“ยัยลูกหมู! เธอคือยัยลูกหมู”
“นาย...นายเรียกฉันว่าอะไรนะ” หลินซูลี่เบิกตากว้าง “ไม่...เป็นไปไม่ได้ ชื่อนี้มีพี่หยวนเฉิงคนเดียวที่รู้ หรือว่า...”
“นี่พี่เอง พี่หยวนเฉิงของเธอไง”
“จ..จริงเหรอคะ พี่คือพี่หยวนเฉิงจริงๆ เหรอคะ” หลินซูลี่วิ่งเข้าไปกอดโจวหยวนเฉิงทันที
“ลี่ลี่ เอ่อ...เธอปล่อยพี่ก่อนนะ” โจวหยวนเฉิงผลักหญิงสาวออกไปเบาๆ ตอนนี้หลินซูลี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ยัยลูกหมูเด็กหญิงตัวเล็กประจำซอยที่เขารู้จักในอดีตอีกแล้ว แต่ตอนนี้เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดีและหุ่นดีมากด้วย อยู่ๆ เธอก็วิ่งเข้ามากอดเขาอย่างไม่ให้ตั้งตัวอย่างนี้ ใจของเขามันอดเต้นแรงไม่ได้ แต่เขาก็แกล้งทำท่าทางสงบ“ลี่ลี่ใจเย็นแล้วเล่าให้พี่ฟังก่อนว่าเธอข้ามมิติมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“วันนั้นฉันมีเคสผ่าตัดหลายเคสก็เลยกลับบ้านดึก ตอนที่กำลังจะข้ามถนนก็มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์ของวัยรุ่นขับมา ฉันมองเห็นแค่แสงไฟหน้ารถ มันสว่างจ้ามาก ก่อนที่ภาพต่างๆ จะมืดไป หลังจากนั้นฉันก็ตื่นมาอยู่ในร่างนี้แล้ว”
“เธอคงเป็นคุณหมอจบใหม่ไฟแรงล่ะสินะ ถึงได้ทำงานจนดึกดื่นอย่างนั้นน่ะ” โจวหยวนเฉิงแกล้งแซว
“หมอรุ่นใหม่อะไรคะ ฉันอายุจะสี่สิบแล้วถึงได้ข้ามมาอยู่ที่นี่” หลินซูลี่ย่นจมูกใส่
“สี่สิบ! เธอก็แก่กว่าพี่น่ะสิ ฮ่าๆๆ ยัยลูกหมูทึนทึก พี่ข้ามมาอยู่ที่ภพนี้ตอนอายุแค่ยี่สิบห้า แต่เธอข้ามมาตอนสี่สิบ” โจวหยวนเฉิงหัวเราะหญิงสาวไม่หยุด
“พี่ไม่ต้องมาล้อฉันเลยนะ พี่รู้ไหมทำไมฉันถึงต้องอยู่เป็นสาวโสด ก็พี่มาชิงตายไปก่อนยังไงล่ะ ตอนเด็กฉันสัญญากับพี่เอาไว้แล้วว่าฉันจะเป็นเจ้าสาวของพี่คนเดียว หลังจากพี่ตายไป ฉันก็ไม่เคยรับรักใครอีกและก็ไม่เคยเปิดใจให้ใคร ฉันก็เลยต้องครองตัวเป็นโสดอยู่อย่างงี้ไงเล่า มันน่าขำมากนักรึไง” หลินซูลี่ตะโกนใส่ชายหนุ่มอย่างโมโห
“ลี่ลี่...นี่เธอพูดจริงเหรอ เธอรอพี่มาตลอดเลยเหรอ เอ่อ...พี่ขอโทษนะ” โจวหยวนเฉิงรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“ช่างมันเถอะค่ะ มันก็เป็นแค่คำสัญญาของเด็กสิบขวบเท่านั้น ถ้าพี่จะไม่สนใจเลยมันก็ไม่แปลก”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ แต่ว่าพี่ทำผิดกับเธออยู่เรื่องนึง คือ...