***** ตูมมมม *****
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป หวัง ชง ไม่มีเวลาคิดมาคิดให้มากความ เขาก้าวเท้าออกไปด้านข้างด้วยย่างก้าวดารา พร้อมกับใช้กระบวนท่ามังกรท่องวารีที่เพิ่งเรียนรู้จากเคล็ดวิชากระดูกมังกรออกมา
ความจริงแล้ว หวัง ชง ไม่มีทางหลบหมัดนี้ได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อเขาก้าวสู่ขั้นก่อกำเนิดลมปราณระดับสี่แล้วนั้น ความรวดเร็ว และการตอบสนองของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
***** ฮู้มมมม *****
คลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านห่างจากร่างกายของเขาออกไปเพียงไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น จริงๆ แล้ว หวัง ชง ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่กระแทกผ่านใบหน้าของเขาไปอย่างชัดเจน
คลื่นพลังเหล่านั้นเปรียบราวกับใบมีดที่แหลมคมวาดผ่านใบหน้า สร้างความเจ็บปวดให้กับเขาไม่น้อย
“น้องเล็ก นี่เจ้าจะทำอะไร!?”
หวัง ชง ตื่นตระหนกกับหมัดของน้องสาวของตนมาก เขาไม่ใช่ทั้ง เหยา เฟิง และองครักษ์ของตระกูล เหยา หากว่าเขาถูกซัดด้วยหมัดนี้ เขาจะต้องนอนพักฟื้นกว่าครึ่งเดือนแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง กลับถูกมองข้ามไปอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ถูกต้อง!! ด้วยพลังของท่านตอนนี้มิควรหลบหมัดของข้าได้สิ!!”
ใบหน้าของบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง เต็มไปด้วยความสับสน หลังจากที่ซัดหมัดออกมาแล้วนางก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด นางยังคงพึมพำอยู่กับตัวเองเบาๆ
“พี่ชาย เมื่อไหร่กันที่ท่านมีความเร็วเช่นนี้!?”
หวัง เสี่ยวเหยา เงยหน้าขึ้นพร้อมกับกล่าวถามไปยัง หวัง ชง นางรู้จัก หวัง ชง ดี ด้วยความสามารถของพี่ชายที่นางรู้จักย่อมไม่มีทางหลบหมัดของนางได้แน่นอน นั่นหมายความว่าความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
“ยัยเด็กคนนี้ ……!!”
หวัง ชง ทั้งโกรธ ทั้งขบขันในใจ อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจระบายความโกรธของเขาไปที่น้องสาวได้
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนเดียวหรือที่ก้าวหน้า!? ท่านอ๋อง ซ่ง ได้มอบโอสถกายาพิทักษ์ให้กับข้า มันทำให้ความสามารถของข้าเพิ่มขึ้นมาก!!”
“โอ้ เป็นเช่นนั้นเอง!! ชิชะ!!”
หวัง เสี่ยวเหยา กล่าวพลางโบกมือไปมาพร้อมกับไม่ได้ให้ความสนใจต่อ หวัง ชง อีก
“น้องเล็ก ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าเจ้าถูกท่านแม่กักบริเวณอยู่หรอกรึ!?”
หวัง ชง กล่าวถาม เมื่อก้าวสู่ขั้นก่อกำเนิดลมปราณระดับสี่แล้ว ไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แม้แต่ความรวดเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“นี่สามวันมาแล้ว ทำไมข้ายังต้องถูกกักบริเวณอีกล่ะ!?”
หวัง เสี่ยวเหยา กล่าวพลางมองไปที่ หวัง ชง ด้วยความไม่พอใจ และก่อนที่นางจะจากไปนั้น นางได้กล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า
“จริงสิ!! เจ้าหนู เว่ย มาหาท่าน หากไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงไม่ได้มาที่นี่หรอก!!”
“อะไรนะ!? เว่ย ฮ่าว มาที่นี่งั้นรึ!?”
หวัง ชง โพล่งออกมาด้วยความยินดี เขาไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวที่จะรีบออกไป
..........
แน่นอนว่า เว่ย ฮ่าว มาที่นี่พร้อมกับข่าวดี
สามสี่วันหลังจากที่ หวัง ชง ไปยังโรงเตี๊ยมแปดเทพมานั้น เว่ย ฮ่าว ได้ใช้ความกว้างขวางของตระกูลตามหาช่างตีเหล็กที่มีฝีมือมาช่วย หวัง ชง ในการจัดการกับแร่ไฮเดอราบาด
“.....ท่านพ่อไม่ค่อยให้ข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานของตระกูล ข้าต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวกว่าจะขอท่านมาได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ช่างตีเหล็กที่ดีที่สุด แต่ก็น่าจะช่วยให้งานของท่านลุล่วงได้ ท่านคิดเช่นไร!?”
เว่ย ฮ่าว พา หวัง ชง และ หวัง เสี่ยวเหยา ไปยังทางตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นเป็นที่ตั้งของเหมืองลับ เขากล่าวพลางชี้ไปที่ช่างตีเหล็กสิบสองคนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ชายทั้งสิบสองคนเบื้องหน้านั้นมีร่างกายกำยำ นิ้วมือของพวกเขาหยาบกร้าน เพียงแค่มองจากภายนอกก็สามารถบอกได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นช่างตีเหล็กที่มีฝีมือฉมัง
เห็นได้ชัดว่า เว่ย ฮ่าว ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปอย่างเคร่งครัด
“ไม่เลว!!”
หวัง ชง กล่าวพลางพยักหน้ารับเบาๆ
“ข้าบอกท่านแล้ว พวกเราเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านไหว้วานให้ข้าทำ!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พลางหัวเราะลั่นออกมา
“คุณชาย หวัง ชง!!”
“คุณชาย หวัง ….!!”
……….
ขณะเดียวกันนั้น ชายผิวสีเหลืองแดงทั้งสิบสองคนก็กล่าวพลางคารวะออกมาต่อ หวัง ชง เพื่อแสดงความเคารพต่อนายน้อยของพวกเขา พวกเขาจึงแสดงความเคารพต่อพี่น้องชายนายน้อยพวกเขาเช่นกัน
“ขอบคุณเจ้ามาก เว่ย ฮ่าว!!”
หวัง ชง กล่าวพลางตบลงบนไหล่ของ เว่ย ฮ่าว ด้วยความสุข แร่ไฮเดอราบาดเป็นส่วนสำคัญที่สุดในแผนการของเขา ด้วยช่างตีเหล็กทั้งสิบสองคนจากตระกูล เว่ย เหล่านี้ ในที่สุดเขาก็จะสามารถทำตามแผนการของเขาได้ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น และความกระวนกระวาย
กำไรที่จะได้รับจากการขายอาวุธที่ตีขึ้นจากเหล็กหวู่จือนั้นสูงมาก และไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่า หวัง ชง อีกแล้ว
ตอนนี้แร่ไฮเดอราบาดเพิ่งปรากฏขึ้นเท่านั้น ตราบใดที่เขาจัดการตามแผนการอย่างรอบคอบ ผลกำไรที่ได้รับกลับมาจะต้องสูงมากแน่นอน
เว่ย ฮ่าว ได้มอบสิทธิ์ในการสั่งการทุกอย่างให้กับ หวัง ชง
หวัง ชง ไม่ได้กล่าวอะไรมากแต่อย่างใด เขาปลดชุดคลุมของเขาออก ทำให้แร่เหล็กสีดำหลายก้อนซึ่งก็คือแร่ไฮเดอราบาดกลิ้งลงมาบนพื้นทันที
“จากนี้ไปพวกเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม ข้ามีเพียงคำขอเดียว จากนี้ไปตลอดสิบสองชั่วยาม ไฟในเตาหลอมจะต้องสว่างตลอดเวลา!!”
หวัง ชง กล่าว
แม้ว่า หวัง ชง จะเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบห้าปีก็ตาม แต่ทว่าในช่วงชีวิตที่แล้วเขาก็เป็นถึงจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าถัง แม้แต่องค์จักรพรรดิก็ยังคงยำเกรง และยังฟังคำกล่าวของเขาเช่นกัน
“ขอรับ!! คุณชาย ชง!!”
เหล่าช่างตีเหล็กขานรับออกมาอย่างพร้อมเพรียง
***** ครึ่กๆ ... ฮูมมมมม *****
ทันทีที่สิ้นเสียงตอบรับ โซ่ขนาดใหญ่ก็ถูกดึงขึ้น ฝาครอบขนาดใหญ่เปิดออกพร้อมกับคลื่นความร้อนกวาดออกมาภายนอกแพร่กระจายทั่วทั้งถ้ำอย่างรวดเร็ว ช่างตีเหล็กทั้งสิบสองคนจากตระกูล เว่ย ได้ก้าวเข้าไปประจำตำแหน่งของพวกเขา
แม้ว่า หวัง ชง จะผ่านประสบการณ์มากมายในช่วงชีวิตที่แล้วของเขาก็ตาม แต่ในช่วงชีวิตนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการตีเหล็ก มันจึงก่อให้เกิดคำถามมากมายในใจของเขา
“มันร้อนแค่ไหน!?”
เมื่อเห็นคลื่นความร้อนสีแดงเพลิงจากเตาหลอมแพร่ออกมา หวัง ชง ก็ก้าวเข้าไปกล่าวถามทันที
“2,300องศา!!”
ช่างตีเหล็กผิวสีเหลืองแดงกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ ตระกูล เว่ย ได้ว่าจ้างปรมาจารย์ เฟิง สุ่ย เพื่อค้นหาหินหนืดร้อนพิเศษชนิดนี้มา
อุณหภูมิที่เกิดจากหินหนืดร้อนนั้นสูงกว่าความร้อนชนิดอื่นๆ มาก แม้แต่ภายในเมืองหลวงเองก็มีเตาหลอมที่ได้รับความร้อนจากหินหนืดแบบนี้เพียงไม่เกินห้าลูกเท่านั้น
หากไม่ได้รับการขอร้องจากนายน้อยแล้วนั้น พวกเขาไม่มีทางเปิดเตานี้ขึ้นมาเพื่อคนนอกแน่นอน
“ร้อนเกินไป ลดเหลือ1,500องศา!!”
อย่างไรก็ตาม เขาไม่คาดหวังว่า หวัง ชง จะกล่าวพลางขมวดคิ้วแน่นเช่นนี้
“นี่....!!”
หัวหน้าช่างตีเหล็กผงะออกไปเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจการกระทำของ หวัง ชง แต่อย่างใด ดังนั้นจึงรีบกล่าวแย้งขึ้นมาทันที
“แต่ว่าคุณชาย ชง หินหนืดเหล่านี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก มีหลายตระกูลที่พยายามค้นหามันแต่ก็มิอาจพบพานได้ ยิ่งกว่านั้นในการถลุงแร่ยิ่งอุณหภูมิสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!!”
“ทำตามที่ข้าบอก!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
“นี่.....!!”
หัวหน้าช่างตีเหล็กตกตะลึงอย่างมาก โดยปกติแล้วการถลุงแร่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูง ยิ่งความร้อนสูงมากเท่าไหร่จะยิ่งทำให้สิ่งเจือปนหลุดออกไปมาเท่านั้น
นี่เป็นความรู้พื้นฐานในการตีเหล็ก
เด็กคนนี้ที่ถูกเรียกว่าคุณชาย ชง นั้นเห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้อะไรเลย!! คนอื่นๆ ต่างก็ดีใจทั้งนั้นที่ได้พบกับหินหนืดเช่นนี้ แต่ทว่าเขากลับสั่งให้ลดอุณหภูมิลงอย่างไม่คาดคิด ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรออกมาอีกต่อไป
“อย่าพิรี้พิไร ทำตามที่คุณชาย ชง บอกก็พอ!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าว แม้ว่าเขาจะไม่มีความเชี่ยวชาญในการถลุง และตีเหล็กก็ตาม แต่เขาก็ตระหนักดีว่า หวัง ชง ย่อมมีเหตุผลในการกระทำของเขา
“เฮ้อ.....!!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ เว่ย ฮ่าว นายน้อยของพวกเขาแล้วนั้น หัวหน้าช่างตีเหล็กก็ทำได้เพียงทอดถอนใจออกมาเบา เขารู้สึกเสียดายอย่างมากที่แร่เหล่านี้กำลังจะเสียเปล่า แม้ว่าจะตีขึ้นรูปมาได้ มันก็จะเป็นได้เพียงอาวุธที่ไม่มีคุณภาพเท่านั้น
แม้ว่ามันจะไม่ใช่แร่ของเขา และที่นี่จะไม่ใช่ที่ของเขาก็ตาม แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายเช่นนี้
“ปล่อยทราย!!”
หัวหน้าช่างตีเหล็กตะโกนขึ้น
ทันใดนั้นโซ่เหล็กด้านข้างก็ถูกดึงขึ้น ทำให้ถังขนาดใหญ่เริ่มเอียงลงพร้อมกับมีเม็ดทรายจำนวนมากไหลลงมาภายในเตาหลอม
ความร้อนภายในเตาหลอมนั้นไม่สามารถลดลงได้ด้วยการใช้น้ำ มีเพียงการใช้ทรายเท่านั้นที่ทำให้ความร้อนของมันลดลงได้ นี่เป็นสิ่งที่ช่างตีเหล็กของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์คิดค้นขึ้นหลังจากลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งมันยังเป็นวิธีที่ดีกว่าของชาวตะวันตกไกล
เมื่อทรายเริ่มไหลลงมามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนั้น อุณหภูมิของเตาหลอมก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อความร้อนที่แผ่ขยายออกมาเริ่มลดลงจนได้ที่ หวัง ชง ก็พยักหน้าเบาๆ ด้วยความพอใจ
แม้ว่า หวัง ชง จะไม่รู้จักวิธีการตีเหล็กก็ตาม แต่เขารู้ว่าคุณสมบัติของแร่ไฮเดอราบาดนั้นเป็นเช่นไร
แร่ชนิดนี้แตกต่างจากแร่ชนิดอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง แร่ชนิดอื่นจะถูกถลุงได้ดีภายใต้ความร้อนสูง แต่สำหรับแร่ไฮเดอราบาดแล้วนั้น มันจะถูกถลุงได้ดีที่สุดภายใต้ความร้อนที่ไม่เกินกว่าหนึ่งพันองศาเท่านั้น
หากว่าความร้อนสูงเกินไปมันจะทำให้ผลึกคาร์บอนในแร่ไฮเดอราบาดหายไป อีกทั้งยังทำให้เอกลักษณ์ใบเลื่อยขนาดเล็กของเหล็กหวู่จือถูกทำลายลงไปเช่นกัน ดังนั้นเมื่อถลุงเสร็จมันจึงจะไม่แตกต่างไปจากเหล็กทั่วๆ ไปแม้แต่นิดเดียว
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ความจริงในข้อนี้ จึงทำให้ชาวอาหรับสามารถขายอาวุธที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กหวู่จือซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดพลาดได้ในหลายๆ พื้นที่
การตีเหล็กหวู่จือด้วยวิธีนั้นนับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีค่าอย่างสิ้นเปลืองมาก
ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา นอกจากชาวอาหรับ และชาวตะวันตกไกลแล้วนั้น ก็ไม่อาณาจักรใดสามารถตีเหล็กหวู่จือที่แท้จริงขึ้นมาได้อีก
ตอนนี้แร่ไฮเดอราบาดเพิ่งปรากฏออกมาเท่านั้น หวัง ชง มั่นใจอย่างมากว่าแร่กว่าครึ่งหนึ่งที่ถูกขาย ออกไปนั้นจะเป็นเพียงความสูญเปล่า
ตราบใดที่เขายังรักษาความลับนี้เอาไว้ มันจะยังทำให้เขาครองความได้เปรียบเอาไว้อีกนาน อย่างน้อยที่สุดก็ในช่วงสองถึงสามปีข้างหน้าที่เขาจะได้เปรียบมากกว่าชาวอาหรับ
ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาจะกลายเป็นคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ในการกว้านซื้อแร่ไฮเดอราบาด
มีความลับมากมายในการตีเหล็กหวู่จือขึ้นมาจากแร่ไฮเดอราบาด เป็นไปไม่ได้ที่จะตีเหล็กหวู่จือขึ้นมาเพียงแค่ได้ครอบครองมันเท่านั้น
หวัง ชง จะไม่แพร่งพรายความลับเหล่านี้ออกมา เว้นแต่ว่าจะจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
***** ฮู่ววววว *****
อุณหภูมิของเตาหลอมลดลงถึง1,500องศา การถลุงแร่ไฮเดอราบาดได้เริ่มต้นขึ้นในที่สุด แร่หลายก้อนที่ถูกนำมาจากเหมืองของชาวสินธุอันไกลโพ้นถูกโยนลงไปในเตาหลอมอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงลุกฮือขึ้นจากพื้นผิวของหินหนืดส่งเสียงก้องกังวานทั่วทั้งถ้ำ
...................
ขณะเดียวกับที่ หวัง ชง กำลังถลุงแร่ไฮเดอราบาดอยู่ภายในถ้ำอย่างลับๆ นั้น เขาไม่ได้รู้เลยว่าในสถานที่ที่ห่างออกไปนั้น เหยา กวงยี่ ได้สวมชุดเกราะหนักพร้อมกับกระชับดาบข้างเอวแน่น มันกำลังจะทำตามแผนการขั้นสุดท้ายของเขาแล้วในเวลานี้
“ข้าจะต้องสร้างความบาดหมางระหว่างราชวงศ์ ซ่ง และตระกูล หวัง ให้ได้!!”
แววตาของมันเปล่งประกายกล้า ขณะที่นั่งอยู่บนหลังม้าศึก
ไม่มีสงครามใดสมเหตุสมผล ในทำนองเดียวกันนั้น ไม่มีความเมตตาใดๆ ภายในราชสำนักเช่นกัน แม้ว่าแผนการภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลของมันจะผิดพลาดไปเพราะสองพี่น้องตระกูล หวัง ก็ตาม แต่มันก็ยังมีแผนการรองรับอยู่อีกชั้นหนึ่ง
ตราบใดที่แผนการที่ชายแดนของเขาสัมฤทธิผลแล้วนั้น อ๋อง ซ่ง จะต้องแตกหักกับตระกูล หวัง แน่นอน
ตราบใดที่อ๋อง ซ่ง พลาดพลั้ง อ๋อง ฉี จะสามารถขึ้นครองบัลลังก์ของราชสำนักได้ เมื่อนั้นตระกูล เหยา ของมันก็จะกลายเป็นไม้ใหญ่ไร้ผู้ต้านทานอย่างไม่ต้องสงสัย
หากเป็นเช่นนั้น แม้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะจากไป ตระกูล เหยา ก็ยังสามารถรักษาอำนาจ และความมั่งคั่งเอาไว้ได้อีกนาน
เพื่อความสุขสบายของลูกหลานตระกูล เหยา แล้วนั้น ทั้งมันและบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ได้ฝ่าฟันความยากลำบากมานับไม่ถ้วน เพื่อให้แผนการจัดการกับตระกูล หวัง คลอดออกมา
“ย่าห์!!”
เหยา กวงยี่ หนีบลำตัวของม้าแน่น พร้อมกับควบมันออกไปอย่างรวดเร็วทันที
.................