การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 108 การรักษาครั้งสุดท้าย

    บทที่ 108 การรักษาครั้งสุดท้าย


    ในขณะนั้นเอง เสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ดังขึ้นมา “นี่ก็ผ่านมาได้สักพักแล้ว พวกเราควรจะกลับกันได้แล้วหละ...”
    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูหยาง ก็เกิดอาการสงสัยขึ้นมา “ผ่านมาได้5นาทีเองเนี่ยนะ? ทำไมท่านถึงคิดว่านางจะรักษาอาการของท่านพ่อของข้าได้เสร็จแล้ว”
    “ฮึ ฮึ ฮึ แล้วเจ้าคิดหรือว่าเด็กอายุเพียงแค่17ปีเช่นนาง จะรู้จักวิธีรักษาอาการของเขาอย่างนั้นหรือ? ถึงจะต่อให้นางเป็นอัจฉริยะเท่าใดก็ตาม เรื่องเช่นนั้น ก็ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน” ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวตอบกลับไปด้วยท่าทางที่ไม่สนใจเสียเท่าไหร่
    และแล้ว ทั้งคู่ก็ได้เดินกลับปราสาทของจอมมารราชันย์...ในขณะนั้นเอง ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้เป็นคนเปิดห้องเข้าไปข้างในโดยที่ไม่รอช้า ทั้งคู่มองเห็น ซูเหยียนกำลังนอนสลบอยู่กับพื้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลจากการใช้พลังงานมากเกินไป
    “ท่านแพทย์อัจฉริยะ!! ท่านเป็นอะไรหรือไม่..” ซูหยาง พุ่งเข้าไปพยุงตัวของ ซูเหยียน อย่างรวดเร็ว
    ชายชราที่หันหน้าไปทางลูกสาวของตนเอง ก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ “ซูหยาง พอได้แล้วหละ โรคร้ายแรงที่ข้ากำลังเป็นอยู่ มันอาจจะไม่มีทางรักษาให้หายก็ได้ เฮ้อ~” ชายชราที่ดูไปแล้วมีอายุมากว่าล้านปี ได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างแผ่วเบา และยอมรับในชะตากรรมของตนเอง
    แต่ทว่าเสียงของ ซูหยาง ก็ดังขึ้นมาอย่างหนักแน่น “เสด็จพ่อ...คนผู้นี้ เขาสามารถรักษาอาการของท่านให้หายได้อย่างแน่นอน ท่านได้โปรด ลองฝืนลิขิตชีวิตอีกสักครั้ง...” ซูหยาง ได้หันไปมอง ชิว เหวินเจี้ยน เพื่อระบุตัวตนแทนคำพูด
    ชายชราก็ได้มองไปทาง ชิว เหวินเจี้ยน เล็กน้อย “โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว มนุษย์อย่างนั้นหรือ เกรงว่าจะไม่สามารถรักษาข้าได้ เจ้าจงตัดใจเสียเถิดซูหยาง” ที่ชายชรากล่าวออกไปเช่นนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่า เขาดูไปยังไง ชิว เหวินเจี้ยน ก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น แถมอายุก็น่าจะไม่เกิน17ปี แล้วแบบนี้จะมีความสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้อย่างไร
    “เสด็จพ่อ ข้าขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย ได้โปรด ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะนำแพทย์มารักษาท่าน...” ซูหยาง ได้แต่ร่ำไห้อยู่ที่พื้น ซึ่งนางในตอนนี้ดูไปไม่ต่างจากหญิงสาวธรรมดา มาดที่ผู้อื่นเคยเรียกนางว่าจอมมารในตอนนี้ ไม่หลงเหลือในตัวของนางอีกต่อไป
    เมื่อชายชราเห็นเช่นนั้น เขาก็ได้แต่สงสารลูกสาวของตนเองอยู่ในใจ ซึ่งที่นางทำมาทั้งหมดก็เป็นเพราะเขาทั้งสิ้น “ก็ได้! ข้าจะยอมเป็นครั้งสุดท้าย และจะไม่มีครั้งหน้าอีก...” และนี่จะเป็นคำที่เขากล่าวออกมาครั้งสุดท้าย เพราะถ้าหากการรักษาล้มเหลว เขาจะรวบรวมลมปราณและระเบิดร่างกายของตนเองให้แหลกเป็นจุล เพื่อที่ลูกสาวของเขาจะได้ไม่ต้องไปคอยขอร้องผู้ใดอีก ภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ เพียงแค่มนุษย์ธรรมดายังไม่เกรงกลัวต่อนางเลยแม้แต่น้อย และในอนาคตจะยังมีใครเคารพนับถือจอมมารอยู่อีกหรือไม่!
    ในขณะนั้นเอง เสียงของชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน “ฮึ~ นั่นก็เป็นความคิดที่ดี แต่ว่าเสียใจด้วย เจ้าจะไม่มีโอกาสที่จะได้ทำตามสิ่งที่เจ้าคิด... และแน่นอน ถ้าเกิดข้าสามารถรักษาเจ้าให้หายได้เมื่อไหร่ ในตอนนั้นแหละ เป็นพวกเจ้าที่จะต้องมอบสมบัติล้ำค่ามาให้แก่ข้า3ชนิด!! จงจำไว้ให้ดี” ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวออกไปโดยที่ไม่มีน้ำเสียงเกรงกลัวอยู่เลย ขนาดพูดคุยกับผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของเหล่าจอมมารทั้งปวง
    เมื่อเห็นมนุษย์ธรรมดาไม่เคารพตนเอง ชายชราจึงคิดที่จะตะคอกใส่อย่างเต็มกำลัง “โอ..หั..ง...” แต่ทว่า เขาก็เผลอหลับไปอย่างไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
    ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้หันไปกล่าวกับซูหยาง “เอาหละเจ้านำพาแม่นางซูเหยียนออกไปด้านนอกเสียก่อน ข้าขอเวลารักษาเขาสักครึ่งวันเห็นจะได้ และพวกเจ้าค่อยกลับเข้ามาก็แล้วกัน...” ชิว เหวินเจี้ยน ได้คำนวณที่ใช้ไว้หมดแล้ว ซึ่งเวลาที่เขาจะใช้รักษาจริงๆนั้นไม่ถึงชั่วโมง แต่ที่เขาเผื่อเวลาเอาไว้ นั่นก็เพราะว่า สิ่งที่เขากำลังจะขอแก่ชายชราผู้นี้เป็นความลับระดับสุดยอด
    “เพคะ...” ซูหยางกล่าวตอบกลับไปอย่างว่าง่าย
    เมื่อ ซูเหยียน ได้เห็นและได้ยินเช่นนั้น มีหรือที่นางจะไม่ตกตะลึง ‘นี่นางเป็นใครและเขาเป็นใคร ทำไมท่านจอมมารถึงได้เคารพเขามากขนาดนั้น!! ’ ไม่ต้องบอกทุกคนก็คงจะรู้ว่า ระดับจอมมารมีหรือจะก้มหัวให้กับผู้อื่นง่ายๆ แต่ที่ซูหยางแสดงออกมาในตอนนี้ กลับเป็นท่าทางของผู้น้อยเคารพผู้ยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้
    ฟุบ! ฟุบ!
    ในเวลาไม่นาน ทั้งซูหยาง และ ซูเหยียน ก็ต่างออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ไม่อยู่รบกวนการรักษาของ ชิว เหวินเจี้ยน อีกต่อไป
    เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน เห็นว่าไม่มีผู้ใดคอยอยู่กวนใจแล้ว เขาจึงกล่าวออกมาเบาๆ “ตื่นได้แล้ว!! ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงมีสติอยู่เล็กน้อย ด้วยพลังที่เจ้ามี คงจะฝืนลืมตาขึ้นมาได้อยู่ไม่ใช่หรือ?...”
    ในขณะนั้นดวงตาของชายชราก็ได้ลืมขึ้นมาช้าๆ และปากของเขาก็เริ่มขยับ และปล่อยเสียงอันแผ่วเบาออกมา “จ...เจ้าเป็นใครกันแน่”


    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน