ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 45: ข้อมูลข่าวกรองและการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่หน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ ทอแสงสีทองอ่อนโยนลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงาตัวโปรด

     

    นนท์นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความสบายใจ พลางชงกาแฟดริปร้อนๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มขรึมโชยฟุ้งไปทั่วโถงร้าน

     

    เขาค่อยๆ เทน้ำร้อนเป็นวงกลมสม่ำเสมอลงบนผงกาแฟสบู่กาแฟสีน้ำตาลเข้มพองตัวขึ้นเบาๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายดาร์กช็อกโกแลตและถั่วคั่ว

     

    *ซ่า...*

     

    นนท์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมและความอุ่นร้อนช่วยปลุกความกระปรี้กระเปร่าให้กับสมองของเขาในเช้าวันนี้

     

    เขากวาดนิ้วเปิดหน้าจอระบบโปร่งแสงสีฟ้าครามขึ้นมาตรงหน้า เพื่อตรวจสอบสถานะร้านค้าและคลังวัตถุดิบมิติต่างๆ

     

    *วิ้ง...*

     

    [ระดับร้านค้ามิติ: เลเวล 16 (1,000 / 2,000 EXP)]

     

    [แต้มมิติสะสม: 380 แต้ม]

     

    [ยอดเงินคงคลัง: 62,500 บาท]

     

    นนท์ไล่ดูรายการสินค้าในร้านค้าระบบเพื่อมองหาเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษชนิดใหม่ ที่จะนำมาช่วยเพิ่มระดับอาหารและปรุงเมนูฟิวชั่นขั้นถัดไป

     

    สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับไอคอนรูปเมล็ดพืชกลมสีแดงเพลิงเข้ม ที่แผ่คลื่นไอร้อนโฮโลแกรมสั่นไหวออกมาในหน้าต่างรายการสินค้า

     

    [เมล็ดพริกอัคคีมนตรา (ระดับหายากต่ำ): เมล็ดพืชเวทมนตร์ธาตุไฟที่ดูดซับพลังความร้อนใต้พิภพ มีรสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านมาก ช่วยกระตุ้นธาตุไฟและฟื้นฟูพลังปราณในร่างกาย]

     

    [ราคา: 50 แต้มมิติ]

     

    "พริกอัคคีมนตรางั้นหรือ... รสชาติเผ็ดร้อนแรงน่าจะเหมาะสำหรับนำมาทำเมนูไทยสตรีตฟู้ดรสแซ่บได้ดีทีเดียว" นนท์วิเคราะห์ในใจ

     

    เขาแตะปุ่มตกลงซื้อเมล็ดพันธุ์พริกอัคคีมนตรานี้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน

     

    *ติ้ง!*

     

    [ทำการหักแต้มมิติสะสม 50 แต้ม]

     

    [แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 330 แต้ม]

     

    [ท่านได้รับ "เมล็ดพริกอัคคีมนตรา" จำนวน 1 เมล็ด สิ่งของถูกนำเข้าสู่ช่องเก็บของในคลังระบบเรียบร้อยแล้ว]

     

    นนท์เดินเข้าไปในห้องครัวด้านหลังร้านเพื่อไปยังชั้นเพาะปลูกสมุนไพรต่างโลกทันที

     

    กระถางดินมนตราสีน้ำตาลเข้มสามช่องตั้งเรียงกันอยู่บนชั้นวางเหล็กแข็งแกร่งอย่างมั่นคง

     

    เขาเรียกนำเอาเมล็ดพริกอัคคีมนตราออกจากคลังระบบ เมล็ดพืชสีแดงเข้มขนาดเล็กในมือแผ่ความร้อนอุ่นๆ ออกมาสัมผัสผิวหนังอย่างชัดเจน

     

    นนท์ใช้นิ้วขุดดินในช่องแรกเบาๆ แล้วหย่อนเมล็ดพืชสีแดงลงไปในดินมนตราอุดมสมบูรณ์ ก่อนจะกลบหน้าดินบางเบา

     

    เขาตวงน้ำสะอาดผสมกับละอองน้ำยาบำรุงชีพจรมิติหยอดลงไปที่รอยกลบช้าๆ

     

    *ฟู่...*

     

    ทันทีที่ดินได้รับความชื้น ดินรอบๆ พลันเรืองแสงสีส้มสว่างวาบจางๆ ก่อนจะมีต้นอ่อนสีแดงเพลิงแทงยอดงอกพ้นดินขึ้นมาขยับไหวเบาๆ

     

    [เมล็ดพริกอัคคีมนตรา (สถานะ: กำลังเติบโต 10%)]

     

    [ระยะเวลาเจริญเติบโตเต็มที่: 2 วัน]

     

    นนท์ยิ้มบางๆ ด้วยความพึงพอใจกับพัฒนาการอันรวดเร็วของพืชวิเศษ เขาจัดการล้างมือจนสะอาดเรียบร้อย

     

    จากนั้นเดินก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงแกรกเบาๆ ไปยังโถงนั่งเล่นรับรองแขกบนชั้นสองของคาเฟ่

     

    บรรยากาศบนชั้นสองเงียบสงัดและอบอวลไปด้วยไอแดดยามเช้าที่ทอดผ่านกระจกบานใหญ่ฝั่งตะวันออกเข้ามาอย่างสงบสุข

     

    เลโอนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวหนายาวข้างชั้นหนังสือขนาดใหญ่ ร่างกายกำยำของเขากลับมาดูมีสง่าราศีหลังจากแผลภายในได้รับการรักษาหายขาด

     

    ข้างๆ มีเจ้าหญิงลี่เหม่ยในชุดไหมสีทองหรูหรา นั่งถือกรอบทองเหลืองโบราณที่สลักเวทมนตร์ไว้รอบกรอบ

     

    มันคือ "กระจกสื่อสารศิลาเวท" เครื่องมือติดต่อสื่อสารระยะไกลระดับสูงของราวงศ์จักรวรรดิสัตว์อสูร

     

    *วิ้ง...*

     

    แผ่นกระจกสื่อสารสั่นไหวถี่ๆ พลันปรากฏร่างเงาสลัวสีเทาของทหารเสือสิงโตในชุดเกราะเปื้อนฝุ่นดินและรอยเลือดจางๆ

     

    "ท่านผู้บัญชาการเลโอ! องค์หญิงลี่เหม่ย! พวกเราขอบพระคุณเทพเจ้าที่ทั้งสองท่านยังทรงปลอดภัยและมีชีวิตอยู่!" ทหารในกระจกเอ่ยน้ำเสียงร้อนรนและตื่นเต้น

     

    "ข้าและองค์หญิงลี่เหม่ยปลอดภัยดี สถานการณ์ทางฝั่งจักรวรรดิเป็นอย่างไรบ้าง" เลโอเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง

     

    "กบฏการ็อกสุนัขป่าได้ส่งสายลับฝีมือดีออกค้นหารอบนอกอาณาเขตจักรวรรดิอย่างเต็มกำลังแล้วพะย่ะค่ะ" ทหารคนสนิทรายงานด่วน

     

    "พวกมันจับกระแสชีพจรเปลวเพลิงของท่านนายพลได้ และกำลังมุ่งหน้าตรวจสอบรอยแยกมิติต่างๆ อย่างน่ากลัว"

     

    "ล่าสุด สายลับกบฏบางกลุ่มตรวจพบความผิดปกติของกระแสมิติในตรอกซอยของฝั่งมนุษย์ที่องค์หญิงทรงเสด็จผ่านไปแล้ว และพวกมันกำลังวางแผนบุกเข้ามาพะย่ะค่ะ!"

