Pioneer Era

    ตอนที่ 139 ปะทะราชินีอสูร (2)

    ***ราชินีอสูร [ควีน]

    "ความร้อนระดับพออุ่นเครื่องเท่านั้นเองหรือคะ? "

    ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่หัวใจนี่กำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเลยค่ะ

    นึกว่าตัวเองตายไปแล้วค่ะเมื่อกี้นี้…

    เปลวไฟที่เกิดจากเวทมนตร์ของพรรคพวกแฟตนั้นรุนแรงอย่างไร้ข้อกังขา

    ความร้อนระดับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้นคือของจริง

    แต่ทว่ามันกลับไม่อาจทำอะไรฉันเลยได้แม้แต่น้อยนิด



    ไม่สิ

    อย่างน้อยมันก็เผาเปลือกแข็งด้านนอกจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปได้

    แต่พอดีว่าไอเปลือกที่ว่ามันยังมีอีกชั้น เลยทำให้เห็นเสมือนว่ามันทำอะไรฉันไม่ได้เลยสักนิดเดียว

    ถ้าเจอแบบนี้อีกสักสองครั้ง คราวนี้คงได้ลงไปนอนในโลงศพแน่ ๆ ค่ะ

    ตอนนี้เลยต้องทำใจดีสู้เสือเอาไว้ก่อน

    อีกอย่าง ที่ฉันไม่ยอมขยับตัวหลบการโจมตี ไม่ใช่เพราะรู้ว่าสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่เป็นเพราะว่ามันเหนื่อยมากต่างหากค่ะ

    แค่ขยับแขนขาก็รู้สึกว่ากำลังเผาผลาญพลังงานออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว

    แถมถ้าว่ากันตามตรง ลูกน้องของฉันมันบ้าและโง่จนพึ่งอะไรไม่ค่อยได้อีกด้วยค่ะ

    มีแค่ [ขุนพลไร้นาม] คนเดียวที่พอจะใช้งานได้

    ที่ยังไม่โดนรุมยำตีน ก็เป็นเพราะว่าลูกน้องฝั่งฉันใช้จำนวนลุยกดดันเข้าว่าค่ะ

    ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ พวกคุณช่วยยอมแพ้ไปตอนนี้เลย มันจะเป็นพระคุณอย่างมากค่ะ



    "ฮึ… แฟต ดูท่าลูกน้องของเธอจะมีไม่พอมือใช้ล้มฉันได้นะ"

    ตอนนี้ต้องรีบพูดบลัฟให้เยอะ ๆ เข้าไว้ก่อน

    "ถ้ายอมแพ้ ฉันจะยอมเก็บพรรคพวกเธอมาใช้งาน รวมไปถึงชีวิตของเธอด้วย แต่ถ้าไม่ยอม ก็จงตาย ณ ตรงนี้ซะ"

    การกดดันที่ดีที่สุด คือการแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการฆ่า แต่ไม่ลืมที่จะเหลือช่องทางหนีให้ยอมแพ้เอาไว้

    ฉันคิดเช่นนั้นค่ะ



    " เรื่องสิ! "

    เผ่ามนุษย์ผมสีดำคนเดิมตะโกนเสียงดังลงมาจากระเบียงชั้นที่สี่

    สตรีผู้นี้อีกแล้วเรอะ…

    เธอถีบตัวตัดม่านอากาศตรงมาทางนี้ด้วยทวงท่าที่งดงามดั่งภาพวาดของศิลปินมือหนึ่ง

    เส้นผมสีดำยาวคล้ายปลายพู่กันกำลังโบกสะบัดพริ้วจรดผืนอากาศ จนเห็นเป็นหมึกลวงตาสีดำที่ถูกเขียนขึ้นบนพื้นที่ว่าง

    มือขวาถือกระบี่หันปลายคมสังหารเข้าหาตัวเอง แขนและขาตั้งอยู่ในท่าที่ลดภาระแรงเสียดทานอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ



    ฉันไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อการต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าควรรับมือยังไงเวลาต่อสู้แบบนี้

    แต่เป็นเพราะร่างกายที่ได้รับมาใหม่ เลยทำให้สามารถตามความเร็วและจับตำแหน่งของศัตรูได้

    ฉันเหวี่ยงแขนขวาใส่ร่างของเธอดั่งหวดลูกบอลที่พุ่งเข้ามา

    “ไม่มีครั้งที่สองหรอก! ”

    อะไรกันนี่!?!

