตัวเองในใจว่า...เขาหวังเหลือเกินว่าโชคชะตาจะพาผู้หญิงคนนี้กลับมาพบเขาอีกครั้ง
++++++++++
หยาดเหงื่อท่ามกลางเศษแก้วและความหวัง
เสียงดนตรีโฟล์กซองคำเมืองที่บรรเลงคลอเคลียไปกับเสียงชนแก้วเหล้าภายในร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์พื้นเมืองใจกลางเมืองเชียงใหม่ไม่ได้ทำให้‘ริน’ รู้สึกสุนทรีตามเลยสักนิด ค่ำคืนนี้พายุอารมณ์ของพวกนักท่องเที่ยวและคนขี้เมาโหมกระหน่ำจนร่างบางในชุดพนักงานเสิร์ฟแทบไม่ได้หยุดพัก ผิวพรรณที่ผุดผ่องและใบหน้าหวานของเด็กสาวแรกรุ่นวัย19 ปี มักจะดึงดูดสายตาหิวกระหายของบุรุษเพศอยู่เสมอและคืนนี้ก็เป็อีกครั้งที่บททดสอบชีวิตขว้างขวากหนามเข้าใส่เธอ
"น้องริน! มาเติมมิกเซอร์ให้พี่หน่อยซิ!" เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโต๊ะมุมมืด ชายวัยกลางคนสองคนที่เนื้อตัวสวมสร้อยทองเส้นโต ั์ตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่งสัญญาณเรียก
รินสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามประคองรอยยิ้มสุภาพฉาบไว้บนใบหน้าขยับกายเดินเข้าไปหา
"รับมิกเซอร์เพิ่มเป็อะไรดีคะคุณลูกค้า"
ยังไม่ทันที่เธอจะวางขวดโซดาลงบนโต๊ะ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของหนึ่งในชายคนเมาก็ถลันพุ่งเข้าคว้าข้อมือเรียวของรินไว้แน่นอย่างรวดเร็ว แรงบีบทำให้เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวด้วยความใ
"จะรีบไปไหนล่ะหืม... นั่งคุยกับพี่ก่อนสิ ผิวขาวๆ แบบนี้ หน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้คืนละเท่าไหร่ฮะ? พี่จ่ายหนักนะ"
ชายคนนั้นกระชากแขนรินจนร่างบางถลาเข้าหาท่อนแขนสอบของมัน มืออีกข้างของมันเริ่มเลื่อนมาลูบไล้สะโพกมนและต้นขาเนียนของรินอย่างหยาบโลนเปิดเผย
"อุ๊ย! คุณลูกค้าคะ ปล่อยรินเถอะค่ะ รินเป็แค่พนักงานเสิร์ฟ!"
รินหน้าถอดสีน้ำตาปริ่มขอบตาด้วยความกลัวจนตัวสั่นเทา เธอพยายามบิดข้อมือหนีแต่ไม่สำเร็จ ด้วยเพราะพละกำลังของเด็กสาวจึงไม่อาจสู้แรงคนเมาได้ ชายอีกคนในโต๊ะหัวเราะร่วนแกล้งขยับตัวปิดทางหนี
ในวินาทีวิกฤต รินตั้งสติรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย แกล้งทำเป็ทรงตัวไม่อยู่เซถลาไปชนกับถังน้ำแข็งบนโต๊ะจนมันคว่ำเทกระจาด เสียงน้ำแข็งและเศษแก้วน้ำส้มโซดาร่วงแตกกระจายดัง‘เพล้ง!’ สนั่นลั่นร้าน แขกโต๊ะข้างๆ พากันหันมามองเป็ตาเดียวผู้จัดการร้านที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบซอยเท้าเดินเข้ามาแทรกกลางทันที
"ขอโทษครับคุณลูกค้า! พอดีเด็กมันซุ่มซ่ามเดี๋ยวผมเปลี่ยนคนดูแลให้นะครับ"
ผู้จัดการดึงตัวรินออกมาด้านหลัง รินอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำหลังร้านล็อกประตูทันที หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หาย...เธอรอดมาได้อีกครั้งด้วยปฏิภาณไหวพริบ ทว่าหัวใจกลับบอบช้ำเหลือเกิน
++++++++++