เทพกระบี่เงาสังหาร

    เซียนกระบี่ไร้รัก!!!!!

    หลังจากที่อู่หมิงจากทวีปคุนหลุนไปเวลาก็ผ่านไป 2 ปี สองปีนี้เสี่ยวหลินไม่สามารถเข้าพบจิงเสวี่ยนได้เพราะจิงเสวี่ยนกำลังเก็บตัวฝึกฝนพลังจิตอยู่ แต่ในวันนี้ในที่สุดจิงเสวี่ยนก็ออกจากการเก็บตัวและเสี่ยวหลินก็สามารถไปเข้าพบได้ภายในศาลากลางแม่น้ำที่งดงามเสี่ยวหลินและจิงเสวี่ยนนั่งสนทนากันอยู่เหล่าชายหนุ่มของพันธมิตรเซียนพลังจิตต่างก็มองไปยังทั้งสองด้วยสายตาเร่าร้อนเพราะทั้งเสี่ยวหลินและจิงเสวี่ยนต่างก็เป็นหญิงงามล่มเมืองทั้งคู่ แต่ความงามของทั้งสองก็แตกตากกันอยู่ เสี่ยวหลินมีความงามที่ดูเย้ายวนแบบผู้ใหญ่แต่จิงเสวี่ยนมีความงามที่บริสุทธิ์"แม่นางเสี่ยวหลินมีธุระอะไรกับข้าอย่างงั้นหรือ เห็นว่าแม่นางเสี่ยวหลินอยากจะพบข้าตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว" จิงเสวี่ยนกล่าว จิงเสวี่ยนในชุดสีขาวบริสุทธิ์และข้างๆนางยังมีพิณระดับเซียนวางอยู่ สองสามปีมานี้จิงเสวี่ยนมีความงดงามมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะบุคลิกของนางกลายเป็นอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น"ความจริงเรื่องที่ข้าอยากจะคุยกับเจ้านั้นเป็นเรื่องเมืองสองปีก่อนแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าจะยังอยากฟังเรื่องของเขาอยู่อีกใหม" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม"เขาคือ????" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยความงุนงง"เขาที่ว่าคืออู่หมิงยังไงละ" เสี่ยวหลินกล่าวดวงตาของจิงเสวี่ยนเบิกกว้างร่างกายของนางสั่นสะท้าน สามปีมานี้นางเฝ้าคิดถึงอู่หมิงอยู่ทุกวี่ทุกวันแต่ด้วยสัญญาของทั้งคู่ว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้และสักวันจะมาพบกันที่ทวีปศูนย์กลางจิงเสวี่ยนจึงใช้เวลาแทบทั้งหมดฝึกฝนตัวเองอย่างหนักและไม่สนใจคำเชิญต่างๆจากเหล่าคุณชายที่มาหานางเลย"ช่วยเล่าเรื่องราวของเขาให้ข้าฟังที" จิงเสวี่ยนกล่าว"ถ้าเป็นเมื่อสองปีก่อนข้าและเขาเจอกันที่ทวีปคุนหลุนอันแสนใกล ในตอนนั้นเขาอยู่เพียงแค่ปราณราชันและไปมีเรื่อง.................." เสี่ยวหลินเริ่มเล่าเรื่องราวของอู่หมิงให้จิงเสวี่ยนฟังรวมถึงเรื่องที่อู่หมิงเสี่ยงอันตรายหลายครั้งด้วย"เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ แล้วหลังจากนั้นละ" จิงเสวี่ยนกล่าวถามต่อ"ข้าไม่รู้พวกเราไม่ได้รับข่าวเกี่ยวกับตัวอู่หมิงเลยไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่คนใกล้ตัวของอู่หมิงก็ไม่เคยปรากฎตัวออกมาราวกับว่าตัวตนของอู่หมิงได้หายไปอย่างไร้ร่องลอย" เสี่ยวหลินกล่าว"แม่นางเสี่ยวหลินหมายความว่ายังไง" จิงเสวี่ยนกล่าวถามด้วยใจคอไม่ดี"ตามที่ข้าพูดไปนั่นแหละข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกนิกายหยินหยางแน่นอน เพียงแต่อยู่ๆเขาก็หายตัวไปเฉยๆ" เสี่ยวหลินกล่าว"หรือว่าอู่หมิงจะอยู่ในปราการชิงหลง" จิงเสวี่ยนบ่นพึมพำ"เอาละเรื่องที่ข้าจะคุยด้วยก็มีเท่านี้ ข้าขอตัวลาก่อน" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับลุกยืนเตรียมเดินจากไปแต่แล้วเสี่ยวหลินก็หยุดลงและยิ้มออกมา"จริงสิมีเรื่องหนึ่งที่ข้าลืมบอกเจ้า ในแดนเร้นลับข้าและอู่หมิงได้แข่งขันกันพร้อมกับวางเดิมพันเอาไว้ ถ้าเกิดข้าแพ้ข้าจะต้องตกเป็นภรรยาของเขาและข้าก็แพ้จริงๆ" เสี่ยวหลินกล่าวจิงเสวี่ยนขมวดคิ้วแต่ใบหน้าของวนางก็ยังสงบเพราะนางรู้ดีว่าอู่หมิงนั้นเป็นคนยังไง"ให้ข้าเดานะ คนที่วางเดิมพันแบบนี้จะต้องเป็นเสี่ยวฮุ่ยใช่หรือไม่และอู่หมิงก็ไม่รู้เรื่องนี้" จิงเสวี่ยนกล่าว"สมแล้วที่เป็นคนรักของอู่หมิงและเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่อู่หมิงรักและห่วงใย