ความเจ็บปวดจากแสงสีเขียวมรกตทำให้กวนอูทรุดเข่าลง แต่ถึงกระนั้น เขาก็กัดฟันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ง้าวเสี้ยวจันทร์ในมือยังคงมั่นคง แววตาของเขาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
ผู้นำกลุ่มชายชุดดำไม่ได้โจมตีซ้ำ แต่กลับยืนมองกวนอูด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ท่านช่างแข็งแกร่งสมคำเล่าลือ แต่พลังของท่านกำลังอ่อนแอลงแล้ว"
ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำคนอื่นๆ ก็เริ่มขว้างวัตถุเรืองแสงสีเขียวออกมาพร้อมกัน ราวกับห่าฝน วัตถุเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่กวนอูจากทุกทิศทาง
กวนอูตวัดง้าวปัดป้องอย่างสุดกำลัง แต่จำนวนของวัตถุเหล่านั้นมีมากเกินไป บางส่วนหลุดลอดการป้องกันและเข้าปะทะกับร่างของเขา สร้างรอยไหม้และอาการอ่อนแรงไปทั่วร่างกาย
เตียวเลี้ยวพยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ถูกชายชุดดำกลุ่มหนึ่งรุมโจมตีอย่างหนัก แม้จะใช้กระบี่คู่ฟาดฟันอย่างรวดเร็ว แต่ศัตรูก็ยังคงเข้าประชิดได้
"ท่านแม่ทัพ! พวกมันเล่นงานจุดชีพจรของเรา!" เตียวเลี้ยวตะโกนเตือนด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด
กวนอูสังเกตเห็นว่าแสงสีเขียวจากวัตถุเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เกิดบาดแผลภายนอก แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อพลังภายในร่างกายของเขา มันกำลังกัดกร่อนพลังยุทธ์และทำให้เขารู้สึกอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน... กลอุบาย!" กวนอูคำรามออกมา เขาเข้าใจแล้วว่าการโจมตีนี้ไม่ได้มุ่งหวังที่จะสังหาร แต่ต้องการทำให้เขาอ่อนแอลงจนยอมสยบ
ผู้นำกลุ่มชายชุดดำหัวเราะเบาๆ "ท่านเพิ่งจะรู้ตัวหรือ? ท่านแข็งแกร่งเกินไป พวกเราจึงต้องใช้วิธีพิเศษ" เขามองไปยังโจผีที่ยืนตัวสั่นอยู่ภายในเต็นท์ "ท่านชายโปรดรอสักครู่ ทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อย"
กวนอูเหลือบมองไปยังโจผีด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง เขารู้ว่าเขาไม่อาจยอมแพ้ได้ ไม่เพียงแต่เพื่อตนเอง แต่เพื่อศักดิ์ศรีของนักรบและเพื่อปกป้องคนข้างหลัง
ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า กวนอูรวบรวมพลังที่เหลือทั้งหมด ตวาดเสียงลั่น และง้าวเสี้ยวจันทร์ในมือก็เปล่งประกายสีทองจางๆ ออกมา พลังเฮือกสุดท้ายของเทพสงครามกำลังจะถูกปลดปล่อย
ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากด้านหลังของกลุ่มชายชุดดำ
"พอได้แล้ว!" เสียงนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ "แผนของพวกเจ้าสิ้นสุดลงแล้ว"