ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนที่ฟางซินเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลซีในฐานะฮูหยินคนใหม่ ข่าวการแต่งงานของคุณชายตระกูลซีถูกแพร่ไปทั่วอย่างรวดเร็วราวกับเขาตั้งใจจะทำให้มันเกิดขึ้น ทุกคนต่างพากันอิจฉาคุณหนูตระกูลป๋ายที่มาจากตระกูลยากจนกลับโชคดีได้แต่งกับคุณชายตระกูลซีที่มาจากตระกูลที่มีฐานะร่ำรวย บ้างก็ว่าคุณหนูตระกูลป๋ายช่างวาสนาดีเสียจริง บ้างก็ว่าคุณหนูตระกูลป๋ายช่างไม่ต่างอะไรจากหนูตกถังข้าวสารเสียเลย แต่ใครจะรู้ว่าฮูหยินตระกูลซีที่ผู้คนคิดว่าต้องร่ำรวยและสุขสบายกลับต้องมานั่งซักผ้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้นี้
ฮัดชิ่ว! ฟางซินจามออกมาเป็รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน พร้อมกับสูดน้ำมูกขึ้นและเร่งมือซักผ้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เกล็ดน้ำแข็งบางๆเพิ่งร่วงลงมาััมือเล็กๆ ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะความหนาว
หิมะแรก
ฟางซินเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา ซีหยางที่ยืนกอดอกมองดูนางสักพักได้แต่ทำหน้ามุ่ย ต้องมาทำงานเพราะหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ยังยิ้มออกมาได้ ทั่วทั้งฉีอันเห็นทีคงมีแค่นางคนเดียวแล้วละมั้ง ซีหยางหยิบร่มที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาก่อนที่จะกางมันออกและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฟางซิน
ลุกขึ้น เสียงที่นางได้ยินมาจะหนึ่งเดือนเต็ม
คุณชายซีมีอะไรหรือ ฟางซินที่เอ่ยพร้อมกับซักผ้าต่อโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าของคนที่เพิ่งมาถึง แต่จู่ๆ มือที่เย็นเฉียบของนางกลับถูกมือที่เรียวยาวและอบอุ่นจับไว้ทำให้ฟางซินต้องหยุดชะงักไปชั่วครู่
ซีหยาง ต่อไปเ้าเรียกข้าว่าซีหยางก็พอ เขาเอ่ยพร้อมกับสายตาที่เ็า
อืม ฟางซินที่รับคำอย่างง่ายพร้อมกับแววตาที่ใสซื่อทำเอาซีหยางจู่ๆ ก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
แค่นี้หรอ ถ้าอย่างนั้นข้าซักผ้าต่อได้แล้วใช่หรือไม่ ฟางซินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มือของนางที่ถูกซีหยางจับไว้ก่อนที่เขาจะปล่อยมือของฟางซินออก
ลุกขึ้นแล้วตามข้ามา เขาเอ่ยพร้อมกับเดินหันหลังให้นาง ฟางซินที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบเอาเสื้อผ้านั้นขึ้นมาตากก่อนที่จะตามซีหยางเข้าไป
มีอะไรหรือ ฟางซินยืนตัวสั่นเทาเอ่ยถามซีหยางที่กำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่ในห้องตำรา
แต่กลับไร้เสียงตอบรับจากคนตรงหน้า เขาลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมที่เขาเพิ่งตัดมาใหม่นั้นขึ้นมาและเดินไปคลุมมันให้กับฟางซินพร้อมกับยื่นชาอุ่นๆ ให้นางก่อนที่จะนั่งลง
