บทที่36รับรางวัล2
“ฮ่าๆๆข้าคิดไว้แล้ว...คุณชายจ้าวผู้โดดเด่น จะสนใจสิ่งของนอกกายได้อย่างไร”
เรื่องนี้หวังเป่าเฉิน ได้เรียกลูกสาวของตนมาพูดคุยรายละเอียดต่างๆทั้งที่มาที่ไปของชายหนุ่มคนนี้ทำให้พอจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับจ้าวเฟยหลงมาไม่น้อย
“เช่นนั้นแล้วข้าก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีที่ไม่อาจตอบแทนผู้มีพระคุณ” หวังเฉินเป่า มีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“คุณชายจ้าวท่านก็เลือกมาสักอย่างเถิดมิเช่นนั้นนายของข้าอาจต้องเสียชื่อเสียงเพราะไม่อาจดูแลผู้มีพระคุณได้”เฒ่าซีฮันร้อนใจเมื่อเห็นนายของตนกลุ้มใจ
“ซีฮัน!! อย่าเสียมารยาท”เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจทำให้เฒ่าซีฮันต้องยืนเงียบในทันที
“คือว่า...ถ้าหากข้าขอให้ท่านตอบคำถามซักข้อจะได้หรือไม่”จ้าวเฟยหลงเอ่ยถาม
“คุณชายจ้าวอยากรู้เรื่องอะไรโปรดถาม…หากข้าตอบได้รับรองจะไม่บิดพลิ้วแม้แต่น้อย”
หวังเฉินเป่าตบอกตัวเองรับรองด้วยความแข็งขัน
“ท่านอ๋องพอจะบอกได้ไหมว่า...ท่านไปที่หุบเขาสวรรค์สัตว์อสูรเพราะเหตุใด”
สายตาของจ้าวเฟยหลงจ้องไปที่หวังเฉินเป่าด้วยความตั้งใจ
“เฮ้อ! จะว่าไปแล้วนี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวข้าโดยตรงและมันก็คือความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่เกือบทำให้ข้าต้องตาย”จากนั้นหวังเฉินเป่าจึงได้เล่าเรื่องราวที่เขาเดินทางไปที่หุบเขาสวรรค์สัตว์อสูรให้แก่จ้าวเฟยหลงฟัง
หวังเฉินเป่าเป็นผู้ยุทธ์ระดับจ้าวยุทธ์ขั้นเก้าแต่ด้วยการที่เขาบ่มเพาะโดยวิชาที่สืบทอดต่อกันมาทำให้การทะลวงระดับสู่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์เป็นไปได้ยากยิ่งนักทำให้เขาส่งคนของตนออกสืบหาวิธีการที่จะบรรลุระดับสูงขึ้นไปทั่วทั้งอาณาจักร
จนไม่นานมานี้คนของเขาได้กลับมารายงานว่ามีข่าวลือจากเมืองใกล้ๆกับหุบเขาสวรรค์สัตว์อสูร ว่าในส่วนลึกของหุบเขามีปราณฟ้าดินหนาแน่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเหล่าสัตว์อสูรที่มีระดับสูงสามารถพบเห็นทั่วไปนั่นทำให้เขาคิดว่าต้องมีสิ่งวิเศษเกิดขึ้นที่นั่น ดังนั้นจึงได้เดินทางไปตามหาของวิเศษชิ้นนี้แต่ไม่นึกว่าอีกเพียงสองลี้เขาก็จะไปถึงที่ที่ของวิเศษชิ้นนั้นอยู่กิ้งก่าเพลิงพิภพก็ออกมาล้อมหน้าล้อมหลังรุมทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัสกลับมา
จ้าวเฟยหลงได้วิเคราะห์เรื่องราวแล้วก็เห็นด้วยทันทีว่าสิ่งวิเศษนั้นมีพลังฟ้าดินเต็มเปี่ยมสามารถยกระดับการบ่มเพาะได้อย่างแน่นอนแต่สิ่งที่เขาคาดการได้อีกอย่างหนึ่งคือสิ่งวิเศษนี้ต้องมีธาตุไฟอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นกิ้งก่าเพลิงพิภพคงไม่เฝ้าอารักษ์เป็นแน่เพราะพวกมันเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟสิ่งวิเศษที่มีธาตุไฟย่อมดึงดูดพวกมัน
จ้าวเฟยหลงได้คำตอบแล้วภาระกิจที่นี่ของเขาถือว่าจบสิ้นแล้ว ตัวเขาเองยังต้องเดินทางไปเข้าร่วมการทดสอบที่สำนักตงหยางอีกส่วนหุบเขาสวรรค์สัตว์อสูรหากสบโอกาสเมื่อใด เขาต้องไปชมให้ได้ว่าเป็นอย่างไรถึงสามารถทำให้จ้าวยุทธ์ขั้นเก้าถึงกับบาดเจ็บปางตาย
จ้าวเฟยหลงหยิบขวดที่เต็มไปด้วยเม็ดยาออกมาแล้วมอบให้กับหวังเฉินเป่า
“ท่านอ๋องนี่คือยาฟื้นคืนลมปราณระดับปราณขั้นสูงท่านกินวันละหนึ่งเม็ดภายในหนึ่งเดือนพลังลมปราณของท่านจะกลับมาเป็นดั่งเดิมและหากโชคดีผลที่ได้อาจดีกว่าเดิมด้วย”
หวังเฉินเป่าสั่นสะท้านเพราะยาชนิดนี้มันสูงค่ายิ่งธรรมดาจะควาญหาสักเม็ด ยังยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรแต่จ้าวเฟยหลงให้เขาทีเดียวหนึ่งขวดเป็นน้ำใจที่แม้แต่อ๋องอย่างเขาก็ไม่อาจจินตนาการได้
“ขอบคุณมาก...คุณชายจ้าว” เมื่อนิ่งอึ้งไปนานหวังเฉินเป่าจึงเอื้อนเอ่ยออกมาได้
“ซีฮันจงพาคุณชายจ้าวไปที่คลังสมบัติข้าอนุญาตให้เขาเลือกกสมบัติอะไรก็ได้จากที่นั่นสามชิ้นโดยไม่มีข้อแม้”
เสียงประกาศิตจากผู้เป็นนายทำให้เฒ่าซีฮันไม่อาจนิ่งเฉยเขาเดินไปข้างหน้าจ้าวเฟยหลงและประสานมือ ตอนนี้จ้าวเฟยหลงในสายตาของนายของเขาเป็นยิ่งกว่าผู้มีพระคุณตัวเขาเองก็มิอาจเสียมารยาท
“คุณชายจ้าว เชิญตามข้ามา”
เฒ่าซีฮันเดินนำไปที่ห้องคลังสมบัติ ส่วนจ้าวเฟยหลงเมื่อกล่าวขอบคุณเสร็จก็เดินตามออกไปหากรีบรับมากไปก็คือโลภมาก หากปฏิเสธมากไปก็คือดูหมิ่น เช่นนั้นครั้งนี้เขาต้องรับน้ำใจจากหมิงโจวอ๋องเสียแล้ว
เฒ่าซีฮันนำจ้าวเฟยหลงมาที่เรือนหลังหนึ่งที่มีกำแพงล้อมรอบสองชั้นมีเวรยามบนกำแพงหนาแน่นที่หน้าประตูทางเข้ามียามสองคน แต่ยามสองคนนั้นอยู่ในระดับจ้าวยุทธ์ขั้นหนึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าจวนอ๋องมิใช่ที่ที่อ่อนแอแต่อย่างใดขุมกำลังที่นี่ก็ทำให้สำนักยุทธ์ทั้งหลายหรือบรรดาตระกูลใหญ่ยังต้องเกรงใจ
ห้องข้างในเต็มไปด้วยสมบัติมากมายก่ายกองอัดแน่นอยู่เต็มชั้นด้วยสมบัติเหล่านี้สามารถสร้างตระกูลใหญ่ได้เลยแต่ว่าเฒ่าซีฮันเดินผ่านพวกมันอย่างไม่แยแส ไปที่ผนังด้านหลังห้องจ้าวเฟยหลงเห็นค่ายกลกางกั้นกลไกอยู่เฒ่าซีฮันยื่นมือออกใช้ปลายนิ้วกดลงบนแสงสว่างดวงเล็กๆที่ส่องแสงอยู่แล้วลากมากเรียงต่อกันเป็นรูปดาวเหนือ
จ้าวเฟยหลงถือได้ว่าได้เปิดประสบการณ์ด้านค่ายกลครั้งใหม่ทีเดียวจึงตั้งใจว่าในอนาคตต้องหาเวลาศึกษาศาสตร์ค่ายกลให้แตกฉานจงได้
หลังจากเรียงแสงเป็นรูปดาวเหนือแล้วค่ายกลก็หายไปเหลือเพียงกลไกที่ด้านหน้าผนังลักษณะคล้ายวงกลมแบ่งเป็นช่องแต่ละช่องแกะสลักเป็นรูปนักษัตรสิบสองรูปเฒ่าซีฮันใช้ฝ่ามือเต็มไปด้วยพลังปราณซัดลงไปที่รูปนักษัตรตามรหัสที่ตั้งไว้จากนั้นพื้นที่ตรงกลางยุบลงไปกลายเป็นหลุมแต่ไม่นานก็มีแท่งสี่เหลี่ยมเคลื่อนออกมาจากตรงกลาง
มีรูกุญแจเล็กๆเผยให้เห็นเฒ่าซีฮันนำกุญแจออกจากสายคล้องคอแล้วเสียบลงบิดกุญแจเบาๆ เสียงกระทบกันของโลหะดัง เคร้งๆ ประตูที่นำลงไปที่ชั้นใต้ดินก็ปรากฏต่อหน้าทั้งสองคนโดยไม่รอช้าเฒ่าซีฮันเดินนำจ้าวเฟยหลงลงไปทันที
เมื่อลงมาถึงโถงด้านล่างจ้าวเฟยหลงก็ต้องตกใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า สมบัติวิเศษ สมุนไพรวิญญาณ แร่ต่างๆยุทธภัณฑ์นานาชนิด สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสมบัติที่แท้จริงของจวนอ๋อง
“เชิญคุณชายจ้าว เลือกตามสบาย”พูดเสร็จเฒ่าซีฮันก็หลบไปยืนด้านข้างปล่อยให้จ้าวเฟยหลง เลือกสมบัติตามความต้องการ
สมบัติมากมายก่ายกองหากเป็นคนอื่นอาจจะต้องเสียเวลาอย่างมากที่จะเลือกเฟ้นแต่จ้าวเฟยหลงมีความแน่วแน่ในความคิดของตนมาโดยตลอดและหมายตาเอาไว้แล้วหลังจากการกวาดสายตาไปทั้งห้องโถงนี้
สิ่งแรกที่เขาเดินเข้าไปหาก็คือ ดาบหักเล่มหนึ่งซึ่งไร้การเหลียวแลมานานมีฝุ่นหนาเตอะใบดาบมีสีขาว ตรงคมดาบมีรอยบิ่นไร้ซึ่งพลังใด เจ้าเฟยหลงหยิบมาเป็นชิ้นแรก
เฒ่าซีฮันอึ้งจนพูดไม่ออกเหตุใดคุณชายจ้าวถึงเลือกของที่ไม่มีใครต้องการ
ชิ้นที่สองจ้าวเฟยหลงเดินมาที่ด้านข้างห้องมองขึ้นไปที่ด้านบนของผนัง บนนั้นมีโคมไฟหนึ่งโคมส่องสว่างรูปร่างของมันมนโค้งมีตัวอักษรสีดำเขียนไว้ตรงกลางว่า “สว่าง”จ้าวเฟยหลงไม่รู้ว่ามันทำประโยชน์อะไรแต่ว่าดวงจิตโลกามีปฏิกิริยาต่อมันดังนั้นเขาจึงเลือกโคมไฟนี้มาเป็นชิ้นที่สอง
ชิ้นที่สาม จ้าวเฟยหลงเดินไปจ้องมองเข็มที่ใช้ฝังเข็มรักษาคนป้ายด้านหน้าอธิบายว่า เข็มกลืนโรคา รักษาครอบจักรวาลเพียงแต่ตอนนี้ตัวเข็มทั้งหนึ่งร้อยแปดเข็มหม่นหมองไร้พลังในการรักษาอย่างสิ้นเชิง
“ข้าจะรับเจ้าไว้แล้วนะ” จ้าวเฟยหลงกวาดเข็มเข้าไว้ในแหวนมิติของตนแล้วหันหน้าไปหาชายชรา
“ผู้อาวุโสซี ข้าเลือกเสร็จแล้ว”
เฒ่าซีฮันที่ตอนนี้ นิ่งอึ้ง ตกใจประหลาดใจจนไม่สามารถมีอาการมากไปกว่านี้ได้แล้วก่อนหน้านี้เขาถูกสั่งให้พาจ้าวเฟยหลงมาเลือกสมบัติแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่เหลือความเข้าใจของเขามากเสียเหลือเกินเพราะสิ่งที่จ้าวเฟยหลงเลือกแต่ละอย่าง หากจะใช้คำพูดมาบอกเล่าก็คือเขาเก็บขยะทำความสะอาดให้แก่ห้องนี้นั่นเอง
เสียงของจ้าวเฟยหลงปลุกให้เฒ่าซีฮันมีสติกลับมาอีกครั้ง“คุณชายจ้าวเชิญ” จากนั้นก็เดินนำจ้าวเฟยหลงขึ้นสู่ชั้นบน
“คุณชายจ้าว เชิญท่านพักผ่อนก่อนหากมีธุระโปรดเรียกใช้ข้าน้อยอย่าได้เกรงใจ” จ้าวเฟยหลงประสานมือขอบคุณ
“ขอบคุณท่านมาก ไม่รบกวนท่านแล้ว”เขาเดินกลับไปที่ห้องของตนเองเตรียมนำสมบัติที่เลือกได้ออกมาชื่นชมแต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
“คุณชายจ้าว ข้าตันฮุ่ยเหอขอคุยด้วยได้หรือไม่”
“ข้าฮัวหนิงเจี้ยนก็มีเรื่องจะปรึกษากับคุณชายจ้าวเช่นกัน”
หมอชื่อดังทั้งสองตอนนี้มาขอพบกับจ้าวเฟยหลงถึงหน้าห้องเช่นนี้หากมีผู้พบเห็นก็นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย
จ้าวเฟยหลงยิ้มที่มุมปาก“มากันแล้วหรือนี่” เขาคิดในใจ
“ท่านหมอทั้งสองข้าเป็นคนพเนจรต่ำต้อยเกรงว่าไม่มีค่าพอที่จะพบท่านทั้งสอง ขอเชิญทุกท่านกลับไปได้”
“เจ้า!!!”หมอทั้งสองคำรามในลำคอ แต่ก็ไม่อาจแสดงสิ่งอื่นใดออกมาได้อีก เมื่อก่อนพวกเขาหยามเหยียดดูถูกจ้าวเฟยหลง มิหนำซ้ำยังขัดขวางการรักษาของจ้าวเฟยหลงตอนนี้ถูกเอาคืนแล้วก็จำต้องอดทน เพราะมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในใจตนนั่นเอง
“คุณชายจ้าว พวกข้าต่างหากที่ต่ำต้อยความรู้เพียงหางอึ่งยังกล้าอวดอ้างต่อหน้าท่าน ช่างหน้าไม่อายจริงๆ” ตัยฮุ่ยเหอด้อยค่าตนเองทันที
“ฮึ เจ้าหมอตันถึงกับลงทุนทำให้ตนเองต่ำต้อยเลย เจ้าจิ้งจอกเฒ่า” ฮัวหนิงเจี้ยนคิดในใจ
“ใช่แล้วๆ คุณชายจ้าวอย่าถือสาพวกข้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงด้วยเถิด”ฮัวหนิงเจี้ยนอ้อนวอนอย่างไม่คิดถึงศักดิ์ศรีของตน
“เจ้าหมอฮัว ทุ่มสุดจริงๆไอ้เฒ่าร้อยเล่ห์”ตันฮุ่ยเหอ ตะโกนด่าในใจพวกเขาทั้งสองรู้กันอยู่แล้วว่าเหตุใดจึงบากหน้ามาหาจ้าวเฟยหลง นั่นก็เพราะสมุนไพรวิญญาณในมือของเขาชบาหิมะเจ็ดแฉกนั่นเอง
“ในเมื่อทั้งสองท่านจริงใจขนาดนี้ข้าก็มิอาจเสียมารยาท เชิญทั้งสองท่านเถิด”
สิ้นเสียงของจ้าวเฟยหลงหมอชื่อดังแห่งอาณาจักรต้าตงทั้งสองรีบแย่งกันเข้าไปในห้องฉุดดึงกันจนเสื้อผ้ายุ่งเหยิงกว่าจะมาถึงโต๊ะกลางห้องที่จ้าวเฟยหลงนั่งอยู่
“คุณชายจ้าว ข้าตันฮุ่ยเหอขอยกย่องฝีมือการรักษาของท่าน ช่างสูงส่งน่าประทับใจยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินเสียงของตันฮุ่ยเหอตระหนักได้ว่าตนเองโดนตัดหน้าสร้างความโปรดปราณไปแล้วแต่ยังไงก็ไม่อาจยอมแพ้
“คุณชายจ้าวอ่อนน้อมถ่อมตนดั่งเช่นดาบคมในฝักพอถึงเวลาแสดงฝีมือ ชักดาบฟาดฟันก็ขจัดปัญหาสิ้นไปในทันทีข้านับถือยิ่งนัก”
ตันฮุ่ยเหอถึงกับขมวดคิ้ว ฮัวหนิงเจี้ยนออกตัวประจบแบบไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
จ้าวเฟยหลงมองดูสองหมอชื่อดังที่ตอนนี้อ่อนน้อมมีมารยาทต่อเขาแล้วก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ โลกนี้ยกย่องผู้มีพลัง ใครที่มีพลังมากกว่าก็คือคนที่มีสิทธิ์มีเสียงผู้คนต้องค้อมตัวศิโรราบ
“ทุกท่าน!! มีอะไรก็อย่าอ้อมค้อมเลยเชิญพูดออกมาได้เลย”จ้าวเฟยหลงเข้าประเด็น
“ข้าอยารู้ว่า...คุณชายจ้าวมีชบาหิมะเจ็ดแฉกเหลืออีกกี่มากน้อย”
ในเมื่อไม่ต้องการอ้อมค้อมหมอทั้งสองคนจึงบอกความต้องการของตนออกไปทันที
จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้วกล่าวด้วยเสียงเข้มทันที“นี่พวกท่านหมายตาสมุนไพรของข้าหรือ”
“ท่านอย่าได้เข้าใจผิดข้าผู้แซ่ตันเป็นหมอ สมุนไพรนี้เพียงแค่ต้องการเพื่อไปรักษาคนป่วยเท่านั้น”
“ข้าฮัวหนิงเจี้ยนก็ต้องการสมุนไพรเพื่อไปรักษาคนทำให้คนป่วยได้พ้นจากโรคร้ายเช่นเดียวกัน”
เมื่อสองคนรีบบอกเหตุผลแล้วจ้าวเฟยหลงก็แตะที่แหวน ชบาหิมะเจ็ดแฉก ปรากฏขึ้นลอยอยู่บนฝ่ามือดวงตาของตัยฮุ่ยเหอและฮัวหนิงเจี้ยนเบิกโพลง ถูกแรงดึงดูดของชบาหิมะเจ็ดแฉกให้เคลื่อนเข้าไปหาทันใด
“ข้าเองก็ไม่ได้ใช้!!!” เสียงจ้าวเฟยหลง เร่งให้หมอทั้งสองตื่นตัวยิ่งขึ้น
“ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว...ว่ากันตามตรงถ้าหากใครที่ให้ราคาสูงที่สุดข้าก็จะขายให้คนนั้น”
ความจริงแล้วจ้าวเฟยหลงจะมอบให้เลยก็ได้หากเป็นมิตรสหายกันแต่สองคนนี้ไม่ใช่มิตรสหายของเขา แล้วยังทำให้เขาลำบากหลายต่อหลายครั้ง การค้าจึงเหมาะสมที่สุด
“ข้าให้หนึ่งแสนหินปราณระดับต่ำ”ตันฮุยเหอ เรียกราคาทันที
ท่านหมอตันท่านเป็นถึงหัวหน้าหมอหลวงราคานี้มันไม่เหมาะสมกับท่านจริงๆ
“ข้าให้สองแสนหินปราณระดับต่ำ”ฮัวหนิงเจี้ยน เพิ่มราคาอีกเท่าตัว “ท่านหมอฮัวเหตุใดต้องให้ราคาแข่งกับข้าด้วย” ตันฮุ่ยเหอสีหน้าไม่ดี
“ท่านหมอตันข้าเองก็ต้องการสมุนไพรนี้ไปศึกษาเช่นกัน”
ตอนนี้บรรยากาศในการแข่งขันเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าให้สองแสนห้า” ตันฮุยเหอพูด
“ข้าให้สามแสน”ฮัวหนิงเจี้ยนเกทับราคาขึ้นไปอีกครั้ง
“ข้าให้สี่แสน”ตันฮุยเหอไม่ยอมแพ้
“ท่าน!!” ฮัวหนิงเจี้ยนพูดต่อไม่ไหวราคาของสมุนไพรวิญญาณระดับสองอยู่ที่สามแสนหินปราณระดับต่ำแต่นี่มันเลยจุดสูงสุดไปแล้วทำให้เข้าลังเล และเงียบไปแสดงการยอมแพ้ในตัว
“ถ้าอย่างนั้น ชบาหิมะเจ็ดแฉกนี้ขอมอบให้ท่านแล้ว” จ้าวเฟยหลงโบกมือให้ดอกไม้ลอยไปหาตันฮุ่ยเหอทำให้ตัยฮุ่ยเหอไม่รอช้ารีบเก็บเข้าแหวนมิติของตนทันทีและจ่ายเงินให้แก่จ้าวเฟยหลง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเก็บชบาหิมะเจ็ดแฉกไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องอยู่ต่อ
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผู้แซ่ฮัวขอลา”
ฮัวหนิงเจี้ยนกำลังจะหันหลังจ้าวเฟยหลงก็เอาบางอย่างออกมาในมือมันให้ความรู้สึกเย็นสบาย สดชื่นเหมือนกับ...
“เม็ดยาหิมะเจ็ดดารา”หมอสองคนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน
“คะ...คุณชายจ้าวท่านปรุงยาชนิดนีอีกแล้วหรือ” ฮัวหนิงเจี้ยนเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“ใช่แล้วพึ่งปรุงเสร็จเมื่อเช้านี้เอง”จ้าเฟยหลงตอบ
“ถ้าเช่นนั้น ที่ท่านนำออกมานี้ก็เพื่อ....”ตันฮุ่ยเหอตื่นเต้นจนเกือบเสียอาการ
“แน่นอนว่าขาย”มิต้องคาดเดาให้เสียเวลาจ้าวเฟยหลงประกาศขายทันที
เมื่อได้ยินดังนั้นการต่อสู้รอบใหม่ก็เกิดขึ้นทันทีและในรอบนี้มันคือเม็ดยาที่ปรุงเสร็จแล้วคุณภาพย่อมดีกว่าสมุนไพรที่ยังไม่ได้ปรุงหลายเท่า และหากปรุงเองก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จอีกนี่จึงเป็นโอกาศที่หาได้ยากยิ่ง
“ข้าให้ สามแสนหินปราณระดับต่ำ”ตันฮุ่ยเหอให้ราคา
“ข้าให้ ห้าแสนหินปราณระดับต่ำ”คราวนี้ฮัวหนิงเจี้ยนให้ราคาสูงเพราะไม่อยากพลาดอีกแล้ว
“ข้าให้ ห้าแสนห้าหมื่น”ตันฮุ่ยเหอตะโกน
“ข้าให้ หกแสน”ฮัวหนิงเจี้ยนต้องตกใจในความมั่งคั่งของตันฮุ่ยเหอไม่น้อยแต่ก็ไม่ยอมแพ้
ตันฮุ่ยเหอที่ตอนนี้ถือครองชบาหิมะเจ็ดแฉกไปแล้วเห็นว่าราคาสูงจึงไม่อยากสู้ต่อทำให้เขานิ่งเงียบไป
“เช่นนั้นเม็ดยานี้ขอมอบให้ท่านหมอฮัวก็แล้วกัน” จ้าวเฟยหลงประกาศ