แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่หน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ ทอแสงสีทองอ่อนโยนลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงาตัวโปรด
นนท์นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความสบายใจ พลางชงกาแฟดริปร้อนๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มขรึมโชยฟุ้งไปทั่วโถงร้าน
เขาค่อยๆ เทน้ำร้อนเป็นวงกลมสม่ำเสมอลงบนผงกาแฟสบู่กาแฟสีน้ำตาลเข้มพองตัวขึ้นเบาๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายดาร์กช็อกโกแลตและถั่วคั่ว
*ซ่า...*
นนท์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมและความอุ่นร้อนช่วยปลุกความกระปรี้กระเปร่าให้กับสมองของเขาในเช้าวันนี้
เขากวาดนิ้วเปิดหน้าจอระบบโปร่งแสงสีฟ้าครามขึ้นมาตรงหน้า เพื่อตรวจสอบสถานะร้านค้าและคลังวัตถุดิบมิติต่างๆ
*วิ้ง...*
[ระดับร้านค้ามิติ: เลเวล 16 (1,000 / 2,000 EXP)]
[แต้มมิติสะสม: 380 แต้ม]
[ยอดเงินคงคลัง: 62,500 บาท]
นนท์ไล่ดูรายการสินค้าในร้านค้าระบบเพื่อมองหาเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษชนิดใหม่ ที่จะนำมาช่วยเพิ่มระดับอาหารและปรุงเมนูฟิวชั่นขั้นถัดไป
สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับไอคอนรูปเมล็ดพืชกลมสีแดงเพลิงเข้ม ที่แผ่คลื่นไอร้อนโฮโลแกรมสั่นไหวออกมาในหน้าต่างรายการสินค้า
[เมล็ดพริกอัคคีมนตรา (ระดับหายากต่ำ): เมล็ดพืชเวทมนตร์ธาตุไฟที่ดูดซับพลังความร้อนใต้พิภพ มีรสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านมาก ช่วยกระตุ้นธาตุไฟและฟื้นฟูพลังปราณในร่างกาย]
[ราคา: 50 แต้มมิติ]
"พริกอัคคีมนตรางั้นหรือ... รสชาติเผ็ดร้อนแรงน่าจะเหมาะสำหรับนำมาทำเมนูไทยสตรีตฟู้ดรสแซ่บได้ดีทีเดียว" นนท์วิเคราะห์ในใจ
เขาแตะปุ่มตกลงซื้อเมล็ดพันธุ์พริกอัคคีมนตรานี้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน
*ติ้ง!*
[ทำการหักแต้มมิติสะสม 50 แต้ม]
[แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 330 แต้ม]
[ท่านได้รับ "เมล็ดพริกอัคคีมนตรา" จำนวน 1 เมล็ด สิ่งของถูกนำเข้าสู่ช่องเก็บของในคลังระบบเรียบร้อยแล้ว]
นนท์เดินเข้าไปในห้องครัวด้านหลังร้านเพื่อไปยังชั้นเพาะปลูกสมุนไพรต่างโลกทันที
กระถางดินมนตราสีน้ำตาลเข้มสามช่องตั้งเรียงกันอยู่บนชั้นวางเหล็กแข็งแกร่งอย่างมั่นคง
เขาเรียกนำเอาเมล็ดพริกอัคคีมนตราออกจากคลังระบบ เมล็ดพืชสีแดงเข้มขนาดเล็กในมือแผ่ความร้อนอุ่นๆ ออกมาสัมผัสผิวหนังอย่างชัดเจน
นนท์ใช้นิ้วขุดดินในช่องแรกเบาๆ แล้วหย่อนเมล็ดพืชสีแดงลงไปในดินมนตราอุดมสมบูรณ์ ก่อนจะกลบหน้าดินบางเบา
เขาตวงน้ำสะอาดผสมกับละอองน้ำยาบำรุงชีพจรมิติหยอดลงไปที่รอยกลบช้าๆ
*ฟู่...*
ทันทีที่ดินได้รับความชื้น ดินรอบๆ พลันเรืองแสงสีส้มสว่างวาบจางๆ ก่อนจะมีต้นอ่อนสีแดงเพลิงแทงยอดงอกพ้นดินขึ้นมาขยับไหวเบาๆ
[เมล็ดพริกอัคคีมนตรา (สถานะ: กำลังเติบโต 10%)]
[ระยะเวลาเจริญเติบโตเต็มที่: 2 วัน]
นนท์ยิ้มบางๆ ด้วยความพึงพอใจกับพัฒนาการอันรวดเร็วของพืชวิเศษ เขาจัดการล้างมือจนสะอาดเรียบร้อย
จากนั้นเดินก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงแกรกเบาๆ ไปยังโถงนั่งเล่นรับรองแขกบนชั้นสองของคาเฟ่
บรรยากาศบนชั้นสองเงียบสงัดและอบอวลไปด้วยไอแดดยามเช้าที่ทอดผ่านกระจกบานใหญ่ฝั่งตะวันออกเข้ามาอย่างสงบสุข
เลโอนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวหนายาวข้างชั้นหนังสือขนาดใหญ่ ร่างกายกำยำของเขากลับมาดูมีสง่าราศีหลังจากแผลภายในได้รับการรักษาหายขาด
ข้างๆ มีเจ้าหญิงลี่เหม่ยในชุดไหมสีทองหรูหรา นั่งถือกรอบทองเหลืองโบราณที่สลักเวทมนตร์ไว้รอบกรอบ
มันคือ "กระจกสื่อสารศิลาเวท" เครื่องมือติดต่อสื่อสารระยะไกลระดับสูงของราวงศ์จักรวรรดิสัตว์อสูร
*วิ้ง...*
แผ่นกระจกสื่อสารสั่นไหวถี่ๆ พลันปรากฏร่างเงาสลัวสีเทาของทหารเสือสิงโตในชุดเกราะเปื้อนฝุ่นดินและรอยเลือดจางๆ
"ท่านผู้บัญชาการเลโอ! องค์หญิงลี่เหม่ย! พวกเราขอบพระคุณเทพเจ้าที่ทั้งสองท่านยังทรงปลอดภัยและมีชีวิตอยู่!" ทหารในกระจกเอ่ยน้ำเสียงร้อนรนและตื่นเต้น
"ข้าและองค์หญิงลี่เหม่ยปลอดภัยดี สถานการณ์ทางฝั่งจักรวรรดิเป็นอย่างไรบ้าง" เลโอเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง
"กบฏการ็อกสุนัขป่าได้ส่งสายลับฝีมือดีออกค้นหารอบนอกอาณาเขตจักรวรรดิอย่างเต็มกำลังแล้วพะย่ะค่ะ" ทหารคนสนิทรายงานด่วน
"พวกมันจับกระแสชีพจรเปลวเพลิงของท่านนายพลได้ และกำลังมุ่งหน้าตรวจสอบรอยแยกมิติต่างๆ อย่างน่ากลัว"
"ล่าสุด สายลับกบฏบางกลุ่มตรวจพบความผิดปกติของกระแสมิติในตรอกซอยของฝั่งมนุษย์ที่องค์หญิงทรงเสด็จผ่านไปแล้ว และพวกมันกำลังวางแผนบุกเข้ามาพะย่ะค่ะ!"
*เพล้ง!*
สลักเวทมนตร์บนขอบกระจกทองเหลืองพลันสลายตัวและแตกร้าวจากการขาดพลังงาน หน้าจอกระจกดับวูบและมืดสนิทลงในทันที
ลี่เหม่ยหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ร่างกายบางระหงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านเลโอ... พวกกบฏหมาป่ารู้พิกัดของร้านนี้และกำลังจะบุกมาถึงที่นี่แล้วงั้นหรือ..."
เลโอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสองเมตรของตนทันที แผงคอสีทองอร่ามขยับไหว แววตาสีอำพันฉายความแข็งกร้าวและดุดันออกมา
"องค์หญิงไม่ต้องทรงกังวลพะย่ะค่ะ! ข้าจะลงไปเฝ้าอยู่ตรงประตูลูกผสมชั้นล่างเอง หากพวกกบฏสุนัขป่าตัวใดก้าวเข้ามา ข้าจะใช้ขวานศึกสับหัวพวกมันให้หมด!"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณเลโอ" นนท์ที่เพิ่งเดินขึ้นมาพร้อมถือถาดเครื่องดื่มเอ่ยขัดจังหวะพลางส่งยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างมีสติ
เขาวางแก้วน้ำขิงร้อนใส่น้ำตาลมนตราที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรเผ็ดชื่นใจลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า
"ตราบใดที่คุณเลโอและคุณลี่เหม่ยยังอยู่ในร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ จะไม่มีศัตรูหน้าไหนใช้อาวุธหรือเวทมนตร์ทำร้ายใครได้เลยครับ"
"เจ้าของร้านมนุษย์... เจ้ามั่นใจในระบบความปลอดภัยของร้านเล็กๆ แห่งนี้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?" เลโอถามด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย
"มั่นใจสิครับ ระบบป้องกันภัยที่ปู่เอกติดตั้งไว้แข็งแกร่งและหนาแน่นมาก" นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายและมั่นใจยิ่ง
"ขนาดขวานศึกเหล็กไหลยักษ์ที่ทรงพลังของคุณเลโอ ยังถูกสแกนและลดฤทธิ์ทำลายล้างจนกลายเป็นอาวุธไม้เด็กเล่นตอนก้าวเข้ามาเลยไม่ใช่หรือครับ"
เลโอชะงักไปทันทีเมื่อนึกถึงประสบการณ์ประหลาดที่ขวานรบสะกดวิญญาณแสนภาคภูมิใจของตนหมดฤทธิ์ไร้พลังโจมตีทันทีที่เข้ามาในร้าน
"จริงด้วย... พลังกฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้ช่างน่าเกรงขามและแปลกประหลาดอย่างหาที่สุดไม่ได้" นักรบสิงโตหนุ่มพึมพำยอมรับด้วยความเลื่อมใส
"เพราะฉะนั้น วางใจได้ครับ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ให้สบายใจก่อนดีกว่า แล้วปล่อยให้ระบบจัดการความปลอดภัยของร้านทำหน้าที่ของมันไป" นนท์ตอบพลางยิ้มอบอุ่น
ลี่เหม่ยถอนหายใจยาวระบายความอึดอัดพลางส่งยิ้มขอบคุณนนท์ ก่อนจะประคองถ้วยน้ำขิงขึ้นจิบช้าๆ
รสเผ็ดอุ่นร้อนของขิงแก่จากโลกมนุษย์ผสานกับความหวานละมุนละไมของน้ำตาลมนตราช่วยทำให้สมองและจิตใจของเธอผ่อนคลายและสงบลงอย่างรวดเร็ว
แม้ภายนอกหน้าต่างจะแฝงไปด้วยความมืดมนและภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
แต่ทว่าภายในร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ ยังคงต้อนรับผู้ลี้ภัยทุกคนด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และสงบสุขที่สุดในทุกๆ มิติ...