     

    *เพล้ง!*

     

    สลักเวทมนตร์บนขอบกระจกทองเหลืองพลันสลายตัวและแตกร้าวจากการขาดพลังงาน หน้าจอกระจกดับวูบและมืดสนิทลงในทันที

     

    ลี่เหม่ยหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ร่างกายบางระหงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก

     

    "ท่านเลโอ... พวกกบฏหมาป่ารู้พิกัดของร้านนี้และกำลังจะบุกมาถึงที่นี่แล้วงั้นหรือ..."

     

    เลโอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสองเมตรของตนทันที แผงคอสีทองอร่ามขยับไหว แววตาสีอำพันฉายความแข็งกร้าวและดุดันออกมา

     

    "องค์หญิงไม่ต้องทรงกังวลพะย่ะค่ะ! ข้าจะลงไปเฝ้าอยู่ตรงประตูลูกผสมชั้นล่างเอง หากพวกกบฏสุนัขป่าตัวใดก้าวเข้ามา ข้าจะใช้ขวานศึกสับหัวพวกมันให้หมด!"

     

    "ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณเลโอ" นนท์ที่เพิ่งเดินขึ้นมาพร้อมถือถาดเครื่องดื่มเอ่ยขัดจังหวะพลางส่งยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างมีสติ

     

    เขาวางแก้วน้ำขิงร้อนใส่น้ำตาลมนตราที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรเผ็ดชื่นใจลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า

     

    "ตราบใดที่คุณเลโอและคุณลี่เหม่ยยังอยู่ในร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ จะไม่มีศัตรูหน้าไหนใช้อาวุธหรือเวทมนตร์ทำร้ายใครได้เลยครับ"

     

    "เจ้าของร้านมนุษย์... เจ้ามั่นใจในระบบความปลอดภัยของร้านเล็กๆ แห่งนี้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?" เลโอถามด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย

     

    "มั่นใจสิครับ ระบบป้องกันภัยที่ปู่เอกติดตั้งไว้แข็งแกร่งและหนาแน่นมาก" นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายและมั่นใจยิ่ง

     

    "ขนาดขวานศึกเหล็กไหลยักษ์ที่ทรงพลังของคุณเลโอ ยังถูกสแกนและลดฤทธิ์ทำลายล้างจนกลายเป็นอาวุธไม้เด็กเล่นตอนก้าวเข้ามาเลยไม่ใช่หรือครับ"

     

    เลโอชะงักไปทันทีเมื่อนึกถึงประสบการณ์ประหลาดที่ขวานรบสะกดวิญญาณแสนภาคภูมิใจของตนหมดฤทธิ์ไร้พลังโจมตีทันทีที่เข้ามาในร้าน

     

    "จริงด้วย... พลังกฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้ช่างน่าเกรงขามและแปลกประหลาดอย่างหาที่สุดไม่ได้" นักรบสิงโตหนุ่มพึมพำยอมรับด้วยความเลื่อมใส

     

    "เพราะฉะนั้น วางใจได้ครับ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ให้สบายใจก่อนดีกว่า แล้วปล่อยให้ระบบจัดการความปลอดภัยของร้านทำหน้าที่ของมันไป" นนท์ตอบพลางยิ้มอบอุ่น

     

    ลี่เหม่ยถอนหายใจยาวระบายความอึดอัดพลางส่งยิ้มขอบคุณนนท์ ก่อนจะประคองถ้วยน้ำขิงขึ้นจิบช้าๆ

     

    รสเผ็ดอุ่นร้อนของขิงแก่จากโลกมนุษย์ผสานกับความหวานละมุนละไมของน้ำตาลมนตราช่วยทำให้สมองและจิตใจของเธอผ่อนคลายและสงบลงอย่างรวดเร็ว

     

    แม้ภายนอกหน้าต่างจะแฝงไปด้วยความมืดมนและภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

     

    แต่ทว่าภายในร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ ยังคงต้อนรับผู้ลี้ภัยทุกคนด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และสงบสุขที่สุดในทุกๆ มิติ...

    คล้ายกับเรื่องร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ ที่คุณอ่าน