โรงปั้นขนาดเล็ก
ความเข้าใจที่มากขึ้นนี้สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับกัสเป็นอย่างมากยิ่งหันกลับไปมองยังป่าไผ่ที่ถูกเป่าจนหายไปเกือบครึ่งด้วยทักษะที่คุ้นเคยดีอย่างราชสีห์คำรามแล้วกัสก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีแรงกระตุ้นที่ทรงพลังอยู่ภายใน
ความกระหายอยากที่จะพัฒนาตัวเองนั้นรุนแรงราวกับเปลวไฟมันแทบจะเผาผลาญความยับยั้งชั่งใจของเขาจนมอดไหม้
จนกระทั่งวินาทีที่กัสหันหลังกลับไปมองดินแดนของเขามองดูบ้านของอิจิโกะกับน้องที่ตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร
ช่วงเวลานั้นความกระหายอยากที่เร่าร้อนก็สงบนิ่งลงในทันทีระยะห่างของป่าไผ่ทิศทางของการคำรามไปจนถึงความเสียหายที่ได้รับหากวัดระยะให้ดีแล้วละก็พื้นที่ที่ถูกทำลายด้วยเสียงคำรามนั้นก็กว้างเกือบจะเท่าๆกับระยะห่างระหว่างป่าไผ่กับบ้านหลังน้อยของอิจิโกะกับน้องเลย
วินาทีนั้นหัวใจของกัสเย็นยะเยือกขึ้นมาทันทีเขายังจำภาพที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นได้ดีภาพของชั้นบรรยากาศที่สั่นไหวเป็นระลอกคลื่นภาพของลำแสงไร้สีที่พวยพุ่งออกไปจากปากของเขาเป่าป่าไผ่เกือบครึ่งจนหายไปก่อนจะทะลวงผ่านความว่างเปล่าที่อยู่นอกดินแดนออกไป
‘ไม่ดี..ไม่ดีแน่แบบนี้ เมื่อคืนนี้ข้า..’
กัสแทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อตระหนักถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
พลังทำลายล้างของทักษะราชสีห์คำรามนั้นทรงพลังถูกใจเขาอย่างมากแต่เขาก็ลืมนึกไปจริงๆ ว่าหากเมื่อคืนนั้นเขาไม่ได้หันหน้าไปทางด้านนอกแต่หันไปทางบ้านหลังน้อยของอิจิโกะกับน้องจะเป็นยังไง
เพียงแค่คิดหัวใจของกัสก็เย็นเยียบความคิดที่จะฝึกฝนและทดลองอีกครั้งหายไปจากหัวใจในทันทีเมื่อตระหนักว่าวิธีการนี้ดูเหมือนจะมีอันตรายต่อคนอื่นมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
‘รอก่อน..ข้าต้องอดทนเอาไว้ก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้’
กัสพยายามสูดลมหายใจที่เย็นเยือกของตัวเองเข้าไปลึกๆ และพยายามสงบใจไม่คิดถึงความน่าจะเป็นที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับเขาอย่างสุดความสามารถ
ไม่นานนักกัสก็สงบใจลงได้และค่อยๆมองออกไปรอบตัว มองดูแปลงผักแล้วยิ้มฝืนๆ มองดูโรงปั้นพื้นฐานแล้วยิ้มขม
“ข้าโชคดีจริงๆ หากข้าหันไปผิดทางแล้วละก็ต่อให้ไม่ถูกอิจิโกะกับน้อง แปลงผักของข้าก็คงเสียหายหรืออาจจะทำลายโรงปั้นไปแล้วก็เป็นได้”
ถึงตอนนี้กัสก็ตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมีความเสี่ยงสูงขนาดไหนและตัวเขาโชคดีขนาดไหนที่หันไปถูกทาง
คิดแล้วหัวใจของกัสก็เย็นเยียบไปทั้งดวงก่อนจะสลัดความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวทิ้งไปจากนั้นจึงหันเหความสนใจกลับไปยังงานที่ต้องทำ
“ตามแผนของเราก่อนอื่นต้องเพิ่มระดับโรงปั้นพื้นฐานให้กลายเป็นโรงปั้นขนาดเล็กก่อนสินะ..จากนั้นก็สะสม DP ไปสร้างดินแดนย่อย..ถึงตอนนั้นค่อยเริ่มฝึกอีกครั้งก็ยังไม่สาย”
เมื่อวางแผนจนแล้วเสร็จกัสก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้งคราวนี้เขาออกแรงเต็มที่พยายามนวดดินมาทำเป็นอิฐให้มากที่สุดรวมกับการเผาครั้งก่อนจำนวนพันก้อนก็ได้ DP มาจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
มูลค่าของอิฐที่ทำด้วยแม่พิมพ์นั้นมีมูลค่าเช่นเดียวกับครั้งก่อนอยู่ที่10 ก้อนต่อ 1 DP ก้อนอิฐ 1พันก้อนที่ทำออกมารวดเดียวก็ได้ไปถึง 100 DP ยิ่งทำให้กัสรู้สึกตื่นเต้นยินดีมากยิ่งขึ้นไปอีก
การผลาญดินที่เก็บมาได้ด้วยร่างกายนั้นกินแรงกายแรงใจของกัสไปมหาศาลทีเดียวซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับการปั้นของอิจิโกะกับน้อง
ทว่ามันก็มีข้อดีอยู่ตรงที่มันง่ายกว่าเร็วกว่าแต่ก็มีข้อเสียตรงที่มันสิ้นเปลืองดินเป็นอย่างมากดังนั้นจึงทำได้เฉพาะช่วงเวลาที่ทรัพยากรดินล้นเพียงเท่านั้น
หากไปทำแบบนี้ในตอนที่ดินขาดแคลนแล้วละก็มันคงเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองและชวนให้ปวดใจมากทีเดียว
ปริมาณดินที่ทำก้อนอิฐ10 ก้อนนี้เทียบได้กับปริมาณดินที่ใช้ทำไหดินเผาถึง 2 ใบถ้าไม่ติดว่าดินมันเยอะเกินกว่าจะใช้ไหวแล้วละก็ กัสเองก็ไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่
ด้วยการช่วยเหลือของกัสที่มาทำงานหนักด้วยแรงกายแรงใจของตัวเองทำให้เขาสามารถย่นระยะเวลาในการสะสมDP ลงไปได้ถึง 3 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วันถึงจะสะสม DP ได้มากพอที่จะเพิ่มระดับให้กับโรงปั้น
เมื่อDP สะสมได้ถึงกำหนดกัสก็ไม่รอช้าจัดการเปิดระบบของดันเจี้ยนและทำการเพิ่มระดับของสิ่งก่อสร้างพื้นฐานอย่างโรงปั้นในทันที
ช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอมาถึงในที่สุดเด็กสาวทั้งห้ายืนล้อมวงรอบๆ กัสด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นยินดีจนกระทั่งกัสกดยืนยันการเพิ่มระดับเขาก็หันกลับไปและยิ้มให้กับทุกคน
“ออกไปดูกัน!!”
ทันทีที่พูดจบกัสก็วิ่งนำออกไปก่อนใครและตามมาด้วยเด็กสาวทั้งห้าที่ไล่ตามมาด้วยความตื่นเต้นยินดียิ่งออกมาแล้วได้เห็นแสงสว่างสาดส่องมาจากทิศทางที่โรงปั้นตั้งอยู่เด็กสาวทั้งห้าก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ
กัสเองก็ยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากเขารู้สึกว่ากำลังประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ทั้งที่ในความเป็นจริงนี้เป็นเพียงการเพิ่มระดับจากสิ่งก่อสร้างขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กเท่านั้นเอง
ทว่าการสร้างมันขึ้นมาได้ใน2 เดือนนับจากเริ่มต้นเช่นนี้ไม่ว่าใครหากได้ยินก็ต้องตกใจทั้งสิ้น ยิ่งถ้ารู้ว่ากัสมีกำลังคนเพียง5 คนเท่านั้นและมีต้นทุนเพียง 100 DP ก็สมควรตกใจมากขึ้นไปอีก
จากโรงปั้นพื้นฐานที่มีสภาพเหมือนเพิงไม้ที่ไม่มีผนังกั้นและมีเพียงเตาเผาเท่านั้นที่ดูเหมือนสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ
ในตอนนี้ขนาดของมันใหญ่ขึ้นมากซึ่งถ้ารวมกับขนาดที่ได้เพิ่มมาจากการยืดขยายพื้นที่ด้วยการสร้างแบบกำหนดเองด้วยแล้วละก็ขนาดของโรงปั้นขนาดเล็กในตอนนี้ก็นับว่าใหญ่กว่าปกติถึง 1 เท่าตัวเลยทีเดียว
การขยายตัวของโรงปั้นนั้นเป็นการขยายแบบยืดออกไปด้านหลังเพียงทิศทางเดียวตามแบบพื้นฐานแล้วโรงปั้นขนาดเล็กจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ มากนักจะมีก็เพียงอาคารไม้ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาที่ด้านหลังของโรงปั้นเท่านั้น
พื้นที่แบบเดิมนั้นโรงปั้นพื้นฐานจะมีขนาดกว้างและยาว10 เมตรเท่าๆ กัน เมื่อทำการเพิ่มระดับเป็นโรงปั้นขนาดเล็กมันก็จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 100 ตารางเมตรซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นแบบต่อท้ายของสิ่งก่อสร้างเดิม
แต่เนื่องจากโรงปั้นพื้นฐานหลังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยกลวิธีสร้างแบบกำหนดเองและทำให้มันมีขนาดใหญ่กว่าปกติอยู่แล้ว1 เท่า
เมื่อมันถูกเพิ่มระดับแทนที่จะเพิ่มขึ้นมา 100 ตารางเมตรมันก็กลายเป็น 200ตารางเมตรแทนเพราะพื้นที่ส่วนที่ยืดขยายออกมาเพราะการสร้างแบบกำหนดเองนั้นได้รับการขยายออกไปด้านหลังเช่นเดียวกับพื้นที่ปกติด้วย
ผลลัพธ์นี้ทำให้กัสยิ้มกว้างด้วยความพอใจก่อนจะมองไปยังอาคารไม้ที่ปรากฏขึ้นซึ่งมีความกว้างเพียง5 เมตร แต่มีความยาวถึง 20 เมตรเลยทีเดียว
“สุดยอด!!นี่มันยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะเนี่ย!”
กัสเดินเข้าไปดูโรงปั้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจต่อผลลัพธ์ที่ได้มาจากความพยายามของเขาโดยเฉพาะพื้นที่พิเศษที่ได้มาจากการใช้เทคนิคเฉพาะจนมันขยายใหญ่กว่าเดิมได้แบบนี้
“ไปดูอาคารไม้กันก่อนก็แล้วกัน”
หลังจากพูดจบกัสก็เดินนำไปทันที เด็กสาวทั้งห้าก็ติดตามไปด้วยความสนใจเพราะอาคารไม้นั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษซึ่งมันต้องมีความพิเศษอะไรสักอย่างเป็นแน่ถึงทำให้มันเพิ่มขึ้นมาแบบนี้
เมื่อเข้าไปในอาคารไม้กัสก็รู้สึกได้ในทันทีว่าอากาศภายในนี้ต่างจากข้างนอกอุณหภูมิมันไม่สูงเท่าและติดจะเย็นๆ หน่อย ทั้งยังให้ความรู้สึกแห้งเป็นพิเศษจนทำให้รู้สึกประหลาดใจ
“พี่กัส..หนูรู้สึกว่าข้างในนี้มันแปลกๆ อะ”
“ข้าเองก็เหมือนกันเจ้าค่ะท่านกัส ข้ารู้สึกว่า..มันเย็นๆ แล้วก็ แห้งๆ”
“ข้าเองก็เหมือนกัน..บางทีอาคารหลังนี้น่าจะมีไว้เก็บเครื่องปั้นดินเผาเพื่อทำให้มันแห้ง เจ้าคิดว่าไงอิจิโกะด้วยความชื้นในอากาศที่ต่ำ รวมไปถึงอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติเจ้าคิดว่าถ้าเก็บผลงานที่ปั้นเสร็จใหม่ๆ ไว้ในนี้มันจะทำให้แห้งเร็วขึ้นไหม”
แม้ว่าชีวิตก่อนของกัสจะไม่เคยสร้างโรงปั้นแบบนี้มาก่อนแต่เขาเคยสร้างโรงงานชนิดอื่นและรู้ดีว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการเพิ่มระดับในแต่ละครั้งจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทบทั้งสิ้น
เมื่อคิดถึงงานปั้นที่กินเวลานานในการรอผลงานแห้งแล้วกันก็คิดว่าอาคารหลังนี้สมควรที่จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเร่งความเร็วในด้านนี้อย่างแน่นอน
อิจิโกะเองพอถูกกัสถามนำมาแบบนี้เธอก็เริ่มคิดและตระหนักได้ในทันทีว่ามันมีความเป็นไปได้สูงมาก
“มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวเจ้าค่ะที่สำคัญมันมีชั้นวางจำนวนมากอีกด้วยข้าคิดว่าสิ่งที่ท่านกัสพูดคงไม่ผิดแล้วละเจ้าค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็พยักหน้าด้วยความพอใจ แต่เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความคิดนี้ถูกต้องยังไงก็ต้องทดลองดูก่อนว่าจริงหรือไม่
“ถ้างั้นเจ้าก็ทดสอบมันดูแล้วกันนะอิจิโกะ..เอาละเราไปดูส่วนอื่นกันต่อ”
หลังจากมองดูอาคารไม้ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเย็นและอากาศที่แห้งแล้วกัสกับเด็กสาวทั้งห้าก็ออกไปดูอย่างอื่นบ้าง
ตั้งแต่ลานกว้างที่เพิ่มเข้ามามองดูพื้นที่ปูด้วยหินเรียบสนิทจนทำให้กัสรู้สึกชอบใจแบบแปลกๆ ต่อพื้นลานนี้
“ถ้าใช้ลานกว้างนี้มาสร้างก้อนอิฐละก็ น่าสนใจไม่เลวเลย”
ทุกคนเองก็เห็นด้วย ไม่ว่าจะความแห้งของพื้นหินความเรียบที่เสมอกันทั้งหมด รวมไปถึงพื้นที่บริเวณที่กว้างและมีพื้นที่เป็นสัดส่วนซึ่งเหมาะแก่การทำก้อนอิฐมากยิ่งกว่าพื้นที่โล่งด้านนอกมาก
ต่อจากนั้นทุกคนก็เดินไปชมของอย่างอื่นต่อไม่ว่าจะเป็นเตาเผาที่มีความสูงเพิ่มขึ้นอีก 2 เมตรมันสูงจนทะลุหลังคาไปแล้วด้วยซ้ำ ทั้งยังมีปล่องควันที่ใหญ่ขึ้นและมีผลึกเวทอยู่ที่ประตูถึง2 ก้อนด้วยกัน
เห็นแบบนั้นกัสก็ตระหนักว่าความต้องการความร้อนของมันคงจะเพิ่มมากขึ้นและเริ่มคิดที่จะซื้อผลึกเปลวไฟขั้นต่ำมาเพิ่มสักหน่อย
ต่อจากนั้นก็เดินไปดูส่วนของที่ทำงานกัสก็ต้องหยุดนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นพื้นที่ปั้นส่วนแรกที่มีความเปลี่ยนแปลงในขณะที่ส่วนอื่นนั้นยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเสีย DP เพิ่มอีกแล้วสินะ”
กัสยิ้มขำๆให้กับความงกของดันเจี้ยนที่เพิ่มระดับให้เฉพาะที่ทำงานชุดแรกที่มาพร้อมกับโรงปั้นแต่ไม่เพิ่มระดับที่ทำงานชุดที่สองและสามที่ซื้อมาเพิ่ม
สุดท้ายกัสก็เดินไปดูบ่อดินที่มีขนาดเท่าเดิมแต่สร้างจากวัตถุดิบที่ดีขึ้นและที่สำคัญมันมีความสูงมากยิ่งขึ้น
และก็เช่นเดิมมันเพียงเปลี่ยนให้กับบ่อดินบ่อแรกที่มาพร้อมกับโรงปั้นแต่ไม่ส่งผลใดๆ ต่อบ่อดินบ่อที่สองที่กัสซื้อมาเพิ่มทีหลัง
เห็นแบบนั้นกัสก็ทำได้เพียงส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะปลอบใจตัวเองว่าไม่ควรโลภไปมากกว่านี้
“เอาเถอะแค่นี้ก็พอแล้วละ ต่อจากนี้ก็ลองดูนะอิจิโกะนิโกะ ซันโกะ”
“เจ้าค่ะ! ขอบพระคุณท่านกัสมากนะเจ้าค่ะที่ยอมทำตามคำขอของพวกเรา”
ท่าทางสำนึกในพระคุณของอิจิโกะกับน้องนั้นทำให้กัสได้แต่ยิ้มน้อยๆพลางโบกมือเบาๆให้กับทั้งสามก่อนจะสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันออกไปทำงานต่อหลังจากเสียเวลามาเดินดูโรงปั้นใหม่มานานแล้ว
น้องสาวทั้งสองของกัสเองก็ดูจนพอใจแล้วเลยไม่คิดที่จะปฏิเสธแยกย้ายกันออกไปทำงานทันทีส่วนตัวกัสนั้นก็เริ่มมองดูพื้นที่รอบๆและอยู่กับอิจิโกะอีกครู่หนึ่งเพื่อดูว่าความเปลี่ยนแปลงของโรงปั้นนั้นแท้จริงแล้วมีมากขนาดไหน
สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบก็คงไม่พ้นสูตรการสร้างดินสำหรับปั้นว่ามีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหนระดับความเร็วในการผลิตรวมไปถึงขีดจำกัดในการเก็บของมัน
เด็กสาวทั้งสามลงไปนั่งบนเก้าอี้ของตัวเองทันทีจากนั้นก็ลงมือทำงานอย่างที่เคยทำและก็เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทันทีที่เริ่ม
ที่ทำงานของอิจิโกะที่ได้รับการเพิ่มระดับไปพร้อมกับโรงปั้นนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมากไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการผลิตดินตามสูตรที่เร็วกว่าถึงหนึ่งเท่าตัวไหนจะระบบเสริมที่ช่วยส่งผลงานที่ปั้นแล้วไปยังชั้นวางด้านหลังให้อีก
สิ่งนี้ทำให้งานของอิจิโกะเดินหน้าไปได้เร็วกว่าเดิมมากและค่อยๆเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นไปทุกขณะเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับมัน
ใน10 นาทีอิจิโกะปั้นไหไปแล้วถึง 3 ใบยิ่งปั้นเธอก็ยิ่งคล่องและรู้สึกถูกใจที่ทำงานใหม่ของตัวเองเป็นที่สุดแตกต่างจากนิโกะกับซันโกะที่มองมาด้วยความอิจฉา
เห็นแบบนั้นกัสก็หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะรีบปลอบใจเด็กสาวทั้งสองไม่ให้อิจฉาอิจิโกะมากจนเกินไป
“ไม่ต้องมองแบบนั้น เอาไว้ขายผลงานของวันนี้แล้วข้าจะเพิ่มที่ทำงานให้พวกเจ้าทันทีดูจาก DP ที่ต้องใช้แล้ว น่าจะประมาณที่ละ 100 DP รายรับในวันนี้ของพวกเราจ่ายได้สบายๆ”
“พูดจริงนะเจ้าค่ะท่านกัส!!”
“แน่นอน ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกพวกเจ้าอยู่แล้วอีกอย่างพวกเจ้าคือกำลังหลักของโรงปั้นนี้หากไม่เพิ่มประสิทธิภาพให้พวกเจ้าแล้วข้าจะทำอะไร”
พูดจบแล้วกัสก็ไม่รอให้สองสาวคอยนานเขาเดินไปยังจุดที่มีการวางไหเคลือบดินเผาแล้วจัดการวางเรียงมันลงบนแท่นหินที่อยู่ด้านหน้าโรงปั้นอย่างรวดเร็ว
นิโกะกับซันโกะเองก็รีบมาช่วยด้วยส่วนอิจิโกะนั้นกัสบอกให้เธอปั้นต่อไปเพื่อทดแทนส่วนที่ล่าช้าของนิโกะกับซันโกะ
กัสกับสองสาวใช้เวลานานหลายชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะขนไหเคลือบดินเผาทั้ง100 ใบไปวางขายได้ จากนั้นก็ตามมาด้วยก้อนอิฐอีก 1พันก้อนที่ทำเอากัสถึงกับหอบเลยทีเดียวเพราะน้ำหนักของพวกมันจนต้องหันมามองอิจิโกะกับน้องอีกหลายครั้งด้วยความสงสัยว่าพวกเธอมีแรงขนของพวกนี้มาขายได้ไงทุกวันๆ
ที่สำคัญคือนอกจากขนของพวกนี้ออกมาขายแล้วพวกเธอยังต้องขุดดินเหนียวมาเติม จากนั้นปั้นไหดินเผา นำไปวางตากลมให้แห้งแล้วก็นำเข้าเตาเผาคอยเติมฟืนเฝ้าดูความร้อนกว่าจะเสร็จงานถึงได้ปล่อยให้เตาเย็นตัวลงตลอดค่ำคืนถึงจะนอนได้
จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาตอนเช้านำไหที่เผาแล้วออกจากเตาแยกส่วนที่เคลือบแล้วไปขาย ส่วนที่ยังไม่เคลือบก็นำไปเคลือบซ้ำ ตากลมให้แห้งนำส่วนที่แห้งแล้วของเมื่อวานเข้าเตาเผา