ถูกต้องอู่หมิงปฏิเสธที่จะรับข้าเป็นภรรยาและเขาบอกให้ข้าคอยสนับสนุนเจ้าแทน บอกตามตรงนี่เป็นครั้งแรกที่มีชายหนุ่มมาบอกปฏิเสธข้า ซึ่งมันทำให้ข้าเริ่มสนใจในตัวของเขาขึ้นมาซะแล้วสิ" เสี่ยวหลินกล่าวยั่วยุใบหน้าของจิงเสวี่ยนไม่เปลี่ยนแปลงนางมองออกว่าเสี่ยวหลินกำลังยั่วยุนางอยู่แต่ด้วยตอนนี้พลังจิตของนางได้แข็งแกร่งขึ้นเทียบเท่ากับขั้นสูงสุดของปราณจักรพรรดิแล้วทำให้นางสามารถรับรู้ได้ว่าจิงเสวี่ยนกำลังทดสอบจิตใจของนาง"ถ้าเจ้าสามารถทำให้อู่หมิงยอบรับได้ข้าก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ แต่ข้าขอบอกเอาไว้ก่อนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้อู่หมิงยอมรับ" จิงเสวี่ยนกล่าวเสร็จก็นั่งหลับตาดีดพิณอย่างสงบเสี่ยวกลินที่เห็นว่าจิงเสวี่ยนยังสงบก็แสดงสีหน้าแปลกใจก่อนจะเดินจากไป หลังจากเสี่ยวหลินจากไปหญิงชราที่เป็นอาจารย์ของจิงเสวี่ยนก็ปรากฎตัวออกมา"เป็นอย่างไรบ้างได้รับข่าวเกี่ยวกับเจ้าหนูนั่นมาอย่างงั้นหรือ" หญิงชรากล่าวถามเมื่อเห็นจิงเสวี่ยนอารมณ์ดีขึ้น"ใช่แล้วอาจารย์ถึงแม้เขาจะไม่มีอาจารย์คอยสั่งสอนหรือแม้แต่มีขุมอำนาจคอยมอบทรัพยากรให้เขาก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและสามารถสะกดข่มแม่นางเสี่ยวหลินจากหอสมบัติได้" จิงเสวี่ยนกล่าว"เรื่องจริงงั้นเหรอ ถ้าอย่างงั้นก็ดี เมื่อหลายวันก่อนมีขุมอำนาจที่ทรงพลังต้องการที่จะขอเป็นพันธมิตรกับเราโดยพวกมันต้องการให้บุตรชายของมันได้แต่งงานกับเจ้า แต่ข้าได้บอกปฏิเสธไปแล้ว แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมแพ้และยังคงกดดันพวกเรา ข้าเคยคิดว่าจะออกไปพบสหายเก่าเพื่อให้นางมาช่วย" หญิงชรากล่าว"สหายเก่าที่ท่านว่าใช้บรรพบุรุษของอู่หมิงหรือไม่" จิงเสวี่ยนกล่าว"ใช่แล้ว ตอนนี้พลังของนางได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากถึงขนาดที่หอกระบี่โบราณยังต้องยำเกรงและถ้านางออกหน้าช่วยเหลือในครั้งนี้ปัญหานี้ก็จะคลี่คลายได้ง่าย" หญิงชรากล่าวเสร็จก้จากไปทันทีหลังจากนั้นไม่นานหญิงชราก็เดินทางมาถึงพื้นที่ส่วนตัวของผู้อาวุโสตำหนักพฤกษา ซึ่งภายในตำหนักส่วนตัวแห่งนี้มีต้นท้อขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมากและข้างล่างต้นท้อโบราณขนาดใหญ่นั้นมีหญิงสาวที่มีหน้าตางดงามนั่งอยู่ถึงแม้หญิงสาวคนนี้จะดูมีอายุและมีหน้าตาแบบผู้ใหญ่แต่ความงดงามของนางก็ไม่ได้ลดลงกลับกันยิ่งทำให้ตัวนางมีความงดงามแบบผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น"ไม่ได้พบกันนายเลยอู่ฟางเซียน" หญิงชรากล่าวขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ใต้ต้นท้อทันที"ไม่ได้พบกันนานจริงๆ การที่เจ้ามาพบข้าในวันนี้คงมีเรื่องลำบากใจเกิดขึ้นสินะ" หญิงสาวชุดเขียวที่นั่งอยู่คือเซียนกระบี่ไร้รักที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทวีปศูนย์กลางแห่งนี้"สมกับเป็นเจ้าชั่งเย็นชาเสียจริง แต่ก็นะก็ถูกอย่างที่เจ้าว่า เรื่องในครั้งนี้เกี่ยวกับศิษย์ของข้าที่เป็นภรรยาของลูกหลานของเจ้าหนะ" หญิงชรากล่าว"หืม ใหนเจ้ารองว่ามาสิ" เซียนกระบี่ไร้รักกล่าวหญิงชราไม่รอช้ารีบเล่าเรื่องราวให้กับเซียนกระบี่ไร้รักฟังรวมถึงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอู่หมิงที่นางรู้มาจากจิงเสวี่ยนให้กับเซียนกระบี่ไร้รักฟังด้วย"แบบนี้นี่เอง เจ้าพวกนั้นทั้งๆที่รู้ว่านางคือภรรยาของลูกหลานข้าแต่ก็ยังคิดจะแย่งตัวนางไปจากลูกหลานของข้างั้นรึ น่าขันดูเหมือนว่าหลายปีมานี้กระบี่ของข้าไม่ได้ดื่มเลือดมานานจนทำให้ผู้คนลืมเลือนนามกระบี่โลหิตเล่มนี้ไปแล้ว" เซียนกระบี่ไร้รักกล่าวพร้อมกับลูบไร้กระบี่สีแดงโลหิตตรงหน้าด้วยใบหน้าเย็นชา----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน