บทที่ 31
ทั้งหมดมันอยู่ในแผนการ
วันต่อมา อู๋ตี้บอกกับอาจารย์เรื่องที่จะขอลาเพื่อที่เขาจะได้ไปยังสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ในวันนี้
เมื่อวาน ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกมาเขาก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันอยู่เบื้องหลัง มันดังจนแม้จะออกมาแล้วก็ยังชัดเจน
เขาน่ะ ไม่ได้เสียเงินโดยไร้เปล่าแม้แต่หยวนเดียว เพราะเงินที่ลงแรงไปมันก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเขาเอง ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนเขาได้ตบหน้าผู้จัดการฝ่ายขายกับชายหนุ่มคนนั้นด้วย แบบนี้น่ะ มันยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัวชัดๆ มีความสุขชะมัด
ถึงอย่างงั้นแล้ว เขาเองก็อยากจะรีบจัดการโอนบ้านมาให้อยู่ในชื่อเขาให้เร็วที่สุด นั่นก็เพื่อกันไม่ให้ผู้จัดการฝ่ายขายกับชายคนนั้นเล่นตุกติกอีก
แต่ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เพิ่งจะขว้างงูไม่พ้นคอไปเอง ที่ให้เขาเซ็นต์สัญญาออนไลน์นั่นยังไงซะมันก็ไม่มีวันถูกทำลายได้แม้สัญญากระดาษจะถูกฉีกขาดก็ตาม แถมอู๋ตี้ยังมีคลิปเสียงที่เป็นหลักฐานได้อีก
ดังนั้นการโอนบ้านในวันนี้จึงเป็นไปด้วยความราบรื่น สองคนนั้นดูสลดใจสุดๆและไม่กล้าพูดอะไรมากเลย
นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ทำให้อู๋ตี้รู้สึกขำขึ้นมานั่นก็คือทั้งผู้จัดการทั้งชายหนุ่มที่มาทำเรื่องโอนย้ายบ้านในวันนี้นั้น ต่างฝ่ายต่างก็มีผ้าพันแผลพันเต็มไปหมด แถมตามร่างกายก็มีรอยช้ำมากมายอีกด้วย ดูท่าที่ทะเลาะกันเมื่อคืนจะไม่เบาเลยทีเดียว
หลังจากที่จัดการเรื่องโอนย้ายบ้านเสร็จแล้ว อู๋ตี้ก็รีบออกจากสำนักงานอสังหาริมทรัพย์และมุ่งหน้ากลับโรงเรียนด้วยแท็กซี่ในทันที
ปล่อยให้ผู้จัดการฝ่ายขายและชายหนุ่มนั้นยืนน้ำตาตกอยู่ที่นั่นต่อไป พวกเขามองตากันเองอีกครั้งและเหมือนเตรียมจะสู้กันอีกรอบด้วย
แต่เหนือสิ่งอื่นใด วันนี้ซูหลี่เหยารู้สึกหดหู่แบบสุดๆ
เธอมาที่ห้องเรียนแต่เช้าเป็นครั้งแรก หากแต่เธอนั้นกลับไม่เจออู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งควรจะมาคนแรกในคลาสเรียน
ยิ่งไปกว่านั้น จนกระทั่งคาบเช้าหมดไปแล้วอู๋ตี้ก็ยังไม่มา ที่นั่งของเขายังคงว่าเปล่า ซึ่งมันทำให้เช้านี้เธอไม่ได้ทำอะไรเลยนอกเสียจากมองไปยังที่นั่งว่างเปล่าของเขาตลอดเวลา
“เกิดอะไรขึ้นกับตาอ้วนนั่นน่ะ? แบบนี้ฉันจะมีหน้าไปเจอพี่เย่ได้ยังไงกัน!” ซูหลี่เหยากัดฟันพูดกับตัวเอง
กริ่งของเวลาพักเที่ยงดังขึ้น และทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเธอก็ดังขึ้นเช่นกัน
เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สิ่งที่ปรากฏบนจอนั้น คือสิ่งที่เธอกลัวที่สุดในตอนนี้ นั่นคือเบอร์ของเย่เหลียง
“ส-สวัสดีค่า พี่เย่~”
ซูหลี่เหยาไม่กล้าที่จะไม่รับ เพราะงั้นเธอจึงรีบและเอ่ยด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้ออกมา
“เรื่องที่ฝากให้ทำเป็นยังไงบ้างสาวน้อย?”
เสียงของเย่เหลียงนั้นฟังดูมีเลสนัย จริงเขาเองก็สนใจ ซูหลี่เหยาแหละ
ถึงแม้ว่าซูหลี่เหยานั้นจะเป็นเหมือนลมที่พัดผ่านไปมาต่อหน้าเขา แต่ด้วยขาที่ยาวสวย หน้าอกหน้าใจที่สะบึ้มแล้วไหนจะใบหน้าเขินอายนั้น ถ้าหากได้เอามานอนกกบนเตียงมันคงจะอุ่นดีไม่น้อยเลย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขานั้นคิดถึงแต่ความบริสุทธิ์ของเอ้อซีซีเท่านั้น เธอนั้นเปรียบเสมือนจานหลักที่เขาต้องการกินมากที่สุด ส่วนที่เหลือค่อยกินเป็นของว่าง
ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยคำถามของเย่เหลียง มันก็ทำให้ ซูหลี่เหยาเกิดกังวลขึ้นมา
“พ-พี่เย่ เจ้าอ้วนนั่น มันไม่มาโรงเรียน...”
เสียงปลายสายนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเป็นเสียงของเย่เหลียงตอบกลับมาด้วยความเยือกเย็น “ไม่ใช่ว่าเธอสาบานกับฉันเมื่อวานแล้วเหรอว่า เธอจะหามาให้ทุกอย่างไม่ว่าจะอะไรก็ตาม? ไหนเธอบอกว่าเจ้าอ้วนนั่นจะเชื่อฟังเธอไง? ใช่หรือเปล่า? จะต้องให้ใช้เวลาเป็นเดือนเลยหรือไงกับเรื่องแค่นี้? ฉันจะบอกอะไรให้นะ ว่ามันจะเป็นการดีกับชีวิตเธอซะมากกว่าถ้าเธอไม่เล่นตุกติกกับฉัน เพราะไม่งั้นแล้วผลที่ตามมาอาจจะทำให้ชีวิตเธอไม่สวยหรูเหมือนเดิมก็ได้!”
ร่างกายของซูหลี่เหยานั้นสั่นสะท้านไปหมด เหงื่อมันไหลซึมไปทั่วก่อนที่เธอจะรีบตอบออกไป
“พี่เย่ ฉันจะกล้าเล่นตุกติกกับพี่ได้ยังไง? ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันสัญญาเลยว่าจะพาเจ้าอ้วนไปยังที่ที่พี่บอกให้ได้ภายในเย็นนี้!”
“ดี ฉันหวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ ไม่งั้นล่ะก็ หึๆๆ...”
เย่เหลียงหัวเราะสองสามครั้งก่อนจะวางสายไป
เขานั้นนั่งอยู่ที่นั่งตรงกลางของรถโตโยต้า ELFA MPV รถตู้เล็กระดับสูง ในมือของเขานั้นเล่นมีดพับไปด้วยพลางมองแสงที่ส่องผ่านใบมีดอย่างเยือกเย็น
“พี่เย่ อยากจะให้พาคนมาเพิ่มไหม?”
เจ้าของเสียงก็คือ 1 ในชาย 2 คนที่เป็นผู้ติดตามของ เย่เหลียง พวกเขานั่งอยู่ด้านหลัง ซึ่งดูจากรูปร่างแล้ว สองคนนี้นั้นแข็งแกร่งเอาเสียมากๆ
“ไม่ต้อง ก็แค่เจ้าอ้วน พวกนาย 2 คนก็พอแล้ว”
พูดจบเย่เหลียงก็โยนมีดพับนั่นไปให้ 1 ในสองคนที่อยู่ด้านหลังเขาทันที
“เมื่อวานมีเพื่อนร่วมห้องของแม่สาวบริสุทธิ์นั้นอยู่อีก 2 คน ถ้ายังไงฉันยก 2 คนนั้นให้พวกนายละกัน เพราะงั้นแล้วพวกเราจะพาตัวสาวบริสุทธิ์คนนั้นไปหลังจากจัดการเจ้าอ้วนนั่นเสร็จแล้ว จากนั้นพวกนายก็ดูแลพวกเธอทั้ง 2 คนกันเอาเอง”
ได้ยินเย่เหลียงพูดดังนั้น ทั้งสองก็แสดงสีหน้าลามกออกมาพร้อมรอยยิ้มหื่นกามทันที
สาวๆทั้งสองที่เย่เหลียงพูดถึงนั้น ที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องของเอ้อซีซีนั้นแน่นอนว่าคือปิงปิงและหลิงหลิงนั่นแหละ ทั้งสองนั้นอยากจะมาเป็นสาวของเย่เหลียง แต่กลับกัน เย่เหลียงนั้นไม่ได้สนใจพวกเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะโยนทั้งสองสาวให้สองหนุ่มของเขาแทน
อีกฟากหนึ่งทางหอหญิง
“นี่ ซีซี ไปช็อปปิ้งกันนะ เที่ยงนี้”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ตอนนั้นเอ้อซีซีกำลังทำแบบฝึกหัดอยู่ เธอถึงกับต้องชะงักและหันไปมองต้นเสียงด้วยความสงสัย และต้นเสียงก็คือปิงปิง ซึ่งกำลังพูดกับเธออยู่
ปิงปิงนั้นโดยปกติแล้วจะเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของหอแห่งนี้ เธอนั้นมีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างจะดีเลย เพราะงั้นเธอจึงมีหนุ่มๆที่เป็นลูกคนรวยมาเกี่ยวพันเยอะจนเป็นเรื่องปกติ และด้วยเหตุนี้ มันทำให้เธอเองเริ่มทำตัวจองหองและมักจะรู้สึกว่าตนเองอยู่สูงกว่าคนอื่นอยู่เสมอ
ตามปกติแล้ว เวลาปิงปิงคุยกับเอ้อซีซีนั้นก็จะเป็นพวกสั่งให้ไปทำนู่นทำนี่ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะเป็นฝ่ายชวนเอ้อซีซีออกไปช็อปปิ้งเช่นนี้ แถมสีหน้าของปิงปิงนั้นยังดูใจดีมากๆอีกด้วย คำพูดที่เอ่ยออกมา โทนเสียงต่างๆมันทำให้หญิงสาวรู้สึกเลยว่านี่เป็นการพูดคุยในแบบที่เพื่อนสาวทั่วๆไปเขาทำกัน
เพราะงั้นหากรู้ดังนี้แล้ว มันจึงไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อยก่อนหน้านี้ และเอ้อซีซีก็ต้องลำบากใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่งของเธออย่าง หลิงหลิงเองก็ยังเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีที่เป็นมิตรสุดๆด้วย
“ใช่แล้วๆ ฉันมีอะไรอยากจะไปซื้อหน่อย ไปด้วยกันเถอะนะ บ่ายนี้ ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่เคยไปด้วยกันเลยนี่นา”
หลิงหลิงนั้น โดยปกติแล้วมักจะทะเลาะกับปิงปิงด้วยเรื่องขี้ปะติ๋วอยู่แล้ว แต่วันนี้พวกเธอทั้งคู่ทำตัวดูน่าสงสัยมากๆ ยิ่งเวลาทั้งสองมองตาซึ่งกันและกันเองก็ด้วย
ในตอนนี้ ทั้งสองคนนั้นต่างมีความคิดที่เหมือนกัน นั่นก็คือ อยากจะสร้างความน่าเชื่อถือให้เย่เหลียงเห็นโดยการพาตัวเอ้อซีซีไปให้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีโอกาสที่จะได้เป็นผู้หญิงของเย่เหลียงนั่นแหละ
แต่กระนั้นแล้ว ลึกๆพวกเธอก็ยังคงแข่งกันอยู่ แข่งกันว่าใครจะเข้าใกล้เอ้อซีซีได้มากกว่า และคนที่เข้าใกล้ได้มากกว่าก็จะได้ความสนใจจากเย่เหลียงมากกว่า
“อืออ ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอไปกันเลย ฉันไม่มีอะไรต้องซื้อน่ะ”
เอ้อซีซีนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธไป
เอาจริงๆเธอนั้นการเงินก็ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ เพราะครั้งล่าสุดนี้ เงินบริจาคจากกองทุนเพื่อนักศึกษายากจนเองเธอก็ไม่ได้แม้แต่หยวนเดียวเพราะเย่เหลียง และในเมื่อเธอไม่ได้เงินส่วนนั้นมา การเงินเธอจึงติดขัดสุดๆ จะเรียกได้ว่าที่ไม่ได้เพราะไม่มีเงินก็ได้
เมื่อทั้งสองได้ยินว่าเอ้อซีซีปฏิเสธ พวกเธอก็เริ่มกระวนกระวาย
“ธ-เธอจะไปเดินเล่นก็ได้นะถ้าไม่รู้จะซื้ออะไรน่ะ บางทีอาจจะเจออะไรที่อยากได้ขึ้นมาก็ได้”
ปิงปิงคว้าแขนของเอ้อซีซีแล้วเขย่าเหมือนสาวๆทั่วๆไปที่อยากมีเพื่อนไปเที่ยวด้วย
“ใช่ๆ ฉันเห็นเธอทำแบบฝึกหัดในหอมาทั้งวันแล้ว ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเถอะ น้า~ ออกไปเดินเล่นกับพวกเราวันนี้นะ”
เมื่อเห็นปิงปิงเริ่มถึงเนื้อถึงตัว หลิงหลิงก็ไม่ยอมแพ้และเข้าไปใช้ลูกอ้อนของเธอกับเอ้อซีซีบ้าง เธอคว้าแขนอีกข้างของเอ้อซีซีไว้ก่อนจะเขย่าเหมือนกับปิงปิงเลย
“ต-แต่ฉันไม่มีเงินนะ...”
ท้ายสุดเอ้อซีซีก็หลุดพูดประโยคนี้ออกมาเบาๆ ลึกๆในใจเธอนั้นยังคงรู้จุดยืนของเธอเองชัดเจนที่สุด
ใช่แล้ว เธอนั้นใช้ชีวิตในมหาลัยอย่างยากลำบากก็เพราะว่าเธอไม่มีเงินที่จะซื้อของที่เรียงรายอยู่ตามท้องถนน เพราะงั้นถึงเธอจะมีอะไรที่อยากได้ แต่เธอก็ไม่มีเงินที่จะซื้อมันอยู่ดี
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยออกไปเดินหาซื้อของเลยและทุ่มเทให้กับการเรียนแบบสุดๆ เธอหวังเพียงแค่ว่า ถ้าได้งานดีๆ เดี๋ยวเธอก็จะมีเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่บ้านเกิดเอง
“โธ่ เธอกังวลเรื่องนั้นเองเหรอ?” ปิงปิงปริยิ้มออกมา จากนั้นบรรยากาศรอบๆก็เปลี่ยนไป “เอางี้ไหม ถ้าเธออยากได้อะไรล่ะก็ เดี๋ยวฉันซื้อให้เลย เธอไม่ต้องออกตังค์แม้แต่หยวนเดียว”
“อ๋า ฉันก็ด้วยๆ เดี๋ยวฉันซื้อให้เธอด้วยเหมือนกัน” หลิงหลิงเองก็เสนอหน้าพูดขึ้นตามท้าย
ในตอนนี้ เอ้อซีซีมึนงงไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมทั้งสองดูเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนเลย?
การที่ต้องเผชิญหน้ากับการเชื้อเชิญอย่างอบอุ่นแบบนี้ มันทำให้เอ้อซีวี่ลังเลที่จะปฏิเสธอีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่พยักหน้าและยอมไปด้วยเท่านั้น
ปิงปิงและหลิงหลิงนั้นมีความสุขมากๆ พวกเธอรีบไปแต่งหน้าแต่งตาเพื่อเตรียมพร้อม ยิ่งไปกว่านั้น พวกเธอเองยังบรรจงกรีดตาทาเล็บจนสวยวิ๊ง ทั้งนี้ก็เพื่ออยากให้เย่เหลียงประทับใจในความสวยของพวกเธอแต่ละคนนั่นเอง นี่แหละจุดประสงค์ที่แท้จริง
ณ ตอนนี้ ผู้หญิงใส่ซื่ออย่างเอ้อซีซีนั้นแอบมีความสุขอยู่ลึกๆ ยามที่เธอได้คิดถึงเพื่อนร่วมห้องทั้งสองที่ได้กลายมาเป็นเพื่อนกับเธอแบบนี้
ใช่แล้ว เพราะเธอไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนในมหาลัยแห่งนี้ นี่จึงทำให้เธอไม่รู้ว่า ปลายทางของการที่เข้าหาเธอครั้งนี้ก็คือกับดัก!
ทางฝั่งอู๋ตี้ เขานั้นกำลังอยู่ระหว่างทางที่กลับไปยังมหาลัยโดยแท็กซี่ แต่แล้วจู่ๆก็มีสายเรียกเข้าขึ้นมา
“ซูหลี่เหยา? เธอจะโทรมาทำไมน่ะ?”
เมื่อเห็นอักษรชื่อซูหลี่เหยาปรากฏขึ้นมา อู๋ตี้ก็เกิดสงสัยสุดๆ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงครุ่นคิดอยู่