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกนับถือและเริ่มคิดขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ว่าเขานั้นใช้งานพวกเธอหนักเกินไปหรือไม่
ก่อนหน้านี้เขามองเพียงการปั้นที่เหนื่อยยากเลยหยุดพวกเธอไว้ที่100 ใบต่อวันแต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าที่เขาหยุดเอาไว้นั้นได้ช่วยให้พวกเธอได้มีเวลาพักเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่
หรือว่ามันแทบไม่ได้ช่วยอะไรพวกเธอเลยก็ไม่อาจบอกได้
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกยิ้มยากขึ้นทุกทีพลางกดขายและทำการเพิ่มระดับของชุดทำงานอีกสองชุดในโรงปั้นก่อนทำให้นิโกะกับซันโกะส่งเสียงร้องด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งไปยังชุดทำงานของพวกเธอแล้วเริ่มปั้นไหออกมาอย่างสนุกสนาน
ภาพของเด็กสาวที่มีความสุขกับการทำงานนี้ทำให้กัสหมดสิ้นคำพูดในที่สุดเขายิ้มและมองดูพวกเธออยู่เงียบๆก่อนจะหันไปมองบ่อดินที่สามารถเห็นปริมาณดินที่ลดลงได้ด้วยตาเปล่า
“ข้าช่วยขุดดินก็แล้วกันนะ!!”
กัสส่งเสียงตะโกนทิ้งท้ายเอาไว้ครั้งหนึ่งก็พาตัวเองไปยังบ่อดินทำการขุดและตักดินกลับขึ้นมาทีละสองถังใหญ่เขาใช้ไม้คานแบกขึ้นมาอย่างมั่นคงทีละสองถังๆ แต่ก็ยังไม่อาจชดเชยปริมาณดินที่อิจิโกะกับน้องผลาญไปกับการปั้นไหได้เลยสักนิด
ยิ่งขุดกัสก็ยิ่งรู้สึกว่างานมันหนักแต่เขาก็ยิ้มกว้างด้วยความพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นของเขา
แม้ว่าการทดลองครั้งก่อนจะจบลงด้วยหายนะของป่าไผ่แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ได้ปรากฏให้เขาเห็นแล้ว
กัสรู้สึกว่าการหายใจของเขามีประสิทธิภาพขึ้นมากหัวใจเองก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมจนทำให้เขาเหนื่อยยากมากขึ้น
แถมยังปลดปล่อยพลังออกมาได้หนักหน่วงกว่าเดิมเขารู้สึกว่าดินที่แบกมาถึงสองถังใหญ่ซึ่งหนักไม่ต่ำกว่า 100กิโลกรัมนั้นเบาไปเลยทีเดียว
ความเปลี่ยนแปลงนี้กระตุ้นให้กัสทำงานหนักมากขึ้นหนักจนทำให้อิจิโกะกับน้องถึงกับแสดงท่าทีเป็นห่วง
แต่เมื่อกัสหันมาส่งยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อสีหน้าของเด็กสาวทั้งสามก็ผ่อนคลายลงและเริ่มทำงานของพวกเธอต่อไป
‘ในเมื่อยังทดลองตอนนี้ไม่ได้..งั้นก็ขอทดสอบสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปก่อนก็แล้วกัน’
กัสคิดอยู่ในใจขณะที่ปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่ขุดดินถังแล้วถังเล่าวิ่งขึ้นวิ่งลงบ่อดินไม่ได้หยุด เขาเทดินลงไปทีละถังสองถังยิ่งขุดก็ยิ่งมัน ยิ่งมันก็ยิ่งเร็ว ไปๆ มาๆ กัสเกือบจะตามทันการผลาญดินของอิจิโกะกับน้องได้บ้างแล้ว
แต่ก็ยังมองเห็นดินที่ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วได้อย่างชัดเจนเนื่องจากปริมาณไหที่อิจิโกะกับน้องปั่นนั้นเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียว