บทที่ 63
แต่สิ่งที่ได้กล่าวมานั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ มันก็แค่ภาพมโนที่เกิดโดยแพรวาเท่านั้น“เธอ...นี่ แพรวา...” นทีพยายามเรียกตัวของแพรวาที่กำลังดูเหมือนว่าจะกำลังเหม่อลอยออกไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว“เอ๊ะ!! อะไร.. อ่า นายจะกลับแล้วซินะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง.. อ๊าก!!” ภาพที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอมันเหมือนกับที่เธอจิตนาการไว้อย่างเปะๆ แต่สิ่งที่มันไม่เหมือนก็คือนทีไม่ได้เข้าไปช่วยเธอเลยแม้แต่น้อย เขาได้แต่ยืนมองเธออยู่อย่างนั้น แล้วเธอล้มลงไป“เป็นอะไรของเธอล่ะเนี้ยยัยบ็อง โชคดีนะที่มีโซฟาอยู่ตรงนั้นไม่อย่างนั้นหัวได้ฟาดพื้นไปแล้ว เห้อ” นทีกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะเล็กน้อย แพรวาที่ได้ยินดังนั้น เธอก็ได้แต่พูดออกมาภายในจิตใจว่า‘ทำไมมันไม่เหมือนกับที่ฉันคิดเลยล่ะ มันต้องจบลงที่เราได้จุ๊ฟกันสิ… ไม่ๆ นี่เรากำลังคิดอะไรของเราอยู่กันล่ะเนี้ย’ เธอเองก็ส่ายหัวให้กับตัวเองเบาๆ แต่ในขณะนั้นเอง นทีก็เดินเข้ามาใกล้กับตัวของเธอมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนที่เขาก็พูดออกมา“มาซิ เดี๋ยวฉันช่วย” เขายื่นมือออกมาเพื่อให้เธอได้จับแล้วก็พยุงเพื่อที่จะได้ลุกขึ้นยืนให้สะดวก“อย่างน้อยนายเองก็มีข้อดีอยู่บ้างล่ะนะ...” เธอยื่นมือของเธอไปให้เขาช่วยพยุงตัวขึ้น แต่มันเหมือนว่าจะมีบางอย่างที่ผิดพลาดไป ทั้งสองดึงออกมาออกแรงพร้อมกัน และมันทำให้แรงที่จะทั้งสองดึงกันนั้น มันจะไม่ได้ทำให้เกิดผลดีเลย นทีปล่อยแรงลงจากที่เขาจะต้องดึงตัวของเธอ“เห้ย!!” นทีกล่าวออกมาได้แค่นั้นก่อนที่ตัวของเขาจะพุ่งตัวล้มลงไปอีกคน และมันทำให้ตัวของนทีค่อมอยู่ด้านบนของแพรวา หน้าของพวกเขาจูเข้าหน้าหากัน ตาของทั้งสองสบกัน และกัน มันเหมือนว่าเวลามันจะผ่านไปเป็นปี ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาติ๊ด!! จากนั้นประตูก็ค่อยๆเปิดเข้ามา ปรากฏเป็นชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินเข้ามา นทีกับแพรวาที่ยังไม่ได้ลุกจากตรงนั้น พวกเขาหันหน้าไปมอง นทีได้แต่สงสัยว่าทั้งสองคนเป็นใคร แต่สำหรับแพรวาแล้วเธอกับหน้าชืดลงอย่างเห็นได้ชัด“แกกำลังจะทำอะไรลูกสาวของฉันกันห๊ะ” เสียงของผู้ชายคนนั้นดังออกมา นทีที่เหมือนว่าสมองกำลังจะประมวลผลยังไม่เสร็จก็เอ่ยขึ้นมา“อ่อ.. นี่พ่อของเธอเหรอ แพรวา.... อะเห้ย ชิบหายล่ะ... มันไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อคิดนะครับ” นทีที่รีบลุกออกจากตัวของแพรวา และรีบกล่าวอย่างร้อนล้นทันที เพราะเขาเองก็กล่าวว่าพวกเขาจะเข้าใจผิด“ใช่ค่ะ มันไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อกับคุณแม่คิดนะคะ เราทั้งสองแค่หกล้มกันเฉยๆน่ะค่ะ” แพรวาที่เด้งตัวขึ้นมาตามนที เธอก็รีบกล่าวออกมา แต่สีหน้าของผู้เป็นพ่อไม่ได้ดูว่าเหมือนจะเข้าใจเลยสักหน่อย แต่คนเป็นแม่ก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“ตายแล้ว อย่างนี้ฉันก็ได้ไม่เหงาแล้ว แล้วพวกเธอจะมีทายาทกันเมื่อไหร่ล่ะ” เธอกล่าวออกมา พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาตัวของว่าที่ลูกเขยของเธอในทันที ผู้เป็นพ่อที่เห็นอย่างนั้นก็ทำเสียงเข้มออกมาว่า“นี่มันเรื่องอะไรกัน ไหนลองพูดมาซิว่า ทำไมลูกถึงเอาผู้ชายเข้ามาในห้อง แล้วยังจะ...” เสียงที่เข้มนั้นมันทำให้แพรวาหน้าเสียไปเลยในทันที นทีที่เห็นก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขาจึงกล่าวออกไปหวังจะอธิบาย“คือเราทำงานด้..วว..ย.กัน...” นทีที่ยังไม่ทันได้พูดจบ พ่อของแพรวาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน“ฉันไม่ได้ถามแก.. เอ้ารีบๆตอบมาได้แล้วแพรวา” พ่อจ้องมองไปที่แพรวาอย่างคาดคั่น แต่ที่ได้ยินมานั้นมันทำให้นทีเซ็งเป็นอย่างมาก เขาก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่อ พร้อมกำลังจะเดินจากไป เขาค่อยๆเดินไปทางประตูก่อนจะเปิดประตูผู้เป็นพ่อของแพรวาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง“นั่นแกกำลังจะไปไหน ใครอนุญาตให้แกกลับกัน ห๊ะ” นทีที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในตอนนี้เขาไม่สบอารมณ์มากนัก ถึงจะเป็นพ่อของเพื่อน แต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรอย่างนี้ เขาเลยพูดกลับไปอย่างตรงไปตรงมาว่า“ก็เล่นไม่ฟังอะไรเลยนี่หว่า เอาแต่กดดันลูกสาวตัวเองอยู่ได้... แต่เอาเถอะ ถ้าถึงคิวของผม ที่คุณมีอะไรอยากจะถาม ผมอยู่ห้องข้างๆนี่โอเค.. บาย.. จริงๆซิ สวัสดีครับคุณแม่ ฉันไปก่อนนะแพรวา บาย” นทียกมือไหว้แม่ของแพรวา ซึ่งเธอก็ยิ้มรับกลับมา ก่อนจะกล่าวลาแพรวาพร้อมกับเปิดประตูห้องของเธอ หวังเพื่อที่จะกลับห้องของตัวเอง แต่สิ่งที่เขาพบเมื่อประตูถูกเปิดออกมามันกับเป็นชายสวมสูทนัดสิบคนนทีที่มองตามชุดของพวกเขาเหล่านั้นแล้วไม่ได้มีเข็มขององค์เนเมสันแต่อย่างใด เขาเดาไปว่าพวกมันน่าจะเป็นบอดี้การ์ดพ่อของแพรวาอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด มันก็แค่ตกใจเล็กน้อย เหมือนกับเวลาที่เราเปิดกล่องของขวัญแล้วมันมีสิ่งที่ไม่คาดคิดปรากฏออกมา พ่อของแพรวาเองที่ได้เห็นนทีชะงักไปแปปหนึ่งก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากออกคำสั่ง“พวกแกจับไอ่หนูนั่นมา ถ้ามันขัดขืนล่ะก็สั่งสอนมันเสียหน่อย” พ่อของแพรวาสั่งออกมา“ได้ครับนาย” ลูกน้องทั้งสิบคนกล่าวออกมาพร้อมๆกัน ก่อนที่เดินเข้าใกล้นทีเรื่อยๆ นทีก้มหน้าลงก่อนที่เขาจะยิ้มที่มุมปาก บอดี้การ์ดที่เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมาว่า“เฮ้ย เจ้าหนูรีบๆกลับเข้าไปในห้องจะดีกว่านะ พวกข้าเองก็ไม่ได้อยากทำอะไรที่รุนแรงกับแกเลยจริงๆ” เมื่อพวกเขาพูดจบ และเห็นว่านทีไม่ได้ที่จะหยุดเดิน พวกเขาก็กล่าวเตือนอีกครั้งหนึ่ง แต่นทีก็ไม่ได้สั่นเลยสักนิด เขาสะบัดมือเตรียมพร้อมที่จะบวกเต็มทีแล้ว“พวกแกไม่รู้หรอกว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร เขามาซิ!!” นทีพูดขึ้นพร้อมกับจะสะบัดมือเพื่อใช้พลังของเขา แต่สิ่งที่เขาก็ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง อยู่ก็มีกลุ่มนินจาลงมาจากเพดานนับสิบคน พวกเขาเอามีดมาจี้ไว้ที่คอของพวกบอดี้การ์ดอย่างรวดเร็ว มันสร้างความสับสนให้ใครหลากหลายฝ่าย“ถ้าขยับแม้แต่นิดเดียวอย่างหาว่าพวกข้าไม่เตือนพวกเจ้า” เสียงของเหล่านินจาที่เอ่ยออกมาข้างๆหูของเหล่าบอดี้การ์ดทุกคน พวกเขามองไปที่มีดที่จี้อยู่ที่คอของพวกเขา และมันก็น่ากลัวจริงๆ พวกเขาก็แค่บอดี้การ์ดระดับสาม จะไปเทียบกับพวกนี้ได้ยังไงกัน“พวกเจ้าออกมายุ่งเรื่องของข้าเยอะเกินไปแล้วนะ.. รีบใสหัวไปเดี๋ยวนี้” นทีที่หมดอารมณ์จะต่อสู้พูดออกมาอย่างขัดใจ ก่อนที่นินจาพวกนั้นจะรับคำแล้วหายตัวไป พ่อแม่ และตัวของแพรวาเองก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่าบอดี้การ์ดก็คิดว่ารอดไปที ส่วนนทีก็เดินกลับห้องอย่างเซ็งๆ