ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 152-1 ชวนเข้าร่วม

      “ตู้เซ่าฝู่……”

          หานซินได้ยิน ก็ตกใจเล็กน้อยเขารู้สึกสงสัยประหลาดใจมาก จ้องมองไปทางบิดา

      “เขามาหาเจ้าเจ้ามาจ้องข้าเช่นนี้ แสดงในเจ้ารู้สึกต่ำต้อยกว่าเขาแล้ว ดูท่าเขามีผลกระทบกับจิตใจของเจ้า” หานเฉียงกล่าว

      “ฟู่……!”

          หานซินขมวดคิ้ว จากนั้นหายใจเข้าออกลึกๆบอกกับผู้ดูแลจวนคนนั้นว่า “เชิญเขาเข้ามาเถิด”

          “ข้าเองก็อยากพบเจ้าหนูคนนั้นทว่าวันนี้ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร” เมื่อหานเฉียงพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องด้านใน

      หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่แยกกับโอวหยังหลิงก็เดินทางออกจากจวนหลันหลิงและไปที่จวนของเจ้าเมืองเพียงลำพังเมื่อมาถึงก็พบชายชราท่าทางเหมือนจะเป็นผู้ดูแลจวนและเขาก็เป็นผู้นำทางไปพบหานซิน

          “เจ้าช่างกล้าหาญดีนะกล้าเดินทางมาที่นี่คนเดียว” หานซินยังคงมาดนิ่ง จ้องมองตู้เซ่าฝู่ด้วยแววตาที่เย็นชาเช่นเคย

      ตู้เซ่าฝู่ยิ้มทำตัวเหมือนสนิทสนมเดินตรงไปนั่งข้างๆ หานซิน มองหน้าหานซิน กล่าวว่า “ทำไมข้าจะไม่กล้า เพราะอย่างไรเจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้”

          หานซินมองใบหน้าด้านข้างของตู้เซ่าฝู่สีหน้าแววตาเย็นชาเพิกเฉย กล่าวว่า “ว่ามาเจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใด คงไม่ได้คิดจะมาเพื่อหัวเราะเยาะข้าหรอกใช่หรือไม่ครั้งนี้ข้าเละคามือเจ้าไปแล้ว”

          “คนกันเองทั้งนานมีอะไรให้หัวเราะเยาะ ที่จริงเจ้าเองก็ชัดเจนดี การแพ้ชนะของพวกเราในครั้งนี้พวกเราไม่ได้เป็นคนตัดสินกันเอง”

          ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้สึกอะไรกับท่าทางเย็นชาวางตัวออกห่างของหานซินยังคงยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร พูดไปคว้าเอาขนมที่วางอยู่บนโต๊ะกินไปทั้งยังเอ่ยชมอีกด้วย “รสชาติไม่เลวเลยจริงๆ”

          หานซินมองตู้เซ่าฝู่สักพัก จึงกล่าวว่า “เหมือนว่าพวกเรายังไม่ใช่พวกเดียวกันนะ”

          “เดี๋ยวก็จะเป็นแล้ว”

          ตู้เซ่าฝู่กินขนมที่เคี้ยวเสร็จในปากไปแล้วก็บอกกับหานซินว่า “วันนี้ที่ข้ามาเพราะอยากชวนให้เจ้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า”

          “สมาคมทั่วหล้าอะไร?” หานซินนัยน์ตาสั่นไหว

          ตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า“สมาคมทั่วหล้าเป็นกลุ่มคนที่มาจากสมาคมมังกรดาว พี่รองข้าคือรองประธานสมาคมส่วนข้าได้รับตำแหน่งเป็นประธานสมาคม”

          หานซินมองตู้เซ่าฝู่ยิ้มด้วยสีหน้าราบเรียบ“สมาคมมังกรดาว ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ข้าเคยได้ยินพี่รองของเจ้าที่ชื่อตู้อวิ๋นหลงเหมือนว่าเขาจะทำอะไรล่วงเกินสำนักพยัคฆ์ขาวมาแล้วด้วย ข้ากับเฮ่อจวินมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอดสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงที่ว่า ที่จริงในนั้นข้าสนิทกับเฮ่อจวินที่สุดแล้วเจ้าคิดว่าข้าจะตกลงเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้าอย่างนั้นหรือ หากข้าอยากเข้าร่วมสมาคมหรือสำนักอะไรข้าคงเข้าร่วมสำนักพยัคฆ์ขาวนานแล้ว เหตุใดจึงเลือกมาเข้าร่วมกับ สมาคมทั่วหล้าเล็กๆของเจ้าด้วย”

          “ข้ารู้ว่าเจ้าสนิทกับเฮ่อจวินที่สุดที่เฮ่อจวินคอยเก็บค่าคุ้มครองกับคนในเมืองหลันหลิงที่จริงก็มีเจ้านี่แหละที่คอยหนุนหลังให้”

          ตู้เซ่าฝู่มองหานซิน กล่าวว่า “แต่นี่ก็ไม่เกี่ยวกับที่เจ้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า ที่เจ้าไม่เข้าร่วมสำนักพยัคฆ์ขาวเพราะเจ้าสำนักพยัคฆ์ขาวคือเฮ่อลี่บิดาของเฮ่อจวินและยังมีกลุ่มผู้สูงอายุเป็นฝ่ายปกครองจำนวนมาก พอเรียงตามลำดับอาวุโสเมื่อเจ้าเข้าร่วมกับสำนักพยัคฆ์ขาวเกรงว่าเจ้าจะไม่มีพื้นที่ให้สามารถได้แสดงความสามารถ แต่สมาคมทั่วหล้าไม่เหมือนกันสมาคมทั่วหล้าให้เจ้าได้มีโอกาสแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ที่สำคัญคือข้าอยู่ในสมาคมทั่วหล้า หากเจ้าอยากชนะข้า เจ้าก็ทำได้เพียงเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้ามิเช่นนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสนั้นอีก”

          “ข้อแรก ข้าไม่เก็บค่าคุ้มครอง เก็บแค่ค่าบริหารการจัดการร้านความปลอดภัยของร้านค้าเท่านั้น” หานซินจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็ง จากนั้นสักพัก จึงกล่าวต่อไปว่า “หากข้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า จะได้รับตำแหน่งอะไร?”

          “รองประธานสมาคมเท่ากับพี่รองของข้า”

          ตู้เซ่าฝู่พูดพร้อมกับยิ้มแป้นจากนั้นลุกขึ้นมา สายตาเหลือบไปมองกลางห้อง

          จากนั้นบอกกับหานซินต่อว่า“เอาตามนี้แล้วกันนะ เดี๋ยวข้าจะให้พี่รองมาหาเจ้า ข้าไปก่อนนะไม่ต้องส่งแขก” เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่หมุนตัวเตรียมจะจากไป

          หานซินนั่งตัวตรงมองตามหลังเงาของตู้เซ่าฝู่อยู่นานตาไม่กะพริบ

      “เจ้าหนูคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ”

          หานเฉียงเดินออกมาจากห้องด้านใน มองหานซินพูดกับเขาว่า “ข้าแปลกใจอยู่นะว่าเจ้าจะเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้าเป้าหมายของเจ้าคือการเข้าร่วมกับทางเมืองหลวงของจักรวรรดิโดยตลอด”

          “เขาทำให้ข้านับวันยิ่งมองเขาไม่ออกข้าอยากเอาชนะเขาก็มีเพียงแต่อยู่ข้างกายเขาถึงทำได้ไม่อย่างนั้นเกรงว่าจะเป็นอย่างที่เขาพูด ข้าไม่มีทางชนะเขาได้ตลอดกาล” หานซินกล่าว “หากด่านนี้ข้ายังผ่านไปไม่ได้เรื่องเมืองหลวงของจักรวรรดิก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

          ………………

          ตู้เซ่าฝู่ออกจากจวนเจ้าเมือง จากนั้นเดินทางไปที่พักมู่หรงโยวรั่วกับไต้ซิงอวี่

      เมื่อไต้ซิงอวี่ไม่เห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนนางยังถามตู้เซ่าฝู่ถึงอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนด้วยว่าอยู่แห่งหนใดเขามองออกว่านางหนูคนนี้แม้จะกลัวอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ทว่าหลายวันที่ผ่านมานางเองก็คิดถึงอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเอามากๆ

      ตู้เซ่าฝู่สอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานจากนั้นเล่าเรื่องสมาคมทั่วหล้าให้มู่หรงโยวรั่วฟัง รวมถึงเรื่องที่หานซินมาเข้าร่วมด้วย

      “ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ”

          ในห้องหนึ่งในที่พัก เมื่อมู่หรงโยวรั่วได้ฟังเรื่องราวที่ตู้เซ่าฝู่เล่าก็ตื่นเต้นสนใจอย่างมาก พยักหน้า ตั้งใจมองหน้าตู้เซ่าฝู่ ริมฝีปากของนางขยับกล่าวว่า “หรือว่าเจ้าจะอยู่ที่เมืองหลันหลิงจริงๆ หรือ?”

          “ไม่ใช่อีกไม่นานข้าน่าจะไปจากเมืองหลันหลิงแล้ว” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

      “จะไปแล้วหรือ” เมื่อมู่หรงโยวรั่วได้ยิน ดวงตาของนางก็มีน้ำใสๆ คลอที่เบ้าคาดเดาความรู้สึกนางไม่ออก นางพยักหน้าเล็กน้อย ยิ้มบางๆพูดด้วยน้ำเสียงเบาและน่าฟัง “เจ้าตั้งใจจะไปไหน?”

          “สำนักยุทธสวรรค์ที่จักรวรรดิสือหลง” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

      “สำนักยุทธสวรรค์นั่นคือสถานที่สั่งสอนและผลิตยอดฝีมือ ข้าเคยได้ยินอยู่”

          มู่หรงโยวรั่วพยักหน้าช้าๆยิ้มหวานอย่างน่าหลงใหล กล่าวว่า “ต่อไปเจ้าจะต้องเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงดังสนั่นไปทั่วยุทธภพแน่นอนพอถึงตอนนั้นข้ากับซิงอวี่ก็มีเจ้าเป็นที่พึ่งแล้ว”

          ตู้เซ่าฝู่ยิ้มจ้องมองสาวงามที่มีเสน่ห์จนทำให้ใจละลายได้ที่อยู่ด้านหน้า กล่าวว่า “ที่จริงวันนี้ที่ข้ามา เพราะอยากขอร้องให้เจ้าช่วย”

          “เจ้ามีอะไรอยากให้ข้าช่วยว่ามาเถิด?”

          มุมปากของมู่หรงโยวรั่วโค้งขึ้น ริมฝีปากนางโค้งยิ้มเป็นองศาที่สวยงามอย่างสมบูรณ์แบบนางบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ข้าสงสัยนักเจ้ายังมีเรื่องอะไรที่ต้องให้ข้าช่วยด้วยหรือ”

      “ข้าอยากเชิญให้เจ้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

      “เข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า?”

          มู่หรงโยวรั่วมองตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็ยังจ้องอย่างนิ่งๆ จากนั้นไม่นานก็เริ่มยิ้มออกมาดวงตากะพริบเบาๆ กล่าวต่อไปว่า “ปกติข้าทำแต่เล่นดนตรีร้องเพลงอยู่ในสวนโบราณให้ข้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้าน่าจะไม่สร้างประโยชน์อะไรให้ได้มากนัก”

          “ข้าเชื่อในทักษะการมองคนของข้า”

          ตู้เซ่าฝู่แสดงแววตามั่นใจหญิงสาวที่ทำให้คนทั้งเมืองชื่นชมได้ทั้งยังอยู่ในสถานที่อย่างสวนโบราณแล้วเป็นคนโด่งดังเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทั่วไปไม่น่าจะทำได้

      จากการที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บในนางในตอนนั้นทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้ได้ไม่ยากว่ามู่หรงโยวรั่วมีระดับชีพจรลมปราณถึงขั้นไหนดังนั้นเขามั่นใจว่าสาวงามมีเสน่ห์คนนั้น ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่ๆ

          หากนางได้รับโอกาสสาวงามทรงเสน่ห์นางนี้อาจจะสามารถเหนือกว่าหานซินกับเมิ่งไฉไหลก็เป็นได้ หานซินกับเมิ่งไฉไหลไม่ธรรมดาเพราะพวกเขามีผู้ทรงอิทธิพลช่วยหนุนหลังให้ อย่างที่เขาว่ากันว่าหญิงทำอาหารเก่งแต่หากไร้วัตถุดิบให้ทำก็ทำอาหารชั้นเลิศออกมาไม่ได้เสือที่ร้ายกาจพอจากป่าที่เป็นถิ่นตัวเองไปก็ยังถูกสุนัขรังแกเอาได้

          ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตาม หากได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับตัวเอง ก็จะสามารถแสดงฝีมือทักษะของตัวเองได้อย่างเต็มที่แน่นอน

      “เจ้ามีบุญคุณกับข้าและซิงอวี่เจ้าเอ่ยปากขอ ข้าไม่สมควรปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่า เจ้ายังมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ทำไมจึงอยากให้ข้าเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า?” มู่หรงโยวรั่วยิ้มบางๆขณะพูด

      “นี่ก็……”

          ตู้เซ่าฝู่ได้ยิน สีหน้าก็ดูเคอะเขิน ออกอาการอายยกมือเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาดึงหูจากนั้นมองนางด้วยสีหน้าบ้องแบ๊ว กล่าวว่า “ที่จริงข้าคิดว่าเจ้าไม่ไปที่สวนโบราณน่าจะดีกว่า”

          “หรือว่าเจ้าไม่ชอบที่ข้าทำงานที่สวนโบราณ?” มู่หรงโยวรั่วแอบตะลึงเล็กน้อย ยกคิ้วมองหน้าตู้เซ่าฝู่จากนั้นยิ้มอย่างงดงาม เป็นรอบยิ้มที่หวานฉ่ำดั่งรสของสาลี่หวานหอม

