ตอนที่ 14: ศาลากลาง…และคำถามที่จงใจฆ่า
ณ ศาลาวิจารณ์แห่งหลวง
สถานที่แห่งนี้แทบไม่เคยใช้ในการสอบสวนคนของตระกูลใหญ่ เพราะมันคือเวที “พิพากษาสาธารณะ” ที่แม้แต่องค์ชายยังต้องปรากฏตนเพื่อแสดงความโปร่งใส
แต่วันนี้…
ชื่อของ “เหยียนซือหรง” ถูกจารึกไว้ในหมายเรียกด้วยข้อกล่าวหาแฝง—“รื้อฟื้นคดีโดยมิชอบเพื่อหวังผลทางการเมือง”
…
ยามซื่อ
ท่ามกลางขุนนางฝ่ายซ้ายและขวา ตำแหน่งอำมาตย์ และองค์ชายเฉิงผู้มาในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
หญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเข้าสู่ศาลาด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ดวงตาไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย
เหยียนซือหรง…ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยตายอย่างไร้เสียง
วันนี้กลับยืนเด่นอยู่ท่ามกลางเสียงกล่าวหา
…
“คุณหนูเหยียน”
“เหตุใดจึงเพิ่งรื้อฟื้นคดีเมื่อผ่านมาหลายปี?” ขุนนางฝ่ายขวาผู้ใกล้ชิดตระกูลกู้เอ่ยเสียงแข็ง
“เพราะข้ามีหลักฐานในมือแล้ว” เธอตอบเรียบ
“และข้าไม่ยอมให้ความตายของบิดาข้าถูกกลบฝังด้วยการเมืองอีกต่อไป”
“หลักฐานใด?”
นางหยิบสมุดบัญชีโบราณจากกล่อง พร้อมตราประทับของกรมคลัง
และรายชื่อพยานเก่า ที่ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่ง
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบห้อง
“ของจริงหรือ?”
“ถ้าเป็เช่นนั้น…ตระกูลเหยียนอาจถูกใส่ร้ายจริง!”
องค์ชายเฉิงนั่งนิ่งอยู่้า ไม่เอ่ยคำใด
แต่ทุกคำที่ซือหรงพูด—กลับแทงลึกถึงหัวใจเขาเรื่อย ๆ
…
“ท่านเชื่อว่าพ่อของท่านบริสุทธิ์…”
“แต่ท่านเองก็ ‘เคยเป็ชายารอง’ ขององค์ชายมิใช่หรือ?”
“เช่นนั้นการรื้อคดีนี้—อาจมี ‘แรงจูงใจ’ ส่วนตนหรือไม่?”
คำถามจากขุนนางอีกคนแทงราวกับหอกตรงใจกลางศักดิ์ศรี
ซือหรงยิ้มบาง—ไม่ใช่ยิ้มอ่อน แต่คือยิ้มของคนที่รู้ว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาจะใช้เล่นงานเธอ
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในเมื่อข้ามีอดีต…พวกท่านจะใช้มันป้ายสีข้าก็ย่อมได้”
“แต่หากข้ากำลังเดินบนเส้นทางเพื่อคืนความยุติธรรมให้คนตาย…”
“ท่านใดเล่าจะกล้ากล่าวว่าข้าควรถอย?”
เสียง พึมพำ เริ่มเปลี่ยนจากครหาเป็ชื่นชมอย่างเงียบงัน
…
องค์ชายเฉิงหลับตาลง
มือที่กำจอกชากระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“นางคนนี้…ไม่ใช่ผู้หญิงที่ข้ารู้จักอีกต่อไป”
“แต่นางกลับกลายเป็คนที่ข้ากลัวจะเสียไปมากที่สุด”
…
ขณะที่ศาลากลางยังไม่สรุปผล
แววตาของเฟยฮวาซึ่งซ่อนอยู่หลังกำแพงลับในวัง กำลังหรี่ลงด้วยความเ็า
“ถ้านางยังไม่หยุด…ข้าก็จะไม่รอให้ศาลตัดสินอีกแล้ว”
เธอหยิบกล่องไม้เล็กจากลิ้นชักเปิดออก—ภายในคือ “ปิ่นหยกแดง” ที่แฝงสัญญาณของกลุ่มนักฆ่าเงาอีกสายหนึ่ง…