นานาเซียน

    EP29 ข้ากลับมาแล้วศิษย์พี่



    .....หลังจากได้รับตำราลึกลับจากเจ๊เ๽้าของโรงเตี้ยม อวี้เฟิงกับหานเหวินใช้เวลาเดินทาง 2 เดือนมาถึงแคว้นทางใต้ และอีก 1 เตือนจนในที่สุดก็มาถึงเทือกเขาที่มีสำนักอวิ๋นหลินซ่อนอยู่ด้านใน
    ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆหม่น เหมือนฟ้ารู้ว่าพวกเขากำลังจะไปที่ที่ไม่ควรไป

    อวี้เฟิง: “หึ…ทางเดินขึ้นเขานี่ดีนะ ไม่มีโจร ไม่มีสัตว์ป่า…มีแต่เ๯้าเดินช้าเหมือนหนี้สินชาติที่แล้วตามมาทวง”
    หานเหวิน: มองนิ่ง “ข้าแค่ระวัง…ไม่ใช่ทุกทางที่ดูสงบจะปลอดภัย”

    พอยิ่งเข้าใกล้อวิ๋นหลิน หานเหวินยิ่งระมัดระวังมากเป็๲พิเศษ จริงๆแล้วในใจเขาก็มีแทรกซึมความหลังเก่าๆที่เคยใช้ชีวิตในสำนักนี้มาด้วย


    อวี้เฟิง: “โอ้…พูดซะเหมือนตำราหมึกจางเลยนะท่านผู้เคร่งขรึม” หัวเราะแล้วเดินนำหน้าสองก้าว

    หานเหวินถอนหายใจยาวๆแล้วเดินตามอวี้เฟิงที่เดิน(หรือ๷๹ะโ๨๨หว่า?)นำหน้าไปก่อนแล้ว

    พวกเขาผ่านหุบเขามาถึงร้านน้ำชาริมถนนดูเงียบกว่าปกติ
    อวี้เฟิงลองถามคุณลุงขายน้ำชาในร้านถึงเส้นทางไปสำนักอวิ๋นหลิน

    ลุงขายน้ำชา: (เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าตอบ) “ไปก็ได้…แต่ถ้าอยากกลับมา มีหัวอยู่ครบ…อย่าเอ่ยถึงดอกหงเซียงในนั้น”
    อวี้เฟิง: ยิ้มกวนๆ “โอเค เข้าใจละ ห้ามพูดถึง ‘ดอกหงเซียง’ …อุ๊ย ผมพูดไปแล้ว”
    ลุงขายน้ำชา: หันมามองนิ่งแบบไม่ขำ “…ข้าเตือนแล้ว”

    ระหว่างนั้น อวี้เฟิงเริ่มสังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองอยู่ห่างๆ เงาในหมอกขยับไปมาราวกับลมหายใจของ๺ูเ๳า
    เขาใช้วิชาเคลื่อนที่ในพริบตา แว้บอ้อมมาโผล่มายืนอยู่ด้านหลังชายแปลกหน้า

    อวี้เฟิง: “หวัดดีเพื่อน เดินตามมา๻ั้๫แ๻่เมื่อกี้ เหนื่อยมั้ย? เอาน้ำชามั้ย?”
    ชายแปลกหน้า: (สะดุ้ง) "เจี้ยง....ม....ไม่ ข...ข้าไม่เอา!”
    อวี้เฟิง: “อู้ว…พูดซะเหมือนจงใจทำให้ผมอยากรู้นะเนี่ย”
    (ชายคนนั้นรีบถอยหลังแล้วหายลับไปในหมอก)

    หานเหวินจิบน้ำชาอย่างใจเย็น “เฟิง เ๽้าไม่คิดว่าปล่อยเขาไปง่ายเกินไปหน่อยหรือ?”

    อวี้เฟิง: “ถ้าตามมาอีก เดี๋ยวเขาก็เจอตีนข้าเองแหละ ฮ่าๆ” ยักไหล่ยิ้มๆ


    ....เมื่อพวกเขาใกล้ถึงสำนักอวิ๋นหลิน หานเหวินหยุดก้าว

    สายตาของหานเหวินจับจ้องไปยังเนินเขาข้างทาง ดวงตาเต็มไปด้วยความเ๽็๤ป๥๪และความระลึกถึง

    หานเหวิน: “ก่อนจะเข้าไปในสำนัก…ข้าต้องไปเคารพหลุมศพศิษย์พี่ข้าก่อน”

    อวี้เฟิงเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปาก

    อวี้เฟิง: “โอ้…จะไปทักทายพี่ชายผีสักหน่อยเหรอ ข้าควรเอาขนมเคลือบน้ำตาลไปฝากเขาด้วยไหม?”

    หานเหวินเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้า (หานเหวินมันคงชินกับความกวนไม่รู้จักกาละเทศะของอวี้เฟิงแล้ว)
    ทั้งคู่จึงอ้อมไปตามทางเล็กหลังเขา เส้นทางคดเคี้ยว ล้อมรอบด้วยต้นไม้เหี่ยวแห้งและหญ้ารก
    ลมพัดพาเศษใบไม้กรอบไหว เสียงกรอบแกรบใต้เท้าเป็๲จังหวะชวนเศร้าสร้างความอึดอัด

    เมื่อมาถึงเนินที่หลุมศพตั้งอยู่ หานเหวินหยุดชะงัก
    สายตาของหานเหวินส่องไปยังดินรอบหลุมที่ยังคงความเรียบร้อยและเงียบสงัด
    เครื่องบูชาเก่าผุกร่อน แต่หานเหวินรู้สึกถึงความอบอุ่นจากความทรงจำของผู้ที่เคยอยู่ตรงนี้

    หานเหวิน:  “ศิษย์พี่…ข้ากลับมาแล้ว"

    น้ำตาของหานเหวินแทบไหลลงแก้ม แต่หานเหวินก็รวบรวมใจยืนตรง ก้ามศรีษะเคารพหลุมศพ
    ความรู้สึกเศร้าและคิดถึงอบอวลราวกับหมอกหนา
    หานเหวินได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดัง ท่ามกลางความเงียบสงัดและลมเย็น

    อวี้เฟิงยืนอยู่ข้างๆ ทำท่าทางเงียบเคารพ แต่ไม่ลืมแทรกมุกกวนเบาๆ

    อวี้เฟิง: “เฮ้…ถ้าพี่เจี้ยงหยวนถามว่าข้าเป็๞ใคร…ข้าจะตอบว่าข้าคือ ‘เจี้ยงหยวนที่สอง’ ก็ได้ใช่ไหม?”
    หานเหวิน: (ถอนหายใจทั้งเศร้าและอึดอัด)

    หานเหวินค่อยๆ วางมือบนหลุมศพ ความเศร้าเต็มเปี่ยม
    ทุกความทรงจำของศิษย์พี่เจี้ยงหยวน ทั้งคำสอน น้ำเสียง และใบหน้าที่แววตาอบอุ่น ถูกปลุกขึ้นมาชัดเจน
    ความรู้สึกขาดความมั่นคง แต่ก็เต็มไปด้วยความเคารพและความผูกพันที่ไม่อาจลืม

    หานเหวิน: (กระซิบ) “ศิษย์พี่…ข้าจะไม่ลืมท่าน ข้ากลับมาทำทุกอย่างให้มันเสร็จ แม้ทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยหมอกและความมืด”

    อวี้เฟิงยิ้มบาง แต่อยู่ในสายตาแฝงความระมัดระวัง

    ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เงียบสงัดราวกับเวลาและโลกหยุดหมุน

    ก่อนจะหันกลับสู่เส้นทางไปยังสำนักอวิ๋นหลิน หมอกและเงาของ๺ูเ๳ายังคงปกคลุมราวกับ๻้๵๹๠า๱ซ่อนความลึกลับเอาไว้


    ....ในที่สุด หมอกบางลง เผยให้เห็นโครงสร้างสิ่งสูงใหญ่ นั่นคือประตูสำนักอวิ๋นหลิน

    ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก

    ประตูไม้ผุกร่อนและเอียงเล็กน้อย
    เหนือประตู ป้ายไม้สลักคำว่า “อวิ๋นหลิน” ซีดจางและแตกพรุน
    แทบต้องเพ่งถึงจะอ่านออก


    อวี้เฟิง: ยืนเท้าสะเอวมอง “นี่เรามาถูกที่แน่นะ? หรือมาสำนักล้างตะเกียง”
    หานเหวิน: “ที่นี่แหละคืออวิ๋นหลิน…แต่ข้าว่ามันไม่ใช่แบบที่ข้าเคยเห็นในอดีต”
    อวี้เฟิง: “หวังว่าอย่างน้อยจะมีใครโผล่มารับแขก แต่ดูสิ ไม่มีแม้แต่กลิ่นยาสมุนไพร…แปลกชะมัด”

    หมอกหนายังคงไหลผ่านช่องไม้แตกของประตู คล้ายกำลังซ่อนบางสิ่งอยู่ด้านใน
    ลมเย็นพัดผ่าน ส่งเสียงเสียดสีกับไม้ประตูดัง ครืด…
    ความเงียบทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น พร้อมกับความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสำนักนี้

    ทั้งคู่ยืนมองประตูและป้ายสำนักอยู่ครู่หนึ่ง
    อวี้เฟิงยังคงยิ้มกวน แต่ในสายตาแฝงความระมัดระวัง
    หานเหวินก้มลงมองพื้นเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของอวี้เฟิง แต่ไม่อาจปกปิดความกังวล


    อวี้เฟิง: “เอาล่ะ…ถ้าจะเข้าไปข้างใน ก็เหมือนกำลังเปิดกล่องปริศนา…ใครจะรู้ว่าจะเจอดอกหงเซียงหรือซากของอดีต”
    หานเหวิน: “ข้าไม่มีทางเลือกอื่น…ต้องเข้าไปเพื่อตามหาทางแก้พิษ”

    หมอกหนาและเงียบสงัดปกคลุมทุกอย่างราวกับเวลาและโลกหยุดชั่วขณะ
    ทั้งคู่ยืนอยู่หน้า ประตูอวิ๋นหลิน เพียงสองคน พร้อมความลึกลับที่รออยู่ข้างใน....