5 ปีผ่านไป
วายุตัดนภา !!
ฟิ้ง ฉับ !!
ดาบยาวนับ1.5เมตร ถูกฟันออกแนวโค้งจรดพื้น ลอยหักเหของแสงในอากาศถูกสับออกเป็นสองซีก ราวกับอากาศธาตุถูกตัดลง
“วิชาพื้นฐานของดาบยาวเข้าขั้นสุดยอด ในที่สุด”
ปรากฏเด็กหนุ่มผมสีดำมันวาวยาวสลวยจรดกลางหลัง มีเชือกมัดรวบผมแบบหลวมๆ
คิ้วนั้นดกหนาสีดำเข้ม ส่วนสายตาแหลมคมดุจดั่งพญาอินทรี จมูกดั้งโด่งขนาดเล็กกระทัดรัด ริมฝีปากสีแดงอ่อนมีรอยยิ้มเล็กน้อยประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลา
ส่วนความสูงนั้น185เซนติเมตร สูงเรียวยาวราวกับไม่ใช่เด็กอายุ16ปี
ดูรวมๆแล้วราวกับเจ้าชายหล่อล่มเมืองยังไงยังงั้น ไม่มีเค้าโคงแบบเดิมเมื่อ5ปีก่อน
หมิงหลงยกมือข้างขวาที่ถือคาตานะขึ้นและขึ้ไปที่นภา
“คงถึงเวลาบอกลาท่านทวดและสถานที่แห่งนี้แล้วสินะ” หมิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงเคร้าเล็กๆ
“ตลอดระยะเวลา5ปีที่ผ่านมา ข้าได้เดินบนเส้นทางแห่งผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง”
เป็นสิ่งที่เด็กน้อยปรารถนาภายในใจมาโดยตลอด
ส่วนด้านเคล็ดวิชาบ่มเพาะจักรพรรดิ์วายุ ทำให้การบ่มเพาะนั้นก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว กระทั้งสามารถก้าวข้ามขอบเขตรวบรวมปราณ
“ในระยะเวลาเพียง2 ปี ข้าได้เข้าสู่ขอบเขตกำเนิดปราณที่5 ผู้เยาน์รุ่นเดียวกันอยู่ในเกนฑ์ขอบเขตเท่าใดกัน?”
“ตัวข้าได้เข้าสู่หนทางแห่งผู้ฝึกตนล่าช้ากว่าผู้เยาน์รุ่นเดียวกันนับ6ปี ช่องว่างห่างระหว่างกันด้วยความเร็วในการบ่อเพาะของข้าหวังว่าจะสามารถปิดช่องว่างอันมากนี้ได้”
ในเรื่องความเร็วในการบ่มเพาะของเด็กหนุ่มนับว่าน่าตื่นตลึงยิ่ง
ผลท้อทิพย์และเคล็ดวิชาบ่มเพาะจักรพรรดิ์วายุ มีส่วนช่วยในเรื่องความเร็วเป็นอย่างมาก
เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายต่างใช้เวลาไม่น้อยกว่า4ถึง5ปี จนกระทั้งก้าวข้ามขอบเขตรวบรวมปราณ
ขอบเขตรวบรวมปราณ และ ขอบเขตกำเนิดปราณ มีอีกชื่อเรีอกคือ ขอบเขตปราณคลุมกาย
“วิชาจักรพรรดิ์วายุและวิชาแรงโน้มถ่วง ข้าได้ใช้ผสมผสานทั้งสองวิชาเข้าด้วยกัน วิชาจักรพรรดิ์วายุขึ้นชื่อเรื่องความคล่องแคล่วและว่องไว เมื่อผสานเข้ากับสภาวะไร้น้ำหนักและเพิ่มน้ำหนัก ข้าจึงบัญญัติวิชาใหม่ขึ้น”
“วิชาท่องนภา ! ราวกับปลาที่กำลังแหวกว่ายในน้ำอย่างอิสระ”
ซึ่งเป็นวิชาตัวเบาในขั้นปราณคลุมกายที่ไร้คู่เปรียบ แม้ว่าความเร็วของฝู้ฝึกตนในขอบเขตก่อกำเนิดปราณก็ยากที่จะเทียบเคียง
สามารถต่อยอดวิชาให้มีประสิทธภาพมากยิ่งขึ้นหากบรรลุขอบเขตปราณที่สูงกว่านี้
กฎเกณฑ์การในใช้วิชาท่องนภาต้องอยู่ในขอบเขตกำเนิดปราณและมีปริมาณปราณคลุมกายที่มากพอ จนสามารถครอบคลุมทั่วทั้งกาย
ซึ่งขอบเขตรวบรวมปราณสามารถคลุมมกายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงไม่อาจใช้สภาวะไร้น้ำหนักครอบคลุมทั่วทั้งกายได้
“วิชากายาเทพฝึกควบคู่กับวิชาจักรพรรดิ์วายุมาตั่งแต่ต้น ในด้านความเร็วการบ่มเพาะกายานั้น อยู่ในระดับไม่ได้รวดเร็วเมื่อเทียบกับการบ่มเพาะปราณ เพราะหนทางแห่งการบ่มเพาะกายาไม่ใช่หนทางที่ง่ายดายนัก”
“ปัจจุบันข้าเข้าสู่ระดับกายาเงิน ขั้นกลาง หนทางแห่งกายาจำเป็นต้องดูดซับของล้ำค่าเป็นจำนวนมาก”
ต้องการปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น โลหิตสัตว์อสูร โลหิตปีศาจ การถ่วงน้ำหนักกาย การก้าวข้ามขีดจำกัดร่างกายด้วยความเหนื่อยล้า
แต่ด้วยความโชคดีของเขา ที่มีทรัพยากรอันมีค่ามาทดแทน สิ่งนั้นก็คือผลท้อทิพย์
ผลท้อทิพย์ได้ปรับโครงสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งและยืดหยุ่นขึ้น ตลอดระยะเวลา5ปี
ผิวกายของหมิงหลงได้แปรสภาพจนเป็นสีเนื้อเดียวกันกับผลท้ออ่อนๆ ปริมาณที่เด็กหนุ่มได้กินเข้าไป มากมายจนเหลือไม่ถึง 2ใน10 บนต้นท้อยักษ์
“ในบรรดาวิชาทั้งหลาย เส้นทางแห่งเซียนเป็นหนทางที่ข้าก้าวหน้ามากที่สุด ” หมิงหลงคาดไม่ถึงว่าเขาจะมีพรสวรรค์ในด้ายจิตวิญญาณ
ในช่วงเวลา1ปีสามารถเข้าสภาวะห้วงลึกที่5 ใน9 เพียงแค่ห้วงลึกที่4ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นรากฐานของวิชา จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
อีก1ปีครึ่งต่อมา สามารถบรรลุวิชาจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แทบทั้งสิ้น
“วิชาจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนข้าให้กลายเป็นมังกรในคราบปักษาอย่างแท้จริง”
ถือว่าหมิงหลงนั้นมีวาสนาบารมีเป็นอันมาก แม้แต่ท่านทวดหมิงเฉินได้ใช้เวลานับ12ปี ในการเข้าถึงสภาวะห้วงลึกที่4
บรรดาผู้ฝึกตนที่มีพรสวรรค์ทางจิตปรากฏเพียงหยิบมือเดียว
ทางด้านอาวุธคู่กายของหมิงหลง คือดาบยาวเป็นอาวุธระดับปฐพี ขั้นต่ำ
“สมบัติข้างกายของท่านทวด นอกจากแหวนมิติก็มีเพียงดาบนี้สินะ ที่เป็นของดูต่างหน้าและได้เป็นอาวุธคู่กายของข้ามาโดยตลอด5ปี”
รูปลักษณะดาบยาว ช่างดูเปราะบาง แต่แฝงไปด้วยเขี้ยวเล็บอันแหลมคม ภายใต้คมดาบอันบางเบา
หมิงหลงได้ฝึกวิชาพื้นฐาน ดาบยาว ตลอด5ปีในช่วงว่างเว้นจากฝึกบ่มเพาะและฝึกจิตวิญญาณ นอกจากวิชาพื้นฐานแล้ว ไม่ปรากฏวิชาสายดาบอื่นๆแต่อย่างใดในความจำ
“ถ้าหากข้าได้รับวิชามากมาย วิชาสายดาบอาจจะไม่มีพื้นฐานที่มั่นคงถึงเพียงนี้”
หมิงหลงได้บรรลุหนทางแห่งความแข็งแกร่ง เพียงแค่พลิกความคิดให้ถูกต้อง
กระทั่งสามารถทะลวงระดับสำเร็จจนถึงขั้น สุดยอด และอีกเพียงขั้นเดียวก็ถึงจุดสูงสุดของสายดาบ นั้นคือขั้นหลอมรวม
การครอบครองวิชาระดับสูงจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นคือที่สุด
แต่การฝึกวิชาให้แสดงประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือบุคคลที่ฝึกกระบวนท่าซ้ำๆ จนสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งกับกายได้ นี่คือที่สุดของปรมจารย์สายวิชา
ระดับวิชายุทธที่มีปรากฏอยู่ ณ ปัจจุบัน มีอยู่ 6ระดับคือ พื้นฐาาน มนุษย์ ปฐพี นภา สุริยัน จันทรา และถูกแบ่งเป็น5ขั้นย่อยคือ ต่ำ กลาง สูง สุดยอด หลอมรวม
‘ซักวันข้าจะเข้าถึงสภาวะแห่งเซียนอมตะให้จงได้และอาจจะได้เจอท่านทวดเฉินก็เป็นไปได้’
เด็กหนุ่มมีจุดมุ่งหมายใหม่ ที่ได้ถูกจุดประกายขึ้น
เป็นหนทางที่ยาวไกลและยากที่จะเอื้อมถึง