หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 26 ฝึกฝนการทะลวงขึ้นไปสู่ระดับกำเนิดพลัง

    บทที่ 26 ฝึกฝนทะลวงขึ้นสู่ระดับกำเนิดพลัง “ นั่นผู้ใดกัน!!! ” เสียงของหลินหย่งอู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธานภายในห้องโถงมันได้เร่งเสียงเข้มขึ้นมาทำให้ตัวของหลินซานดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงร่างของเขาที่ยืนแอบอยู่บริเวณนอกหน้าต่างได้ดึงร่างของตนเองลงมาอยู่ในท่านั่งอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเม็ดเหงื่อเริ่มไหลท่วมออกมา เสียงหัวใจที่อยู่ภายในอกข้างซ้ายมันกำลังสั่นระรัวราวกับว่ากำลังจะหลุดออกมาให้ได้ตอนนี้ภายในหัวกำลังคิดเรื่องต่างๆมากมายตอนนี้ตัวของเขาโดนจับได้แล้วอย่างงั้นรึ? แล้วจะทำยังไงดี? หลินซานมองหาทางรอดออกจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุดดวงตาของเขากวาดมองท่ามกลางความมืดที่รายล้อมอยู่รอบร่างกาย แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้เขาประหลาดใจถ้าโดนจับได้แล้วเหตุใดฝ่ายหนึ่งไม่พุ่งทะยานมาหาเขาเมื่อตระหนักคิดได้เช่นนั้นก็ได้ค่อยๆยกร่างกายของตนเองขึ้นไปอีกครั้งแล้วใช้ดวงตาจ้องมองผ่านหน้าต่าง ดวงตาจ้องมองเข้าไปบริเวณด้านนอกสิ่งที่พบเห็นก็คือพวกมันไม่ได้จ้องมองมาทางทิศทางที่เขาอยู่แต่ว่าพวกมันกำลังจ้องมองไปอีกทาง“ อันใดกันนกเองอย่างงั้นรึ? ” หลินหย่งอู่ที่หันไปมองหน้าต่างทางด้านขวาของมันได้พูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นว่ามีนกตัวหนึ่งมันบินอยู่บริเวณด้านนอก “ ประสาทสัมผัสของท่านพ่อรวดเร็วก็เป็นเช่นนี้ล่ะขอรับมีการเคลื่อนไหวเพียงแค่เล็กน้อยก็รับรู้ได้เป็นเรื่องปกติทั่วไป ไม่ต้องกังวลหรอกครับท่านพ่ออย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็เป็นจวนตระกูลหลินคงจะไม่มีผู้ใดการบุกรุกเข้ามาอย่างแน่นอน ” หลินหย่งอี้ผู้ที่เป็นบุตรชายของมันได้ตอบกลับบิดาของตนเองไป ชายชราที่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าได้พยักหน้าตอบกลับหลังจากนั้นพวกมันก็นั่งสนทนากันต่อผู้ที่โล่งอกจริงๆมันคือตัวของหลินซานที่อยู่ในบริเวณทางด้านนอกหน้าต่างต่างหาก ตอนนี้มันราวกับว่านำมีดที่เข้ามาจ่อปลายคอของเขาดึงออกไปเรียบร้อยแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นได้รอดพ้นผ่านสถานการณ์ที่คับขันมาได้แล้วก็ยกภูเขาออกจากอก ตอนนี้อยากจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งใจแต่ก็ไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าทำเช่นนั้นพวกมันที่มีประสาทสัมผัสรับรู้ได้รวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะต้องรู้ถึงตัวตนของเขาอย่างแน่นอน หลินซานคิดว่าพวกมันจะสัมผัสได้ถึงเขาแล้วแท้ๆ เขาถึงแสดงใบหน้าประหลาดใจเพราะว่าตนเองนั้นมั่นใจว่าสามารถปกปิดและซ่อนเลี้ยงตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วหลินซานได้ตัดสินใจได้ค่อยๆเคลื่อนกายออกไปจากบริเวณนี้อย่างช้าๆและเงียบที่สุด ตัวของเขาได้เคลื่อนที่ออกจากบริเวณนี้เพราะว่าเห็นว่าถ้าอยู่ต่อไปคงจะไม่ดีนักไปเส้นทางเดินเดินกลับมาบริเวณเรือนของตนเองแล้วก็โดดเข้ามาบริเวณหน้าต่างเช่นเดิม เมื่อเข้ามาถึงหลินซานปิดหน้าต่างทุกบานอย่างแน่นหนาแล้วก็มานั่งอยู่บริเวณภายในห้องโถงที่มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันเล็กๆถูกจุดสว่างไสวเอาไว้เท่านั้นตู้บ!!! ร่างของเขาหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนที่จะยกมือข้างขวาของตัวเองขึ้นมาแล้วทุกข์มันลงไปที่โต๊ะอย่างรุนแรงเป็นการระบายความโกรธที่มันอัดอั้นอยู่ภายในใจ ตรึง!!! เสียงของกำปั้นที่กระแทกลงที่โต๊ะข้างกายมันดังสนั่นหวั่นไหว ใบหน้าของลู่หานเต็มไปด้วยความโกรธฟันล่างครอบฟันบนภายในปากของเขามันกัดกระทบกันแน่น เมื่อครู่ตัวของเขาได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาแล้วทำให้สิ่งที่มันอยู่ภายในอกตอนนี้ราวกับเป็นพายุเพลิงที่มันกำลังโหมก็ทำแล้วเขาอยากจะระบายมันออกไปอิจฉาการที่ไปแอบฟังบทสนทนาของพวกมันทำให้เขานั้นรู้เรื่องราวหลากหลายอย่างที่มันเกิดขึ้น “ สำนักเหยี่ยว ตระกูลหลิน ตระกูลเกา ราชวงศ์ที่เน่าเฟะ ไม่ว่าจะเป็นอันใดข้าก็จะทำร้ายหัวมันทั้งหมด ” หลินซานถึงกับกัดฟันแน่นกำปั้นทั้งสองข้างของเขามันกำแน่นราวกับว่ากำลังจะสบายอารมณ์เพื่อผ่อนคลายความโกรธแค้นภายในจิตใจของตนเองลงไปได้บ้างเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะคนเหล่านั้นที่เอาแต่เห็นแก่ตัวแล้วก็ต้องก็ทำทุกอย่างเพื่อตนเอง ท่านพ่อท่านแม่ของเขาได้โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจนตกไปสู่ก้นเหวลึกไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย และตอนนี้ท่านพี่หญิงของเขาก็ไปอยู่ที่สำนักเหยี่ยวแล้วไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็นเช่นไรบ้างหลินซานปลดปล่อยความโกรธของตนเองออกมาจากร่างกายโดยที่ปลดปล่อยมันออกมาผ่านพลังปราณ เขากำลังทำเช่นนั้นอยู่สักพักถึงแม้ว่าอยากจะระเบิดความโกรธของตัวเองโดยการทำลายข้าวของรอบกายแต่ว่าก็ไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้เพราะมันจะทำให้ผู้คนภายในจวนนั้นสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเขาจะต้องก้าวผ่านพ้นความรู้สึกนี้ไปให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกเพราะว่าจะต้องทำให้ตนเองนั้นกลับมาอยู่ในถ้าปกติแล้วทำเป็นว่าไม่รู้จักครอบครัวของตนเองแต่ตอนนี้จนลืมไม่ได้เป็นอันขาดว่าตัวของเขาเป็นคนที่มีความจำเสื่อม ถ้าเขาแสดงท่าทางผิดแต่ออกไปพวกมันก็จะจับเขาได้ทันทีแล้วก็คงจะเล่นงานเขาจนตัวของเขานั้นไม่มีชีวิตรอดกลับไปตอนนี้สิ่งที่ตัวเขานั้นกำลังตามหาการอยู่ที่สถานที่แห่งนี้มันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โอสถที่สามารถนำมารักษาร่างกายของเขาให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้ ภายในตระกูลหลินที่มั่งคั่งไปด้วยอำนาจและเงินทองพวกเขามีสมุนไพรโอสถหลากหลายชนิดส่งมาจากเมืองต่างๆให้คนภายในตระกูลหลักนั้นได้ใช้พวกมันในการฝึกฝนแน่นอนว่าการอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มันจะทำให้ตัวของเขาสามารถหาของเหล่านั้นที่เขาต้องการพบเจอได้ง่ายดายมากกว่า หลินซานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องโถงเขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วก็ค่อยๆปล่อยมันออกมาเพื่อโคจรลมหายใจแล้วสยบความโกรธเกรี้ยวภายในจิตใจของตัวเองให้มันลงไปบ้างราตรีนั้นผ่านพ้นไปเช้าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นหลินซานในตอนนี้สามารถควบคุมสภาวะจิตใจของตัวเองให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าเรื่องนั้นมันยังติดค้างอยู่ภายในใจแล้วก็เป็นเหมือนชนวนแห่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะลุกไม่ได้ตลอดเวลาแต่เขาก็พยายามมองข้ามมันแล้วทำให้มันกลายเป็นความทรงจำที่เลือนลาง นี่มันก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดหลินซานมาตั้งเป้าหมายของตนเองอีกครั้งตัวของเขาคิดว่าเขาจะต้องทำการทะลวงส่วนประกอบการทั้ง 4 ภายในร่างกายของเขาให้ขึ้นสู่ระดับกำเนิดพลังเสียก่อนซึ่งนั่นเป็นเงื่อนไขที่เขาจะต้องทำให้สำเร็จอาหารเช้าได้ถูกนำมาส่งเหมือนกับทุกวันมันถูกนำมาวางไว้ด้านในแล้วก็ประตูทางเข้าด้านหน้าก็ได้ถูกปิดและล็อคก่อนเอาไว้อย่างแน่นหนาอีกครั้ง หลินซานหยิบอาหารเช้าที่คนภายในตระกูลนั้นนำมาให้ มันเป็นอาหารเช้าที่ดูจืดชืดและไม่มีสีสันมองดูก็รู้เลยว่ามันเป็นเพียงแค่อาหารเช้าของเหล่าข้ารับใช้ภายในจวนที่ถูกทำออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อเลี้ยงเหล่าข้ารับใช้ภายในจวนตอนที่เขายังคงเป็นคนของตระกูลสาขาอยู่อาหารที่ได้กินในแต่ละมื้อก็ดีกว่าอาหารพวกนี้มากนักพวกมันมีทั้งประโยชน์มีทั้งความอร่อยแตกต่างจากของตรงหน้า แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ได้สนใจอันใดกับมันแล้วเขาไม่สนใจเลยว่ามันจะเป็นของอร่อยหรือว่ามันเป็นของแม่หน่อยขอเพียงแค่ได้กินมันก็ไปภายในท้องเพื่อทำให้ตนเองนั้นหายหิวก็พอ ขอเพียงแค่ทุเลาเบาบางความหิวที่มันกำลังกัดกินกระเพาะอาหารของเขาให้ลดลงไปได้การที่จะต้องกินเศษอาหารขนาดไหนเขาก็จะทำเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดชีวิตใหม่ที่เขาได้รับมามันคือชีวิตที่ได้รับมาจากจักรพรรดิทั้งสองและตัวเขาเท่ากับว่าตอนนี้เขาเป็นทั้งหลินซานหรือว่าตัวตนของจักรพรรดิ 2 ภายในอดีตและก่อกำเนิดขึ้นมาเป็นตัวตนของเขาคนใหม่ โดยชีวิตใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเจตนารมทั้ง 3 ที่เราร่วมและตอบรับกัน เขาจะต้องทำเป้าหมายของตนเองทุกอย่างให้สำเร็จ เมื่อกินอาหารเช้าจนเสร็จเรียบร้อยก็ได้เข้าไปสู่ห้องนอนของตนเอง หลินซานทิ้งกายของตัวเองนั่งลงบนเตียงก่อนที่เขาจะเข้าสู่ทานั่งสมาธิดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงแล้วเริ่มโคจรพลังปราณภายในร่างกายของตนเองเพื่อหล่อเลี้ยงส่วนประกอบปราณทั้งสี่ภายในร่างกายของเขาการทะลวงส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของเขาให้ขึ้นไปอยู่ในระดับกำเนิดพลังในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยในตลอดหลายวันที่ผ่านมาหลังจากที่เขาเข้ามาภายในจวนตระกูลหลิน เขาก็พยายามจะกระทำมันมาตลอดอยู่แล้วซึ่งในระยะเวลาที่ศิลาบางประการได้แสดงเอาไว้เขาจะต้องทำเงื่อนไขทั้ง 2 อย่างให้สำเร็จก่อน 10 วันโดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถทะลวงขึ้นไปได้ประมาณ 5 ใน 10 ส่วนแล้วเหลืออีกเพียงแค่ 50 เท่านั้นเขาก็จะสามารถทะลวงส่วนประกอบการทั้ง 4 ของตนเองให้ขึ้นไปอยู่ในระดับก่อกำเนิดพลังได้อย่างพร้อมเพรียงกัน ในช่วงแรกๆของวิธีเพิ่มการฝึกฝนวรยุทธและการฝึกฝนส่วนประกอบปราณภายในร่างกายของตนเองมันจะสามารถใช้ความรู้และความสามารถของตนเองเข้ามาเกี่ยวข้องได้มากแต่พอไปช่วงบริเวณหลังๆมันจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าโอสถฝึกฝนเข้ามาช่วย โดยมันก็มีหลากหลายชนิดแตกต่างกันออกไป ...หลินซานพยายามขะมักเขม้นกับการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเองให้ขึ้นทะลวงสู่ระดับก่อกำเนิดพลัง การพยายามนับ 5 วันตัวของเขานั้นสามารถทำมันได้สำเร็จจริงๆในตอนประมาณยามเที่ยงวันของวันที่ 5 หลินซานที่นั่งอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอนขนาด 2 คนนอนตั้งอยู่ภายในห้อง ร่างของเขามันถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณอันแข็งแกร่งก่อนที่พลังปราณเหล่านั้นจะหายไปชั่วพริบตาแล้วก็ก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่ก็ให้เป็นพลังปราณที่มันทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดลงอยู่นั้นได้ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ “ สำเร็จแล้ว.. ”จบตอน 

    คล้ายกับเรื่องหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน