รอบด้านในยามนี้เต็มไปด้วยแรงกดดัน เพียงแม่ทัพ เยี่ยหาญกวง เอ่ยพูดเพียงบุกโจมตี เหล่าทหารต่างดินแดน พร้อมที่จะบุกประจัญบาน มือของพวกเขาที่ถือศาสตราวุธไว้จนแน่น เตรียมพร้อมฆ่าฟันเหล่าศัตรูที่อยู่ภายในกำแพงเมืองให้เหมือน มดปลวก
ทันทีที่ แม่ทัพ เยี่ยหาญกวง ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ เหล่าทหารต่างพากันฮึกเหิม พร้อมที่จะบุกโจมตี ไม่คิดต่อสู้กับชายชราอีกต่อไป คิดกำราบเหล่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าทั้งหมดทิ้ง
เหล่าทหารที่อยู่บนกำแพงเมืองที่เห็น ทหารของต่างดินแดนโหร้องออกมากึกก้องต่างพากัน ตัวเย็นเยือก สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว หากเหล่าทหารบุกทะลวงเข้ามาได้ พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากมดที่ถูกช้างไล่บดขยี้ สายตาหลายๆ คนเริ่มหวาดหวั่น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเหล่าทหารบนพื้นดินเบื้องล่างเดินเคลื่อนพล
แม่ทัพ เยี่ยหาญกวง เอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง หมายมั่นกดดันเหล่าศัตรู "เจ้าไม่คิดจะรับข้อเสนอของฆ่างั้นหรือ ข้าให้โอกาสพวกเจ้าได้มีชีวิตอยู่ต่ออีก 10ปี ขอเพียงส่งเด็กหนุ่มผมขาวออกมา"
แม่ทัพใหญ่เทียนชาง ไม่แม้จะสนใจคำพูดของ แม่ทัพฝั่งศัตรู มือที่ถืออาวุธ ระดับ จักรพรรดิ สั่นไหวไม่หยุดพร้อมที่จะสู้จนตัวตาย มือที่ถือง้าวสองคมเตรียมที่จะชี้ออกไปด้านหน้า เหล่าศัตรูที่กำลังจะเคลื่อนทัพมา
แต่ในทันใดเสียง เสียงหนึ่งก็ส่งออกหาชายชราโดยตรง "ท่านลองหันกลับมาดูที่เหล่าทหาร ด้านหลังบ้างสิ" รองแม่ทัพ ซีเซียว นางรู้ดี แม่ทัพใหญ่เทียนชาง คิดจะต่อสู้กับต่างดินแดนจนตัวตาย แต่หากทำเช่นนั้นทั้ง3ดินแดนได้ล่มสลายเป็นแน่
ก่อนนางจะส่งปราณจิตออกไปอีกครั้ง "หากยื้อเวลาออกไปได้สักระยะ มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ทำตามข้อเสนอของต่างดินแดนดู ไม่ใช่หรือ" ซีเซียว นางรู้ดีชายชราให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มผมขาวไม่น้อย แม้แต่ตัวนางเองก็ยังเคยอยากได้เด็กคนนี้มาเป็นศิษย์ ในยามที่ไปเยือนยัง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ทันใดที่ชายชราได้ยินคำพูดของนางที่ส่งมาให้ ทำให้ เขากลับมาท่าทีสงบเยือกเย็นอีกครั้ง ก่อนแม่ทัพใหญ่เทียนชาง จะลดมือที่ถือศาสตราวุธลง ตัวเขารู้ดีหากยอมจำนนศัตรูในครั้งนี้ พวกเขายังมีโอกาสได้เตรียมการต่อสู้ใหม่อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่คิดอยากใช้ อี้เฉิน ออกไปแลกเปลี่ยน เขามองอี้เฉินเป็นเหมือนลูกศิษย์คนหนึ่งในสำนักเซียน
ก่อนตัวเขาจะเอ่ยคำพูดออกไปหา แม่ทัพใหญ่ของฝั่งศัตรู "ข้าจะไม่บังคับอี้เฉิน ต้องถามความสมัครใจของเขา หากเขาไม่ยินยอมที่จะไป พวกข้าพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักกับพวกเจ้าเหล่าศัตรูต่างดินแดน"
แม่ทัพเยี่ยหาญกวง พยักหน้ารับ "ได้ๆ ข้าจะให้เวลาพวกเจ้า ไปพูดคุยสั่งเสียกันซะ หากอีกหนึ่งชั่วยาม ยังไม่มีคำตอบ ที่นี่จะราบเป็นหน้ากลอง" ก่อนแม่ทัพเยี่ยหาญกวงจะยกมือหยุดเคลื่อนทัพ
แม่ทัพใหญ่เทียนชาง บินทะยานกลับเมืองมาด้วยความรู้สึกผิด ต่ออี้เฉินอยู่ไม่น้อย หากพวกเขาปรึกษากันอย่างไร ก็มีแต่ต้องส่งตัว อี้เฉินออกไปเป็นแน่
ทหารหลายๆ คนที่พอคาดเดาได้ ต่างทำสีหน้าคาดหวัง หวังว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จะเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ยังมีเวลาเพิ่มไปอีก10ปี หมายมั่นตักตวงความสุขไปอีกสักระยะ
....ทันที ที่ แม่ทัพใหญ่เข้ามาภายในเมืองหลวง ต่างเร่งรีบไปที่ห้องบัญชาการในทันที ภายในห้องประชุม เต็มไปด้วยแรงกดดันของ ชายชราเทียนชางที่ส่งออกมา กดดันไปทั่วทิศ
แม่ทัพใหญ่เทียนชาง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไปที่เหล่าแม่ทัพชราทั้งหลายที่เป็นเสาหลักของสงครามครั้งนี้ ทุกๆ คนล้วนเป็นผู้มีอำนาจใน3ดินแดนใหญ่ "ข้าจะไม่บังคับอี้เฉิน หากอี้เฉินไม่ยินยอมที่จะไป ข้าพร้อมต่อสู้แตกหัก กลับฝั่งศัตรู"
ชายชราดินแดนเซียนเอ่ยค้านขึ้นมาในทันใด "ข้าไม่เห็นด้วย เราเพียงส่งตัวเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวออกไป พวกเราก็จะสามารถรอดพ้นสงครามครั้งนี้ไปได้ มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือ"
แม่ทัพตงฟางชิงชาง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ข้าเองก็เห็นด้วย ข้าว่าหากเรายื้อเวลาได้นานมากพอ เหล่าทหารของเราก็น่าจะเลื่อนขั้นพลังเทวะได้อีกไม่น้อย พร้อมที่จะต่อกรกับทหารต่างดินแดน"
รองแม่ทัพซีเซียว นางเองก็เห็นด้วย"ข้าก็เห็นด้วย" หลายๆ คนเองก็ต่างพากันพยักหน้ารับ
ชายชราเยว่เทียน ที่ได้ยินต่างถอนหายใจ ไม่คิดชีวิตของอี้เฉิน ที่เยว่ฉาน หลานสาวของเขาช่วยไว้จะมาตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง ราวกับชะตาของเด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้ เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย รอยติดตามตัวเขาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาถอนหายใจยาวออกมา รู้สึกเสียดายชีวิตหลานสาวตัวเองไม่น้อย
แม่ทัพใหญ่เทียนชาง เอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงที่แหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง "ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้าจะไม่ฝืนใจบังคับอี้เฉิน แล้วอีกอย่างพวกเจ้าทุกคนก็รู้ดี ถึงพวกเราจะมีเวลามากกว่า10ปีก็ตาม ก็ไม่อาจต่อต้านพวกต่างดินแดนได้หรอก พวกเจ้าเพียงอยากได้เวลา10ปี มายื้อเวลาก็เท่านั้น"
"ท่านๆ" เหล่าผู้อาวุโสชราหลายๆ คนได้ยินต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนักหนังตากระตุกน้อยๆ เหมือนถูกแทงใจดำอย่างไรอย่างนั้น บางคนถึงกับหน้ามืดทะมึน ไม่คิดแม่ทัพใหญ่เทียนชาง จะเอ่ยพูดเช่นนี้ออกมา หากด้านนอกรู้ถึงบทสนทนานี้ละก็ ขวัญกำลังใจเหล่าทหารได้หมดสิ้นเป็นแน่
"แม่ทัพเยว่เทียน ท่านไปนำตัว อี้เฉิน มาที่นี่เสีย หากเขาไม่พร้อมที่จะไป พวกเจ้าเหล่าแม่ทัพเตรียมพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักได้เลย"
"ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านคิดดีแล้วงั้นหรือ"ซีเซียว นางเอ่ยเตือนแม่ทัพใหญ่อีกครั้ง
"ซีเซียว เจ้าเลิกพูดเสีย ข้ารู้เจ้าเป็นห่วงทั้ง3ดินแดนใหญ่ แต่พวกเราก็รู้ อยู่เต็มอก ไม่ใช่หรือ เพียงเวลา10ปีมันมิอาจเปลี่ยนโชคชะตาของ3ดินแดนใหญ่ได้"
ก่อนที่ภายในห้องบัญชาการ จะเงียบสงัดลง รอบๆ เต็มไปด้วยแรงกดดันบางคน ไม่ชอบใจกับการตัดสินใจของแม่ทัพใหญ่ แต่ก็จริงอย่างที่แม่ทัพว่าในยามนี้พวกเขาเหมือน มดปลวก ที่พร้อมถูกเหยียบย่ำเมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพของเหล่าศัตรู
.....ชายชรา เยว่เทียน ที่ได้รับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่ ตัวเขาไม่รอช้าเขารีบกลับจวนที่พักไปในทันใด ความรวดเร็วของเขาในไม่กี่เสี้ยววินาที ตัวเขาก็มาโผล่ภายในคุกใต้ดิน ถอนหายใจออกมายาว รู้สึกเห็นใจเด็กหนุ่มไม่น้อย