เสื้อคลุมข้าตั้งใจจะตัดมาให้น้องสาวแต่นางไม่ชอบสีนี้ เ้าเอาไปก็แล้วกัน ซีหยางเอ่ยอาฝูที่ได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ทำหน้าสงสัย
อืม ฟางซินรับเสื้อนั้นมาอย่างว่าง่ายพร้อมกับดื่มชาที่ซีหยางเป็คนยื่นให้
เ้ายังมีอะไรอีกหรือไม่ ฟางซินเอ่ยถามเบาๆ อีกรอบ
ไม่มี ซีหยางตอบเสียงเรียบ
ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนยังมีงานที่ยังไม่ได้ทำอีกมากมาย
ไม่ต้อง ซีหยางเอ่ยพร้อมกับฟางซินที่หันหน้ามาถามด้วยความสงสัย
ทำไมล่ะ
เดิมที งานทั้งหมดเป็หน้าที่ของอาจิ่ง และอาเจาที่คอยดูแลเื่พวกนี้ ต่อไปเ้าแค่มาช่วยข้าจัดตำราและฝนหมึกรวมถึงดูแลความสะอาดในห้องตำราก็พอแล้ว
จริงหรือ ฟางซินเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ
อืม
คุณชายซีไม่สิซีหยางถ้าอย่างนั้นข้ากลับเรือนอวิ๋นซีได้หรือไม่ ฟางซินเอ่ย
ไปเถอะ ถือว่าข้าให้เ้าพักหนึ่งวัน
ซีหยางเอ่ยเพราะหากนางเป็อะไรขึ้นมาเสียก่อนแผนการที่เขาวางไว้อาจจะไม่สำเร็จก็เป็ได้
คุณชาย จู่ๆ เสียงของอาฝูก็ดังขึ้นเมื่อเห็นฟางซินเดินออกจากเรือนรับรองไป
มีอะไรหรือ ซีหยางเอ่ยกับอาฝู
ท่านมีน้องสาวด้วยหรือขอรับ ซีหยางได้ยินดังนั้นถึงกับโยนบางอย่างมาทางอาฝูแต่โชคดีที่เขายังรับไว้ได้พร้อมกับซีหยางที่เอ่ยออกมา
เ้าพูดมากขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ อาฝูที่เพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่างได้แต่นั่งคุกเข่าลงพร้อมกับเอ่ย
ขออภัยคุณชาย พร้อมกับใบหน้าที่หาได้รู้สึกผิดไม่ แถมยังได้แต่ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้
*** ร้านหมอของฟางซิน
โอ๊ย เสี่ยวอาหลีเบาๆ ข้าเจ็บ ฟางซินได้แต่ร้องโอดครวญอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้านั้น
ท่านหมอ นี้ท่านแต่งเขาตระกูลซีไปเป็ฮูหยินที่แสนจะสุขสบายอย่างที่เขาลือกันมิใช่หรือเ้าคะ อาหลีที่กำลังทายาให้งฟางซินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม เพราะทุกครั้งที่ฟางซินแอบออกมาที่ร้านต้องมีแผลกลับมาแทบทุกครั้ง
เบาๆ เสี่ยวอาหลี เดี๋ยวมีคนได้ยินฟางซินเอ่ยก่อนที่จะมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นตามที่ฟางซินว่า
มีใครอยู่หรือไม่
มาแล้ว อาหลีลากเสียงยาวพร้อมกับรีบเดินออกไปหน้าร้าน
ที่นี่ใช่ร้านหมอยาชื่อดังที่เขาว่ากันหรือไม่ หญิงชราที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่บ่งบอกว่ามาจากตระกูลสูงศักดิ์
ท่านย่าใช่แล้ว อาหลีเอ่ยพร้อมกับเดินไปพยุงหญิงคนนั้นขึ้นมาพร้อมกับฟางซินที่เดินออกมาพอดี
ท่านย่า ท่านไม่สบายตรงไหนหรือ ฟางซินที่เดินออกมาเอ่ยถาม
ข้าสบายดี ที่ข้ามาวันนี้ได้ยินมาว่าหมอหญิงในตรอกนี้มีวิชาแพทย์เป็ที่เลื่องลือหากข้าจะเชิญเ้าไปที่ตระกูลกงได้หรือไม่ ที่แท้ฮูหยินกงที่จิ่งเชาบอกเมื่อครั้งที่ไปเขาฝูอันนี้เอง
ท่านย่า โปรดวางใจมีใครไม่สบายหรือท่านจึง้าให้ข้าไปที่ตระกูลกง
เ้าเองหรือท่านหมอหญิงที่เขาว่ากัน นางเอ่ยพร้อมกับมองไปยังคนตรงหน้าที่มีผ้าปิดบังใบหน้าเผยให้เห็นดวงตาที่กลมโตแต่กลับคมเฉี่ยวของนาง เหตุใดถึงคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นนักฮูหยินกงได้แต่คิดอยู่ในใจก่อนที่จะกล่าวต่อ
สามีของข้าปวดเข่าจนแทบจะเดินไม่ได้มาหลายปีแล้ว หมอที่ไหนมารักษาก็ยังไม่หาย ข้าได้ยินชื่อเสียงของร้านเ้าเห็นว่าเป็ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่แต่ฝีมือกลับไม่ธรรมดา หากข้าอยากจะเชิญเ้าไปรักษาดูสักครั้งจะได้หรือไม่
ท่านย่า กล่าวเกินไปแล้วขอบคุณท่านยิ่งนัก ข้ารับปากท่าน ท่านบอกวันและเวลากับข้ามาได้เลย ฟางซินตอบตกลงอย่างง่ายจนฮูหยิน กงแปลกใจ
ข้ายังไม่ตกลงค่าจ้างกับเ้าเลยด้วยซ้ำเหตุใดถึงตกลงง่ายอย่างนี้เล่า นางเอ่ยถามคนตรงหน้า
ท่านย่า เดิมทีที่ร้านของเราแทบไม่คิดค่ารักษาจะคิดก็มีเพียงค่ายาเท่านั้น อีกอย่างท่านมาขอร้องข้าด้วยตัวเองเกรงว่าอาการของสามีท่านน่าจะหนักอยู่ใช่หรือไม่เ้าคะ ฟางซินเอ่ยถามฮูหยินตระกูลกง ซึ่งก็เป็อย่างที่นางว่า
อืม เ้าพูดถูกหากไม่มีธุระอันใดข้าเชิญเ้าไปตรวจดูอาการของสามีข้าที่จวนตระกูลกงในวันรุ่งขึ้นเลยได้หรือไม่ นางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ได้เ้าคะ ฟางซินตอบรับนาง
เอาละ ข้าจะให้คนมารับเ้าที่ร้านยามเว่ยก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน นางเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นโดยที่ฟางซินและอาหลีช่วยประคองนางคนละข้างจนส่งนางถึงรถม้าในที่สุด
ท่านหมอจะกลับเลยหรือไม่เ้าคะ อาหลีเอ่ยถามฟางซินเพราะเห็นว่าจวนจะค่ำแล้ว
อืม ฟางซินเอ่ยพร้อมกับมองออกไปข้างนอก
รอข้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่ อาหลีเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปข้างในร้านแล้วออกมาพร้อมกับถุงเงิน
นี้เป็รายได้ของร้านเดือนนี้รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยตำลึงเ้าคะ
ฟางซินมองไปที่ถุงเงินที่อาหลีมอบให้นางได้แต่ถอนหายใจ
ขอบคุณเสี่ยวอาหลี ฟางซินเอ่ยพร้อมกับแบ่งเงินบางส่วนให้กับอาหลี
ค่าอะไรหรือเ้าคะ เสี่ยวอาหลีเอ่ยถามฟางซินด้วยความงุนงง
เงินเดือนเ้าอย่างไรเล่า
ท่านหมอ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเ้าคะ เป็ท่านที่ช่วยชีวิตอาหลีไว้เมื่อตอนนั้น ยามนี้ท่านลำบากข้าจะไม่ช่วยท่านได้อย่างไรอาหลีเอ่ย
แต่อาหลี…….
