ขณะที่อาซันเดินออกมา ท้องพระโรงเกิดอาการเถียงกันดังลั่นไปหมดจนราชาเหมันต์ต้องตระโกนให้ทุกคนหยุด อ๋องสี่กับองค์ชายตันฉู่เวลานี้กลัวจนตัวสั่นไปหมด ไม่คิดว่า คนที่ทำลายตำหนักภูติแล้วเข่นฆ่าสังหารคนในตำหนักภูติเกือบพันคน ภายในคืนเดียว มาปรากฏตัวต่อหน้าแบบนี้
“ พวกเจ้าว่าเป็นมันใช่ไหม” ราชาเหมันต์เอ่ยถามขุนนางทุกคน
“ ไม่น่าใช่ดูแล้วมันยังเด็กนัก” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ย
“ แต่ว่า เวลาที่องครักษ์สัมผัสตัวมัน แล้วเหมือนถูกไฟซ๊อต ก็มีโอกาสเป็นไปได้”
“ ท่านอ๋องสี่ ท่านควรเสียสละเพื่อ ราชาเหมันต์แล้วเรื่องนี้” ขุนนางบางคนเอ่ย
“ นี่จะบ้าเหรอ ข้าเป็นถึงน้องชายราชาเหมันต์ และนั่นคือหลานชายของราชาเหมันต์นะ” อ๋องสี่หันไปหา ราชาเหมันต์
“ เสด็จลุงอย่าไปฟังพวกมันนะ ข้าเป็นหลานของท่านนะ” องค์ชายตันฉู่รีบเอ่ยด้วยความหวาดกลัว
“ ข้าถึงแม้มีพลังจอมเทพ ระดับ 14 แต่ว่าถ้าสู้กับท่านเจ้าตำหนัก ข้าไม่แน่ว่าจะชนะเขาได้เลย ถ้ามันสังหารท่านเจ้าตำหนักจริง ข้าคงเอาชนะมันไม่ได้แน่
คงต้องเรียกให้ท่าน ผู้อาวุโสทั้งสามคน ให้มาช่วย ซูซัน ข้าไม่ยอมให้เด็กอย่างเจ้ามาข่มขู่ราชวงศ์ของข้าที่อยู่มาเป็นพันปี แบบนี้แน่” จากนั้นราชันเหมันต์ก็
มุ่งหน้าสู่ชั้นใต้ดินที่อยู่ภายในพระราชวัง ซึ่งเป็นที่อยู่ของ ผู้พิทักษ์ราชวงศ์ ซึ่งมีชีวิตอยู่มาไม่ต่ำกว่าสามร้อยปีแล้ว แต่ละคนมุ่งมั่นฝึกตน จนสามารถบรรลุถึงขอบเขตจอมเทพระดับ 15 ได้แล้ว พอราชาเหมันต์ลงไปถึงที่ทั้งสามคนฝึกตนอยู่
ทั้งสามก็ได้ลืมตาขึ้นมา
“ ท่านผู้พิทักษ์ราชวงศ์ทั้ง สามข้ามีเรื่องให้พวกท่านช่วยแล้ว” ราชาเหมันต์เอ่ย
“ ตั้งแต่ท่านครองราชมาได้ร้อยกว่าปี ท่านไม่เคยร้องขอให้พวกเราช่วยมาก่อน
แสดงว่าครั้งนี้ ศัตรูของท่านคงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนซินะ” ผู้พิทักษ์ราชวงศ์ลำดับที่ 3 เอ่ยขึ้น
“ ใช่แล้ว มันสามารถสังหารเจ้าตำหนัก และฆ่าคนของเขาตายหมดภายในคืนเดียว ตัวข้าเองคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน” ราชาเอ่ยด้วยความหวั่นใจ
“ ไม่ธรรมดาจริงๆ ท่านราชาช่วยเล่ารายละเอียด ว่ามันเป็นใคร มาจากไหนกันแน่
มันมีใครหนุนหลังมันอีกหรือไม่” ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 2 ถามรายละเอียด ราชาจึงต้องเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง พอทั้งสามคนได้ฟัง ก็รู้สึกโมโหองค์ชายตันฉู่กับอ๋องสี่ยิ่งนัก
