ธารานั่งหมุนปากกาอยู่บนโคนนิ้วโป้ง ขณะที่ใจครุ่นคิดถึงเหตุการณ์บนเขาเมื่อวานอย่างไม่ว่างเว้น เสียงจอแจในห้องเรียนก่อนเริ่มไม่เข้ามาในความสนใจของเขาแม้แต่น้อยเสียงล้อชื่อพ่อชื่อแม่เถียงกันไปมาของเพื่อกลุ่มผู้ชาย เสียงพูดคุยกันเื่เกมฟรีฟายที่กำลังเป็ที่นิยม เสียงพูดคุยแหลมปรี๊ดของนักเรียนหญิงที่คุยเื่ดาราซีรี่ย์เกาหลี เสียงนักเรียนแถวหน้าห้องติวบทเรียนให้กับใครสักคน ทุกอย่างเป็เพียงแค่ฉากหลังที่ไร้ความสลักสำคัญเหมือนเสียงเพลงในร้านอาหาร ธาราเป็ห่วงคนอื่นๆในกลุ่มโดยเฉพาะธันยาที่วันนี้ยังปิดปากเงียบไม่ยอมพูดจากับเขาแม้แต่คำเดียว และตอนนี้ก็ไม่อยู่ในห้องทั้งที่คราบแรกกำลังจะเริ่ม จากเหตุการณ์บนเขาที่เกิดขึ้นเมื่อวาน พี่วิวัฒน์ที่ดูโวยวายก็ยังดีกว่าธันยาที่เก็บอาการเอาไว้คนเดียว ความสงสัยกวนใจเขาจนต้องฟุบหน้าลงนอนกับโต๊ะเรียนที่เป็เนื้อไม้ตะปุ่มตะป่ำ มีรอยลิควิดและรอยขอบไม้บรรทัดเหล็กขูดเป็ลวดลายต่างๆไว้
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะฮิๆของกลุ่มนักเรียนชาย แทนที่จะสะดุ้ง ธาราค่อยๆเงินหน้าขึ้นมามองอย่างเซื่องสะลึมสะลือคล้ายกับรู้อยู่แล้วว่าจะโดนแกล้ง
“ไอ้ขี้เซา” นักเรียนชายคนนั่นพูดเยาะๆ ด้วยเสียงแหลมขึ้นจมูก ดวงตาโตทั้งสองข้างฉายแววชิงชัง ส่วนสูงเพียงร้อยหกสิบสองเซ็นติเมตรซึ่งต่างจากธาราคนละขั้ว แต่ร่างกายสันทัดเพราะเป็นักกีฬาฟุตบอลศูนย์หน้าประจำโรงเรียน ชื่อจริงชื่อวุฒิชัยแต่เพื่อนๆเรียกวุฒิ ริมฝีปากหนา จมูกจิ้มลิ้ม จะมองให้ขี้เหร่นิดๆหรือหล่อหน่อยๆก็ได้ อยู่ที่คนมอง มีลูกไล่เป็เพื่อนตัวโตอีกสองคนซึ่งเป็กองหลังประจำทีม (ตัวล่ำสันเล็กน้อยแต่ไม่สูงเท่าธารา)
ธาราเพยิดศีรษะแทนคำถามว่ามีอะไร อีกฝ่ายจ้องหน้าธาราไม่วางตา ก่อนจะถามว่า “กวนตีนเหรอมึงน่ะ”
“เปล่า” ธารายักไหล่ ใจอยากจะนอนฟุบโต๊ะเพื่อครุ่นคิดเื่เดิมต่อ
“อย่างมึงเป็นักมวยกับเขาได้เหรอวะ นักมวยบ้าอะไรกลัวเมีย” วุฒิพูดจายียวน ยื่นมือมาตีเสยกะโหลกของธาราทีหนึ่ง ก่อนจะหันเก้าอี้ไม้ของโต๊ะว่างตัวได้หน้ามานั่งประจันหน้ากับธารา อีกฝ่ายไม่ได้หลบเลี่ยงหรือตอบโต้ ลูกไล่ของวุฒิอีกสองคนดูอยู่ห่างๆ เพราะสำนึกเสมอว่าอีกฝ่ายเป็ถึงนักมวยเหรียญทอง ชื่นชมในความกล้าของหัวโจกตัวเอง วุฒิเหลียวซ้ายแลขวาทำท่ามองหาคนหาย “เมียมึงหายไปไหนล่ะ ไม่มีใครช่วยมึงแล้ว”
ปรกติธาราจะปล่อยให้วุฒิรังแกแบบตอดเล็กตอดน้อยไป เพราะอีกฝ่ายก็ทำได้แค่สร้างความรำคาญ อย่างไรซ้อมมวยกับชาคริตก็ทำให้เขาเจ็บตัวมากกว่านี้หลายเท่าอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่วุฒิได้ใจและมือหนักขึ้นเรื่อยๆจะมีธันยาคอยห้ามและด่ากลับให้ ซึ่งวุฒิจำเป็ต้องเลิกราเพราะคงดูไม่ดีถ้าจะลงไม้ลงมือกับผู้หญิง
ธารามองออกถึงแรงจูงใจของวุฒิ การที่วุฒิรู้ว่านักมวยอย่างเขาไม่ตอบโต้ ถือเป็โอกาสอันดีในการสร้างบารมีให้ตัวเอง ดูได้จากลูกไล่ทีมฟุตบอลอีกสองคนที่มองดูวุฒิอย่างนับถือ แต่ละครั้งที่วุฒิรังแกเขา สายตาจะต้องเหลือบมองไปยังเพื่อนร่วมชั้นหญิงที่ชื่อแพรวลดาเสมอ นักเรียนสาวเชียร์ลีดเดอร์ดาวเด่นที่นักเรียนชายเกือบทุกคนในชั้นลงคะแนนโหวตอย่างไม่เป็ทางการว่า ฮ็อตที่สุด(ยกเว้นธาราที่ยืนยันว่าธันยาสวยที่สุดเสมอ) ร่างผอมอ้อนแอ้นแต่หน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัว จมูกเป็สัน ตามคม ปากอวบอิ่ม คล้ายถอดโครงหน้ามาจากดาราหนังผู้ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น
ถึงไม่ยอมเอ่ยปาก แต่อาการมันฟ้องชัดเจนว่าวุฒิแอบชอบแพรวลดาอยู่ ด้วยอาการที่ดูขาดความมั่นใจ พูดจาอ้อมแอ้มเมื่อต้องสนทนากับหล่อน แต่พอเห็นว่าแพรวลดาดูอยู่ ไม่ว่าทำอะไรก็ต้องพยายามโชว์เหนือจนออกจะล้นเหมือนที่กำลังรังแกธาราอยู่ในตอนนี้ เป็การแสดงให้เห็นว่าแม้แต่นักมวยเหรียญทอง วุฒิก็ไม่กลัว
ธาราตกเป็เป้าการแกล้งของวุฒิั้แ่ชั้นมัธยมที่สองเทอมสอง ก่อนที่เขาจะได้เป็นักมวย เมื่อแพรวลดามาสารภาพรักของวัยแรกรุ่นกับธารา ท่ามกลางความอิจฉาของนักเรียนชายทั้งหลาย ตอนนั้นธารารู้สึกว่าเป็ภาระตนไม่น้อยที่ต้องปฏิเสธอีกฝ่าย ท่ามกลางสายตาเพื่อนๆทุกคน ก่อนที่จะหันไปประกาศทั่วห้องว่าเขาชอบธันยา ซึ่งทุกคนอื่นตอนนั้นมองว่าเป็แค่เพื่อนสนิทกัน (แทบจะเหมือนญาติกันด้วยซ้ำ ด้วยการที่ชื่อขึ้นต้นด้วย ธ เหมือนกันและโชคดีได้เรียนห้องเดียวกันเกือบตลอด)
และด้วยเหตุนี้ธาราก็ตกเป็เป้าหมายของวุฒิั้แ่นั้นมา ธาราแอบเข้าใจในความเ็ปของวุฒิ จึงไม่ถือสาอีกฝ่ายที่เหิมเกริมขึ้นเรื่อยๆเท่าใด การเป็หนักมวยไม่ได้สอนให้เขาแก้ปัญหาด้วยหมัด แต่ให้รู้จักหัดอดทนมากกว่า ยิ่งอาวุธของเราอันตรายเราต้องยิ่งหักห้ามใจให้มากขึ้น เขาคงไม่มีอารมณ์ใส่ใจการก่อกวนแบบเด็กๆของวุฒิในเมื่อ่นั้นต้องไปเข้าค่ายนรกกับชาคริตทุกเช้า เย็น ค่ำ กลางคืน
ธาราคิดว่าอีกฝ่ายรังแกหนำใจแล้วจึงฟุบหลับกับโต๊ะเพื่อครุ่นคิดเื่เดิมต่อ ฝั่งวุฒิพลันหน้าเสียคล้ายถูกสบประมาทอย่างรุนแรงจากการไม่แยแสของอีกฝ่าย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้
“กูมีท่าล็อคใหม่มาลองใช้กับนักมวยอย่างมึงว่ะ”
วุฒิเดินมาที่หลังเก้าอี้ธารา จากนั้นสอดแขนเข้าซอกคอแล้วออกแรงรัดอย่างรวดเร็ว ดึงร่างของอีกฝ่ายมาติดพนักเก้าอี้ ออกแรงรัดสุดแรงจนธาราหายใจไม่ออก ณ ตำแหน่งนี้ยากแก่การจะแก้สถานการณ์เพื่อคลายล็อคได้ (วุฒิน่าจะศึกษาและฝึกท่านี้เพื่อเตรียมมาเล่นงานนักมวยอย่างธาราเต็มที่) ธาราสงบสติอารมณ์ ตีมือแท็ปยอมแพ้กับแขนของอีกฝ่าย ทว่าวุฒิก็ยังคงไม่ยอมปล่อย
“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” เสียงเอ็ดแหลมๆที่แฝงความหวานดังขึ้น วุฒิสะดุ้งรีบปล่อยแขนออกมาจากคอของธาราทันที ธาราแอบดีใจวาบแต่ก็ต้องห่อเหี่ยวลงเมื่อเ้าของเสียงไม่ใช่ธันยา แต่เป็แพรวลดา สายตาดุดันที่เธอมองมาคงพาให้วุฒิหัวใจอ่อนยวบ “ธาราเขาหายใจไม่ออกแล้ว เล่นอะไรไม่เข้าท่า”
วุฒิมีท่าเก้อๆเขินๆ ตอบโดยไม่มองตาอีกฝ่าย “ก็.. ไม่มีอะไรหรอก เราแค่เล่นกับสนุกๆ ใช่มั้ยธารา”
แล้วอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปเป็กอดคอธาราที่กำลังไอสำลักอยู่
“ปล่อยธาราเขาอยู่เฉยๆเถอะ” แพรวลดายังคงทำหน้าปั้นปึ่ง เมื่อธันยาไม่อยู่ แพรวลดาก็เริ่มทำหน้าที่ปกป้องธาราแทน แม้แต่ตอนโกรธก็ยังทำให้วุฒิอดหน้าแดงไม่ได้ ใจหนึ่งวาบหวาม แต่อีกใจหนึ่งก็อดอิจฉาธาราไม่ได้ อยากทำให้ธาราดูเหมือนขี้แพ้ต่อหน้าแพรลดาที่สุด แต่ก็ไม่กล้าทำให้เธอโกรธ ทั้งสองความรู้สึกชักเย่อกันอยู่ในใจ
“จ้ะๆ ไม่เล่นละๆ” วุฒิพูดพลางตบไหล่ธาราอย่างไปกันเอง ก่อนจะยอมเดินกลับไปนั่งที่ตน รวมกลุ่มกับลูกไล่ทีมร่วมทีมฟุตบอลอีกสองคน
เมื่อครู่ธาราไม่คิดจะตอบโต้อะไรเพราะคิดว่าเดี๋ยวธันยาก็คงเข้ามาห้าม แต่แล้วนี่กำลังจะเริ่มเรียนคาบแรก เขาก็ยังไม่เห็นวี่แววของแฟนสาว ธันยาดูผิดปรกติไปั้แ่เหตุการณ์บนเขาเมื่อวาน เมื่อเช้าซ้อนมอเตอร์ไซด์มาโรงเรียนกับเขาก็ไม่ยอมพูดยอมจา ธารานั่งเหม่อคิดเป็ห่วงแฟนสาวของตนจนไม่ทันสังเกตุแพรวลดาที่เข้ามาดูต้นคอของเขา
“ดูสิ! แดงหมดแล้ว วุฒิเล่นอะไรของเขากันนะนิสัยไม่ดีเลย!” แพรวลดาจงใจบ่นให้อีกฝ่ายได้ยิน แม้วุฒิจะทำท่าไม่ได้ยินแกล้งทำเป็คุยกับเพื่อนทั้งสองคน แต่สีหน้าก็เจื่อนแบบปิดไม่มิด
ธาราสะดุ้งเมื่อนิ้วเรียวของเธอัักับรอยแดงตรงซอกคอที่เกิด่จากการรัดเมื่อครู่ แพรวลดาถามธาราด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใยว่า “ยังหายใจไม่ออกอยู่มั้ย เจ็บคออยู่หรือเปล่า ทำไมเธอไม่โต้ตอบมันไปบ้างล่ะ เธอเป็นักมวย ตัวสูงกว่ามันตั้งเยอะ มันสิต้องกลัวเธอ”
“แค่นี้เอง” ธารายักไหล่ กระเถิบคอหนีนิ้วของเธอเล็กน้อย ในใจก็เกิดความรู้สึกหวิวหวามขึ้นมาบ้าง
“ถึงเธอจะไม่เป็ห่วงตัวเอง แต่บางคนก็เป็ห่วงเธอนะรู้มั้ย” แพรวลดาประคองสองมือกับใบหน้าของธาราให้เบนสายตามาที่หน้าอกของตน แนนอนว่าผู้ชายโดยส่วนใหญ่ย่อมต้องถูกดึงดูดด้วยส่วนเว้าโค้งของสรีระสตรีที่ใหญ่กว่าปรกติเช่นของแพรวลดาอยู่แล้ว ทว่าสายตาของธารากลับถูกดึงดูดด้วยสร้อยเส้นหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นว่าแพรวลดาใส่มาก่อน ลักษณะเป็เชือกคล้องคอสีดำผูกไว้กับตัวสร้อยที่เป็หินออบซีเดียนก้อนกลมสีดำที่ขัดจนขึ้นเงา เงาสะท้อนจากผิวหินก้อนนั้นดึงดูดสายตาธาราจนไม่สามารถละจากมันได้ ความรู้สึกร้อนวาบและหวิวหวามจู่โจมทั่วสรรพางค์กาย อย่างรุนแรงประกายตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็เลื่อนลอยไร้สติ สองมื่อเลื่อนมาจับมือของแพรวลดาฉวยกุมไว้ เขากลับรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นไม่ต่างจากตอนที่กุมมือธันยา
“ธาราทำอะไรน่ะ ฉันเขินนะ” แพรวลดาร้องพลางหัวเราะคิกคัก เพื่อนๆโดยเฉพาะผู้หญิงเริ่มหันมามองแล้วกระซิบกระซาบกัน ส่วนวุฒินั้นหน้าซีดเผือดก่อนจะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและอิจฉา แพรวลดาเองยิ้มหน้าระรื่น ชื่นชอบทุกสายตาที่มองมาในยามนี้
ธารารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่พลังดึงดูดรุนแรงบางอย่างครอบงำจนเขาไม่อาจบังคับตัวเองได้ ใจพยายามนึกถึงใบหน้าของธันยาแต่นึกไม่ออกคล้ายกับกำลังจะลืมแฟนสาวไปอย่างช้าๆ เขาพยายามแข็งใจละสายตาจากหินก้อนนั้นอย่างยากเย็น แม้จะทำได้สำเร็จแต่ก็ไม่รู้จะมองไปที่ใดที่พอจะเป็ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ เขากำลังพ่ายแพ้กับแรงดึงดูดประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลนี้ สัญชาตญาณสั่งให้คว้าคอของอีกฝ่ายมาประกบปากจูบ ธาราพยายามฝืนความรู้สึกนั้นอย่างเต็มกลั้น
ทันใดนั้นสายตาเขาเหลือบไปเห็นขวดน้ำเนสเล่ท์ที่เพื่อนเด็กเรียนนั่งโต๊ะหน้าห้องกำลังกระดกขึ้นดื่ม ในน้ำที่กำลังไหลลงจากขวดนั้นเองธาราได้มองเห็นเงาสะท้อนของตัวเขาในนั้น เงาดังกล่าวสามารถดึงความสนใจของเขาออกจากสร้อยหินออบซิเดียนได้สำเร็จ
และแล้วความรู้สึกเดียวกับค่ำคืนที่แสนโหดร้ายเมื่อวัยเด็กก็เกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง ธารารู้สึกว่าจิตใจของตัวเองพุ่งออกจากร่างตัวเอง เข้าไปสะท้อนกับน้ำในขวดเนสต์เล่แล้วพุ่งกลับมาด้วยความเร็วที่รุนแรงยิ่งกว่าเก่า ปะทะกับหินออบซิเดียนสีดำมืดมิดจนเกิดแสงสว่างสีน้ำเงินเรืองเรื่อขึ้นจากตัวหิน แล้วจิตใจของเขาก็กลับคืนมาสู่ร่าง ในขณะที่แพรวลดาเกิดอาการสะดุ้งอย่างรุนแรง กระชากมือออกจากการกุมของธารา
“อุ๊ย! อีห่า!!!” แพรวลดาอุทานดังลั่นห้องอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ แล้วค่อยหันไปหัวเราะเจื่อนๆกับทุกคนในห้อง “โทษทีจ้ะ ฉันใ ลืมตัวไปหน่อย”
ทันใดนั้นข้อมือของแพรวลดาก็ถูกกระชาก ไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่ธันยาเข้ามาในห้อง ธันยาฉวยกุมข้อมือของแพรวลดาสองข้างคล้ายกับล็อคไว้ เพื่อนๆในห้องเริ่มนั่งกันไม่ติด เกรงว่าอาจจะมีมวยหญิงเกิดขึ้นในห้อง แต่แล้วธันยาดูไม่ได้โกรธ หึงหวงหรือแม้แต่สนใจที่ตัวแพรวลดาเสียด้วยซ้ำ เธอขมวดคิ้วมุ่นมองสร้อยหินออบซิเดียนเส้นนั้นอย่างไม่วางตา
“ไปเอาสร้อยเส้นนี้มาจากไหน”ธันยาเค้นถาม แต่สองตายังคงจับจ้องที่ตัวหิน
“มันเื่ของฉัน” แพรวลดาตอบด้วยเสียงเยาะๆ จ้องธันยาอย่างเอาเื่ พยามกระชากข้อมือหลุดจากการกุมแต่ยังฝืนสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ “แฟนเธอน่ะโดนวุฒิแกล้ง รู้มั้ย พอเธอไม่อยู่น่ะ ฉันต้องคอยออกตัวห้ามแทน”
“ธาราเขาดูแลตัวเองได้”ธันยาตอบส่งๆ ตายังคงจ้องหินก้อนนั้นไม่วางตาคล้ายกับมองหาร่องรอยตำหนิ “ถึงกับยอมใช้ของแบบนี้เลยเหรอ ทำไมกัน”
“ปล่อยย!” แพรวลดาเริ่มร้องออกมา แล้วสะบัดมือแรงขึ้นจนธันยายอมปล่อยแต่โดยดี ถึงตอนนี้เพื่อนสนิทร่างท้วมของแพรวลดาที่ชื่อเชอร์รี่เริ่มเดินออกมายืนข้างเพื่อนของตนแล้ว ในสายตาผู้ชายแล้ว หน้าตาของเธอดูไม่ค่อยเป็ที่นิยมซึ่งผิดแผกจากแพรวลดา ผิวคล้ำ ริมฝีปากหนา จมูกใหญ่ แต่ความพยายามในการดูแลและแต่งผม(ภายใต้กรอบระเบียบฝ่ายปกครองของโรงเรียน) การแต่งหน้า และการใส่เครื่องประดับอย่างกิ๊ฟต์หรือต่างหูบางครั้งบางคราวก็ช่วยให้เธอดูดีขึ้น เธอพอใจในสถานะคนสนิทของแพรวลดาผู้เป็ดาวเด่นคล้ายกับภาวะอิงอาศัยกัน คอยเป็คนปฏิเสธพวกหนุ่มขี้แพ้ที่เข้ามาจีบเพื่อนสาวแทนเ้าตัว ชีวิตมัธยมที่ผ่านมาแพรวลดาก็ไม่ต้องโดนกลั่นแกล้งจากรุ่นพี่หรือเพื่อนผู้หญิงที่อิจฉาความเป็ดาวเด่นของตนเพราะมีเชอร์รี่ดำรงตำแหน่งคล้ายบอดี้การ์ด
“มีปัญหากับเพื่อนฉันเหรอ!” เชอร์รี่เริ่มเข้ามาแทรกแซง เสียงของเธอดุและดัง ขนาดครั้งนี้ยังไม่ได้ขึ้นเสียงก็ทำให้บางคนถึงกับสะดุ้ง
ธาราเหลอหลาวางตัวไม่ถูก ความคิดยังสับสนงุนงงกับความรู้สึกที่เกิดกับตนเองเมื่อครู่ ธันยาเป็คนออกหน้ารับหมด
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ เชอร์รี่”ธันยาพูดขณะที่สองตามองแพรวลดาด้วยสีหน้าที่ยากคาดเดาอารมณ์ ในขณะที่อีกฝ่ายแสดงความเป็คู่แข่งออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน “แพรวลดา เจตนาของเธอใครเห็นก็รู้หมดแล้วว่า้าอะไร ยิ่งเธอใช้สร้อยเส้นนี้…”