***ราชินีอสูร [ควีน]
"ความร้อนระดับพออุ่นเครื่องเท่านั้นเองหรือคะ? "
ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่หัวใจนี่กำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเลยค่ะ
นึกว่าตัวเองตายไปแล้วค่ะเมื่อกี้นี้…
เปลวไฟที่เกิดจากเวทมนตร์ของพรรคพวกแฟตนั้นรุนแรงอย่างไร้ข้อกังขา
ความร้อนระดับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้นคือของจริง
แต่ทว่ามันกลับไม่อาจทำอะไรฉันเลยได้แม้แต่น้อยนิด
ไม่สิ
อย่างน้อยมันก็เผาเปลือกแข็งด้านนอกจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปได้
แต่พอดีว่าไอเปลือกที่ว่ามันยังมีอีกชั้น เลยทำให้เห็นเสมือนว่ามันทำอะไรฉันไม่ได้เลยสักนิดเดียว
ถ้าเจอแบบนี้อีกสักสองครั้ง คราวนี้คงได้ลงไปนอนในโลงศพแน่ ๆ ค่ะ
ตอนนี้เลยต้องทำใจดีสู้เสือเอาไว้ก่อน
อีกอย่าง ที่ฉันไม่ยอมขยับตัวหลบการโจมตี ไม่ใช่เพราะรู้ว่าสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่เป็นเพราะว่ามันเหนื่อยมากต่างหากค่ะ
แค่ขยับแขนขาก็รู้สึกว่ากำลังเผาผลาญพลังงานออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว
แถมถ้าว่ากันตามตรง ลูกน้องของฉันมันบ้าและโง่จนพึ่งอะไรไม่ค่อยได้อีกด้วยค่ะ
มีแค่ [ขุนพลไร้นาม] คนเดียวที่พอจะใช้งานได้
ที่ยังไม่โดนรุมยำตีน ก็เป็นเพราะว่าลูกน้องฝั่งฉันใช้จำนวนลุยกดดันเข้าว่าค่ะ
ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ พวกคุณช่วยยอมแพ้ไปตอนนี้เลย มันจะเป็นพระคุณอย่างมากค่ะ
"ฮึ… แฟต ดูท่าลูกน้องของเธอจะมีไม่พอมือใช้ล้มฉันได้นะ"
ตอนนี้ต้องรีบพูดบลัฟให้เยอะ ๆ เข้าไว้ก่อน
"ถ้ายอมแพ้ ฉันจะยอมเก็บพรรคพวกเธอมาใช้งาน รวมไปถึงชีวิตของเธอด้วย แต่ถ้าไม่ยอม ก็จงตาย ณ ตรงนี้ซะ"
การกดดันที่ดีที่สุด คือการแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการฆ่า แต่ไม่ลืมที่จะเหลือช่องทางหนีให้ยอมแพ้เอาไว้
ฉันคิดเช่นนั้นค่ะ
" เรื่องสิ! "
เผ่ามนุษย์ผมสีดำคนเดิมตะโกนเสียงดังลงมาจากระเบียงชั้นที่สี่
สตรีผู้นี้อีกแล้วเรอะ…
เธอถีบตัวตัดม่านอากาศตรงมาทางนี้ด้วยทวงท่าที่งดงามดั่งภาพวาดของศิลปินมือหนึ่ง
เส้นผมสีดำยาวคล้ายปลายพู่กันกำลังโบกสะบัดพริ้วจรดผืนอากาศ จนเห็นเป็นหมึกลวงตาสีดำที่ถูกเขียนขึ้นบนพื้นที่ว่าง
มือขวาถือกระบี่หันปลายคมสังหารเข้าหาตัวเอง แขนและขาตั้งอยู่ในท่าที่ลดภาระแรงเสียดทานอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ฉันไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อการต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าควรรับมือยังไงเวลาต่อสู้แบบนี้
แต่เป็นเพราะร่างกายที่ได้รับมาใหม่ เลยทำให้สามารถตามความเร็วและจับตำแหน่งของศัตรูได้
ฉันเหวี่ยงแขนขวาใส่ร่างของเธอดั่งหวดลูกบอลที่พุ่งเข้ามา
“ไม่มีครั้งที่สองหรอก! ”
อะไรกันนี่!?!
สตรีเผ่ามนุษย์ใช้เสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายแหลมของแขนจะถึงร่างกาย พลิกปลายกระบี่ลงล่างเพื่อแทงลงบนท่อนแขนของฉันเพื่อเบี่ยงทิศทางของตนเอง แล้วใช้ปลายขาทั้งสองถีบลงบนแขนเพื่อใช้เป็นฐานเหยียบ ก่อนจะวิ่งไต่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วบนแขนของฉัน
ฉันพยายามสะบัดแขนอย่างรุนแรงเพื่อให้เธอร่วงลงไป แต่เธอกลับสามารถวิ่งไต่ขึ้นมาได้ราวกับมีแม่เหล็กติดเอาไว้ที่ตรงฝ่าเท้า
ทะ--- ทำได้ยังไงกันค่ะเนี่ย!
*เคร๊ง! *
ปลายกระบี่ของเธอแทงเข้ามาที่นัยน์ตาของฉัน
ถึงร่างกายจะแข็งแกร่ง แต่นัยน์ตาอาจไม่ใช่เช่นนั้น
กรี๊ดดดด! ตาบอดแน่นอนค่ะ!
"..."
เอ๊ะ?
เธอแทงไม่เข้าแฮะ...
ปลายกระบี่ของเธอถึงกับบิ่นหักทันทีที่ปะทะกับเปลือกแก้วตา
รู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับปวดร้าวหรือมีเลือดไหลทะลักออกมา
ดูท่าว่าแม้แต่ดวงตาเองก็แข็งแกร่งมากขึ้นไม่แพ้เปลือกที่หุ้มร่างกายค่ะ
"หึ… นักรบรับจ้างของเธอทำได้แค่นี้เองหรือ? "
ว่าก็ใช้โอกาสนี้บลัฟคุณแฟตต่อ
"... หืม? "
สัมผัสได้ถึงกลุ่มของศัตรูที่คิดว่าฆ่าทิ้งไปแล้วเมื่อกี้
กลุ่มคนลึกลับที่เอาแต่หลบซ่อนบนระเบียงชั้นล่าง กำลังเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาที่มุมอับจากทางด้านหลัง
จะ… จะอันตรายหรือเปล่านะ?
อยากกลับหลังหันไปตั้งรับแต่ดันมีแรงไม่พอนี่สิ
"พวกเจ้ารีบ---"
*เปรี๊ยง! *
กลุ่มคนลึกลับนั้นโจมตีใส่ก่อนที่ฉันจะได้ทันออกคำสั่งลูกน้องให้เข้ามาป้องกันหลังตัวเอง
เสียงวัตถุกระแทกเปลือกแข็งดังกึกก้องสะท้อนเสียดแก้วหูไปทั่ว
รู้สึกว่าส่วนของปีกข้างขวาใจกลางหลังมีการฉีกขาดออกไปอยู่เล็กน้อยราวสามมิลลิเมตร
สิ่งที่โจมตีเข้ามานั้น คือวัตถุทรงไข่จำนวนเก้าลูก กับลำแสงสีแดงสิบเส้นที่หมุนควงสว่านเป็นเกลียวคลื่น
หลังจากโดนสว่านเกลียวคลื่นนั้นโจมตี ก็มีเงาแห่งมัจจุราชพุ่งเข้าใส่ส่วนปีกที่ถูกฉีกออกไปนั้น
หนึ่งคือเคียวสีดำที่ส่องแสงสีฟ้าแลดูอันตราย
อีกสามคือสตรีสวมชุดเมดสีดำที่มีใบหูของสัตว์ป่า
อีกหนึ่งคืออสรพิษที่มีเกล็ดสีเงินทอประกายแสง
*ฉัวะ! *
การโจมตีของพวกมันถูกเล็งไปที่ส่วนข้อของปีกที่ถูกฉีกขาดเมื่อกี้
เยื่อเซลล์เพียงน้อยนิดที่ยึดมิให้ปีกหลุดออกจากร่าง ถูกการโจมตีอันเฉียบคมทั้งห้าฟันขาดแยกออกจากร่างกาย
เสียงของใบปีกที่ร่วงหล่น กำลังกระทบเข้าสู่สมองของฉันโดยตรง
กรี๊ดดดดด! นี่ฉันได้รับบาดเจ็บแล้วหรือเนี่ย!?
"เอซ! "
"ดิวซ์! "
"แล้วพวกสาวเมดของโนอาร์!? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ละดอง! "
"สะกดรอยตามมานะ"
เจ้าเมดพวกนี้มัน…
ฉันรู้ว่าคนกลุ่มนี้คือพวกหุ่นยนต์ลึกลับโบราณที่ท่านแม่ไม่ยอมสั่งให้จับตัวมาวิจัยหรือเข้าควบคุม
พวกมันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟตในฐานะเพื่อนของเพื่อน
เพราะแบบนั้น ฉันเลยส่งนักฆ่าไปสังหารพวกมันในฐานะที่เป็นตัวอันตราย
ว่าแต่เจ้าพวกนั้นดันทำพลาดสินะ เมดพวกนี้ถึงยังมีชีวิตมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ณ ตอนนี้ได้
"เหวอ!?! "
ในตอนนั้นเองที่คุณภูติตัวน้อยของแฟตส่งเสียดังลั่น
เธอจับจ้องมาทางฉันด้วยแววตาที่ราวกับกำลังฝันร้าย
"ปีก… ปีกเธอกำลังงอกกลับมาดอง! สัตว์ประหลาดชัด ๆ ดอง! "
ปีกของฉันกำลังงอกกลับมาหรือ…
ทะ.. ทำได้ยังไงค่ะเนี่ย!?!
มีความสามารถนี้ด้วยหรือค่ะ!?
จะว่าไป ดูเหมือนเปลือกชั้นนอกที่ถูกเผาไปเมื่อกี้นี้ มันกำลังค่อย ๆ งอกกลับมาอยู่ด้วยละคะ
ร่างกายนี้มันสุดยอดจริง ๆ ด้วยค่ะ!
"หึ… ถือว่าปีกข้างนั้นเป็นของขวัญให้กับการดิ้นรนที่น่าสงสารของพวกคุณค่ะ"
ว่าแล้วก็ขอบลัฟอีกรอบ
แต่ร่างกายนี้มันยังไงกันแน่ค่ะเนี่ย!?
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าไปสารเหลวที่ฉีดเข้าไปนั้น มันคือเผ่าที่หกจริงหรือไม่ แต่ร่างกายนี้น่าจะเป็นคำตอบให้กับฉันได้
จากตำนาน ว่ากันว่าเผ่าที่หกจะมอบพลังด้วยดัดแปลงร่างกายเจ้าของร่าง แลกกับการที่ต้องยอมให้พวกมันมาปรสิตสิงสู่ร่างกายไปทั้งชีวิตที่เหลือ
ฟังดูยังกับทำสัญญากับปีศาจร้ายเลยค่ะ
แต่ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะโหดเวอร์วังจนถึงขนาดนี้…
อย่างคุณสตรีเผ่ามนุษย์ที่เป็นสหายคุณแฟต
คน ๆ นี้ฉันสงสัยว่าเธอเองก็เป็นคนที่ได้รับพลังในตำนานมาเช่นกัน
แต่ว่าทำไมเธอถึงไม่มีพลังเทียบเท่ากับฉัน?
หรือว่ามันมีเงื่อนไขบางอย่าง?
หรือจริง ๆ ไอที่ฉันฉีดเข้าไปคือไวรัสที่ทำให้ตัวเองเกิดการกลายพันธุ์?
"รีบยอมแพ้ซะในตอนที่ฉันยังอารมณ์ดีเถอะค่ะ"
ชักอยากรีบจบเกมส์ชิงบัลลังก์บ้า ๆ นี้ แล้วกลับไปวิจัยต่อเสียแล้วสิค่ะเนี่ย
แต่ทว่าดวงตาของคุณแฟตยังไม่คิดยอมแพ้
ให้ตายสิ ทั้งที่เคยทำให้เธอถอดใจได้แล้ว แต่กลับมามีไฟสู้อีกครั้งเสียได้
ทั้งหมดนี้ต้องโทษสตรีเผ่ามนุษย์นั่นละคะ
" (...) "
คุณแฟตลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำอยู่ด้านข้างเมดเผ่าหมาป่า แล้วกระซิบอะไรสักอย่างกับเธอ
มีแผนการบางอย่างแล้วสินะ…
"พวกเจ้าช่วยถ่วงศัตรูคนอื่นให้ที ฉันจะจับตายคุณแฟตเอง"
"ครับท่านราชินี! "
งานนี้คงต้องเอาจริงหน่อยเสียแล้ว
เพราะไม่อย่างงั้นคงเป็นฝ่ายฉันเสียเองที่พลาดท่า
เบื้องหน้าคือกองทัพฝ่ายฉันที่พร้อมใจกันโหมยิงกระสุนใส่พรรคพวกของแฟต
ในเวลาเดียวกัน แสงตะวันก็เริ่มคล้อยลับขอบฟ้า พร้อมกับที่ม่านสีดำเริ่มกลืนกินดวงตะวัน
เสียงระเบิดดังรัวกึกก้อง แสงไฟลุกไหม้สะท้อนส่องแสงเจิดจ้ากระจายไปทุกมุมของห้องโถง
แสงที่เจิดจรัสจากการลุกไหม้ของลูกปืน ช่างสวยงามดั่งฝนแห่งดวงดาวที่วิ่งลากผ่านดวงดาราจักรแห่งยามราตรี
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
ถึงบุคคลากรทางนี้จะอ่อนแอ แต่ด้วยจำนวนที่เหนือชั้น กับการนำทัพของขุนพลไร้นาม จึงทำให้สามารถกดดันพรรคพวกของคุณแฟตเป็นผลสำเร็จ
พวกเขาไม่อาจที่จะวิ่งออกมาจากที่กำบัง หรือม่านบาเรียที่ถูกกางขึ้นโดยเหล่าหุ่นยนต์โบราณได้
แม้แต่คุณเผ่ายักษ์หรือคุณมนุษย์ที่เก่งกาจ ก็ยังทำได้แค่ร่ายรำวิชายุทธไปกับห่ากระสุนเพื่อปัดป้องมันเท่านั้น
แต่อีกเดียวช่องว่างคงจะเกิดขึ้น
กระสุนปืนย่อมมีวันหมด
ปืนรังสีย่อมต้องการช่วงเวลาพักอาวุธ
ดังนั้นฉันจึงต้องรีบปิดเกมส์นี้ให้เร็วที่สุด
ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อยกร่างของตัวเองให้ยืนขึ้นมา
ก้าวเท้าอันหนักอึ้งลงบนพื้นหินอ่อนที่ถูกบดขยี้อย่างสุดกำลังความสามารถ
หนึ่งก้าว
สองก้าว
"... หึ"
พ่นลมหายใจอย่างจองหองในตอนที่ก้าวเท้าที่สามออกไป
แล้วก็หยุดเดินพร้อมกับนั่งลงเหมือนเดิม
ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ...
ฉันหันไปมองคุณแฟต
ตอนนี้เธอกำลังวิ่งขึ้นระเบียงไปหาภูติตัวน้อยที่อยู่ชั้นสี่ โดยมีคุณเมดหมาป่าแบกพาขึ้นไป
แย่ละ… รู้สึกได้ว่าจะปล่อยให้สองคนนี้เจอกันไม่ได้เด็ดขาด
แต่เดินไม่ไหวแล้วนี่สิ…
งั้นคงต้องใช้วิธีนี้แทน
ปีกไร้สีถูกกางออกกว้างจากใจกลางแผ่นหลัง
มันเริ่มกระพือขึ้นลงเชื่องช้า
จากเชื่องช้าได้เปลี่ยนเป็นรวดเร็วขึ้นจนมองเห็นแยกแตกออกเป็นหลายสิบปีก
รวดเร็วจนกระทั้งเห็นเป็นผ้าม่านโปรงแสงที่กินพื้นที่ไปถึงครึ่งหนึ่งของห้องโถง
แล้วพริบตานั้น พายุหมุนก็ถือกำเนิดตรงเบื้องหน้า
วังวนที่บ้าคลั่งกำลังสูบซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป
มันทำลายระเบียง ทางเดิน รวมไปถึงเหวี่ยงศัตรูที่โบยบินบนท้องฟ้า
ปีกของสตรีเผ่ามนุษย์นกถูกฉีกขาดครึ่ง
ร่างของสตรีเผ่ากระต่ายถูกพัดกระแทกเข้ากับผนังจนร่างกายบิดงอน่ากลัว
แขนของสตรีเผ่ายักษ์หักเก้าสิบองศาไปพร้อมกับดาบควายเล่มโตที่ถือเอาไว้
เจ้าพวกจ้องจะลอบโจมตีที่อยู่ระยะไกล ต่างถูกพัดปลิวหายเข้าไปในเศษซากของระเบียงที่ถูกถล่มลงมา
สตรีเผ่ามนุษย์ถูกคมพายุบาดไปทั่วร่างกาย จนเผยให้เห็นเพศสภาพที่แท้จริงของเธอ
เพียงแค่กระพือปีก ก็สามารถสร้างพายุถล่มศัตรูให้วอดวายได้
นี่ละคือความสามารถที่ได้รับมาของฉันค่ะ
แต่ทว่า---
“หมดแรงแล้ว…”
ฉันมีแรงพอกระพือปีกแค่ราวยี่สิบวินาทีเท่านั้น
เป็นระยะเวลาที่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้สุกยังทำไม่ได้เลยค่ะ
แต่อย่างน้อยก็สามารถเล่นงานพรรคพวกของคุณแฟตจนหมดสภาพไปได้เกือบทั้งหมด
ในทางกลับกัน ลูกน้องที่อยู่ข้างฉันยังคงปลอดภัยดีอยู่ทุกคน
“เอาละ แล้วทางคุณแฟตละเป็นยังไง? ”
ฉันเริ่มใช้หนวดบนหัวจับตำแหน่งของคุณแฟต
นี่เธอไปถึงระเบียงชั้นที่สามแล้วหรือนี่…
ดูเหมือนว่าเมดหมาป่าคนนั้นจะกางบาเรียที่แข็งแกร่งในระดับที่สามารถทนแรงพายุเมื่อกี้ได้
ส่วนคุณภูติน้อยที่อยู่บนระเบียชั้นสี่นั้น ดูเหมือนจะโชคดีที่เสาถล่มลงมาค้ำเป็นมุมสามเหลี่ยมให้กับเธอพอดี เลยทำให้ตำแหน่งที่เธออยู่มีซากอาคารคอยป้องกันแรงพายุเอาไว้ให้
“จะปล่อยให้สองคนนั้นพบกันไม่ได้เด็ดขาด! ทุกคนรุมโจมตีไปที่คุณภูติเดียวนี้ค่ะ! ”
“รับทราบครับ! ”
ไม่มีประโยชน์ที่จะเจาะบาเรียอันแข็งแกร่งนั้น
ดังนั้นจึงต้องฆ่าภูติน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นไพ่ตายของฝ่ายนั้นให้ได้เสียก่อน
ห่ากระสุนจำนวนมากถูกเล็งยิงไปที่คุณภูติน้อยผู้น่าสงสาร
“ดอง!?! ”
กระสุนนับร้อยพุ่งทะลุผ่านร่างของเธอจนมลายหายไปจากโลกไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น
เดียวก่อนนะ
ทำไมถึงไม่มีเลือดกระเด็นออกมา?
หรือว่า…
“แย่แล้ว! เธอใช้พลังสร้างภาพลวงตาหลอกพวกเราครับท่านควีน! ”
“รีบใช้หนวดตรวจสอบตำแหน่งจริงของศัตรูด่วน! เร็ว! ”
ตำแหน่งที่แท้จริงของเธอนั้น คืออยู่ห่างออกไปจากตำแหน่งที่ดวงตาเห็นไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น
ถึงพวกเราเผ่ามนุษย์มดจะสามารถใช้หนวดจับตำแหน่งศัตรูได้ แต่เพราะพึ่งดวงตามากจนเกินไป เลยทำให้เสียท่าเอาได้ง่าย ๆ แบบนี้
จะว่าไปท่านพ่อเองก็มักสอนพวกนักรบรุ่นใหม่อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ว่าอย่างพึ่งดวงตาที่แสนสะดวกสบายนี้จนเกินไปนัก
ให้ตายสิ นี่ฉัน…
“คุณควีนค่ะ”
คุณแฟตกำลังพูดกับฉันจากบนระเบียงชั้นที่สี่
คราวนี้เป็นฝ่ายฉันที่กำลังถูกเธอจ้องมองลงมาจากตำแหน่งที่อยู่สูงกว่าแทน
“คุณนะ พ่ายแพ้แล้วค่ะ”
ชิบหายแล้วค่ะ
ถึงจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ต้องขอบอกเลยว่าตอนนี้กำลังกลัวขี้หดอยู่เลยค่ะ
ขอให้หวังว่ามันเป็นการบลัฟของคุณแฟตเท่านั้นเถอะค่ะ
ขอร้องให้เป็นเช่นนั้นทีเถอะค่ะ...