    สตรีเผ่ามนุษย์ใช้เสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายแหลมของแขนจะถึงร่างกาย พลิกปลายกระบี่ลงล่างเพื่อแทงลงบนท่อนแขนของฉันเพื่อเบี่ยงทิศทางของตนเอง แล้วใช้ปลายขาทั้งสองถีบลงบนแขนเพื่อใช้เป็นฐานเหยียบ ก่อนจะวิ่งไต่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วบนแขนของฉัน



    ฉันพยายามสะบัดแขนอย่างรุนแรงเพื่อให้เธอร่วงลงไป แต่เธอกลับสามารถวิ่งไต่ขึ้นมาได้ราวกับมีแม่เหล็กติดเอาไว้ที่ตรงฝ่าเท้า

    ทะ--- ทำได้ยังไงกันค่ะเนี่ย!

    *เคร๊ง! *

    ปลายกระบี่ของเธอแทงเข้ามาที่นัยน์ตาของฉัน

    ถึงร่างกายจะแข็งแกร่ง แต่นัยน์ตาอาจไม่ใช่เช่นนั้น

    กรี๊ดดดด! ตาบอดแน่นอนค่ะ!



    "..."

    เอ๊ะ?

    เธอแทงไม่เข้าแฮะ...

    ปลายกระบี่ของเธอถึงกับบิ่นหักทันทีที่ปะทะกับเปลือกแก้วตา

    รู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับปวดร้าวหรือมีเลือดไหลทะลักออกมา

    ดูท่าว่าแม้แต่ดวงตาเองก็แข็งแกร่งมากขึ้นไม่แพ้เปลือกที่หุ้มร่างกายค่ะ

    "หึ… นักรบรับจ้างของเธอทำได้แค่นี้เองหรือ? "

    ว่าก็ใช้โอกาสนี้บลัฟคุณแฟตต่อ



    "... หืม? "

    สัมผัสได้ถึงกลุ่มของศัตรูที่คิดว่าฆ่าทิ้งไปแล้วเมื่อกี้

    กลุ่มคนลึกลับที่เอาแต่หลบซ่อนบนระเบียงชั้นล่าง กำลังเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาที่มุมอับจากทางด้านหลัง

    จะ… จะอันตรายหรือเปล่านะ?

    อยากกลับหลังหันไปตั้งรับแต่ดันมีแรงไม่พอนี่สิ



    "พวกเจ้ารีบ---"

    *เปรี๊ยง! *

    กลุ่มคนลึกลับนั้นโจมตีใส่ก่อนที่ฉันจะได้ทันออกคำสั่งลูกน้องให้เข้ามาป้องกันหลังตัวเอง

    เสียงวัตถุกระแทกเปลือกแข็งดังกึกก้องสะท้อนเสียดแก้วหูไปทั่ว

    รู้สึกว่าส่วนของปีกข้างขวาใจกลางหลังมีการฉีกขาดออกไปอยู่เล็กน้อยราวสามมิลลิเมตร



    สิ่งที่โจมตีเข้ามานั้น คือวัตถุทรงไข่จำนวนเก้าลูก กับลำแสงสีแดงสิบเส้นที่หมุนควงสว่านเป็นเกลียวคลื่น

    หลังจากโดนสว่านเกลียวคลื่นนั้นโจมตี ก็มีเงาแห่งมัจจุราชพุ่งเข้าใส่ส่วนปีกที่ถูกฉีกออกไปนั้น

    หนึ่งคือเคียวสีดำที่ส่องแสงสีฟ้าแลดูอันตราย

    อีกสามคือสตรีสวมชุดเมดสีดำที่มีใบหูของสัตว์ป่า

    อีกหนึ่งคืออสรพิษที่มีเกล็ดสีเงินทอประกายแสง



    *ฉัวะ! *

    การโจมตีของพวกมันถูกเล็งไปที่ส่วนข้อของปีกที่ถูกฉีกขาดเมื่อกี้

    เยื่อเซลล์เพียงน้อยนิดที่ยึดมิให้ปีกหลุดออกจากร่าง ถูกการโจมตีอันเฉียบคมทั้งห้าฟันขาดแยกออกจากร่างกาย

    เสียงของใบปีกที่ร่วงหล่น กำลังกระทบเข้าสู่สมองของฉันโดยตรง

    กรี๊ดดดดด! นี่ฉันได้รับบาดเจ็บแล้วหรือเนี่ย!?



    "เอซ! "

    "ดิวซ์! "

    "แล้วพวกสาวเมดของโนอาร์!? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ละดอง! "

    "สะกดรอยตามมานะ"

    เจ้าเมดพวกนี้มัน…

    ฉันรู้ว่าคนกลุ่มนี้คือพวกหุ่นยนต์ลึกลับโบราณที่ท่านแม่ไม่ยอมสั่งให้จับตัวมาวิจัยหรือเข้าควบคุม

    พวกมันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟตในฐานะเพื่อนของเพื่อน

    เพราะแบบนั้น ฉันเลยส่งนักฆ่าไปสังหารพวกมันในฐานะที่เป็นตัวอันตราย

    ว่าแต่เจ้าพวกนั้นดันทำพลาดสินะ เมดพวกนี้ถึงยังมีชีวิตมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ณ ตอนนี้ได้



    "เหวอ!?! "

    ในตอนนั้นเองที่คุณภูติตัวน้อยของแฟตส่งเสียดังลั่น

    เธอจับจ้องมาทางฉันด้วยแววตาที่ราวกับกำลังฝันร้าย

    "ปีก… ปีกเธอกำลังงอกกลับมาดอง! สัตว์ประหลาดชัด ๆ ดอง! "

    ปีกของฉันกำลังงอกกลับมาหรือ…

    ทะ.. ทำได้ยังไงค่ะเนี่ย!?!

    มีความสามารถนี้ด้วยหรือค่ะ!?

    จะว่าไป ดูเหมือนเปลือกชั้นนอกที่ถูกเผาไปเมื่อกี้นี้ มันกำลังค่อย ๆ งอกกลับมาอยู่ด้วยละคะ

    ร่างกายนี้มันสุดยอดจริง ๆ ด้วยค่ะ!

    "หึ… ถือว่าปีกข้างนั้นเป็นของขวัญให้กับการดิ้นรนที่น่าสงสารของพวกคุณค่ะ"

    ว่าแล้วก็ขอบลัฟอีกรอบ



    แต่ร่างกายนี้มันยังไงกันแน่ค่ะเนี่ย!?

    ฉันเองก็ไม่รู้ว่าไปสารเหลวที่ฉีดเข้าไปนั้น มันคือเผ่าที่หกจริงหรือไม่ แต่ร่างกายนี้น่าจะเป็นคำตอบให้กับฉันได้

    จากตำนาน ว่ากันว่าเผ่าที่หกจะมอบพลังด้วยดัดแปลงร่างกายเจ้าของร่าง แลกกับการที่ต้องยอมให้พวกมันมาปรสิตสิงสู่ร่างกายไปทั้งชีวิตที่เหลือ

    ฟังดูยังกับทำสัญญากับปีศาจร้ายเลยค่ะ

    แต่ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะโหดเวอร์วังจนถึงขนาดนี้…

    อย่างคุณสตรีเผ่ามนุษย์ที่เป็นสหายคุณแฟต

    คน ๆ นี้ฉันสงสัยว่าเธอเองก็เป็นคนที่ได้รับพลังในตำนานมาเช่นกัน

    แต่ว่าทำไมเธอถึงไม่มีพลังเทียบเท่ากับฉัน?

    หรือว่ามันมีเงื่อนไขบางอย่าง?

    หรือจริง ๆ ไอที่ฉันฉีดเข้าไปคือไวรัสที่ทำให้ตัวเองเกิดการกลายพันธุ์?



    "รีบยอมแพ้ซะในตอนที่ฉันยังอารมณ์ดีเถอะค่ะ"

    ชักอยากรีบจบเกมส์ชิงบัลลังก์บ้า ๆ นี้ แล้วกลับไปวิจัยต่อเสียแล้วสิค่ะเนี่ย

    แต่ทว่าดวงตาของคุณแฟตยังไม่คิดยอมแพ้

    ให้ตายสิ ทั้งที่เคยทำให้เธอถอดใจได้แล้ว แต่กลับมามีไฟสู้อีกครั้งเสียได้

    ทั้งหมดนี้ต้องโทษสตรีเผ่ามนุษย์นั่นละคะ



    " (...) "

    คุณแฟตลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำอยู่ด้านข้างเมดเผ่าหมาป่า แล้วกระซิบอะไรสักอย่างกับเธอ

    มีแผนการบางอย่างแล้วสินะ…

    "พวกเจ้าช่วยถ่วงศัตรูคนอื่นให้ที ฉันจะจับตายคุณแฟตเอง"

    "ครับท่านราชินี! "

    งานนี้คงต้องเอาจริงหน่อยเสียแล้ว

    เพราะไม่อย่างงั้นคงเป็นฝ่ายฉันเสียเองที่พลาดท่า



    เบื้องหน้าคือกองทัพฝ่ายฉันที่พร้อมใจกันโหมยิงกระสุนใส่พรรคพวกของแฟต

    ในเวลาเดียวกัน แสงตะวันก็เริ่มคล้อยลับขอบฟ้า พร้อมกับที่ม่านสีดำเริ่มกลืนกินดวงตะวัน

    เสียงระเบิดดังรัวกึกก้อง แสงไฟลุกไหม้สะท้อนส่องแสงเจิดจ้ากระจายไปทุกมุมของห้องโถง

    แสงที่เจิดจรัสจากการลุกไหม้ของลูกปืน ช่างสวยงามดั่งฝนแห่งดวงดาวที่วิ่งลากผ่านดวงดาราจักรแห่งยามราตรี

    น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

    ถึงบุคคลากรทางนี้จะอ่อนแอ แต่ด้วยจำนวนที่เหนือชั้น กับการนำทัพของขุนพลไร้นาม จึงทำให้สามารถกดดันพรรคพวกของคุณแฟตเป็นผลสำเร็จ



    พวกเขาไม่อาจที่จะวิ่งออกมาจากที่กำบัง หรือม่านบาเรียที่ถูกกางขึ้นโดยเหล่าหุ่นยนต์โบราณได้

    แม้แต่คุณเผ่ายักษ์หรือคุณมนุษย์ที่เก่งกาจ ก็ยังทำได้แค่ร่ายรำวิชายุทธไปกับห่ากระสุนเพื่อปัดป้องมันเท่านั้น

    แต่อีกเดียวช่องว่างคงจะเกิดขึ้น

    กระสุนปืนย่อมมีวันหมด

    ปืนรังสีย่อมต้องการช่วงเวลาพักอาวุธ

    ดังนั้นฉันจึงต้องรีบปิดเกมส์นี้ให้เร็วที่สุด



    ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อยกร่างของตัวเองให้ยืนขึ้นมา

    ก้าวเท้าอันหนักอึ้งลงบนพื้นหินอ่อนที่ถูกบดขยี้อย่างสุดกำลังความสามารถ

    หนึ่งก้าว

    สองก้าว

    "... หึ"

    พ่นลมหายใจอย่างจองหองในตอนที่ก้าวเท้าที่สามออกไป

    แล้วก็หยุดเดินพร้อมกับนั่งลงเหมือนเดิม

    ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ...

    ฉันหันไปมองคุณแฟต

    ตอนนี้เธอกำลังวิ่งขึ้นระเบียงไปหาภูติตัวน้อยที่อยู่ชั้นสี่ โดยมีคุณเมดหมาป่าแบกพาขึ้นไป

    แย่ละ… รู้สึกได้ว่าจะปล่อยให้สองคนนี้เจอกันไม่ได้เด็ดขาด

    แต่เดินไม่ไหวแล้วนี่สิ…



    งั้นคงต้องใช้วิธีนี้แทน

    ปีกไร้สีถูกกางออกกว้างจากใจกลางแผ่นหลัง

    มันเริ่มกระพือขึ้นลงเชื่องช้า

    จากเชื่องช้าได้เปลี่ยนเป็นรวดเร็วขึ้นจนมองเห็นแยกแตกออกเป็นหลายสิบปีก

    รวดเร็วจนกระทั้งเห็นเป็นผ้าม่านโปรงแสงที่กินพื้นที่ไปถึงครึ่งหนึ่งของห้องโถง

    แล้วพริบตานั้น พายุหมุนก็ถือกำเนิดตรงเบื้องหน้า



    วังวนที่บ้าคลั่งกำลังสูบซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป

    มันทำลายระเบียง ทางเดิน รวมไปถึงเหวี่ยงศัตรูที่โบยบินบนท้องฟ้า

    ปีกของสตรีเผ่ามนุษย์นกถูกฉีกขาดครึ่ง

    ร่างของสตรีเผ่ากระต่ายถูกพัดกระแทกเข้ากับผนังจนร่างกายบิดงอน่ากลัว

    แขนของสตรีเผ่ายักษ์หักเก้าสิบองศาไปพร้อมกับดาบควายเล่มโตที่ถือเอาไว้

    เจ้าพวกจ้องจะลอบโจมตีที่อยู่ระยะไกล ต่างถูกพัดปลิวหายเข้าไปในเศษซากของระเบียงที่ถูกถล่มลงมา

    สตรีเผ่ามนุษย์ถูกคมพายุบาดไปทั่วร่างกาย จนเผยให้เห็นเพศสภาพที่แท้จริงของเธอ

    เพียงแค่กระพือปีก ก็สามารถสร้างพายุถล่มศัตรูให้วอดวายได้

    นี่ละคือความสามารถที่ได้รับมาของฉันค่ะ

    แต่ทว่า---



    “หมดแรงแล้ว…”

    ฉันมีแรงพอกระพือปีกแค่ราวยี่สิบวินาทีเท่านั้น

    เป็นระยะเวลาที่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้สุกยังทำไม่ได้เลยค่ะ

    แต่อย่างน้อยก็สามารถเล่นงานพรรคพวกของคุณแฟตจนหมดสภาพไปได้เกือบทั้งหมด

    ในทางกลับกัน ลูกน้องที่อยู่ข้างฉันยังคงปลอดภัยดีอยู่ทุกคน



    “เอาละ แล้วทางคุณแฟตละเป็นยังไง? ”

    ฉันเริ่มใช้หนวดบนหัวจับตำแหน่งของคุณแฟต

    นี่เธอไปถึงระเบียงชั้นที่สามแล้วหรือนี่…

    ดูเหมือนว่าเมดหมาป่าคนนั้นจะกางบาเรียที่แข็งแกร่งในระดับที่สามารถทนแรงพายุเมื่อกี้ได้

    ส่วนคุณภูติน้อยที่อยู่บนระเบียชั้นสี่นั้น ดูเหมือนจะโชคดีที่เสาถล่มลงมาค้ำเป็นมุมสามเหลี่ยมให้กับเธอพอดี เลยทำให้ตำแหน่งที่เธออยู่มีซากอาคารคอยป้องกันแรงพายุเอาไว้ให้



    “จะปล่อยให้สองคนนั้นพบกันไม่ได้เด็ดขาด! ทุกคนรุมโจมตีไปที่คุณภูติเดียวนี้ค่ะ! ”

    “รับทราบครับ! ”

    ไม่มีประโยชน์ที่จะเจาะบาเรียอันแข็งแกร่งนั้น

    ดังนั้นจึงต้องฆ่าภูติน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นไพ่ตายของฝ่ายนั้นให้ได้เสียก่อน

    ห่ากระสุนจำนวนมากถูกเล็งยิงไปที่คุณภูติน้อยผู้น่าสงสาร

    “ดอง!?! ”

    กระสุนนับร้อยพุ่งทะลุผ่านร่างของเธอจนมลายหายไปจากโลกไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น

    เดียวก่อนนะ

    ทำไมถึงไม่มีเลือดกระเด็นออกมา?

    หรือว่า…



    “แย่แล้ว! เธอใช้พลังสร้างภาพลวงตาหลอกพวกเราครับท่านควีน! ”

    “รีบใช้หนวดตรวจสอบตำแหน่งจริงของศัตรูด่วน! เร็ว! ”

    ตำแหน่งที่แท้จริงของเธอนั้น คืออยู่ห่างออกไปจากตำแหน่งที่ดวงตาเห็นไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น

    ถึงพวกเราเผ่ามนุษย์มดจะสามารถใช้หนวดจับตำแหน่งศัตรูได้ แต่เพราะพึ่งดวงตามากจนเกินไป เลยทำให้เสียท่าเอาได้ง่าย ๆ แบบนี้

    จะว่าไปท่านพ่อเองก็มักสอนพวกนักรบรุ่นใหม่อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ว่าอย่างพึ่งดวงตาที่แสนสะดวกสบายนี้จนเกินไปนัก



    ให้ตายสิ นี่ฉัน…

    “คุณควีนค่ะ”

    คุณแฟตกำลังพูดกับฉันจากบนระเบียงชั้นที่สี่

    คราวนี้เป็นฝ่ายฉันที่กำลังถูกเธอจ้องมองลงมาจากตำแหน่งที่อยู่สูงกว่าแทน

    “คุณนะ พ่ายแพ้แล้วค่ะ”

    ชิบหายแล้วค่ะ

    ถึงจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ต้องขอบอกเลยว่าตอนนี้กำลังกลัวขี้หดอยู่เลยค่ะ

    ขอให้หวังว่ามันเป็นการบลัฟของคุณแฟตเท่านั้นเถอะค่ะ

    ขอร้องให้เป็นเช่นนั้นทีเถอะค่ะ...