      ตู้เซ่าฝู่พยักศีรษะ กล่าวว่า “น่าจะใช่ละมั้ง แค่คิดว่าเจ้าไม่ไปสวนโบราณก็ดีนะ”

          “ได้ข้าตกลงกับเจ้าตัวแสบอย่างเจ้า ข้าจะเข้าร่วมสมาคมทั่วหล้า”

          มู่หรงโยวรั่วยิ้มให้ ยกมือขึ้นมาเสยผมนางเองไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตอบรับชายหนุ่มตัวแสบคนนี้นางไม่อยากเข้าร่วมกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลใดๆไม่อย่างนั้นก็คงไม่ย้ายมาอยู่ที่เมืองหลันหลิง และก็คงไม่เข้าไปทำงานในเมืองโบราณเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เมืองโบราณเป็นสถานเริงรมย์ น่าจะเป็นสถานที่ที่อยู่แล้วผ่อนคลายมากกว่าทว่าไปๆ มาๆ ตอนนี้นางกลับมาเข้าร่วมกับสมาคมทั่วหล้าเล็กๆ

      “ดีมากเลย ขอบใจนะ” ตู้เซ่าฝู่ได้ยิน ก็ยิ้มแฉ่งออกมา

      “แต่ว่าเจ้าต้องตกลงกับข้าเรื่องหนึ่ง” มู่หรงโยวรั่วมองหน้าตู้เซ่าฝู่ขณะพูด

      “หากเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ข้าจะไม่ปฏิเสธแน่นอน” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า

      มู่หรงโยวรั่วมองไปที่ลานด้านนอกเรือนจ้องไปที่ไต้ซิงอวี่ที่กำลังนั่งเหม่อเพียงลำพัง กล่าวว่า “เจ้าเองก็รู้ว่าซิงอวี่เป็นนักเวทยันต์ และเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์อีกด้วยดังนั้นหากเจ้าไปสำนักยุทธสวรรค์ ข้าอยากให้เจ้าพาซิงอวี่ไปด้วย”

          “ให้ข้าพาซิงอวี่ไป” ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าสงสัย เรื่องพรสวรรค์ของไต้ซิงอวี่ตู้เซ่าฝู่เองก็รู้ดีไม่ใช่แค่มีพรสวรรค์ แต่มีพรสวรรค์มากจนน่ากลัวเลยทีเดียว

      มู่หรงโยวรั่วมองตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “เจ้าพาซิงอวี่ไปด้วย น่าจะเป็นผลดีกับนาง”

          ตู้เซ่าฝู่ครุ่นคิดสักครู่จากนั้นก็พยักหน้า มองมู่หรงโยวรั่วด้วยสีหน้าจริงจัง กล่าวว่า “ข้าจะดูแลนางให้ดี จะดูแลนางให้เหมือนกับนางสาวแท้ๆ ”

          “นางไปกับเจ้าข้าวางใจมากๆ อยู่แล้ว” มู่หรงโยวรั่วยิ้ม

      ……………………………………………

          ผ่านมาสามวัน ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตกไปทางทิศประจิมท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีค่อยๆ มืดลง

          นอกเมืองหลันหลิงในขณะนี้แนวเทือกเขามากมายปกคลุมด้วยความมืดมิดไปก่อนแล้ว

      “ป้าซัน ลุงหลิงขอบคุณที่หลายวันมานี้ดูแลข้ามาโดยตลอด ข้าตั้งใจจะเดินทางไปที่สำนักยุทธสวรรค์ที่จักรวรรดิสือหลงแล้ว” ณ จวนหลันหลิง ตู้เซ่าฝู่บอกกับหยวนซันซันและโอวหยังหลิง

          หลายวันที่ผ่านมานี้ เขาจัดการธุระสมาคมทั่วหล้าไปพอประมาณแล้วตู้เซ่าฝู่พบกับพี่รองตู้อวิ๋นหลงอีกรอบไปแล้ว เรื่องทุกอย่างในสมาคมทั่วหล้าจัดการได้อย่างลงตัวแล้วช่วงนี้สำนักพยัคฆ์ขาวไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร ส่วนกลุ่มผู้มีอิทธิพลอื่นๆก็ไม่มีอะไรต้องกลัว และเมื่อมีหานซินเข้าร่วมสมาคมด้วยแล้วหลังจากนี้ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรอีกแล้ว

      ดังนั้นตู้เซ่าฝู่จึงวางใจเขารู้สึกได้ว่าตนใช้เวลาในเมืองหลันหลิงมานานไม่น้อย ในเมื่อการพัฒนาพละกำลังและระดับฌานเขาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้เขาจึงรีบออกเดินทางไปสำนักยุทธสวรรค์

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน