ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 ผู้เฒ่าจันทราขอซื้อบุหรี่

    บทที่ 73 ผู้เฒ่าจันทราขอซื้อบุหรี่

         “ตอบแทนด้วยร่างกายไม่ได้ นายเปลี่ยนข้อตกลงเถอะ…”

         ตำรวจหลินหน้าแดง ทันใดนั้นประตูห้องคนไข้ก็ถูกผลักออก

         “เสี่ยวเยว่ หาตั้งนาน มาอยู่ที่นี่นี่เอง”

         คนที่พูดคือผู้ชายที่สวมชุดตำรวจ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มคนหนึ่ง

         “คนนี้คือคนที่ช่วยคุณไว้ตอนนั้นสินะ”

         ชายหนุ่มเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวแล้วจึงยื่นมือไปทางเย่จื่อเฉินพร้อมกับยิ้มให้

         “สวัสดี ฉันจ้าวจื่อหมิง เป็นแฟนเสี่ยวเยว่”

         เย่จื่อเฉินเลิกคิ้ว มองสีหน้าของตำรวจหลินที่อยู่ด้านข้างแล้วจึงยื่นมือออกไปทางจ้าวจื่อหมิง

         “เย่จื่อเฉิน”

         ทั้งคู่เพิ่งจับมือกัน เย่จื่อเฉินก็รู้สึกได้ถึงแรงบีบมหาศาลที่มืออีกทั้งแรงกระชากที่แขนของเขา

         ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาบริเวณบาดแผลที่ไหล่ทันที เย่จื่อเฉินขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่ได้ส่งเสียงแต่ในสีหน้าที่มองจ้าวจื่อหมิงอยู่กลับมีความแปลกใจอยู่มาก

         ดูท่าว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ได้อัธยาศัยดีเหมือนอย่างที่แสดงให้เห็นภายนอกเสียแล้ว

         “มิน่าล่ะคุณตำรวจหลินถึงตอบแทนกันด้วยร่างกายไม่ได้ที่แท้ก็มีแฟนแล้วนี่เอง”

         เย่จื่อเฉินชักมือกลับมาและจงใจพูดเรื่องที่จะให้ตอบแทนบุญคุณกันด้วยร่างกายไม่ผิดจากที่คาดคิดไว้ หลังจากจ้าวจื่อหมิงที่อยู่ด้านข้างได้ยินประโยคนี้สีหน้าก็นิ่งขรึมไปทันที แต่เขากลบเกลื่อนอาการได้เนียนมากจนตำรวจหลินไม่ได้สังเกตเห็นเลย

          “จื่อหมิง เย่จื่อเฉินเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบล้อเล่น”

         ตำรวจหลินอาจกลัวว่าจ้าวจื่อหมิงจะคิดมาก จึงออกปากอธิบาย

         รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มอยู่บนใบหน้าของจ้าวจื่อหมิงเสมอก่อนเขาจะยื่นมือไปลูบผมตำรวจหลินเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

         “ผมเป็นคนใจแคบขนาดนั้นหรือไง เสี่ยวเยว่ คุณบาดเจ็บอยู่จะตอบแทนผู้มีพระคุณก็ต้องพักผ่อน เรากลับห้องพักกันดีกว่านะ”

         ตำรวจหลินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วยิ้มให้กับเย่จื่อเฉิน

         “เย่จื่อเฉิน ฉันไปนะ”

         ก่อนที่ตำรวจหลินกับจ้าวจื่อหมิงกำลังจะเดินออกไปจากห้องของเขา จู่ๆเย่จื่อเฉินก็ได้เรียกเธอเสียก่อน

         “ตำรวจหลินครับ อย่างน้อยก็บอกชื่อคุณให้ผมรู้หน่อยสิ”

         “หลินซีเยว่”

         เมื่อทั้งสองคนออกไปจากห้องคนไข้แล้วเย่จื่อเฉินถึงได้ก้มมองบริเวณไหล่ ปากแผลที่เดิมทีใกล้จะปิดสนิทแล้ว แต่จากการกระตุกแขนของจ้าวจื่อหมิงเมื่อครู้นี้ทำให้ปากแผลปริออกมาอีกครั้ง

         บนสำลีสีขาวสะอาดได้มีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

         “บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามขยับ ทำไมคุณถึงไม่ฟังเลย”

         เย่จื่อเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานของหวงเซิงเหม่ยฟังเธอบ่นอยู่ข้างหู

         “ถ้าผมบอกว่าไม่ใช่ผมที่ทำ หมอจะเชื่อไหม?”

         “คุณคิดว่าฉันจะเชื่อไหม?”

         ตาคู่สวยของหวงเซิงเหม่ยกลอกขึ้นด้านบนแล้วจึงหยิบเอากรรไกรบนโต๊ะขึ้นมาตัดปมบนสำลี

         “เสร็จแล้ว ทีหลังก็ระวังหน่อย ถ้าแผลปริแบบนี้บ่อยมันไม่ดีกับตัวคุณเอง"

         “เข้าใจแล้วครับ”

         เย่จื่อเฉินเบ้ปากอย่างเอือมระอา ก่อนลุกออกจากเก้าอี้เตรียมจะเดินออกไปจากห้องทำงานแต่หวงเซิงเหม่ยกลับเรียกเขาไว้ก่อน

         “เดี๋ยวก่อน”

         เย่จื่อเฉินหยุดการกระทำ เอียงคอมองหวงเซิงเหม่ยด้วยสีหน้าสงสัย

         หวงเซิงเหม่ยเดินถือโทรศัพท์ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะชี้ไปยังรูปที่อยู่บนโทรศัพท์แล้วพูดขึ้น

         “คนในรูปนี้คือคุณใช่ไหม?”

         เหลือบมองโทรศัพท์แวบหนึ่งฉากในรูปคือทางเดินด้านนอกห้องฉุกเฉินของคุณซู ส่วนคนที่อยู่ตรงกลางรูปก็คือเขาจริงๆ

         “ทำไมครับ?”

         เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้นหวงเซิงเหม่ยขบกัดริมฝีปากเล็กน้อยแล้วจึงพูดขึ้น

         “คุณจะบอกว่าคนในรูปคือคุณ?”

         “ครับ”

         เย่จื่อเฉินตอบกลับโดยไม่ต้องคิด มันก็ไม่มีอะไรต้องปฏิเสธ ตอนนั้นแพทย์ที่อยู่บริเวณนั้นก็มีหลายคนถ้าหวงเซิงเหม่ยอยากรู้จริงๆแค่ดึงใครสักคนมาถามก็สามารถชี้ตัวเขาได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

         เมื่อหวงเซิงเหม่ยได้ยินคำตอบของเขา ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับอยู่นาน

         เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นปัดไปมาตรงหน้าเธอแล้วพูดขึ้น

         “มีอะไรอีกไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วผมไปนะ”

         อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบกลับมาเช่นเดิมเย่จื่อเฉินจึงเม้มปากแล้วก็เดินออกไปจากห้องทำงานไป

         จนเมื่อเห็นว่าเขาปิดประตูแล้วหวงเซิงเหม่ยถึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปบนหน้าจอในหัวมีแต่คำตอบของเย่จื่อเฉินเมื่อครู่นี้

         “เป็นไปได้ยังไง”

         หวงเซิงเหม่ยยีหัวอย่างแรง ทึ้งผมจนเป็นก้อนยุ่งเหยิง

         รูปนี้เป็นรูปที่เพื่อนเธอส่งมาให้ แล้วบอกว่าคนในรูปเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตคนที่ศาสตราจารย์เจิ้งเฉิงไม่สามารถช่วยได้ให้รอดชีวิตกลับมาอีกครั้ง

         หลังจากที่เธอได้รับรูปมาเธอก็แต่งตั้งให้คนนี้เป็นพ่อเทพบุตรทันที

         นึกจินตนาการอยู่ในใจว่าเมื่อไรจะได้เจอหน้าพ่อเทพบุตรจนเมื่อเธอได้มาเจอกับคนไข้ที่ชื่อว่าเย่จื่อเฉินคนนี้

         ไม่ว่าเธอจะมองยังไง เธอก็รู้สึกแต่ว่าเย่จื่อเฉินคือคนในรูป

         วูบหนึ่งที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นบ้า เพื่อเป็นการปฏิเสธความคิดของเธอเมื่อครู่นี้เธอถึงได้ถามเย่จื่อเฉินออกไป

         แต่ว่า…

         เขาตอบว่าใช่

         ไม่ว่าจะมองยังไงก็คิดไม่ออกว่าสองคนนี้จะเป็นคนเดียวกันได้เลย

         เย่จื่อเฉินที่เธอรู้จัก กับเทพบุตรในรูป…

         หวงเซิงเหม่ยรู้สึกว่าจะเป็นบ้าแล้วจริงๆ

         อันที่จริงเย่จื่อเฉินมองว่าการที่ได้รับบาดเจ็บมันก็ไม่เลวเหมือนกันอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องไปเข้าเรียนวิชาเอกได้อย่างเปิดเผย

         เดินเล่นฮัมเพลงอยู่ด้านล่างตึกโรงพยาบาลได้สองรอบ จู่ๆโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นมา

          ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียน

         ตาแก่คนนี้ทักมาหาเขาทำไม

         ยืนพิงอยู่ใต้ต้นไม้ด้านล่างของโรงพยาบาล เย่จื่อเฉินทำการส่งข้อความตอบกลับเขา

          เย่จื่อเฉิน : อยู่

          ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียนเจ้าไม่ยุติธรรมเลยนะ

          เย่จื่อเฉิน : เป็นอะไร?

         แบบนี้มันชักจะทำให้เย่จื่อเฉินรู้สึกแปลกใจแล้วนะ

         ผู้เฒ่าจันทรา : เจ้าส่งบุหรี่ให้ไท่ซางเหล่าจวินตั้งห้ากล่องเมื่อกี้เขาเพิ่งเอามาอวดข้า แล้วก็ให้ข้ามามวนหนึ่งพอข้าดูดดูถึงได้รู้สึกว่าบุหรี่ที่เจ้าให้เขามันดีกว่าของข้าตั้งเยอะ

         พรูดดด!

         ที่แท้ก็เรื่องนี้เนี่ยนะ เย่จื่อเฉินนึกว่าจะมีเรื่องอะไรเสียอีก

          เย่จื่อเฉิน : ไท่ซางเหล่าจวินเอายาฟื้นคืนชีพเก้าระดับมาแลกเปลี่ยนกับข้าถ้าหากท่านผู้เฒ่าจันทราอยากได้บุหรี่ดีๆ ก็สามารถเอาของมาแลกได้

          ผู้เฒ่าจันทรา : ได้สหายเซียนเจ้าบอกมาเลยว่าอยากได้อะไร

         ผู้เฒ่าจันทราตอบกลับมาด้วยความดีอกดีใจดูท่าว่าตาแก่บนสวรรค์สองคนนี้จะเริ่มกันแล้วสินะ

         เริ่มแล้วก็ดีเลย เรื่องนี้เย่จื่อเฉินมีแต่ได้กับได้ไม่เสียเปรียบเลยสักนิด

         จะเอาอะไรดี ก็ต้องให้เขาคิดดูก่อน

         ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผู้เฒ่าจันทราสามารถทำได้ก็คือจับคู่ให้ผู้คนและให้แต่งงานกัน

          ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวของเขามีมากพอแล้วไม่ต้องให้ผู้เฒ่าจันทราจับคู่ให้แล้ว

         ทันใดนั้นเย่จื่อเฉินก็นึกถึงฟังก์ชันอันใหม่ที่เป็นแอปเถาเป่าขึ้นมาได้

          เย่จื่อเฉิน : ข้าอยากได้วิทยายุทธ์

          เย่จื่อเฉิน : เอ่อ…สหายเซียนเจ้าต้องเข้าใจนะว่าวิทยายุทธ์มันคือสิ่งสำคัญมากสำหรับเซียนอย่างเรา

          เย่จื่อเฉิน : วิทยายุทธ์สำคัญหรือศักดิ์ศรีสำคัญกว่ากันแน่ อีกอย่าง บุหรี่ของข้าไม่ใช่สิ่งของหายากหรอกเหรอ?

         ทางฝั่งผู้เฒ่าจันทราตกอยู่ในความเงียบดูท่าว่าเขาก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน

         เนิ่นนาน ในที่สุดทางฝั่งของผู้เฒ่าจันทราก็มีการเคลื่อนไหว

          ผู้เฒ่าจันทรา : แลกเปลี่ยนยังไง

          เย่จื่อเฉิน : 500 วิทยายุทธ์ต่อบุหรี่จงฮวาหนึ่งกล่อง 220 วิทยายุทธ์ต่อบุหรี่อี้ซีหนึ่งกล่อง ท่านเลือกเลย

          ผู้เฒ่าจันทรา : เอาบุหรี่จงฮวามาให้ข้าสิบกล่อง

          เย่จื่อเฉิน : แหะๆ จ่ายเงินก่อนของไปทีหลัง

         ติ๊ง!

         ผู้เฒ่าจันทราไม่พูดให้มากความ ก็ส่งอั่งเปาซองใหญ่เข้ามาเลย

         คุณได้รับอั่งเปาของผู้เฒ่าจันทรา

          วิทยายุทธ์ ×5,000

         เมื่อเห็นวิทยายุทธ์ 5,000 ที่ได้กำไรมาเย่จื่อเฉินก็นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

         นับรวมกับอันก่อนที่มีอยู่ 3,000 วิทยายุทธ์ตอนนี้ในมือของเขาก็มีอยู่ 8,000 วิทยายุทธ์แล้ว

         เข้าใกล้กลยุทธ์เนตรอัคคีไปอีกก้าว

         เมื่อได้รับวิทยายุทธ์เข้ามายังบัตรเซียนแล้วเย่จื่อเฉินจึงส่งข้อความไปในผู้เฒ่าจันทรา

         “รอเดี๋ยว จะรีบส่งให้ท่านเดี๋ยวนี้”

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน