นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๘
เคนพานพนิตไปที่บ้านของตน ซึ่งเป็ทาวเฮ้าร์ขนาดกะทัดรัดในหมู่บ้านเก่าที่เมื่อก่อนน่าจะเป็ชานเมือง แต่ตอนนี้ก็พูดไม่ได้ว่าชานเมืองแต่จะเรียกว่าตัวเมือง ก็ยังเรียกยากอยู่ดี เคนอาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน
นพนิตไหว้ทักทายแม่เคนอย่างสุภาพ
“ไหว้พระเถอะจ้ะ” แม่เคนยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี “แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง?จะให้แม่ทำอะไรให้กินมั้ย?”
“เรียบร้อยแล้วครับ” เคนกับนพตอบเกือบพร้อมกัน
เคนบอกแม่ต่อ “เคนเอาข้าวกองถายมาให้แม่ด้วยนะเผื่อแม่ยังไม่ได้กิน” แล้วเคนก็ส่งถุงผ้าที่เขาใช้ประจำให้แม่ ในนั้นมีข้าวกล่องถึง ๓-๔ กล่อง
“ทำไมเอามาเยอะจังล่ะลูก”
“พรุ่งนี้ผมกับนพไปกองตอนเที่ยง ก็เลยเอามาเผื่อตอนเช้าน่ะครับ” เคนตอบแม่ตรงๆ
ซึ่งนพนิตก็เข้าใจดี เมื่อก่อน.. ตอนที่เขาอยู่คนเดียว นพก็ทำเช่นนี้เหมือนกัน แต่พอมาอยู่ที่บ้านพี่นัทเขายังไม่กล้าทำอะไรแบบนี้ แค่นึกภาพว่า.. ถ้าเขาถือข้าวกล่องเข้าบ้าน แล้ว ‘เขน’ เห็นเข้าจะเกิดอะไรขึ้น คิดแค่นั้นนพก็เลือกหยิบข้าวกล่องให้เคนแทน
“นพตามสบายนะลูกถือซะว่าเป็บ้านตัวเอง จะดูโทรทัศน์ หรือจะเปิดคอมฯ ก็เอาเลยนะ” แม่เคนบอกนพ
“ขอบคุณมากครับ”
“แม่เอาข้าวกล่องนี่แช่ตู้เย็นไว้นะพรุ่งนี้เช้าแม่จะปรุงเพิ่มให้ แล้วพอลูกจะกิน ก็อุ่นซะหน่อยนะ”
“ครับแม่”
แล้วแม่เคนก็ขึ้นไปนอนเพราะพรุ่งนี้เธอต้องอกไปทำงานแต่เช้า
...
“แม่นายใจดีมาก” นพพูดขึ้น
“ก็เพิ่งเป็กึ่งแม่กึ่งเพื่อนปีสองปีนี่แหละ” เคนชี้แจง “ถ้าเป็เมื่อก่อนนะ แม่ดุมาก”
“นายถึงเป็คนดีมีระเบียบอย่างนี้ไง”
เคนยิ้ม แต่ยังไม่ตอบอะไร ก็มีเสียงข้อความไลน์เข้ามาที่มือถือเคน เคนหยิบมือถือมาดู “หญิงที่เราคุยด้วยไลน์มา”
“นายคุยไปเถอะเราจะส่งอีเมล์ไปหาพ่อเราที่ต่างประเทศด้วย ขอใช้คอมฯ นะ”
เคนพยักหน้าทั้งที่ไม่ได้ฟังนพนิตพูดเท่าไหร่นัก เขาเปิดไลน์ และพิมพ์ไลน์ตอบ ‘หญิงที่เค้าคุย’ กลับไป
นพนิตเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเคน แล้วพิมพ์อีเมล์บอกพ่อเขา ..
...
พ่อครับ..
