ฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก

    ตอนที่ 35 สตรีเหลวแหลกทั้งสอง (1)

    เหล่าคุณหนูที่แอบฟังบทสนทนาของพวกนางต่างก็อึ้งไปเล็กน้อย พวกนางไม่เคยสังเกตเห็นปัญหานี้มาก่อน ทว่าบัดนี้บุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลมู่ได้แสดงตัวออกมาแล้ว มู่อวี่ซี คุณหนูผู้ไม่มีสิทธิ์ชอบธรรมย่อมจำต้องถอยกลับไป


    แม้ว่ามู่อวิ๋นฮว่าจะดูไร้ราคา แต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวก็ยังมีสถานะทางสังคมอยู่


    หากพวกนางไปข้องเกี่ยวกับมู่อวี่ซีอีกคงจะดูไม่เหมาะสม...


    ทันใดนั้นบุตรสาวภรรยาเอกรอบข้างก็กลอกตาไปมา และอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทีหยิ่งยโสอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้ชัดว่าตีตัวออกหากจากมู่อวี่ซี


    ส่วนชายหนุ่มแถวนั้น...พวกเขาไม่สนใจว่ามู่อวี่ซีจะเกิดจากภรรยาเอกหรืออนุ พวกเขาพาหญิงสาวจากหอซิ่งหงมาเป็นคู่ขาได้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าบุตรสาวภรรยาเอกหรืออนุจะมีสิ่งใดแตกต่างไปในสายตาของพวกเขา


    ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือเมื่อถึงเวลาแต่งงาน ด้วยสถานะแล้ว มู่อวี่ซีก็คงเป็นได้เพียงอนุเท่านั้น


    แต่ไม่ว่าจะเป็นอนุหรือภรรยาเอก พวกนางก็ยังเป็นของพวกเขาอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วมันสำคัญอะไรเล่า


    มู่อวิ๋นฮว่าสังเกตปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้าง ขณะเดียวกันนั้นก็เห็นสีหน้าแข็งทื่อปนบูดบึ้งของมู่อวี่ซี นางจึงยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ย จากการกระทำของมู่อวี่ซีในจวน ก็ไม่ยากที่จะคาดเดาได้ว่าเจ้าตัวคงจะยังคงยึดมั่นในแนวคิดเรื่องชนชั้นและชาติกำเนิดที่ไม่มีอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน


    มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน! เกรงว่ามู่อวี่ซีจะจดจำคำนี้ไว้จนขึ้นใจ


    น่าเสียดายที่แม้แต่ในสังคมสมัยใหม่ก็ยังไม่สามารถทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันได้ แล้วในยุคโบราณที่แนวคิดเรื่องชนชั้นฝังรากลึกเช่นนี้เล่า คิดว่าจะทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันได้หรือ คิดว่าจะให้ฮ่องเต้มากินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกันได้หรือ


    ฝันไปเถอะ!


    ก่อนหน้านี้นางยังแปลกใจที่แม้แต่ผู้หญิงอย่างอนุหว่านยังต้องการสร้างชื่อเสียงที่ดี แต่มันก็สามารถทำได้โดยอาศัยความรู้ความสามารถ กริยามารยาท และการดูแลกิจการในเรือนให้ดีไม่หรือ เหตุใดเจ้าตัวต้องเลือกวิธีปฏิบัติต่อข้ารับใช้และทาสอย่างดีด้วย


    ชีวิตของทาสและข้ารับใช้ล้วนอยู่ในกำมือของเจ้านาย จะมีเจ้านายคนใดยอมลดตัวไปเป็นพี่น้องกับข้ารับใช้ของตนเอง ในแต่ละวัน หากไม่ทำร้ายหรือดุด่าว่ากล่าวก็ถือว่าเป็นเจ้านายที่ดีแล้ว


    แล้วจะต้องปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไรเล่า


    ยกย่องให้สูงส่งอย่างนั้นหรือ


    ดังนั้นชื่อเสียงของอนุหว่านจึงฟังดูดี คนที่พูดว่านางเป็นคนดีเกรงว่าส่วนใหญ่คงเป็นชาวบ้านที่ไม่มีอำนาจ ส่วนชนชั้นสูงที่แท้จริงนั้นอาจหัวเราะเยาะนางอยู่ลับหลังก็เป็นได้


    ว่ากันตามจริงแล้วฐานะของอนุก็เหมือนทาสอย่างหนึ่ง การที่ทาสอยู่ร่วมกับคนรับใช้ก็ถือเป็นเรื่องปกติแล้ว!


    ตอนนี้ดูคล้ายว่าความคิดนี้คงจะเป็นของมู่อวี่ซีที่แนะนำให้อนุหว่าน!


    ต้องบอกว่ามู่อวิ๋นฮว่าได้รู้ความจริงโดยบังเอิญ เมื่อเห็นมู่อวี่ซีที่แทบรักษารอยยิ้มบนหน้าไม่ไหว นางก็อดส่งสายตาท้าทายไม่ได้ ด้วยสถานการณ์ในยามนี้ ใครจะต้องอับอายนั้นยังยากจะตัดสิน!


    ไหนเลยมู่อวี่ซีจะมองไม่เห็นแววตาเย้ยหยันของมู่อวิ๋นฮว่า นางหน้าตึงในทันใด เปลือกตาที่หลุบปิดลงของนางเผยให้เห็นความคับแค้น


    ฝากไว้ก่อนเถิด มู่อวิ๋นฮว่า อย่าคิดว่าการที่นำสถานะมาเป็นเครื่องมือจะทำให้นางอับอายขายหน้าได้ วันนี้นางจะให้ทุกคนได้เห็นว่าคุณหนูใหญ่คนใหม่ของตระกูลมู่ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งขึ้นมีธาตุแท้อย่างไร!


    เมื่อถึงเวลานั้น คอยดูว่าใครกันแน่ที่จะต้องเสียหน้า!


    "ในเมื่อคุณหนูใหญ่ไม่ยอมไป งั้นก็รออยู่ที่นี่แล้วกัน ข้าต้องขึ้นไปประลองบนเวทีอีกจึงไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้" พูดจบมู่อวี่ซีก็หันหลังเดินจากไป


    ทันทีที่หญิงสาวหายลับไป มู่อวิ๋นฮว่าก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง


    เสียงหัวเราะนั้นไม่มีการปิดบังใดๆ ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายรอบข้าง เสียงหัวเราะนั้นก็ยังคงชัดเจน


    ครั้นหันกลับไปมองก็เห็น...ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ห่างจากนางสามก้าว


    เหตุที่ไม่แน่ใจว่าเป็นผู้หญิงหรือไม่ก็เพราะอีกฝ่ายดูไม่เหมือนผู้หญิงแม้แต่น้อย!


    เสื้อคลุมสีเขียวต้นสน เข็มขัดหนังรัดที่ปลายแขน ชายเสื้อบริเวณเอวเปิดออกเผยให้เห็นกางเกงขายาวสีเดียวกัน กวานหยกสีเขียวบนศีรษะเข้ากันได้ดีกับสีเสื้อผ้า ท่าทางของหญิงสาวทั้งกระฉับกระเฉงและสง่างาม


    ทั้งชุดคล้ายคลึงกับของไป๋หลี่จ้งหัวมาก แม้มู่อวิ๋นฮว่าจะได้พบกับเขาเพียงครั้งเดียวเมื่อคืนนี้ แต่นางก็สามารถแยกแยะได้ไม่ยากว่าคนตรงหน้าคงจะเป็นนักต่อสู้เช่นเดียวกัน!!


    อาณาจักรต้าซีแห่งนี้ให้ความสำคัญกับวรรณกรรมมากกว่าการต่อสู้ คนส่วนใหญ่สวมชุดแขนยาวและกระโปรงยาวทรงหลวม ชุดสำหรับการฝึกที่เรียบง่ายและคล่องตัวเช่นนี้มีน้อยรัก ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย!!


    หากไม่ใช่เพราะลำคอที่โผล่ออกมาไม่มีลูกกระเดือกที่เผยให้เห็นว่านางเป็นผู้หญิง มู่อวิ๋นฮว่าคงไม่สามารถเชื่อมโยงใบหน้ากล้าหาญและดุดันนี้กับหญิงสาวผู้อ่อนโยนได้


    "เจ้าคือชายาหมิงอ๋องอย่างนั้นหรือ"


    มู่อวิ๋นฮว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร สตรีผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นก่อน ถ้อยคำของนางไร้ซึ่งความเป็นผู้หญิง ไม่มีแววอ่อนหวานแม้แต่คำเดียว


