เสียงฝนกระหน่ำตกในยามค่ำคืน ริน คุโรอิ นั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษจดโน้ต และรูปถ่ายของครอบครัวที่ถูกปะติดไว้บนกำแพง รินอายุ 16 ปี สวมเสื้อกันหนาวตัวเก่าและนั่งพิงหน้าต่างที่เปื้อนรอยหยดน้ำ เธอจ้องมองออกไปยังท้องถนนที่มืดมิดเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
เธอหยิบกล่องขึ้นมา กล่องใบนี้คือสิ่งเดียวที่เหลือจากบ้านเก่าที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซาก กล่องใบนี้เป็ของที่พ่อเธอนั้นให้ความสำคัญเป็อย่างมาก แต่ตัวเธอเองนั้นก็ไม่รู้ว่าภายในกล่องคืออะไร เนื่องจากกล่องนั้นถูกล็อค้ากุญแจเพื่อที่จะเปิดออกได้
เมื่อสามปีก่อน บ้านของรินถูกไฟไหม้ในคืนที่ลมแรง เธอจำได้ว่าตื่นขึ้นมากลางดึกเนื่องจากเสียงกรีดร้องของแม่ แต่เมื่อเธอวิ่งไปหา เธอกลับเห็นเพียงเงาดำของใครบางคนยืนอยู่ในเปลวไฟ ก่อนที่เขาจะหายตัวไป ทิ้งเธอไว้ในโลกที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
ั้แ่นั้นมา เธอก็ใช้เวลาทั้งหมดพยายามสืบหาว่าใครคือคนที่อยู่ในเงา แต่คดีกลับถูกปิดอย่างลวกๆ ว่าเป็ "อุบัติเหตุ"
รินในปัจจุบัน
รินโตขึ้นเป็เด็กสาวที่เงียบขรึม เธอได้ไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่รับเลี้ยงเธอ เธอทำงานพาร์ทไทม์ในร้านสะดวกซื้อและใช้เวลาว่างในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้
คืนหนึ่ง ขณะเดินกลับบ้าน เธอเห็นเหตุการณ์ประหลาดตรงหัวมุมถนน มีชายคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับกลุ่มชายฉกรรจ์ เธอแอบดูจากระยะไกล และสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ชายคนนั้นสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ราวกับรู้ล่วงหน้า
รินก้าวตามชายลึกลับเข้าไปในซอยแคบๆ เสียงฝีเท้านั้นค่อยๆลดลงจนเงียบสนิท
“เธอเป็ใคร” ชายคนนั้นพูดขึ้นโดยไม่หันมามอง “ใครส่งเธอมา”
รินชะงัก “ไม่ใช่ค่ะ คือว่าฉัน...”
ชายปริศนาหยุดเดิน หันกลับมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความนิ่งเฉย แต่ลึกๆ กลับดูเหมือนเขาอ่านเธอออกทุกอย่าง “อะไรกัน เด็กนักเรียนหรอกเหรอ อ่อ...ฉันก็แค่สะสางอะไรนิดหน่อยกับพวกนักเลงนี่นะ เธอกลับไปเถอะ แล้วอย่าไปบอกเื่นี้กับใครละ”
รินเบิกตากว้าง “เอ่อคือว่า...คุณอ่านใจคนได้หรอคะ?”
ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ “อ่านใจคน? มันมีที่ไหนกัน ดูหนังมากไปหรือป่าวเนี่ย เอาเวลาดูหนังไปอ่านหนังสือดีกว่ามั้ย เลิกสงสัยแล้วก็กลับไปเถอะ”
รินยืนอึ้ง นี่เป็สิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของเธอไปมาก แต่คำถามที่ค้างคาในใจเธอยังไม่ได้คำตอบ
“ก็ได้ค่ะ ขอโทษที่รบกวนนะคะ”
หลังจากที่ทำเป็กลับ รินได้ตัดสินใจตามชายคนนั้นไปอย่างแเี
รินก้าวตามชายปริศนาไปอย่างระมัดระวัง เธอพยายามทำให้เสียงฝีเท้าของตัวเองเบาที่สุด แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกเสี่ยงขนาดนี้ อาจเป็เพราะแววตาลึกลับของชายคนนั้นที่ทำให้เธออยากรู้มากขึ้น
แต่ไม่ทันที่เธอจะก้าวพ้นมุมถนน ชายปริศนาก็หยุดเดินและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
"ฉันบอกให้กลับไปไง แล้วเธอคิดว่าเธอจะสกดรอยตามฉันได้โดยที่ฉันไม่รู้ตัวเหรอ?"
รินสะดุ้งสุดตัว ชายปริศนาหันกลับมามองเธอด้วยสายตาคมกริบราวกับรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้นั้แ่แรก
“เอ่อ...ฉัน...” รินพยายามหาคำพูด แต่กลับไม่มีอะไรออกจากปากเธอ
ชายปริศนาเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงของเขาทำให้รินรู้สึกตัวเล็กลงไปทันที “เธอสกดรอยตามฉันทำไม”
“ขอโทษค่ะ!” รินโพล่งออกมา “คือฉันแค่... ฉันอยากขอให้คุณช่วย!”
ชายปริศนาเลิกคิ้ว “ช่วย? เื่อะไร”
รินสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “ฉัน้าความช่วยเหลือ... คุณเป็นักสืบใช่ไหม?”
ชายปริศนาหัวเราะเบาๆแต่เย้ยหยัน “ใครบอกเธอแบบนั้น?”
“ลางสังหรณ์น่ะ...” รินตอบอย่างรวดเร็ว
เขาชั่งใจว่าจะตอบหรือไม่ตอบดี แต่ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น “แล้วทำไมฉันต้องช่วยเธอ?”
“เพราะฉันไม่มีใครช่วยแล้ว...” รินกัดริมฝีปาก ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “สามปีก่อน บ้านฉันถูกไฟไหม้ ฉันเห็นใครบางคนในนั้น คนที่ทำลายทุกอย่างของฉัน แต่ไม่มีใครเชื่อฉัน... มันแปลกมาก พวกตำรวจปิดคดีเฉยๆ แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ ฉันยอมจ่ายทุกอย่างเลย ช่วยฉันเถอะนะ!”
ชายปริศนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆแต่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย “เด็กอย่างเธอจะจ่ายอะไรให้ฉันได้? เงิน? ความจริงฉันไม่้าเงินหรอก”
รินเบิกตากว้าง “แล้ว... คุณ้าอะไร?”
ชายปริศนาเดินเข้าไปใกล้เธอจนเธอต้องถอยหลัง “คำถามคือ เธอกล้าพอจะเผชิญหน้ากับความจริงหรือเปล่า? เพราะบางที สิ่งที่เธอตามหาอาจจะทำให้เธอเจ็บยิ่งกว่าที่เป็อยู่นะ”
“ฉันพร้อม” รินตอบโดยไม่ลังเล
ชายปริศนาเพ่งมองเธอราวกับกำลังประเมินความจริงใจของเธอ “งั้นก็ได้ ฉันจะช่วย...แต่จำไว้ การตามหาความจริงมันไม่ง่าย และบางครั้งมันอาจเปลี่ยนเธอไปตลอดกาล”