พี่ปฏิเสธการดูตัวกับเธอไปเองล่ะ” โจวหยวนเฉิงรีบอธิบายต่อเสียงอ่อย “ก็ตอนนั้นเธอเป็นนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเรียนจบ ส่วนพี่เป็นแค่บัณฑิตตกงานคนหนึ่ง พี่จะตอบตกลงไปดูตัวกับเธอทำไม ถ้าพี่ทำอย่างนั้นมันก็เท่ากับว่าพี่กำลังจะฉุดเธอให้ลงมาอยู่กับคนที่ไม่มีอนาคตอย่างพี่ไง อีกอย่างพี่เห็นรูปเธอตอนนั้นแล้วก็เห็นว่าเธอสวยและน่ารักมาก ถ้าได้แต่งงานกับเธอก็คงจะดี แต่พี่ไม่คู่ควรกับเธอ”
โจวหยวนเฉิงอดที่จะนึกไปถึงอดีตที่เขาเคยปฏิเสธการดูตัวครั้งนั้นไปไม่ได้ ตอนนั้นเขาเห็นรูปถ่ายของหลินซูลี่ก็เห็นว่าเธอสวยและน่ารักมาก และเขายังจำภาพเด็กหญิงตัวเล็กที่คอยเดินตามหลังเขาไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่ตลอด แต่เขาจะไปฉุดอนาคตของหญิงสาวอนาคตไกลให้มาอยู่กับเขาได้ยังไง อีกอย่างถ้ายัยลูกหมูรู้ถึงฉายาของเขาแล้วเธอยังจะกล้าคบกับเขาอยู่เหรอ
“อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว แม่เคยเล่าให้ฟังอยู่เหมือนกันว่ามีเพื่อนของแม่มาทาบทามให้ฉันไปดูตัวกับลูกชายเขา แต่พอใกล้ถึงวันนัด ฝ่ายนั้นก็โทรมาปฏิเสธการดูตัว ผู้ชายคนนั้นเป็นพี่เองสินะ ฉันกับพี่คงไม่มีวาสนากันจริงๆ นั่นล่ะ แต่เหตุผลของพี่มันฟังดูน้ำเน่ามากเลยนะคะ พี่รู้ไหมว่าพี่ต่างจากฉันมากนะ ถ้าสิ่งที่พี่เล่าให้ฉันฟังก่อนหน้านั้นเป็นความจริง พี่เห็นแค่รูปถ่ายและได้ดูประวัติของฉัน แค่นี้พี่ก็รับปฏิเสธที่จะไปดูตัวกับฉันแล้ว ผิดจากฉันที่พอเรียนจบ ฉันก็รีบไปหาพี่ที่ชุมชนหงส์ทันที แต่ว่าตอนนั้นบ้านพี่ก็ถูกไฟไหม้ไปแล้ว ฉันไม่มีโอกาสไปร่วมงานศพพี่ด้วยซ้ำ” หลินซูลี่พูดเสียงเศร้า
“เธอจะไปหาพี่ทำไมเหรอ” โจวหยวนเฉิงสงสัย
“ไปบอกรักพี่ยังไงล่ะ จะไปทวงสัญญาตอนเด็กให้พี่มาแต่งงานกับฉัน ” หลินซูลี่ตะโกนอย่างเหลืออด ‘ซื่อบื้อเอ๊ย’
“เอ่อ...ตอนนี้ยังทันอยู่ไหม” โจวหยวนเฉิงถามอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่รู้ค่ะ มันอยู่ที่พี่ ไม่ได้อยู่ที่ฉัน ฉันรอพี่มาหลายชาติภพแล้ว ฉันไม่ตัดสินใจอะไรแล้ว ฉันปวดหัวมาก และฉันก็เหนื่อยมาก ฉันไม่อยากรอ ฉันขี้เกียจรอแล้ว” หลินซูลี่ตะโกนขึ้นอีกครั้ง
“ลี่ลี่ ใจเย็นๆ ก่อนสิ ให้เวลาพี่หน่อยนะ เอ่อ...พี่คิดว่ามันออกจะเร็วไป เรายังไม่ได้เรียนรู้กันเลย”
“เร็วไปเหรอคะ ฉันรอพี่มาสองชาติแล้ว ถ้าชาตินี้ยังลงเอยกันไม่ได้อีกก็ต่างคนต่างอยู่ไปเถอะค่ะ ฉันจะไม่รอแล้ว” หลินซูลี่พูดไปอย่างนั้นเอง เป็นความจริงที่เธอรอเขามาสองชาติแล้ว ดังนั้นชาตินี้เธอจะไม่รอ เธอจะเป็นฝ่ายรุก และจะรุกให้ไวกว่าเดิมด้วย
