ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องโถง ความเงียบสงัดปกคลุมห้องอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มได้เข้ามา
สเน็คเงยหน้ามองอนาเธอร์อย่างกล้าๆกลัว ๆ ท่าทางของเขาดูตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นอนาเธอร์เดินเข้ามาร่วมในสถานการณ์นี้
“สวัสดีครับคุณสเน็ค!”
อนาเธอร์เอ่ยทักทาย ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความสนใจ เขามองไปที่สเน็คอย่างพินิจพิเคราะห์ ถึงกิลด์ของเขาจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งนี้ แต่การที่หัวหน้ากิลตัดสินใจมาขอโทษด้วยตนเองเช่นนี้ มันก็แสดงถึงความจริงใจในระดับหนึ่ง
“คุณสเน็ค คิดว่าคุณคงรู้แล้วว่าผมเองก็เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้?”
อนาเธอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
“แต่สิ่งที่ผมสนใจคือทำไมหัวหน้ากิลด์เช่นคุณถึงมาขอโทษด้วยตัวเอง แทนที่จะให้ลูกกิลด์ของมาทำหน้าที่แทน?”
คำถามของอนาเธอร์เต็มไปด้วยความจริงจัง สเน็คเองก็สูดลมหายใจลึกๆก่อนจะตอบ
“เพราะข้ารู้ว่าการให้ใครมาแทนในการขอโทษเรื่องนี้มันไม่สมควร ความผิดของพวกเซเฟอร์และบารันนั้นใหญ่หลวง”
“และข้าในฐานะหัวหน้ากิลด์ก็จำเป็นต้องรับผิดชอบเอง ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะไม่พอใจที่เกิดเรื่องนี้”
“แต่ข้าอยากให้เจ้าเข้าใจว่าข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่เคยส่งพวกเขามาสร้างปัญหากับตระกูลซิกฟริดเลยด้วยซ้ำ”
คำพูดนี้ทำให้อนาเธอร์ครุ่นคิด เขารู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการกระทำของสเน็ค แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผลกระทบจากการกระทำของลูกกิลด์นั้นส่งผลใหญ่หลวง
อนาเธอร์มองหน้าสเน็คอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขายอมรับคำขอโทษ
“ผมรับรู้แล้วครับ และผมจะไม่ถือโทษโกรธคุณในเรื่องหรอกนี้”
“หากคุณมาด้วยความจริงใจ ผมในฐานะของตระกูลก็พร้อมจะให้โอกาส”
เมื่อได้ยินคำตอบจากอนาเธอร์ ชายวัยกลางคนก็รู้สึกโล่งอก เขาโค้งศีรษะให้เบาๆ แสดงถึงความเคารพและขอบคุณเป็นอย่างมาก
ขณะนั้นเอง คานที่นั่งเงียบมาตลอดได้จิบชาอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าอย่างนั้น.. เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันแค่นี้ อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
“เพราะคราวหน้าข้าอาจจะไม่ใจดีกับเจ้าแบบนี้อีก ต่อให้จะเป็นสหายเก่ากันก็ตาม”
สเน็ครับฟังและพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ ขณะที่ในใจรู้สึกขอบคุณที่สถานการณ์นี้สามารถจบลงได้โดยไม่มีความรุนแรงต่อเนื่อง
หลังจากที่การเจรจาสิ้นสุดลง และเรื่องราวทั้งหมดคลี่คลายลงด้วยดี สเน็คก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจและเบิกบานใจ
แม้ว่าเขาจะมาที่คฤหาสน์ซิกฟริดด้วยความกังวล แต่การได้รับการอภัยและความเข้าใจจากคานก็ทำให้เขารู้สึกเบาใจลงมาก
การเผชิญหน้ากับคาน ผู้ที่เขานับถือในฐานะสหายเก่าก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความกังวลในใจสลายไป ตัวของเขารู้ดีว่าคานเป็นคนมีอำนาจและมีความสามารถสูง แต่ลึกๆแล้ว เขาก็ยังเป็นคนที่มีความยุติธรรมและสามารถมองข้ามเรื่องแย่ๆเพื่อรักษามิตรภาพได้
ก่อนที่สเน็คจะเดินจากไป เขาได้รับเชิญจากคานให้นั่งดื่มเหล้าด้วยกันตามประสาสหายเก่า เหล้าที่หอมหวานถูกเสิร์ฟมาในถ้วยแก้วใส
สเน็คและคานนั่งจิบเบาๆ พลางสนทนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมา พวกเขาพูดคุยกันเรื่องราวต่างๆทั้งในอดีตและอนาคต เสียงหัวเราะเบาๆและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แสดงถึงมิตรภาพที่ยังคงอยู่ระหว่างสองผู้นำที่เคยร่วมต่อสู้ และเผชิญกับความท้าทายต่างๆมาด้วยกัน
“ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะมานั่งดื่มเหล้ากันในสถานการณ์แบบนี้”
“ข้ามาเพื่อขอโทษ แต่สุดท้ายเราก็มานั่งดื่มกันเหมือนเมื่อก่อน”
สเน็คพูดพลางยิ้มเยาะตัวเอง เขาอาจละอายใจ ท่าทางของเขาดูน่าสมเพช ไม่สมกับเป็นผู้สืบทอดอวาตาร์ของเทพเจ้าเลยด้วยซ้ำ
คานหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปตบไหล่ของสเน็ค
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก เรื่องที่มันเกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างมีทางแก้ไขเสมอ”
“และข้าเองก็เชื่อว่าแกจะทำให้กิลด์หอคอยอุโรโบรอสกลับมามีชื่อเสียงที่ดีได้อีกครั้ง”
สเน็คพยักหน้ารับคำพูดนั้นด้วยความเคารพ และรู้ดีว่าคำแนะนำของคานเป็นสิ่งที่ควรค่าต่อการฟัง เขาเองก็หวังว่าจะสามารถฟื้นฟูชื่อเสียงของกิลด์หอคอยอุโรโบรอสให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ไม่ใช่สิ กิลด์ของเขายิ่งใหญ่อยู่แล้ว ทว่าพฤติกรรมภายในกลับไม่ใช่
“งั้นข้าขอตัวก่อน! ไว้ว่างๆก็มาเยี่ยมลุงที่กิลด์หอคอยอุโรโบรอสได้”
“เดี๋ยวลุงจะจัดเตรียมงานต้อนรับให้อย่างดี อยากลงดันเจี้ยนอะไรก็บอกได้เลยนะ”
หลังจากดื่มกันเสร็จสิ้น สเน็คก็ขอตัวกลับ เขากล่าวคำลาอย่างสุภาพและเคารพ พร้อมกับขอบคุณทั้งสองคนที่ให้โอกาสในการแก้ไขสถานการณ์ครั้งนี้
อนาเธอร์มองตามหลังสเน็คที่กำลังเดินไปยังรถด้วยความรู้สึกสงบ เมื่อชายในชุดสูทสีดำขับรถออกจากคฤหาสน์ไป เขาก็หันกลับมามองบิดาของตนด้วยรอยยิ้ม
อนาเธอร์เดินเข้ามานั่งข้างๆคานในห้องโถงใหญ่ พร้อมกับนั่งลง ก่อนจะถามขึ้นมา
“ท่านพ่อ.. ทำไมท่านถึงยอมให้สเน็คผ่านในเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆละ?”
น้ำเสียงของอนาเธอร์เต็มไปด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าจะเข้าใจการเจรจาที่เกิดขึ้น แต่เขาก็ยังสงสัยถึงเหตุผลที่ยอมรับคำขอโทษโดยง่าย
คานยกถ้วยน้ำชาในมือขึ้นมาจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยลง หันมามองลูกชายด้วยสายตาที่นิ่งลึก และเขาก็ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวของสเน็คให้อนาเธอร์ฟัง
“สเน็คน่ะ.. ในอดีตตัวของมันไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก ที่จริงแล้วมันเคยเป็นคนที่มีความสามารถและจิตใจดี”
“แต่ความอ่อนแอของมันนั้น.. อยู่ที่การไม่เข้มงวดกับคนของตนเองมากกว่า เรื่องนี้เป็นอะไรที่เสียหายร้ายแรง!”
คานหยุดพักสักครู่หนึ่ง ราวกับกำลังนึกถึงอดีตที่เคยผ่านมา เขามองไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ก่อนจะหันกลับมามองอนาเธอร์และพูดต่อ
“ในช่วงที่กิลด์หอคอยอุโรโบรอสเริ่มเติบโต สเน็คไม่สามารถควบคุมลูกกิลด์ของมันได้อย่างเหมาะสม เจ้านั่นปล่อยปะละเลยจนบางคนเริ่มใช้ชื่อเสียงของกิลด์ไปในทางที่ผิด ทำให้ชื่อเสียงของหอคอยอุโรโบรอสตกต่ำลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันรวดเร็วมากเลยละ”
“ลูกกิลด์ที่เป็นผู้เล่นบางคนเริ่มทำตัวสารเลว หาประโยชน์จากคนอื่นและสร้างปัญหาไปทั่ว ยิ่งนานวันเข้า ชื่อเสียงก็ยิ่งตกต่ำลง!”
ขณะที่พูด ตัวของคานก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางเอามือลูบคางอย่างครุ่นคิด
“เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพวกเซเฟอร์และบารันก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด”
“ทั้งสองคนนั้นเป็นนักสู้ที่เก่ง แต่กลับนำความเลวร้ายมาสู่กิลด์ของพวกเขา”
“อย่างที่เจ้าได้เห็นไปแล้ว พวกมันนั้นถูกสังหารไปแล้วในศึกครั้งที่ผ่านมา”
อนาเธอร์พยักหน้ารับฟังเงียบๆ เขาเข้าใจถึงความซับซ้อนของสถานการณ์มากขึ้น เขารู้ว่ากิลด์อุโรโบรอสไม่ใช่กิลด์เล็กๆ แต่เป็นกิลด์ที่มีอิทธิพลมาก ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาภายในก็ตาม
“ตอนนี้พ่อได้แนะนำให้สเน็คเริ่มทำความสะอาดกิลด์ของเขาเอง บอกให้จัดการไวรัสในกิลด์ไปหลายคน เพื่อให้กิลด์กลับมาสะอาดอีกครั้ง”
“ถ้าคนอย่างมันสามารถทำได้.. พ่อคิดว่ากิลด์ของมันคงจะดีขึ้นมากกว่าเดิมในอนาคตแน่ๆ และนั่นคือเหตุผลที่พ่อถึงยอมให้โอกาสเขา”
จากนั้น คานก็หันมาสบตากับลูกชายของตน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เราต้องรู้จักให้โอกาสคนที่พยายามแก้ไขความผิดพลาด ถ้าพวกเขาพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเอง เราก็ควรเปิดโอกาสให้พวกเขา”
“เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำลายทุกสิ่งทุกอย่างลงด้วยพละกำลัง มันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป! แต่ถ้าบุคคลเหล่านั้นมันเกิดเยียวยาจนไร้ซึ่งทางออก.. จงจำเอาไว้ว่าอย่าปราณีใดๆต่อศัตรูโดยเด็ดขาด!”
“ไม่ว่าลูกจะทำสิ่งใด จงจำไว้เสมอว่าเจ้ามีพวกข้าและพี่ชายพี่สาวของเจ้า รวมถึงตระกูลซิกฟรีดที่อยู่เบื้องหลังด้วย!”