    แม้แต่แม่นมยังอดไม่ได้ที่จะคิดยกคำว่า "ลูกผู้ชายตัวจริง" ที่เคยมอบให้แก่คุณหนูของตนให้แก่คุณหนูสาวผู้นี้


    "ใช่ ข้าคือชายาหมิงอ๋อง เจ้าเป็นใคร" มู่อวิ๋นฮว่าจ้องมองนางด้วยรอยยิ้ม


    อีกฝ่ายขมวดคิ้ว "ไม่ไหวๆ หมิงอ๋องแต่งงานกับเจ้าคงจะโชคร้ายไปเจ็ดชั่วอายุคน"


    นางหัวเราะขึ้นมาทันที "เจ้าไม่ใช่สามีของข้า จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาโชคร้ายไปเจ็ดชั่วอายุคน เขาอาจจะรักใคร่ข้ามากเสียจนจนไม่อยากให้ข้าไปไหน"


    ถึงกระนั้นนางก็ไม่คิดจะชอบพอไป๋หลี่จ้งหัวเด็ดขาด!


    ต่อให้ตายก็ไม่มีทาง!


    เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หญิงสาวคนนั้นถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนปิดปากพลางชี้มู่อวิ๋นฮว่า "ทำไมเจ้าถึงหน้าไม่อายเพียงนี้ เหลือจะเชื่อ!"


    "หน้าตาคืออะไร กินได้ไหม" มู่อวิ๋นฮว่ายักไหล่ไม่แยแส


    นางมองมู่อวิ๋นฮว่าหัวจรดเท้าขณะลูบคางตนเอง "มู่อวิ๋นฮว่า เจ้าต่างจากที่เลื่องลือกันมากเลยนะ"


    "โอ้ ข้างนอกลือกันว่าข้าเป็นอย่างไรเล่า" มู่อวิ๋นฮว่าขมวดคิ้ว


    นางเริ่มนับนิ้ว "อ่อนแอ ด้อยสามารถ ไร้ค่า เหลวแหลก"


    "โอ้" มู่อวิ๋นฮว่าพยักหน้าแล้วก็ส่ายหัว "แสดงว่าท่านคงไม่ได้ออกไปไหนเมื่อวาน ชื่อเสียงของข้าในเมืองหลวงเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทั้งอันธพาล ก้าวร้าว ต่อปากต่อคำ... เหลวแหลก"


    เมื่อคำสุดท้ายหลุดออกมา นางก็หัวเราะลั่นออกมา "มู่อวิ๋นฮว่า มีใครพูดถึงตัวเองแบบนี้บ้าง เจ้าช่าง...โอ้ ไม่เลวเลย มีบางอย่างที่ถูกใจข้าไม่น้อย"


    ในจังหวะที่กล่าวว่าถูกใจ นางก็ตบหลังมู่อวิ๋นฮว่าหนึ่งทีอย่างแรงจนคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่แทบล้มลงไปกองกับพื้น


    "โอ๊ะ ขอโทษด้วย ข้าลืมไปว่าเจ้าร่างกายไม่แข็งแรง แต่ข้าเบาแรงมากแล้วจริงๆ" หญิงสาวรีบจับมือมู่อวิ๋นฮว่า


    มู่อวิ๋นฮว่าเจ็บหลัง อาการคล้ายกับตอนถูกไป๋หลี่จ้งหัวจับโยนเมื่อวาน... นางอดทนกับความเจ็บปวดที่หลังแล้วมองไปท่าทีสำนึกผิดของอีกฝ่าย "เจ้าก็เหมือนกับในข่าวลือ"


    "อ้าว เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ" หญิงสาวคนนั้นรู้สึกประหลาดใจมาก


    มู่อวิ๋นฮว่ากลอกตาไม่ใส่ใจ "มีข่าวลือว่าแม่ทัพเยี่ยมีลูกสาวคนหนึ่ง เกิดมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาล ชายชาตรีสิบคนยังสู้ไม่ไหว นางแต่งตัวเป็นบุรุษตลอดเวลา เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว นางยังลอบไปที่ด่านหน้าเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพของหมิงอ๋อง และต้องการออกไปต่อสู้กับศัตรู แต่สุดท้ายก็ถูกแม่ทัพเยี่ยจับมัดแล้วส่งตัวกลับมา บอกมาว่าใช่เจ้าหรือไม่ใช่ เยี่ยชิง"

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก ที่คุณอ่าน