อี้เฉินไต่ถามขึ้นมาในทันที เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงชายชราเยว่เทียน "สถานการณ์สู้รบภายนอก เป็นเช่นไรบ้าง ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่"
ชายชราเยว่เทียน นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนเขาจะบอกทุกอย่างให้ อี้เฉินได้รับรู้ อี้เฉินที่รู้ตัวเขาเป็นที่ต้องการตัวจากต่างดินแดน ทำให้เขาหน้ามืดทะมึนขึ้นมาในทันที
ชายชราเอ่ยพูดอีกครั้ง "หากจากไม่พร้อมที่จะออกไป เจ้าก็อยู่ที่นี่ เสีย ไม่มีใครคิดห้าม เจ้าได้"
อี้เฉินส่ายหัวน้อยๆ พวกต่างดินแดนคงคิดแย่งชิงของล้ำค่าจะตัวเขาเป็นแน่ เรื่องที่เขาฆ่านายน้อยของฝั่งศัตรูคงเป็นแค่ข้ออ้าง ข้อเท็จจริงที่พวกเขาต้องการคงเป็นตัวของ เมี่ยนจือ
อี้เฉิน ไม่ได้ ตอบปฏิเสธ หรือตกลงอันใด เขาเอ่ยเสียงเรียบนิ่งไปที่ชายชรา "ท่านช่วยข้าผนึกปราณจิตของข้าได้หรือไม่" ตัวเขาคิดจะเก็บซ่อน เมี่ยนจือไว้ภายในปราณจิต หากตัวเขาถูกสืบค้นปราณจิตเป็นไปได้ที่ เมี่ยนจือ นางจะตายตกปราณจิตแตกสลาย ตัวอี้เฉินไม่อยากสูญเสียใครไปอีกคิดปกป้อง เมี่ยนจือ ภายในทะเลความรู้ของเขาไว้
ชายชราเยว่เทียน ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ กับคำขอของอี้เฉิน "เจ้าเอาจริงหรือ หากผู้ใดพยายามสืบค้นปราณจิตของเจ้า วิญญานในร่างเจ้าจะแตกสลายไปพร้อมปราณจิต ไม่สามารถฟื้นคืนได้อีกต่อไป"
"ข้าเอาจริง หากข้าถูกจับตัวไปเป็น ไปได้ที่พวกเขาจะสืบค้นปราณจิตข้า"ตัวเขาไม่อยากให้ไฟเทพไปตกอยู่ที่ต่างดินแดน มิเช่นนั้นทั้ง3ดินแดนต้องมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน แม้แต่คนที่เขารักก็อาจจะตายตกไปมากมายจนเขารับไม่ไหว
อี้เฉิน ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย มองดูชายชราเยว่เทียนส่งปราณจิตมาพร้อมกับอักขระสีทอง เข้ามาภายในหัวสมองของอี้เฉินอย่างบ้าคลั่งอักขระค่อยๆ ผูกเชื่อมโยงปราณจิตเข้าหาวิญญาณของ อี้เฉินในทันใด มันเหมือนโซ่กฎเกณฑ์บางอย่าง ที่ผูกมัดปราณจิตเข้ากับวิญญาณในร่างของ อี้เฉิน ทีละน้อย ค่อยๆ ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่สามารถขจัดออกไปได้อีกต่อไป เพียง อี้เฉินถูกสืบค้นปราณจิต วิญญาณในร่างของเขา พร้อมที่จะแตกสลายไปพร้อมกับปราณจิตในร่างตลอดเวลา
ชายชรา เยว่เทียน ใช้เวลาไปหลายพันลมหายใจกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น
ทันที ที่ทุกอย่างเรียบร้อยอี้เฉินก็ถอนหายใจยาว ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "ข้าพร้อมที่จะไปเจอเจ้าแล้ว เยว่ฉาน" ก่อนที่เขาจะออกไปภายนอกพร้อมกับชายชรา พร้อมที่จะบอกคำตอบให้เหล่าแม่ทัพได้รับรู้ เขารู้ดีการต่อสู้เมื่อสักครู่ใหญ่คงเป็นแม่ทัพใหญ่ออกไปต่อสู้เป็นแน่ เจ้าสำนักเซียนเองก็คงไม่มีทางเลือก ตัวเขาไม่คิดโกรธหรือแค้นเคืองชายชราแม่ทัพใหญ่แม้แต่น้อย ชายชราคงอยากปกป้องตัวเขา เต็มกำลังแล้วอย่างแน่นอน
...อี้เฉินที่ติดตามชายชราเยว่เทียน ไป เขาไม่มีท่าทีเสียใจแม้แต่น้อย
เยว่เทียน ที่จับสังเกต อี้เฉิน อยู่ตลอดเวลา เขาถึงกับยอมหัวใจในความกล้าของเด็กหนุ่มที่ไม่หวาดกลัวต่อเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาพร้อมรับฟังการตัดสินใจของอี้เฉิน ไม่ว่า อี้เฉินจะยินยอมหรือไม่ ความกดดันที่ อี้เฉินได้รับคงไม่ธรรมดายากที่เด็กหนุ่มทั่วไปจะสงบนิ่งได้ เด็กคนนี้คงเผชิญหน้ากับความตายมาหลายครั้ง จนทำให้เขาเติบใหญ่