Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    No.18 สถานการณ์ฉุกเฉิน

    กันต์ที่ได้ยินคำตอบก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พลางจ้องมองไปทางบลู๊คอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนที่เขาเลือกที่จะเดินออกไปด้านนอก โดยมีบลู๊คเดินตามออกไปติดๆ ผิดกับใบหม่อนที่มองตามอย่างสงสัยแต่ก็เดินตามออกไป ส่วนฮานะได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ทว่าก็เดินตามออกไปด้วยเช่นกัน
    เมื่อทั้งคู่ออกพื้นที่โล่งด้านนอกแล้ว เหล่าลิซาร์ดแมนที่อยู่รอกนอกต่างก็หันมาให้ความสนใจ ไม่เว้นแม้แต่พวกที่กำลังฝึกซ้อมการต่อสู้ กันต์เรียกชุดคลุมสีดำออกมาและใส่ครบชุด ขณะที่บลู๊คเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อกันต์เรียกดาบสีดำออกมา ฮานะที่กำลังเบื่อหน่ายอยู่ถึงกับหน้าถอดสีไปทันที
    "มะ..ไม่ผิดแน่..ดาบเล่มนั้นมัน....!!!!" ฮานะได้แต่สบถออกมาในใจอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะได้สติอีกครั้งเมื่อกันต์กับบลู๊คเริ่มการต่อสู้
    คราวนี้ทั้งสองพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็ว และพลังทำลายล้างที่มากกว่าครั้งแรกที่เผชิญหน้ากัน ดาบสีเงินวาวของบลู๊คตวัดผ่านหน้าของกันต์เล็กน้อย ขณะที่ดาบสีดำของกันต์ก็ฟาดสวนกลับทันที ทว่าบลู๊คเองก็ยกโล่ขึ้นมาป้องกันได้ทันท่วงที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือพละกำลังของกันต์นั้นรุนแรงมาก จนโล่เหล็กของบลู๊คถึงกับขาดสะบั้นไป
    ก่อนที่กันต์จะใช้ความเร็วที่มากขึ้นอ้อมไปด้านข้าง และง้างหมัดต่อยไปที่ใบหน้าของบลู๊คที่เดิมอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้มันมีพลังที่รุนแรงมากทำเอาบลู๊คหน้าทิ่มดินไปทันที ขณะที่กันต์เดินเข้าไปหาบลู๊คช้าๆ พลางยื่นมือให้แล้วก็ดึงเจ้าบลู๊คขึ้นมา ส่วนบลู๊๕แต่ส่ายหัวให้กับตัวเองแล้วพูดขึ้น
    "เฮ้อออ!! เจ้าเป็นมนุษย์แน่รึป่าวเนี่ย ขนาดตัวข้าที่พึ่งวิวัฒนาการยังเทียบกับเจ้าไม่ได้เลย"
    "อย่าคิดมากน่า ว่าแต่เจ้าจะยอมเป็นมิตรกับมนุษย์รึไม่ล่ะ"
    "พวกเราไม่เคยเป็นศัตรูกัน ข้าและทุกตนในเผ่าต่อสู้เพื่อปกป้องพวกพ้วง ถ้ามนุษย์ไม่บุกรุกก่อน พวกเราก็ไม่หาเรื่องแน่นอน ยิ่งกับมนุษย์อย่างเจ้าด้วยแล้ว ขืนเจอแบบเจ้าสักสิบคนเผ่าข้าได้ล่มสลายแน่ ข้ารู้ว่าการต่อสู้ทั้งสองครั้งเจ้าไม่ได้เอาจริง ถึงจะไม่สมศักดิ์ศรีในการต่อสู้ แต่เป็นตัวข้าเองที่ไม่อาจทำให้เจ้าเอาจริงได้"
    "หืมมม!! รู้ได้ไงว่าข้าไม่ได้เอาจริง"
    "เหอะ!! ออร่าระดับนั้นต่อให้เป็นอสูรชั้นต่ำก็มองออก" บลู๊คตอบพลางเบ้ปากเล็กน้อย
    ทว่ากันต์ถึงกับขวมดคิ้วอย่างสงสัย เพราะคำว่าออร่าเขาได้ยินมาสองครั้งแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นออร่าที่ว่านั่นเลย ก่อนจะเลิกคิดไปพลางหันไปพูดขึ้นต่อ
    "ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาทำสนธิสัญญาว่าจะไม่รุกรานกัน แต่ถ้าหากวันข้างหน้ามีมนุษย์หลงเข้ามา ถ้าพวกเขาทำร้ายหรือฆ่าพวกพ้องของเจ้าไป ก็แล้วแต่พวกเจ้าจะจัดการแต่ถ้าไม่ก็ให้ปล่อยคนพวกนั้นไป ทางด้านพวกเราเองก็จะทำเช่นเดียวกัน ว่าไงบลู๊คจะตกลงกับข้อเสนอนี้รึไม่!?" กันต์รีบเสนอเงื่อนไขขึ้นมาทันที
    "แน่นอน!! หวังว่ามนุษย์ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนกับเจ้าทุกคนนะ" บลู๊คก็ตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล
    หลังจากทั้งสองทำสนธิสัญญากันเสร็จสิ้น บลู๊คก็เอาแต่ถามถึงลัคกี้เขาก็ได้แต่ตอบไปตามมารยาท จนเริ่มที่จะเบื่อหน่ายกับคำถามที่ไม่สิ้นสุด กันต์และกลุ่มจึงขอตัวกลับไปก่อนทันที บลู๊คก็ออกมาส่งพวกเขาแถมมีการบอกให้ดูแลลัคกี้ดีๆ อีกด้วยต่างหาก ทำเอากันต์ได้แต่รับคำไปส่งๆ ส่วนใบหม่อนเองก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
    ระหว่างทางกลับเมืองท่องราตรี จู่ๆ ฮานะก็เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
    "นี่เจ้าน่ะบ้าบิ่นไปรึป่าวที่ไปขโมย ดาบคุชิน ของจอมมารมาแบบนี้!!!!"
    "หืม!! ดาบนี่มีชื่อด้วย แต่ตอนที่หยิบมาก็เห็นเป็นแค่มนุษย์ที่มีปีก แถมยังเป็นแค่เด็กสาวเองนะ"
    "นั่นแหละจอมมาร ทั้งยังเป็นคนที่แข็งแกร่งมากที่สุดอีกด้วย"
    "หรอ!! ช่างมันสิ วันนั้นมันคิดฆ่าชั้นแต่พลาดท่าสลบเหมือดไปเอง ที่ไม่ฆ่ายัยเด็กนั่นถือว่าปล่อยไปตามโชคชะตาเท่านั้น เธอบอกเองไม่ใช่หรอว่าพวกที่ถูกย้ายมาที่โลกสูญเสียพลังเหลือหนุ่งในสาม ทำไมต้องไปกลัวพวกจอมมารด้วยล่ะ"
    "เจ้านี่มันไม่รู้อะไรจริงๆ เลยนะ เหล่าทวยเทพ จอมมาร และผู้กล้า ถึงใช้เวทย์มนต์ไม่ได้แล้ว แต่ศักยภาพในการต่อสู้ที่ ถือว่าเหนือชั้นกว่าพวกเจ้าหลายเท่าตัวนัก"
    "ถ้างั้นทำไมเธอถึงอ่อนแอล่ะ"
    "อสูรศักดิ์สิทธิ์ใช้พลังเวทย์ในการต่อสู้เป็นหลัก ไม่ได้แข็งแกร่งทางกายภาพซะหน่อย" ฮานะตอบด้วยแก้มที่ขึ้นสีเล็กน้อย พลางรีบถามขึ้นต่อทันที "แล้วเจ้าไปขโมยอะไรจากจอมมารมาบ้างล่ะ"
    "อืมมม!! ก็มีดาบ แหวน แล้วก็สร้อยน่ะ ทำไมหรอ!?"
    "ว่าไงน้าาา!! นี่เจ้าขโมยแหวนผู้นำทัพจอมมารมาด้วยหรือเนี่ย"
    "ไม่รู้สิ ก็ของมีค่ายัยจอมมารนั่นมีแค่สามอย่างเอง ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงจะถอดยันชุดที่ใส่ด้วยซ้ำ" กันต์ตอบหน้าตาย ทำเอาฮานะถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไป พลางความคิดที่แสนเจ้าเล่ห์ก็แล่นผ่านเข้ามาในความคิด
    "นี่เจ้าน่ะ เพราะเป็นคนที่อยู่ในโลกนี้เลยไม่รู้สินะว่า การที่ไปขโมยของผู้นำจอมมารนั้นย่อมไม่มีทาง ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่นอน พวกมันจะไล่ตามเจ้าไปทุกๆ ที่ เพราะกลิ่นอายของดาบ แหวน และสร้อย มันจะดึงดูดให้จอมมารจนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ห่างติดตามมาได้"
    "แล้วจะให้ทำยังไง ยกเว้นเรื่องการทิ้งดาบไปที่เหลือน่าจะพอรับได้"
    "เฮ้อออ!! มนุษย์นี่โลภจริงๆ เลยนะ แต่ก็เอาเถอะวิธีรอดง่ายนิดเดียวเอง เจ้าก็สวมแหวนผู้นำจอมมารไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย เวลามีจอมมารหาเจ้าเจอพวกมันก็จะไม่อาจขัดขืนคำสั่งเจ้าได้ ส่วนสร้อยจอมมารก็สวมใส่เอาไว้ด้วย เพราะมันจะช่วยให้เจ้าสัมผัสได้ถึงจอมมารทุกตนที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงได้"
    "ง่ายๆ แค่นี้" กันต์ถามพลางจับจ้องไปที่ฮานะอย่างสงสัย แต่ฮานะก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร แถมยังพูดกลับด้วยน้ำเสียงที่ปกติด้วย
    "ใช่ ง่ายๆ แค่นี้ล่ะ การสวมแหวนหมายถึงการเป็นผู้นำจอมมารทุกตน มันถึงสั่งงานจอมมารทุกตนได้ยังไงล่ะ ส่วนสร้อยก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ แต่ในกรณีของเข้าคงเป็นการหลบเลี่ยงไม่อยากเจอซะมากกว่าสินะ ต้องบอกว่าเจ้าโชคดีมากๆ ก็ได้ที่ดันไปรูดแหวนกับสร้อยจอมมารมาด้วย มันจึงกลายเป็นเครื่องป้องกันภัยชั้นเลิศ"
    กันต์พยายามจับผิดในคำพูดของฮานะ แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย สุดท้ายเขาจึงได้แต่ทำตามคำแนะนำของฮานะอย่างไม่สงสัยในคำพูดของเธออีก โดยหารู้ไม่ว่าในภายภาคหน้ามันจะกลายเป็น..........
    เมืองท่องราตรี เขตเหนือ...
    "เคร้ง!! เคร้ง!!"
    "ฉัวะ!!"
    "อ๊ากกกกก!!"
    "เสนาโชคพวกเราจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้วน่ะ เมื่อไหร่หัวหน้ากิลด์คุณจะกลับมาถึงเมืองครับ"
    เสียงการต่อสู้ดังระงมไปทั่วบริเวณประตูทางออกเมืองเขตเหนือ ถัดไปรอบนอกเป็นพวกก็อบลินที่มีความสูงกว่าสองเมตร พวกมันพยายามฝ่าแนวป้องกันมาอย่างต่อเนื่อง สมาชิกจากกิลด์ต่างๆ และกลุ่มนักล่าอิสระ ต่างมาตรึงกำลังไว้ที่เขตเหนือทั้งหมด โดยมีรองหัวกิลด์ทั้งสองคอยบัญชาการ
    ส่วนโชคต้องมาคอยทำหน้าที่รักษา และพยายามอพยพผู้คนหลบไปก่อน บาสกับเฟิร์นต้องรับมือกับพวกที่เรียกตนว่า ฮ็อบก็อบลิน ถึงจะมีขนาดตัวเท่าๆ กับก็อบลินทั่วไป แต่พวกมันมีสติปัญญาและสามารถพูดคุยได้ อีกทั้งยังทรงพลังเหนือกว่าก็อบลินทั่วไปหลายเท่าตัวอีกด้วย
    ทางด้านชากับโรสหัวหน้ากิลด์ทั้งสอง รวมไปถึงลุงเหมา เจ้ภัส และน้าดอนสามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่า ต้องคอยรับมือลอร์ดก็อบลินที่แข็งแกร่งมากที่สุด ความน่ากลัวของก็อบลินคือจำนวนที่มากกว่า น่าจะเป็นเรื่องการสืบพันธุ์ที่รวดเร็วกว่ามนุษย์ ทำให้สมาชิกกิลด์และกลุ่มนักล่าตึงมือมากขึ้นเรื่อยๆ
    ส่วนพวกฮ็อบก็อบลินนั้นมีพลังฟื้นตัวที่รวดเร็ว จำเป็นต้องฆ่าให้รวดเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้พลังฟื้นตัวมันทำงาน ที่หนักสุดคือลอร์ดก็อบลินที่นอกเหนือไปจากพลังการฟื้นตัวแล้ว พละกำลัง ความแข็งแกร่ง และความทนทาน เหนือชั้นกว่าระดับท็อปของมนุษย์ไปมาก อีกทั้งความเสียเปรียบของสองหัวหน้ากิลด์และสองผู้ก่อตั้งกับเจ้าเมืองคืออาวุธ
    เพราะอาวุธระดับสี่นั้นสร้างได้แค่บาดแผลถากๆ เท่านั้น แถมพลังของพวกเขาก็ยังไม่มากพอที่จะสามารถล้มลอร์ดก็อบลินได้ ทำให้พวกเขาเริ่มจะย่ำแย่ไปไม่น้อยเลยทีเดียว ขณะที่ลอร์ดก็อบลินเริ่มได้เปรียบ มันก็มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ชายเพื่อที่จะลงมือฆ่าทิ้งก่อน
    ขวานยักษ์สองเล่มในมือลอร์ดก็อบลิน กวัดแกว่งไปมาอย่างทรงพลัง ทั้งสามพยายามตั้งรับและสวนกลับ แต่เพราะการต่อสู้ที่ยืดเยื้อมานาน ทำให้พวกเขาเริ่มที่จะเป็นฝ่ายอ่อนแรงลง และเจ้าเมืองกับชาก็พลาดท่าโดนโจมตีเข้าอย่างจัง จนสะบักสะบอมและไม่อาจที่จะลุกขึ้นยืนได้อีก
    จังหวะที่ขวานยักษ์ในมือของลอร์ดก็อบลินตวัดลงหมายสังหารทั้งสอง น้าดอน เจ้ภัส และโรส อาศัยเรี่ยวแรงที่ยังพอมีอยู่ใช้ความเร็ว เข้าไปขวางโดยการยกอาวุธขึ้นป้องกันอย่างทันท่วงที ทว่าพละกำลังของลอ์ดก็อบลินนั้นมีมากเกินไป ทำให้ขาของทั้งสามถึงกับจมลงไปพื้นดิน มือที่จับอาวุธเองก็ด้านชาจนแทบไม่มีความรู้สึก ความรู้สึกเดียวที่มีในตอนนี้คือ อีกไม่กี่อึดใจพวกเขาทั้งห้าคงหนีไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันนั้นเอง
    "ตู้มมมมมมมมมม!!!!"
    ร่างของลอร์ดก็อบลินก็ปลิวไปอย่างรุนแรง กระแทกเข้ากับพื้นดินจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาของพวกเขาคือกันต์ในชุดสีดำทมิฬ ยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาโดยมีเสือขาวยืนอยู่ข้างๆ ทำให้พวกเขาอดที่จะดีใจไม่ได้ ก่อนจะได้ยินเสียงดังออกมากระตุ้นพวกเขา
    "อย่ามัวแต่อึ้งรีบรักษาตัวด่วน แล้วไปช่วยสนับสนุนกองกำลังที่ต่อสู้ก่อน เจ้านี่ผมจัดการเอง!!"
    น้ำเสียงของกันต์ช่วยเรียกสติของทั้งห้า ก่อนที่พวกเขาจะเรียกน้ำยารักษาออกมากิน แล้วผละตัวไปสนับสนุนกองกำลังของพวกเขาทันที ในขณะที่กันต์เหม่อมองไปทางฝุ่นที่คละคลุ้งเบื้องหน้า ก่อนหน้านี้ช่วงที่กำลังเดินทางกลับเมือง เขากับใบหม่อนขี่เจ้าเสือขาวกลับมาด้วยความเร็วเต็มที่
    แต่พอกลับมาถึงหน้าเมืองเขตใต้ทหารก็รีบแจ้งถึงกองกำลังที่บุกมาทันที เขาจึงเร่งใช้ความเร็วสูงสุดเพื่อตามมาสมทบ แต่พอมาถึงทางออกประตูเขตเหนือ ก็พบศพคนและก็อบลินจำนวนไม่น้อย เขากับใบหม่อนจึงรีบซัพพอร์ตอย่างเร่งด่วน เมื่อเจอกับรองหัวหน้ากิลด์ทั้งสองพวกเขาก็แจ้งว่า ผู้นำพวกเขากำลังปะทะอยู่กับลอร์ดก็อบลิน
    ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไรไมากนัก เพราะคิดว่าทั้งห้าน่าจะรับมือไหว ทว่าเมื่อบาสกับเฟิร์นแจ้งว่าตั้งแต่ฮ็อบก็อบลินขึ้นไป ล้วนแล้วแต่มีพลังในการฟื้นตัวที่น่ากลัว ทำให้เขาอดเป็นห่วงทั้งห้าไม่ได้จึงตามมาสมทบ และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเห็นทั้งห้ากำลังเพลี่ยงพล้ำ จึงได้รีบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทันที
    "ไอ้ตัวโสโครก!! กล้ามากนะที่คิดบุกเมืองมนุษย์ วันนี้พ่อจะไล่ฆ่าให้เหี้ยนเลย" น้ำเสียงของกันต์กระหายไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่เปี่ยมล้น