ตอนนี้นพได้เข้าไปอยู่ในบ้านของพี่นัทแล้วนะครับ
อยู่ห้องแสงอุทัยอย่างที่พ่อเคยบอก
อ้อ..พี่นัทซื้อรถให้นพใช้ด้วย
เขนไม่ชอบนพอย่างที่พ่อเดาไว้จริงๆ
และตอนนี้พี่นัทกำลังเป็ข่าวกับนพครับ
นพลือกเฉยไม่แก้ข่าว ใม่ตอบโต้
ไม่รู้ว่าต่อไป..ข่าวจะดังไปไหนทางไหน
นพจะอยู่บ้านพี่นัทต่อ
แล้วพ่อจะให้นพทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ก็บอกมานะครับ
รักพ่อเสมอ
นพนิต
...
แล้วนพก็กดส่งอีเมล์ไปให้พ่อของเขา
เขนเดินมาหานัทในมุมส่วนตัวของบ้านที่นัทชอบนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ เขานั่งลงข้างๆ นัทแล้วโอบกอดที่เอวของนัทพร้อมกับเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชิด
“นัทเหนื่อย” น้ำเสียงแสนชาเฉย จนคนฟังรู้สึกได้
เขนหยุดทุกกิริยาอาการ “แค่อยากทำให้คุณนัทสบายตัว” เขนก็ขยับมือข้างหนึ่งของเขาไปที่เป้ากางเกงของนัท
ณัฐกนกยังคงนั่งนิ่งไม่ได้ขยับตัวหนีแต่อย่างได “อย่าเลยนัทไม่มีอารมณ์”
เขนยังคงใช้มือเขาคลึงเคล้าที่เป้ากางเกงของนัทแต่มันก็ไม่ตื่นตัว หรือมีปฏิกิริยาใดใดตอบสนอง นัทคงจะไม่มีอารมณ์จริงๆอย่างที่บอกเขา
เขนหยุดทุกการกระทำคลายอ้อมกอด แล้วขยับตัวออกห่างนัท พร้อมกับบอกว่าเขาจะใช้ข่าวใดสร้างกระแสในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ข่าวของนพนิตค่อยๆ จางหายไป
“ดี ดี” น้ำเสียงนัทสดใสขึ้นมาทันที
“นัทบอกเค้าด้วยนะ”
“เค้าชื่อนพเขนควรเรียกชื่อเค้านะ” นัทหันมาดุเขนจริงจัง “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่นัทพูดเื่นี้”
เขนจำยอม “นัทบอกนพด้วยนะ ว่า่นี้อย่าให้ข่าวอย่าทำอะไรให้ตัวเองเป็ข่าว”
“ได้” นัทรับปาก แล้วเขาก็อิงตัวเองกับพนักโซฟา และหลับตาลง “นัทจะบอกให้”
เขนรู้ดีว่านี่คือการยุติการสนทนา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นัททำกับเขาอย่างนี้แต่ที่ผ่านๆ มา เขนไม่เคยรู้สึกเ็ปเลย ทำไมวันนี้ เขนจึงรู้สึกทรมานใจขนาดนี้นะ “งั้น.. เขนไปนอนล่ะ”
น้ำเสียงเขนบอกความรู้สึกที่เขาเป็ชัดเจนจนนัทลืมตาขึ้นมามอง แต่นัทก็เลือกที่จะบอกตัวเองว่า เราอาจจะต้องเป็แบบนี้สักวัน “เขน” นัทเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตรมากขึ้น
เขนหยุดเขามิได้หันหน้าไปมองหน้านัทด้วยซ้ำ
“เขนก็รู้ นัทไม่เคยรักเขนเลยแต่เขนเป็คนที่ดีที่สุดในชีวิตนัทนะ”
“ขอบคุณครับ” เขนตอบได้เท่านั้น ก็เดินออกจากห้องไป
นัทมองตามแผ่นหลังของเขนจนลับตาไป .. นี่เขาทำผิดหรือทำถูกนี่?
ที่ครั้งอดีตนั่น..นัทยอมหลับนอนกับเขน เพื่อตอบแทนความภักดีของเขน ทั้งที่นัทก็รู้ใจตนมาตลอดว่าไม่เคยรักเขนเลย และบอกเขนมาตลอด
โดยที่นัทไม่เคยรู้เลยว่าในใจเขนคิดกับเขาอย่างไร? มีความหวังลมๆ แล้งๆ หรือไม่ ว่านัทจะรักเขาในสักวัน
แต่จนถึงวันนี้วันที่นัทเปิดใจรักใครสักคน ...
เขนจะรู้สึกว่าเขาอกหักหรือเปล่า?เขนจะเสียใจแค่ไหน? เขนจะทำร้ายตัวเองหรือไม่? หรือถ้าเขาคิดจะทำร้ายใครขึ้นมาเพราะรักล่ะนัทจะทำอย่างไร?
นัทคิดไปเรื่อยเปื่อยแต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบอะไรได้เลย
เขนเดินออกจากคฤหาสน์หลังงามของนัทไปทางด้านหลังซึ่งมีประตูเปิดออกไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิดอย่างชัดเจนและอยู่ด้านหลังของบ้านณัฐกนก
บ้านหลังนั้นขนาดปานกลางสีขาวแต่ดูจากความเก่าของสีที่ทาตัวบ้าน น่าจะอายุมากกว่ายี่สิบปีเป็แน่แต่เพราะการเก็บกวาดที่สะอาดสะอ้านไปทั้งตัวบ้านทุกสิ่งอย่างจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย บ้านหลังนี้จึงดูดี น่าอยู่ไปเสียทุกซอกทุกมุม ข้างๆ ตัวบ้าน รถยนตร์คันงามของเขนจอดอยู่คู่กับรถยนตร์อีกคัน ที่ดูก็รู้ว่าเ้าต้องเป็เด็กวัยรุ่นแน่ๆ
“วันนี้คุณพ่อหน้าเครียดจัง” เด็กชายเอ่ยทักขึ้นเมื่อเขนพ้นประตูบ้านเข้าไปในตัวบ้าน
“งานเยอะน่ะลูก”
“ให้ทูไปขอให้อานัทใช้งานพ่อน้อยลง ดีไหมครับ”
“อย่าเลยเหนื่อยแค่นี้ นอนพักแป๊บเดียวก็หายแล้ว ลูกล่ะ เรียนเป็ไงบ้าง”
“ก็ดีครับ”
“เหนื่อยมั้ย?”
“ไม่เหนื่อยครับสนุกดีออก ได้เจอเพื่อนทุกวันเลย”
“แล้ว..ไปจีบใคร หรือมีใครมาจีบบ้างหรือเปล่า”
“โธ่..พ่อ” ทบทูโอดดครวญ “ม.๓ นี่ยังเด็กไม่ใช่เหรอครับ หรือพ่ออยากให้ทูมีแฟนแล้ว”
เขนส่ายหน้าแทนคำตอบ
“พ่อครับ แล้ว..ดาราเด็กที่เป็ข่าวในโลกโซเชี่ยลว่ามาอะไรกะอานัท จริงหรือเปล่าครับ”
“จริงในแง่ที่คนคนนั้นเข้ามาหาอานัทเพื่อเงิน”
ทบทูใ!! “เค้าเป็ดาราไม่ใช่เหรอครับ?”
“มันเป็คนไม่ดีนะลูก ถ้าไปเจอ ก็ไม่ต้องคุย ไม่ต้องทักทายมัน”
“พูดแบบนี้แสดงว่าพ่อไม่ชอบเค้าเหรอครับ”
“ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ พ่อเกลียดมันทู” เขนแสดงอารมณ์กับลูกอย่างชัดเจน
“ได้ยินไหมทู?พ่อเกลียดมัน!!”
จบตอน๘