ผู้ฝึกฝนิญญานอกจากที่พวกเขาจะมีภูติิญญาประจำตัวแล้ว
อีกศักยภาพนึงที่พวกเขานั่นได้
มีพลังที่เทียบเท่าได้กับสิ่งมีชีวิตจากโลกใต้พิภพ มันก็คือทักษะิญญา วิชาในรูปแบบต่างๆที่สามารถทำให้รีดเค้นศักยภาพของตนเองและภูติิญญาประจำตัวออกมาได้อย่างถึงที่สุด
ต้องบอกก่อนว่าผู้ฝึกฝนิญญาถึงยังไงก็มีร่างกายไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิติญญา
ไม่เหมาะสมสำหรับการใช้ร่างกายของตนเองในการต่อสู้ พวกเขายังคงเป็เหมือนเฉกเช่นมนุษย์ปกติ ศักยภาพที่โดดเด่นของพวกเขาจะเป็ภูติิญญาประจำตัวรวมถึงทักษะิญญาต่างๆที่ได้ฝึกฝนและร่ำเรียนมา
แล้ววิชาส่วนใหญ่ก็มุ่งเน้นไปยังด้านการซัพพอร์ตภูติิญญาประจำตัวทั้งสิ้น
ทักษะิญญามีส่วนช่วยในการต่อสู้และสนับสนุนภูติิญญาประจำตัวได้อย่างมหาศาล
ใครที่มีทักษะิญญาก็จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกฝนิญญาที่ไม่มีวิชา สามารถพลิกแพลงคุณสมบัติของตนเองได้อย่างหลากหลาย
แล้วยิ่งมีระดับแรงก์ระดับพลังิญญาของตนเองสูงมากเท่าไหร่ พลังของทักษะิญญาดังกล่าวก็จะยิ่งร้ายกาจมากเท่านั้น
ว่ากันว่าบางคนสามารถใช้พลังของตนในการตรึงร่างิญญาร้ายระดับเดียวกันได้เลยด้วยซ้ำ
จากนั้นพวกเขาก็จะสั่งให้ภูติิญญาประจำตัวลงมือเพื่อปิดฉากการต่อสู้ เมื่อเป็แบบนั้นแล้ว
ทักษะิญญาก็ยิ่งเป็รากฐานสำคัญสำหรับผู้ฝึกฝนิญญาด้วยกันทั้งสิ้น
"สถาบันิญญายังงั้นเหรอ"
"อันที่จริงฉันก็ไม่อยากจะไปหรอก"
"แต่ถ้าไม่เข้าเรียนไป.."
"ฉันก็ไม่มีทักษะิญญาน่ะสิ"
เซียงหลินบ่นพึมพำขึ้นอยู่เล็กน้อย ั์ตาเองก็ส่องประกายราวกับกำลังครุ่นคิด
ตอนนี้การต่อสู้ของเขาเพิ่งพาเทพอาชูร่าเป็ซะส่วนใหญ่ ผู้ฝึกฝนิญญาเช่นเขาก็ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ว่าได้ ทว่าถ้าเกิดพวกเขาตอนนี้ไปเจอกับิญญาร้ายที่อยู่ในระดับแรงก์สูงมากกว่านี้
การสนับสนุนของผู้ฝึกฝนิญญาที่มีทักษะิญญาจะช่วยสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก
ตัวอย่างง่ายๆเลยก็คือซากศพห้ากรงเล็บ
มันคงไม่สามารถวิ่งหลบหนีไปได้เหมือนเช่นตอนแรกๆอย่างแน่นอน เผลอๆตัวของมันอาจไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่นิดเดียว
สถาบันิญญาจึงเป็สิ่งสำคัญสำหรับผู้ฝึกฝนิญญาด้วยกันทั้งสิ้น ใครได้ร่ำเรียนก็สามารถเพิ่มพูนพลังรวมถึงความรู้ของตนเองได้
แต่ก็มีอีกหนทางนึงที่ผู้ฝึกฝนิญญาจะสามารถฝึกฝนทักษะพวกนี้ได้ มันแตกต่างไปจากสถาบันการศึกษาอย่างลิบลับ
มันคือห้องโถงแห่งิญญา ศูนย์รวมอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เต็มไปด้วยผู้ฝึกฝนิญญาที่สังกัดอยู่มากมาย
ห้องโถงแห่งิญญาถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากที่โลกใต้พิภพผสานเข้ากับโลกมนุษย์
พวกเขาถือเป็เสาหลักของมนุษย์ชาติ
มีหน้าที่ในการปกป้องและประเมินศักยภาพมากมายของผู้ฝึกฝนิญญา เรียกได้ว่าเป็ที่ค่ำจุนชีวิตของมนุษย์ทั้งมวลในยุคสมัยปัจจุบันแห่งนี้
ห้องโถงแห่งิญญามีสาขากระจัดกระจายไปอยู่ทั่วทุกหนแห่งของโลกมนุษย์ แม้แต่ในเมืองัของเขาเองก็ยังมีขั้วสังกัดนี้ตั้งรกรากอยู่
พอคิดแบบนั้น เซียงหลินก็เหมือนจะโล่งใจมากยิ่งขึ้น เขาที่มีอายุมานานถึงเพียงนี้ไม่จำเป็ต้องไปเรียนกับพวกเด็กน้อยหรอก
ใช้เครดิตของตนเองในการแลกเปลี่ยนทักษะิญญาต่างๆจากห้องโถงแห่งิญญาเอาก็ได้ ไม่ต้องถูกผูกมัดต่อสถาบันหรืออะไรทั้งสิ้น
"เหอะๆ ว่าแต่ค่าประสบการณ์ที่ใช้เลื่อนขั้นระดับต่อไปของอาชูร่ามีเท่าไหร่หว่า"
"ถ้ามันยังน้อยเหมือนกับขั้นแรก"
"ฉันว่าจะลงมือต่อเลยละกัน!!"
ต่อมาชายหนุ่มก็ได้เปิดข้อมูลของเทพอาชูร่าที่เพิ่งได้วิวัฒนาการขึ้น
[ภูติิญญาประจำตัว เทพอาชูร่า]
[ระดับขั้นเทพมายา ิญญาแรงค์E]
[พร์การเติบโต10ดาว (ระดับสูงสุด)]
[ทักษะิญญา เปลวเพลิงอาชูร่า สายลมอาชูร่า ]
[อาณาเขติญญา ความโกรธเกรี้ยวของอาชูร่า ]
[ค่าประสบการณ์ที่ใช้เลื่อนระดับ 8/1000]
"ให้ตายเถอะพี่ท่าน"
"เพิ่มมายิ่งกว่าเดิมถึง10เท่า?"
"แต่มันก็ไม่แปลก การฆ่าสังหารเพื่อพัฒนาตนเอง มันมีแค่ฉันคนเดียวที่สามารถใช้วิธีการเช่นนี้ได้"
เมื่อเห็นว่าค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้มันมากยิ่งกว่าเดิมไปไกล ความคิดในการล่าของชายหนุ่มที่ป่าิญญามืดก็ต้องหยุดลง
ถึงเ้าพวกซากศพเน่าเหม็นจะสามารถจัดการได้อย่างสบายๆ แต่จำนวนที่ต้องใช้ในการพัฒนาศักยภาพก็สูงมากเกินไป
ถ้ายังออกล่าโดยใช้พลังิญญาของเทพอาชูร่าอยู่ละก็ เ้านายเช่นเขาคงจะได้พลังิญญาหมดก่อนพอดี แถมตอนนี้เสบียงอาหารของเขาก็เริ่มหมดลงแล้วด้วย ถ้าเกิดปล่อยทิ้งไว้อีกซัก1-2วัน ผู้ฝึกฝนิญญาคงไม่ถูกิญญาร้ายฆ่าตาย
ตัวของเขาคงจะอดตายกันก่อนพอดี
"งั้นพวกเราก็กลับกันก่อนละกัน"
"กลับไปยังเมืองัเพื่อไปเรียนทักษะิญญา ถ้ามีมัน.. ตัวของฉันก็สามารถจัดการกับพวกแรงก์Eได้อย่างสบายๆ"
"เผลอๆพวกเราอาจมีพลังที่จะกวาดล้างฝูงิญญาร้ายนับร้อยได้เลยทีเดียว!!"
หลังจากนั้นเซียงหลินก็ได้เดินทางออกจากอาณาเขตของป่าิญญามืดในทันที
ตลอดทางที่เขากำลังเดินทางกลับก็มีิญญาร้ายระดับFปรากฏตัวและเข้ามาโจมตีอยู่เล็กน้อย
ด้วยพลังของเทพอาชูร่าที่แข็งแกร่ง
มีหรือที่พวกมันจะสามารถทำอะไรได้
ทักษะิญญารูปแบบใหม่ สายลมของเทพอาชูร่าสามารถตัดผ่านร่างกายของพวกมันราวกับเป็ก้อนเนื้อที่นุ่มนิ่ม คมดาบแห่งสายลมทำลายพวกมันได้อย่างสบายๆเลยก็ว่าได้
แม้แต่ิญญาร้ายระดับแรงก์Eอย่างซากศพห้ากรงเล็บ ชิ้นส่วนของพวกมันก็ถูกตัดขาดสบั้นจนแยกออกเป็หลายสิบชิ้น น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กับเปลวเพลิงอาชูร่าเลยทีเดียว ทว่ามันเองก็ต้องใช้พลังิญญาในตัวของเขาไปอยู่มากเช่นเดียวกัน
ปลดปล่อยออกไปไม่ถึงสี่ครั้ง ร่างกายของไครเซอร์ก็พลันอ่อนเพลียอย่างถึงที่สุด พลังิญญาในร่างแทบจะจางหายไปจนหมดสิ้น
"เฮ้อ เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ"
"ไม่คิดเลยว่าทักษะิญญาของเทพอาชูร่าจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ หลังจากนี้ฉันต้องจัดการบริหารพลังของตนเองให้ดีๆแล้ว"
ตอนนี้เขาได้พักผ่อนอยู่นอกเขตป่าิญญามืดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศภายนอกเองถึงจะเงียบสงัด แต่มันก็ค่อนข้างปลอดภัย
ถึงจะมีิญญาล่องลอยไปทั่วบริเวณก็เถอะ พวกมันทั้งหมดกลับเป็ิญญาผีดี ไม่จำเป็ที่ตัวของเขาจะต้องกังวลหรือเกรงกลัวพวกมันทั้งสิ้น
เขาสามารถพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าในคืนนี้ได้อย่างสบายๆ แล้วเช้าวันต่อมาค่อยออกเดินทางกลับไปยังเมืองักันต่อ
"งั้นก่อนอื่นไปสุ่มวงล้อิญญากันก่อน"
"ระบบนำพาฉันไปยังมิติแห่งนั่นหน่อย"
ต่อมาภาพรอบตัวของเซียงหลินก็ได้แปรเปลี่ยนไป บรรยากาศภายในผืนป่าที่เงียบสงัดได้กลายเป็ห้วงมิติอันดำมืด มันให้ความสงบและเวิ้งว้างราวกับเป็ห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่
ขณะเดียวกันบริเวณเบื้องหน้าของเขาก็มีวงล้อิญญาขนาดใหญ่ มันใหญ่โตยิ่งกว่าหลายสิบเมตรซะอีก ไม่ผิด ตอนนี้เขาได้กลับเข้ามาในมิติของระบบผู้พิชิตแล้ว
มันถือเป็ครั้งที่สองที่ชายหนุ่มได้เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะััมันกี่ครั้งก็ตาม
เซียงหลินก็ยังคงตื่นตาตื่นใจกับวงล้อิญญาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
[สิทธิ์ในการสุ่มวงล้อิญญาไม่เหมือนกับรอบแรก]
[เพราะมันจะแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลากหลายรูปแบบ]
[มีทั้งทักษะิญญา ภูติิญญารูปแบบต่างๆ สิ่งของเครื่องใช้จิปาถะ หรือแม้แต่ชุดชั้นในของผู้หญิงที่ใช้แล้ว]
[ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกใบนี้ มันก็มีโอกาสที่โฮสต์จะสามารถสุ่มพวกมันได้ทั้งสิ้น]
พอได้ยินประโยคหลังว่าเป็ชุดชั้นในของผู้หญิง สีหน้าของเซียงหลินถึงกับเหยเกออกมาในทันที
"เหอะๆ ฉันไม่ใช่โรคจิตนะเว้ยระบบ"
พูดจบชายหนุ่มก็จ้องมองไปยังวงล้อที่อยู่เบื้องหน้า ั์ตาเห็นถึงช่องว่างสีเขียวที่กินพื้นที่ไปมากกว่า60%
แน่นอนว่ามันต้องเป็ของใช้จิปาถะที่ไร้สาระอย่างแน่นอน ขอแค่ไม่ได้รับมันมาก็เพียงพอแล้ว ไม่งั้นคงออกของรางวัลเป็กางเกงในของผู้หญิงก็เป็ได้