อคินทิ้งตัวลงนั่งหอบหายใจข้างซากศพ เขายิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ปาดเลือดที่เข้าตาออก
"จบสักท..."
กรรรรรร...
เสียงขู่คำรามต่ำๆ ดังประสานกันขึ้นมาจากพุ่มไม้รอบทิศทาง รอยยิ้มของอคินแข็งค้าง
ในเงามืดที่รายล้อม... ดวงตาสีเหลืองอำพันสามคู่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขา แสงจันทร์สาดส่องกระทบขนสีเงินที่พลิ้วไหว
'หมาป่าขนเงิน' สามตัว... นักล่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและความโหดเหี้ยม
พวกมันฉลาดพอที่จะรอให้ 'เหยื่อ' หมดแรงจากการสู้กับออร์คก่อน แล้วค่อยออกมาปิดบัญชี
ติ๊ง!
[ตรวจพบศัตรูเพิ่มเติม! หมาป่าขนเงิน เลเวล 42 จำนวน 3 ตัว!]
[บ้าจริง! พวกมันดักรอให้นายเหนื่อยล้าเหรอเนี่ย!]
"ยังไม่จบแฮะ..." อคินกัดฟันลุกขึ้นยืน ขาสั่นระริกจากความเหนื่อยล้า เขาหยิบโล่ที่บุบบี้ขึ้นมาสวมอีกครั้ง
เขาเหลือบมองนาฬิกาของระบบ... ตัวเลขสีแดงเริ่มกะพริบเตือน
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:00]
"ทุกคนไหวไหม?"
โบ้ลุกขึ้นมายืนเคียงข้าง แม้จะเดินกะเผลกแต่แววตายังสู้ไม่ถอย
ส้มซ่าและปลาเผากางกรงเล็บออก ขนพองฟูขู่ฟ่อ เตรียมพร้อมปะทะ
ฟุ่บ!
หมาป่าตัวแรกพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าออร์คหลายเท่า อคินยกโล่รับแทบไม่ทัน
กึง!
เขี้ยวของมันขบเข้าที่ขอบโล่ พยายามจะกระชากให้หลุดจากมือ แรงกัดนั้นรุนแรงจนแขนเขาชาหนึบ
ในจังหวะเดียวกัน ตัวที่สองและสามก็พุ่งเป้าไปที่แมวและโบ้
"บัวลอย! ตรึงตัวขวา!"
อคินตะโกนสั่งทั้งที่ยังยื้อยุดกับตัวแรก
เงาสีดำพุ่งเข้าไปพันขาหมาป่าตัวขวา ทำให้มันเสียหลักล้มกลิ้งเปิดช่องว่าง
"ปลาเผา! ส้มซ่า! จัดการตัวที่ล้ม!"
สองแมวนักล่าไม่รอช้า พุ่งเข้าตะปบเข้าที่เส้นเอ็นขาหลังของหมาป่าที่ถูกตรึง ทำให้มันร้องโหยหวนและเคลื่อนที่ไม่ได้
ส่วนทางด้านเจ้าโบ้ มันใช้เทคนิคเดิม 'หันหลังชน' กระแทกหมาป่าตัวที่สองจนเซ แล้วใช้กรงเล็บที่ขาหน้าตบสวนเข้าที่จมูกจุดอ่อน
"ย้ากกก!"
อคินรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระแทกโล่ใส่หน้าหมาป่าตัวแรกจนมันผงะ แล้วแทงดาบสวนเข้าที่หัวใจ
ฉึก!
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารหมาป่าขนเงิน เลเวล 42 จำนวน: 1750 แต้ม]
ตัวแรกสิ้นฤทธิ์...
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกสิบห้านาทีที่ยาวนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์
ด้วยความอ่อนล้าทำให้พวกเขาพลาดท่าโดนกัดโดนข่วนไปหลายแผล
แต่อาศัยทีมเวิร์คที่รู้ใจกันราวกับเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ในที่สุดซากหมาป่าขนเงินทั้งสามตัวก็นอนเกลื่อนกลาดอยู่รอบศพออร์ค
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
คราวนี้อคินทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้นดินจริงๆ เขาขยับนิ้วแทบไม่ได้แล้ว เลือดผสมเหงื่อไหลเข้าตาจนแสบพร่า
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารหมาป่าขนเงิน เลเวล 42 จำนวน: 1750 แต้ม]
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารหมาป่าขนเงิน เลเวล 42 จำนวน: 1750 แต้ม]
ติ๊ง!
[รีบกลับบ้านกันเถอะ... ก่อนที่เวลาจะหมด]
อคินหัวเราะแห้งๆ มองดูเวลาเชื่อมต่อที่แจ้งเตือน
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:00]
"เกือบไปแล้ว..."
อคินยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความง่วงงุนที่รุนแรงเริ่มโจมตีเขา มันไม่ใช่ความง่วงปกติ แต่มันเหมือนสวิตช์ไฟที่กำลังจะถูกสับลง
"รีบเก็บของกันเถอะ..."
เขาเปิดกระเป๋ามิติแล้วดูดเก็บซากออร์คและหมาป่าขนเงินทั้งสามตัวเข้าไปเก็บไว้ข้างใน
"กลับบ้านกันเถอะพวกเรา..."
อคินวิ่งสุดฝีเท้านำทางออกจากป่า โดยมีโบ้เดินเบียดขามาตลอดทาง
และแมวสามตัวเกาะอยู่บนไหล่และเป้หลัง ราวกับกำลังปกป้องเจ้านายที่กำลังอ่อนแอลงทุกวินาที
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:03:10]
โลกเริ่มหมุนติ้ว... ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว
อคินรู้ดีว่านี่คือสัญญาณของการ 'ตัดการเชื่อมต่อ' หรือที่เขาเข้าใจว่าคือการหลับลึก
เขาพยายามก้าวเท้าให้ถึงเขตปลอดภัยของค่าย
แต่แล้ว... ความรู้สึกนั้นก็มาเยือนอีกครั้ง
ความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลัง 'หดตัว'
กล้ามเนื้อที่เคยตึงแน่นเริ่มอ่อนยวบ กระดูกที่ยืดยาวเริ่มหดสั้นลง ความสูงลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
โลกที่เคยอยู่ในระดับสายตา กลับขยายใหญ่ขึ้นจนเขารู้สึกตัวเล็กลง
เขาวิ่งมาจนเห็ตกำแพงค่ายแล้ว แต่เวลานั้นก็ไม่เพียงพอแล้วเช่นกัน
"ฝันดีนะ... ทุกคน...ระบบอย่างน้อยก็ช่วยย้ายร่างของฉันเข้าไปในเขตปลอดภัยที"
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
อคินพึมพำเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่สติสัมปชัญญะของมนุษย์ดับวูบลง
เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตื่นขึ้นมารับช่วงต่อ ภายใต้แสงจันทร์ที่กำลังจะลาลับไป
ร่างเงาพวกเหล่าแมว ค่อยเดินตามหลังสุนัขตัวใหญ่หายลับไปในความมืดของค่ายพักพิง...
รอคอยเวลาที่ 'อัศวิน' จะกลับมาอีกครั้งในคืนถัดไป
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 7 เมษายน]
ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากขึ้นจากก้นมหาสมุทรที่มืดมิดหายวูบไปทันทีที่เปลือกตาเปิดขึ้น
อคินสูดอากาศเฮือกใหญ่เข้าปอด เขาเบิกตามองไปรอบๆ ความทรงจำสุดท้ายคือเขาสลบไปนอกกำแพงของค่าย
แต่ตอนนี้เขากลับตื่นขึ้นมาในเต็นท์ของตัวเอง
[ยินดีต้อนรับกลับมา! ฉันย้ายร่างให้ตามที่นายบอกแล้วนะ ขอบคุณฉันด้วยล่ะ]
ข้อความสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศตรงหน้า อคินยิ้มบางๆ ให้กับความกระตือรือร้นของคู่หูที่มองไม่เห็น
"ขอบคุณที่ช่วยย้ายร่างฉันกลับมานะ..."
เขาพึมพำพลางบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บฟังดูน่าพอใจ
ก่อนจะหันไปมองสมาชิกปาร์ตี้สี่ขาที่นั่งเรียงหน้ากระดานรออยู่
ดวงตาสี่คู่จ้องมองเขาเขม็ง...
'เจ้าโบ้' นั่งลิ้นห้อย หางแกว่งไกวระรัวจนเกิดลมพัดฝุ่นฟุ้ง
ส่วนแมวทั้งสามนั่งเลียอุ้งเท้าด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งแต่แอบชำเลืองมองเขา
พวกมันมองเขาด้วยแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
"มองกันตาแป๋วเชียวนะ วันนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ แต่ก่อนอื่น..."
อคินขยิบตา
"ต้องเอาของที่ล่ามาได้ของเมื่อวานไปเปลี่ยนเป็นข้าวกินก่อน"
อคินหยิบถุงมิติที่บรรจุร่างของ 'ออร์คเดียวดาย' และร่างของ 'หมาป่าขนเงิน' สามตัว
"ไปกันเถอะพวกเรา ไปแลกเครดิตให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปกินข้าว"
...
บรรยากาศหน้าจุดรับซื้อซากอสูรคึกคักไปด้วยเหล่านักล่าและพ่อค้าคนกลาง
กลิ่นคาวเลือดสดใหม่ผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเวทมนตร์ลอยคละคลุ้งจนฉุนจมูก
แต่อคินชินชากับมันเสียแล้ว เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประจำของสมาคมกิลด์
ก่อนจะเทสิ่งที่อยู่ในกระเป๋ามิติลงบนโต๊ะโลหะที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน
ตึง!
เสียงวัตถุหนักกระทบพื้นโต๊ะเรียกความสนใจจากรอบข้าง
เขี้ยวขนาดยักษ์สีขาวอมฟ้าสองคู่กลิ้งไปหยุดตรงหน้าเจ้าหน้าที่ประเมินราคา
แสงไฟนีออนสะท้อนความคมกริบของมันวาววับ
"นะ... นี่มัน..."
เจ้าหน้าที่หนุ่มขยับแว่นสายตา มือไม้สั่นเทาขณะหยิบเขี้ยวออร์คขึ้นมาส่อง
"เขี้ยวออร์คเดียวดาย... แถมความสมบูรณ์ของโครงสร้างยังระดับ A! คุณอคิน... โซนป่าชั้นในตอนนี้แม้แต่ปาร์ตี้ระดับกิลด์ยังตึงมือเลยนะครับ คุณไปได้มันมายังไง?"
"ความลับทางการค้าน่ะครับ"
อคินตอบเลี่ยงๆ พร้อมรอยยิ้มสุภาพแบบพนักงานดีเด่น
"พอดีผมโชคดี... ไปเจอจังหวะที่มันบาดเจ็บหนักอยู่พอดี"
แน่นอนว่าเขาโกหก ความจริงคือเขาและปาร์ตี้ผู้พิทักษ์ขนปุยกำจัดมันได้ในไม่กี่กระบวนท่า
เจ้าหน้าที่พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะหันไปตรวจสอบหนังสัตว์
"แล้วก็หนังหมาป่าขนเงินนี่... รอยบาดน้อยมาก ฝีมือดาบระดับปรมาจารย์ชัดๆ ... เอาล่ะครับ ผมให้ราคาตามเรตมาตรฐานนะครับ ช่วงนี้ตลาดค่อนข้างนิ่ง..."
ทันใดนั้น 'ส้มซ่า' แมวลายสลิดสีส้มตัวอ้วนกลมที่เกาะอยู่บนไหล่อคิน
ก็กระโดดลงไปบนเคาน์เตอร์ มันเดินนวยนาดเข้าไปเอาหัวถูไถกับแขนของเจ้าหน้าที่หนุ่ม พลางช้อนตามองด้วยความไร้เดียงสา
"เมี้ยววว~ หง่าววว~"
เจ้าหน้าที่หนุ่มเผลอยิ้มออกมา
"โอ้... เจ้าเหมียวนี่ขี้อ้อนจังนะครับ"
แต่ในสายตาของอคิน หน้าต่างระบบสีฟ้าเด้งขึ้นมาทับซ้อนกับใบหน้าของส้มซ่าทันที
['ส้มซ่า' บอกว่าต้องแกล้งทำเป็นพูดไม่ได้ก่อนนะ]
[แล้วมันก็บอกว่าอย่าไปเชื่อมันนะ! เมื่อกี้ตอนมันแอบไปเดินเล่นหลังร้าน ได้ยินพวกฝ่ายผลิตคุยกันโขมงเลยว่า 'วัตถุดิบขาดแคลนหนัก' ต้องรีบปั๊มชุดเกราะแจกพวกทหารเกณฑ์หน้าใหม่ล็อตใหญ่ที่เพิ่งเข้ามา... เห็นว่ามีคำสั่งอนุมัติเพิ่มเรตรับซื้อพิเศษด้วยนะ!]
อคินกระตุกยิ้มมุมปาก ข้อมูลวงในระดับนี้มีค่าดั่งทองคำ
เขาแสร้งทำเป็นลูบหัวส้มซ่ากลับ ก่อนจะหันไปสบตาเจ้าหน้าที่ด้วยแววตามั่นใจ
"ราคามาตรฐานเหรอครับ?"
อคินเลิกคิ้ว
"แต่ผมได้ยินข่าวลือหนาหูมาว่า... ทางฝ่ายผลิตกำลังวิ่งวุ่นหาวัตถุดิบไปทำชุดเกราะให้ทหารเกณฑ์รุ่นใหม่ไม่ใช่เหรอครับ? ได้ยินว่ามีความต้องการเร่งด่วนถึงขนาดมีงบ 'อัดฉีด' เพิ่มให้ด้วย..."
เจ้าหน้าที่ชะงักกึก รอยยิ้มเจื่อนลงทันที เขาถอนหายใจยาวพลางมองอคินอย่างยอมจำนน
"ข่าวไวสมเป็นคุณอคินจริงๆ ... ให้ตายสิ ปิดไม่มิดเลยเหรอเนี่ย" เขากดแป้นพิมพ์รัวเร็ว "ตกลงครับ ผมให้ราคาตลาดบวกโบนัส 'ความต้องการเร่งด่วน' อีก 20%... พอใจไหมครับ?"
เครดิตจำนวนมหาศาลถูกบันทึกลงในสมุดบัญชี อคินมองตัวเลขแล้วลอบกำหมัดแน่นด้วยความดีใจ
...
ค่ำคืนนี้ โรงอาหารไม่ได้เป็นเพียงที่ฝากท้อง แต่กลายเป็นเวทีถกเถียงทางการเมืองขนาดย่อม
อคินเลือกมุมสงบมุมเดิม วางจานข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอดชามโตลง แล้วเงี่ยหูฟังกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
สายตาของเขาไปสะดุดกับบอร์ดประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกนำมาติดตั้ง
อคินเหลือบมองไปเห็นข้อความตัวใหญ่บนป้ายประกาศ
'ระเบียบโลกใหม่ สถาบันบัณฑิตพฤกษาเปิดรับสมัครสอบคัดเลือก'
"เอาจริงดิ?"
ชายวัยกลางคนโต๊ะข้างๆ ชี้ไม้เสียบไก่ไปที่จอ
"จะสอบเป็นคนกวาดถนนยังต้องใช้ 'ใบรับรองวิชาชีพ' เนี่ยนะ? ท่านเพทายแกจะบ้าจี้สร้างระบบราชการขึ้นมาทำไมในเมื่อโลกมันพังไปแล้ว"
"โลกพัง แต่คนยังอยู่นี่หว่า"
หญิงสาวในชุดนักเวทฝึกหัดแย้งเสียงแข็ง
"ฉันว่าดีออก ใครเก่งด้านไหนก็ไปทำด้านนั้น ไม่ใช่เอานักเวทไปแบกปูน หรือเอาพวกบ้ากล้ามมานั่งบัญชี... แถมเห็นว่าใครสอบผ่าน 'มาตรฐานพลเมืองระดับ 2' จะได้รับสิทธิ์ซื้อ 'ใบคัดลอกสกิล' ในราคาลด 50% ด้วยนะ!"
คำว่า ใบคัดลอกสกิล ทำให้อคินหูผึ่ง
เขาหยุดเคี้ยวข้าว พลางเพ่งมองรายละเอียดบนแผ่นกระดาน
...จัดระเบียบชนชั้น... ผู้พิทักษ์... นักผจญภัย... ช่างฝีมือ...
ระบบการปกครองที่ไม่ได้วัดกันที่จำนวนพวกพ้อง แต่วัดกันที่ 'ความสามารถ' และ 'บททดสอบ'
อคินทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างโรงอาหาร
มองเห็นแสงไฟจากการก่อสร้างที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแม้ยามค่ำคืน
มันไม่ใช่แค่การสร้างกำแพงกันมอนสเตอร์ แต่เขามองเห็นโครงสร้างของ 'อารยธรรม' ที่กำลังถูกกอบกู้ขึ้นมา
"คนชื่อเพทายนี่... คิดการใหญ่ชะมัด"
อคินรำพึงในใจด้วยความทึ่ง
"เขาไม่ได้แค่พยายามให้เรารอดตาย แต่เขากำลังพยายามทำให้เรากลับมาเป็น 'มนุษย์' ที่มีสังคมอีกครั้ง"
เขาหันกลับมามอง 'ส้มซ่า' และ 'ปลาเผา' ที่กำลังรุมทึ้งปลาทูทอดกรอบอย่างมีความสุขบนเก้าอี้ข้างตัว
"ดีแล้วล่ะ..."
เขาเอื้อมมือไปลูบหัวส้มซ่าเบาๆ เจ้าแมวน้อยหยุดกินแล้วเอาแก้มมาถูนิ้วเขา
"ถ้าโลกข้างนอกมีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ที่เข้มแข็งแบบนี้... อีกไม่นานมันคงปลอดภัยพอที่นายจะกลับมาใช้ชีวิตได้นะ... แต้ม"
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบสีฟ้าเด้งขึ้นมาบังหน้าเขาเต็มๆ
[มนุษย์นี่คิดเยอะเรื่องมากจริง! สร้างกฎเกณฑ์ยุบยับไปหมดน่ารำคาญจะตาย... แต่นายไม่ต้องไปสนหรอก! นายไม่ใช่ข้าราชการ! นายคือ 'อัศวิน'!]
[เลิกทำหน้าซึ้งแล้วรีบดินเดี๋ยวนี้! คืนนี้ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นศัตรูที่แข็งแกร่งในหุบเขาทิศเหนือ!]
อคินหลุดขำออกมาเบาๆ
"รับทราบครับผม... ท่านระบบ"
เขาตักข้าวคำโตเข้าปาก
"ไปกันเถอะพวกเรา คืนนี้ดูเหมือนบอสของเราจะอยากได้สมบัติ... เอ้ย อยากกำจัดศัตรู"
...
ณ เขตที่ถูกระบุว่าเป็นหุบเขาลับแล
บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากป่าโปร่งรอบค่ายอย่างสิ้นเชิง
อากาศใน 'หุบเขาลับแล' เย็นยะเยือกและหนักอึ้งราวกับมีตะกั่วผสมอยู่ในออกซิเจน
กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อที่ถูกย่างไฟลอยมาแตะจมูก ผสมกับกลิ่นสาบสางที่รุนแรงจนเจ้าโบ้ส่งเสียงขู่ในลำคอไม่หยุด
อคินหมอบลงหลังโขดหินใหญ่ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงจังหวะของมัน
ภาพเบื้องหน้าทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
ไม่ใช่หนึ่ง... ไม่ใช่สอง...
แต่เป็น 'ค่ายโทรลล์' ที่มีจำนวนหลายสิบตัว
พวกมันกำลังตั้งค่ายพักแรม รูปร่างผอมเกร็งแต่สูงโย่งเกือบ 2 เมตรครึ่ง
แขนยาวระพื้นราวกับลิงกัง ผิวหนังสีเขียวตะไคร่น้ำของพวกมันดูเปียกลื่นตลอดเวลา ดวงตาสีเหลืองขุ่นมัวสะท้อนแสงไฟกองกลาง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ขนาดตัว แต่คือ พลังการฟื้นฟู ที่เป็นตำนานของเผ่าพันธุ์นี้
"เยอะมาก..."
อคินกระซิบเสียงเครียด เหงื่อเย็นไหลซึมถุงมือหนังที่กำด้ามดาบแน่น
"ระบบ นายจะบ้าเหรอ? เลเวลเฉลี่ยพวกมันสูงกว่าเราอีกนะ... เราไหวแน่เหรอ?"
[กำลังคำนวณความน่าจะเป็น... โอกาสชนะสองในสามหากปฏิบัติการตามแผนยุทธวิธี!]
[พวกมันมีพลังฟื้นฟูและปิดปากแผลสูง การต่อสู้ยืดเยื้อจะทำให้เสียเปรียบ]
[แนะนำให้โจมตีจุดตาย ตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอเพื่อปลิดชีพ การสร้างบาดแผลให้กับส่วนอื่นๆ ของร่างกายนั้นเสียเวลาเปล่า]
"เอาวะ! เชื่อก็เชื่อ"
อคินสูดหายใจลึก ปรับโฟกัสสายตา เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับขณะที่เขาเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ตามสัญชาตญาณนักรบ