ท่านหมอ เงินเดือนที่ท่านให้ข้าพอมีเก็บอยู่บ้างท่านโปรดวางใจ ก่อนที่อาหลีจะเอาเงินออกมาอีกห้าร้อยตำลึง เงินนี้เป็ส่วนที่เหลือจากค่าเช่าบ้านที่ค่าจ่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว ท่านเอาไปใช้ก่อนเถอะเ้าคะ
ไม่ได้ อาหลี แค่เ้าไม่รับเงินเดือนก็มากพอแล้วเงินนี้เ้าเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินเผื่อทั้งข้าและเ้าดีหรือไม่ ฟางซินเอ่ยออกไปหากไม่พูดแบบนั้นอาหลีต้องไม่ยอมเป็แน่
เ้าคะ อาหลีตอบด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อยพร้อมกับฟางซินที่นำเงินหนึ่งร้อยตำลึงนั้นกลับจวนตระกูลซีไป
ฟางซินที่เพิ่งมาถึงจวนตระกูลซีเดินเข้ามาหาซีหยางในห้องตำราแต่ไม่พบคนในห้องจึงได้แต่วางเงินที่นำมาใช้คืนซีหยางนั้นไว้ก่อนที่จะเดินกลับเรือนอวิ๋นซีไปในที่สุด
เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วยามเสียงรถม้าของซีหยางมาถึงที่ตระกูลซีพร้อมกับซีหยางที่เดินตรงไปที่ห้องตำราเพื่อนำตำราบางอย่างมาเก็บไว้
เอี๋ยด เสียงประตูของห้องตำราถูกเปิดออกโดยซีหยางพร้อมกับวางตำราที่นำมานั้นไว้ในลิ้นชัก ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับถุงเงินที่ฟางซินวางไว้บนโต๊ะ
ซีหยางหยิบถุงเงินนั้นขึ้นมา ก่อนที่จะเดินออกจากห้องตำราไปโดยมุ่งหน้าไปที่เรือนอวิ๋นซี แต่ก็ต้องมาเสียเที่ยวเปล่าเพราะเ้าของเงินตอนนี้นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ซีหยางค่อยๆ เดินเข้าไปแล้ววางเงินนั่นลงที่โต๊ะข้างๆ เตียงนอนเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบผมที่ตกลงมาปกปิดใบหน้าของคนที่หลับอยู่บนเตียง
เขาเพ่งพินิจดูใบหน้างามนั่นอยู่นาน นี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้มองหน้านางชัดๆ พลางคิดในใจฮูหยินของเขางดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่มือเล็กๆ ที่บวมแดงของนาง เขาเอื้อมมือไปััเบาๆ
พร้อมกับเหลือบไปเห็นยาที่เหมือนกันกับยาที่เขานำมาด้วย ก่อนที่จะเปิดฝาและเอายานั้นทาที่มือของนางอย่างเบามือและค่อยๆ วางมันลงข้างๆ กันพลันนึกในใจ
นี้เขาซื้อยาที่ร้านนางมาเพื่อรักษาเ้าของร้านหรือนี่ ทันทีที่เขาวางขวดยานั้นลงคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราบัดนี้กลับลืมตาตื่นขึ้นมา ซีหยางถึงกับสะดุ้งโหยงก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วชี้ไปที่เงินที่วางอยู่บนโต๊ะ
เงิน เงินนั่นของเ้าใช่หรือไม่ เขาเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก
อืม ฟางซินตอบพร้อมกับพยักหน้าสะลึมสะลือ จนซีหยางอดที่จะคิดไม่ได้ว่านางช่างเหมือนลูกแมวเสียจริง
เหตุใดไม่นำมาให้ข้าด้วยตัวเอง ถ้ามันหายมาจะทำอย่างไร เขาเอ่ยเสียงเข้มกลบความคิดเมื่อครู่นี้ไป
ขออภัย เพียงแต่ข้าคิดว่าตระกูลซีแทบไม่มีคนเข้าออกจึงไม่ได้คิดถึงเื่นี้
ช่างเถอะ ต่อไปหากจะนำเงินมาใช้หนี้ต้องอยู่รอเอาให้ข้าด้วยตัวเองเท่านั้น
อืม
ฟางซินพยักหน้าตอบอย่างง่ายเช่นเคย บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะจนกระทั่งซีหยางเอ่ยขึ้น
เอาละ นี้ก็ดึกมากแล้วเ้าพักผ่อนเถอะเขาเอ่ยพร้อมกับหันหลังกลับไปในทันที
ซีหยาง
เสียงของฟางซินเรียกทำให้ซีหยางถึงกับหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง ฟางซินค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมกับยื่นบางอย่างออกมาให้เขา
เงิน เ้าลืมเงินนะ หนึ่งร้อยตำลึงเ้าอย่าลืมลบหนี้ออกละ ฟางซินเอ่ยพร้อมกับความคิดประหลาดที่เกิดขึ้นในหัวของซีหยางได้พังลง
อืม ข้ารู้แล้ว ซีหยางรับเงินนั่นมาอย่างอารมณ์เสียพร้อมกับเดินออกไปทิ้งให้ฟางซินงุนงงว่าจู่ๆ เขาอารมณ์เสียขึ้นมาเพราะเหตุใด
นับจากวันนั้นที่นางเริ่มทยอยใช้หนี้เขานี้ก็ผ่านมาจะเข้าเดือนที่สี่แล้ว บวกลบกันฟางซินใช้นี้เขาไปแล้วหนึ่งพันกับอีกสี่ร้อยตำลึงยังคงเหลืออีกตั้งมากโขอยู่นอกจากรายได้จากร้านหมอยาที่ต้องคอยแวะเวียนไปบ้างเป็ครั้งคราว ฟางซินที่ตอนนี้กำลังนั่งฝนหมึกให้ซีหยางอยู่จู่ๆ นางก็เอ่ยถามขึ้น
ซีหยาง
มีอะไร ซีหยางยังคงเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับตั้งใจอ่านตำราต่อ
ข้าทำงานใช้หนี้เ้างกๆ นี้ก็จะสี่เดือนแล้วเ้าไม่คิดจะลดหย่อนหนี้สินให้ข้าบ้างหรืออย่างไร
ข้าใช้เ้าเดือนละหนึ่งร้อยตำลึง ั้แ่วันที่มาจนวันนี้บวกลบแล้วข้าใช้หนี้เ้าไปแล้วหนึ่งพับกับอีกสี่ร้อยตำลึง เงินจำนวนนี้หากเทียบกับตระกูลร่ำรวยอย่างเ้าหาใช่เงินจำนวนมากไม่ แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ ก็ถือว่าเป็จำนวนไม่น้อย ลูกหนี้วินัยดีเช่นนี้ เ้าเองก็ไม่ได้เลวร้ายเสียอย่างไร หากเป็เช่นนั้นจะลดหย่อนให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ฟางซินเอ่ยพร้อมกับมองหน้าซีหยาง
แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากซีหยาง เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยิบตำราที่วางอยู่ข้างๆ กันขึ้นมาก่อนที่จะเคาะไปที่หัวของฟางซินเบาๆ
ไม่ หยุดคิดเื่ไร้สาระแล้วตั้งใจฝนหมึกต่อได้แล้ว
แต่…
ไม่มีแต่ ซีหยางเอ่ยขึ้นพร้อมกับฟางซินที่ได้แต่อ้าปากกำลังจะพูดแต่กลับถูกอีกคนห้ามไว้เสียก่อน นางจึงทำได้แค่เงียบและฝนหมึกต่อไป