“ เหลวไหลจริงๆ ทั้งพ่อทั้งลูก พวกมันทำเช่นนี้สักวันไม่ตายดีแน่ หากเจอคนที่
แข็งแกร่งกว่าพวกเราพวกมันจะทำอย่างไร” ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 2 เอ่ยด้วยความไม่พอใจ ทั้งสองคน
“ ถึงแม้ว่าทั้งสองจะทำผิด แต่พวกเราเป็นคนของราชวงศ์ จะปล่อยให้คนภายนอก
มาใช้อำนาจบีบบังคับ ต้องตัดหัวพวกเดียวกันเช่นนี้ มันดูหมิ่นศักดิ์ศรี เหล่าราชวงศ์ของเรามากเกินไป พวกเราคงยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้” ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 3 แสดงความคิดออกไป
“ ท่านรู้พลังขอบเขตของมันหรือไม่” ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 1 เอ่ยบ้างเป็นครั้งแรก
“มันมีพลังขอบเขตเซียนระดับ 5 เท่านั้น มันต้องมีอาวุธวิเศษบางอย่างไม่เช่นนั้น มันไม่อาจฆ่าเจ้าตำหนักภูติพรายได้แน่แน่ “ ราชาเหมันต์ตอบตามที่เห็นอาซันครั้งแรก
“ ถ้าเช่นนั้นไม่น่าห่วง พวกเราก็มีอาวุธวิเศษกันทุกคน น่าจะคอยต้านมันได้ แค่ขอบเขตเซียน คงจัดการไม่นาน พวกเราจะไปพร้อมกันทั้งสามคนเลย”
ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 1 เอ่ยจบ ร่างกายก็ค่อยๆ หายไปในทันที
“ ซูซัน เจ้าตายแน่คราวนี้” ราชาเหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ
อาซันนั่งสมาธิอยู่ที่บ้านก็ลืมตาขึ้นมาเช่นกันเพราะรู้ว่า มีคนระดับจอมเทพกำลังเข้ามาหาถึง 3 คนพร้อมกัน
“ ฮึ่ม ออกมาแล้วหรือ ดีจะได้จัดการพร้อมกันทีเดียวเลย” อาซันพูดจบก็หายตัวออกไปรอที่หน้าบ้านพักเจ้าเมืองคังทันที
ชายชราทั้งสามคน ใส่เสื้อผ้าชุดขาวเหมือนกันทั้งสามคน มาปรากฏร่างต่อหน้าอาซันที่มายืนรอ อยู่ก่อนแล้ว
“ เจ้า คือ ซูซัน ที่กล้าข่มขู่ องค์ราชาของพวกเรา” ผู้พิทักษ์ราชวงศ์คนที่ 1 เอ่ย
“ ใช่ จำชื่อข้าเอาไว้ให้ดี เวลาลงนรกเจอข้าจะได้ไม่ต้องถามว่าข้าเป็นใคร”
อาซันเอ่ยอย่างไม่กลัวเกรงทั้งสามคนแม้แต่น้อย สร้างความสงสัยให้กับคนทั้งสามยิ่งนัก แต่ว่า ทั้งสามยังมั่นใจว่าสามารถเอาชนะอาซันได้อย่างแน่นอน
อาซันเอาดาบ 5 คมออกมา ส่วนทั้งสามคน ก็หยิบอาวุธวิเศษของแต่ละคนออกมาเช่นกัน มีผู้พิทักษ์ลำดับที่ 1 ใช้กระบี่มังกรขาว ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 2 ใช้กำไลสีเงิน
คนสุดท้ายใช้ ร่มสีดำเป็นอาวุธ อาซันใช้ดาบฟาดนำไปก่อน ผู้พิทักษ์คนที่ 1
เอากระบี่มังการขาวมาปะทะด้วย เปรี้ยง กระบี่มังกรขาวหักสะบั้น ทันที ร่างผู้พิทักษ์ มารวมตัวกันพร้อมกันทั้งสามคน แล้วมองหน้ากัน แล้วรวมพลังจอมเทพ15 ทั้งสามแล้วปล่อยไปที่อาซัน พร้อมกันทันที อาซันถึงกับขยับตัวไม่ได้
“ พลังจอมเทพระดับ 15 ยังมีห่างกับเราอยู่มากจริงๆ “ อาซันรำพึงในใจเพราะ
แค่คนเดียวก็รับมือลำบาก นี่มาพร้อมกัน 3 คนเลย อาซันใช้พลังเทพมิติหายตัวไป
ปรากฏด้านข้าง และจะใช้ดาบห้าคมเข้าฟัน ตูม ! ถูกพลังขอบเขตจอมเทพระดับ 15 กระแทกใส่ ไม่สามารถฟันได้ อาซันลองยืนอยู่ระยะไกลแล้วฟันดาบ5 คม ที่ไม่เคยมีใครต้านทานได้เข้าไป เปรี้ยง แต่ก็ถูกร่มสีดำใช้ซึ่งกลายเป็นเกราะแก้วมันวาวสะท้อน พลังดาบ5 คมออกไปได้ ของวิเศษจริงๆ อาซันคิ จากนั้นผู้พิทักษ์ลำดับที่ 2 ก็ปปล่อยกำไร ที่อยู่ที่ข้อมือ พุ่งเข้ามาหาอาซัน แนวตรงแล้วมันก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น กระแทกใส่อาซันเป็นร้อย เป็นพันไม่มีหยุด จนอาซันต้องใช้พลังเทพมิติ หายตัวไป มาปรากฏตัวด้านหลัง อาซันปาระเบิดเพลิงใช้ทั้นที ตูม !
แต่ทั้งสามคนใช้พลังจอมเทพระดับ 15 สร้างเป็นม่านพลังป้องกันเอาไว้ ทำอะไรไม่ได้อีก คราวนี้กำไลพุ่งเข้ามาหาอาซันไม่หยุด มีบางอัน พุ่งชนตัวอาซัน แล้วกลายเป็นห่วงเหล็กอันใหญ่เข้ารัดอาซันที่ละอัน จนอาซันขยับตัวไม่ได้ แล้วกระบี่มังกรขาวที่หักไปครั้งแรก กลับมารวมตัวกันได้อีก กลายเป็นพุ่งร่างกลายเป็นมังกร
เข้ามารัดอาซันอีกชั้นหนึ่ง ทำให้อาซันขยับตัวไม่ได้ กลายเป็นโดนล๊อค 2 ชั้น
“ เจ้าแค่พลังระดับเซียน อาศัยอาวุธวิเศษ ถึงได้เอาชนะ เจ้าตำหนักภูติพรายได้
คราวนี้เจ้าเจอของวิเศษบ้าง เจ้าก็เหมือนคนทั่วไป ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรอีกแล้ว”
ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 1 เริ่มเยาะเย้ยอาซัน
“ งั้นหรือ” อาซันถูกรัดด้วยกำไลโลหะชั้นแรก แล้วถูกรัดด้วยมังกรขาวอีกชั้น
ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ยังมีสีหน้าที่เหมือนกับไม่กลัวอะไรเลย
สร้างความสงสัยให้กับผู้พิทักษ์ทั้งสามคมเป็นอย่างมาก ไม่ทันที่จะทำอะไรต่อ
อาซันก็ ใช้พลังจิต ทำลายหยกเพิ่มพลังที่พี่ใหญ่เทียนให้มาอีกครั้ง ตูม ! พลังจอมเทพระดับ 17 ไหลเวียนเข้ามาสู่ร่างกายอาซันอย่างรวดเร็ว ทำให้ห่วงกำไล
กับ มังกรขาว ถูกแรงอัดระเบิดออกไปกระจายไปทั้งสองชิ้น กลับกลายเป็นกำไลสีเงินธรรมดา กับ กระบี่สีขาวที่หักสะบั้น ทั้งสามตกใจแทบสิ้นสติ ที่จู่ๆ อาซันกลับมีพลังได้ถึงระดับนี้ เตรียมตัวหนีอย่างเดียว แต่ว่าไม่ทันแล้ว อาซันเพียงแค่คิด หมัดมฤตยูท่านแรกก็พุ่งเข้าต่อยที่ศรีษะของคนทั้งสาม ตูม ระเบิดกระจายทันที
เหลือแต่ร่างวิญญาณที่กำลังพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่จะหนีพลังจอมเทพระดับ 17 ได้อย่างไร อาซันใช้มือทำท่าหยิบ วิญญาณทั้งสามคนก็เข้ามาอยู่ในไข่มุกวิญญาณเรียบร้อย อาซันเก็บไว้เพิ่มพลังขอชเขตต่อไป จากนั้นอาซันก็ปล่อยหมัดมฤตยูพลังจิตท่าที่ 3 ปล่อยออกไปจากหน้าบ้านพักเจ้าเมืองคัง
กลายเป็นหมัดยักษ์ ลอยจากฟากฟ้า พุ่งลงมาที่พระราชวังเหมันต์ ตูม ! พระราชวังที่ดูงดงาม ถูกทำลายด้วยหมัดเดียว จากนั้นอาซันก็จับ องค์ชาย ตันฉู่
อ๋องสี่ และ ราชาเหมันต์ซึ่งกำลังตกใจ แล้วดึงทั้งสามคนมาที่หน้าบ้านพักเจ้าเมืองคัง แล้วอาซันก็เรียกให้คนในบ้านทั้งหมดออกมา ฮูหยินคังและบุตร รวมทั้งองครักษ์คังวู ศิษย์พี่แปด แล้ว ทหารทุกคนที่มาจากเมืองคัง มองเห็น ศพหัวขาด สามคน แล้ว องค์ชายตันฉู่ อ๋องสี่ และราชาเหมันต์ ที่ก้มหน้าคุกเข่า
ต่อหน้า พวกเขา ล้วนแตกตื่นตกใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านเริ่มทยอยกันเข้ามาดูกันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ ฮูหยินคัง คนนี้ใช่คนที่สังหารท่านเจ้าเมืองคังใช่หรือไม่” อาซันเอ่ยถามเสียงเย็นระเยือก ทุกคนที่ได้ฟังแล้วอดขนลุกไม่ได้ แม้แต่ศิษย์พี่แปดเอง ยังไม่เคยคิดว่าอาซัน จะมีน้ำเสียงเช่นนี้ออกมา
“ ใช่มันนี่แหละ “ ฮูหยินคังจ้องมองหน้าองค์ชายตันฉู่ด้วยสายตาเคียดแค้น
“ ถ้าเช่นนั้น ก็เชิญฮูหยินจัดการกับมันตามใจชอบ” อาซันดึงร่างขององค์ชายตันฉู่ มาที่เท้า แล้วเตะไปที่ด้านหน้าฮูหยินกับพวกทหารเมืองคัง ที่มองด้วยความเคียดแค้น ฮูหยินถือกระบี่ขึ้นมาทำท่านจะแทง ก็มีเสียงองค์ชายตันฉู่
“ เจ้ากล้าหรือ” ได้ยินแค่นั้นทุกคนก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ฮูหยินถือกระบี่อยู่ตกกับพื้นทันที ลูกชายวัย 5 ขวบ คังซูหยิบดาบขึ้นมาแล้วแทงกระบี่เข้าปากองค์ชายตันฉู่ทันที กระบี่พุ่งทะลุศรีษะ ส่งเสียงร้องในลำคออย่างทุรนทุราย จากนั้นฮูหยินก็เข้ามาดึงลูกชายเข้าไปกอด แล้วอุ้มออกไปห่างๆ องครักษ์คังวู กับทหารจากเมืองคังเข้ามารุมแทงสังหาร องค์ชายตันฉู่ด้วยความโกรธแค้น จนร่างทั้งร่างกลายเป็นหมูบะช่อไปเลย อ๋องสี่มองเห็นภาพนี้ก็ร้องลั่นด้วยความโกรธ ลามมาด่าอาซันอีกด้วย ทำให้อาซันปล่อยพลังเหมันต์ไปที่ปากอ๋องสี่กลายเป็นน้ำแข็งหมดสิทธิ์ออกเสียงทันที
“ ราชาเหมันต์ ข้าจะให้โอกาสเจ้า ตัดหัวอ๋องสี่ต่อหน้าข้า แล้วประกาศความผิดของสองพ่อลูก ออกไป แล้วยึดทรัพย์สองพ่อลูกทั้งหมดส่งไปให้ เจ้าเมืองคังเป็นการชดเชยความผิด จะทำหรือไม่"
“ ได้ข้าทำ ข้าจะทำเดี๋ยวนี้ “ ราชาเหมันต์ใช้มือตัดหัวอ๋องสี่ทันที ฉัวะ หัวขาดกระเด็น ทุกคนในที่นี้มองดูราชาด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป
“ เอาละ เรื่องนี้ของให้จบกันแต่เพียงเท่านี้ “ อาซันบอกเท่านี้แล้วให้ทุกคนแยกย้ายกันไป อาซันเก็บอาวุธวิเศษทั้งสามเอาไว้ในถุงมิติ แล้วเดินกลับเข้าบ้านพักไป
ส่วนราชาเหมันต์รีบไปจากที่นี่ทันที พอกลับไปที่วังก็แทบสิ้นสติ เพราะพระราชวังตัวเองถูกทำลายกลายเป็นซากไม่มีเหลือ
“ ซูซัน ข้าจะจำความแค้นวันนี้ไม่ลืม” ราชาเหมันต์กัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้นที่สุด
อาซันกลับไปที่พักก็ได้ยินเสียงราชาวดีส่งเสียงเรียกให้กลับมิติสีเงินด่วน อาซันรีบเข้าไปในทันที พอเข้าไปก็รู้สึกว่าในมิติแห่งนี้มีอุณภูมิร้อนผิดปกติ ราชาวดีอุ้ม
ติงติงเข้ามา น่าแปลกคราวนี้ติงติงไม่เข้ามาคลอเคลีย เหมือนเคย
“ ท่านพี่เมื่อคืนก่อน ติงติงกินดอกทานตะวันยักษ์เข้าไป แล้วถ่ายออกมาเป็นลูกแก้วก้อนหนึ่ง มันร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ติงติงหวาดกลัวมาก ท่านเข้าไปดูเองเถอะ” ราชาวดีเอ่ย ด้วยความตกใจแล้วกอดติงติงที่ยังหวาดกลัวไม่หาย
“ อาซันเข้าไปในห้อง ลูกแก้วสีทอง กำลังเปล่งประกายความร้อนออกมาเรื่อย ทำให้ข้าวของภายในห้องเริ่มละลาย อาซันหยิบลูกแก้วนี้ออกมา แล้วใช้ผลึกสีแดงมาห่อลูกแก้วสีทองนี้เอาไว้ ทำให้มันหยุดส่งความร้อนออกมา จากนั้นอาซันก็สร้างห้องของติงติงให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
พอออกมาด้านนอกอุณหภูมิก็ลดน้อยลงกลับมาสู่ภาวะปกติ อาซันเดินเข้ามาหาติงติง แล้วเอามือลูบหัวติงติง
“ ไม่มีอะไรแล้ว สบายใจได้”
“ ติงติง เรียกท่านพ่อซิลูก” ราชาวดีสั่งให้ติงติงเรียกอาซันว่าพ่อ
“ ท่านพ่อ “ ติงติงเอ่ยเสียงเบาๆ เพราะยังหวาดกลัวไม่หาย
“ ติงติง ลูกพ่อ พ่อมีดอกทานตะวันดอกเล็กๆ อีกเพียบเลย เจ้าจะกินอีกไหม”
ติงติงรู้ว่าเป็นดอกทานตะวัน ติงติงถึงกับรีบมุดเข้าไปในอกของราชาวดีทันที
“ ไม่เอาแล้ว ติงติง ไม่กินอีกแล้ว ติงติงกลัว” ติงติงถึงกับร้องออกมา
ทำให้อาซันได้แต่หัวเราะออกมา