“ลี่ลี่ เธอรู้ไหมว่าทำไมพี่ถึงได้ฉายาว่าเทพเจ้าโจวผู้ศักดิ์สิทธิ์” โจวหยวนเฉิงถามพร้อมกับมองไปทางปากถ้ำ
“พี่ก็แค่โชคร้ายที่เจอผู้หญิงนิสัยไม่ดีพวกนั้น”
โจวหยวนเฉิงหันกลับมามองหญิงสาวอย่างคาดไม่ถึง “เธอรู้เรื่องของพี่มากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ถึงฉันจะย้ายบ้านไปก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องลืมพี่ไปด้วยนะคะ อีกอย่าง ฉันกับคุณแม่ของพี่ก็ติดต่อกันอยู่ตลอด เพียงแต่...คุณแม่ของพี่ ท่านบอกกับฉันว่าพี่มักจะถูกผู้หญิงมาหลอกคบ มันก็เลยทำให้พี่ไม่ยอมเชื่อใจผู้หญิงคนไหน และพี่ยังบอกกับคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยว่าชาตินี้พี่จะไม่ยอมแต่งงาน พี่จะขออยู่เป็นโสด”
“ผู้หญิงที่เข้ามาคบกับพี่ทุกคนต่างก็เป็นแบบนั้น”
“มันน่าน้อยใจมากเลยนะคะ ฉันยังจำสัญญาของฉันได้ แต่พี่ไม่เห็นจะจำคำพูดของตัวเองได้เลย รับปากว่าจะเป็นเจ้าบ่าวให้ฉันเองแท้ๆ แต่ตัวเองก็ไปคบกับผู้หญิงอื่นตั้งหลายคน แต่หนึ่งในนั้นก็ยังไม่ใช่ฉันอยู่ดี” หลินซูลี่พูดอย่างน้อยใจ
“พี่ขอโทษ” โจวหยวนเฉิงจับมือหญิงสาวไว้ “แต่ตอนนี้เราเป็นแค่เด็กอายุสิบห้า พูดเรื่องนี้มันยังเร็วไปนะ”
“เร็วอะไรคะ ยุคนี้แหล่ะค่ะยิ่งแต่งงานกันเร็ว”
“เธอฟังพี่ก่อนสิ พี่จะบอกว่าเรามาใช้เวลาศึกษาและทำความรู้จักกันให้มากขึ้นอีกสักสองสามปีเถอะนะ”
“เพื่ออะไรคะ” หลินซูลี่แสร้งถาม ตอนนี้เธอใจเต้นแรงมาก ‘พี่หยวนเฉิงกำลังจะบอกรักเราหรือนี่’
“เธอรอพี่มาหลายชาติภพ ดังนั้นในภพนี้พี่จะเป็นฝ่ายเข้าหาเธอเอง พี่...” โจวหยวนเฉิงยังพูดไม่ทันจบ
“พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ!” หลินเจ๋อตงทิ้งฟืนในมือลงอย่างแรง แล้วรีบเดินเข้าไปหาหนุ่มสาวทั้งคู่ “เจ้ารีบปล่อยมือหลานสาวข้าเดี๋ยวนี้นะ”
“ท่านตา! ท่านตาใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ” หลินซูลี่รีบวิ่งไปขวางหน้าชายชราไว้
“เจ้า...เจ้าถูกเขารังแกแล้วใช่หรือไม่ ตาออกไปเก็บฟืนแค่เดี๋ยวเดียว ไม่น่าเลย ตาไม่น่าทิ้งเจ้าไว้ในถ้ำคนเดียวเลย” หลินเจ๋อตงพูดกับหลานสาวอย่างเสียใจ
“ไม่เจ้าค่ะ เขายังไม่ได้ทำอะไรข้า” หลินซูลี่รีบปฏิเสธ
“แต่เจ้าถูกเขาจับมือแล้วยังกอดเจ้าอีก นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ของลูกผู้หญิง ต่อไปเจ้ายังจะแต่งให้ใครได้อีก”
“นางต้องแต่งให้ข้าคนเดียว ท่านคือท่านตาของลี่เอ๋อใช่หรือไม่ ข้าคือโจวหยวนเฉิงขอรับ”
“เจ้าคือโจวหยวนเฉิงอย่างนั้นหรือ เจ้าคือคนที่ท่านเจ้าอาวาสบอกเอาไว้หรือ ทำไมมันถึงรวดเร็วปานนี้”
“ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไรขอรับ” โจวหยวนเฉิงแสร้งไม่รู้เรื่อง “ก่อนหน้านี้ข้าไปเข้าสอบที่อำเภอ แต่ระหว่างทางมีคนร้ายพยายามที่จะลักพาตัว ข้าก็เลยหนีมาหลบอยู่ในถ้ำนี้ จนได้มาพบพวกท่านนี่ล่ะขอรับ”
“เจ้าอยู่ในถ้ำตั้งแต่ก่อนที่เราสองคนจะเข้ามาแล้วหรือ แล้วเหตุใดเจ้าไม่ปรากฏตัวออกมาก่อนหน้านั้น หรือว่าเจ้ารอที่จะทำมิดีมิร้ายกับหลานสาวข้า” หลินเจ๋อตงถามเสียงเข้ม
“ไม่ใช่นะขอรับ เพียงแต่ที่ข้ายังไม่กล้าออกมาเพราะไม่มั่นใจว่าพวกท่านจะเป็นพวกเดียวกับคนร้ายหรือเปล่า ข้าก็เลยรอให้แน่ใจก่อนเท่านั้นเอง”
“แล้วเหตุใดเจ้ากับนางถึง เอ่อ...ถึงกอดกันได้”
“ข้าเห็นงูก็เลยตกใจเจ้าค่ะ/นางสะดุดล้มขอรับ”
โจวหยวนเฉิงกับหลินซูลี่หันมามองหน้ากันก็ได้แต่คิดว่า ‘แย่แล้ว’ ในโลกอนาคตการจับมือและโอบกอดถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในยุคนี้มันไม่ใช่ การถูกเนื้อต้องตัวกันถือเป็นเรื่องใหญ่มาก หากฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ ฝ่ายหญิงอาจจะต้องกระโดดแม่น้ำเพื่อยันยันความบริสุทธ์แล้ว
“เหตุผลของพวกเจ้านี่มันช่าง...เฮ้อ...แต่ข้าจะลองเชื่อคำพูดของเจ้าก็แล้วกัน” หลินเจ๋อตงชี้ไปที่โจวหยวนเฉิง “อย่าลืมคำพูดของเจ้าที่ว่าจะแต่งกับหลานสาวข้า”
“ข้าไม่ลืมขอรับ เพียงแต่ว่า...ข้าเพิ่งจะอายุสิบห้าเท่านั้น ข้าอยากรอให้อายุครบสิบแปดปีเสียก่อนขอรับ”
อย่างไรหลินเจ๋อตงก็เป็นหมอ อีกทั้งหลานสาวยังเคยอ่านตำราแพทย์ให้เขาฟังว่าผู้หญิงอายุครบสิบแปดปีแล้วถึงจะเหมาะกับการมีบุตร เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งแม่และเด็ก
“ปีนี้ลี่เอ๋อของข้าก็เพิ่งอายุสิบห้า ถ้าเช่นนั้นก็ต้องหมั้นกันไว้ก่อน เจ้าห้ามปฏิเสธ” หลินเจ๋อตงสั่งเสียงเข้ม
โจวหยวนเฉิงกับหลินซูลี่ต่างก็มองหน้ากัน พวกเขาคลาดจากกันมาสองชาติภพ แต่พอมาภพนี้พวกเขายังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์กันเลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาต้องมาหมั้นกันแล้ว ความรักทำไมมันช่างรวดเร็วปุบปับถึงเพียงนี้