แม้ว่าออสการ์จะตัดสินใจวางแผนผิดพลาดมาหลายครั้ง แต่เขาก็เคยคิดถูกมาก่อน ยกตัวอย่างเช่นการเรียนรู้ทักษะม่านวารีก่อนเข้าไปเผชิญกับเม่นเพลิงในถ้ำที่ชั้น 1 คราวนั้นทำให้การเคลียร์ถ้ำเป็นไปได้อย่างง่ายดาย
คราวนี้ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะคิดถูกอีกครั้ง อาจจะไม่ทั้งหมด! แต่ก็ถือว่าการเตรียมตัวมาไม่สูญเปล่า
ถ้ำที่ 4 แห่งนี้กลับมามีสภาพเป็นพื้นดินปนหินและมีโถงถ้ำที่ซับซ้อนอีกครั้ง หลังจากที่มันมีสภาพเป็นบึงเล็กบึงน้อยในถ้ำที่ 3 และมันเป็นเรื่องปกติของถ้ำธาตุสายฟ้าอยู่แล้ว
ใช่! ถ้ำที่ 4 เป็นถ้ำของสัตว์ที่ใช้เวทย์สายฟ้า แต่ดันมีหนังหนาราวกับสัตว์ธาตุสายดิน
‘ไทรเซอราทอปส์’ ไดโนเสาร์ที่มีฉายาว่า ‘ยักษ์สามเขา’ ที่ได้ฉายาเช่นนี้ ก็เพราะว่าปกติแล้วมันตัวใหญ่กว่าช้างเล็กน้อย และมีเขาอยู่ 2 อัน เขา 2 อันแรกตั้งอยู่บริเวณหน้าผากเหนือตาขนาดเล็ก เป็นเขาที่มีขนาดใหญ่ยาวและแหลมคม ส่วนเขาที่ 3 มีลักษณะคล้ายนอแรดงอกอยู่ตรงบริเวณจมูก
จุดเด่นอีกอย่างของเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ก็คือ ที่ต้นคอมีเกราะใหญ่แผ่คลุมคอและไหล่ มันเหมือนกับมีโล่ส่วนตัวเอาไว้คอยป้องกันไม่มีผิด ดูโดยรวม ๆ แล้ว มันก็คือรถถังหุ้มเกราะดี ๆ นี่เอง
พลังโจมตีที่รุนแรง และพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง มันเป็นสิ่งที่ออสการ์ต้องการพร้อมกันหากอยากจะเคลียร์ผ่านถ้ำนี้ไป และเด็กหนุ่มไม่มีมันอยู่กับตัวมากพอในตอนนี้
ยังคงโชคดีที่การฝ่าเข้าไปในถ้ำเริ่มต้นด้วยการอุ่นเครื่องก่อนเสมอ ไทรเซอราทอปส์ 5 ตัวที่มีขนาดใหญ่เพียงไซส์ของลูกช้างเป็นพนักงานต้อนรับในโถงถ้ำแรก
พวกมันวิ่งชาร์จเข้าทำหน้าที่ทันทีที่เห็นออสการ์โผล่เข้าไป ซึ่งผิดวิสัยของสัตว์กินพืชอย่างพวกมันเป็นอย่างมาก แต่เมื่อสังเกตดี ๆ แล้ว จะพบว่าปากของไทรเซอราทอปส์พวกนี้ไม่ได้โค้งงอเหมือนปากนกแก้ว และในปากเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมเรียงกันอยู่เป็นแถวเหมือนทีเร็กซ์
ไม่ต้องสืบแล้วว่ามันกินอะไรกันแน่ ต่อให้มันกัดแล้วคาย เด็กหนุ่มก็ตายอยู่ดี
เอ่อ… ไม่ต้องโดนกัดเขาก็เกือบตายไปแล้ว เพราะดันรับเอาสายฟ้า 2 สายเข้าไปเต็ม ๆ ในขณะที่อยู่ในร่างกายาเหล็ก
ออสการ์คิดว่าตัวเองอยู่ในถ้ำธาตุดิน!
ไม่ได้ระวังว่าจะมีสายฟ้าพุ่งเข้าใส่เลยแม้แต่นิดเดียว
…
หลังจากกระเสือกกระสนกลับไปเลียแผลรักษาตัวที่ปากทางเข้าถ้ำ และบ่นพึมพำของความขี้โกงของเจ้ายักษ์สามเขาพวกนี้อยู่ประมาณ 10 นาที ออสการ์ก็กลับมาใหม่พร้อมกับความมั่นใจแบบเต็มกระเป๋า
และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ การฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงใช้ได้ผล
เด็กหนุ่มสามารถผ่านโถงถ้ำแรกและโถงถ้ำที่ 2 ได้ภายใน 10 นาที
ความเร็ว!!
เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้นอีก
‘ไต่เมฆา’ ในระดับ ‘ชำนาญ’ สามารถเหยียบอากาศได้ติดต่อกัน 5-6 ครั้ง แต่ในสภาพที่แบกดาบยักษ์ไปด้วย ออสการ์ทำได้ดีที่สุดแค่ 3 ครั้งเท่านั้น
และลดลงอีก 1 ครั้งเมื่อคงสภาพร่างกายอยู่ด้วยเวทย์ ‘กายหินผา’ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะหลบเลี่ยงการพุ่งเข้าชาร์จแบบซึ่งหน้า ก่อนจะฟาด ‘ผ่าปฐพี’ ลงมาจากด้านบน
‘ดาบผ่าปฐพี’ มีกระบวนท่าประกอบอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นกระบวนท่าง่าย ๆ สำหรับการป้องกันและทำลายจังหวะของคู่ต่อสู้ และใช้โอกาสช่องว่างที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ ตวัดดาบฟันลงมาจากเหนือหัวอย่างรุนแรง
เด็กหนุ่มไม่ใช้เลย! ดาบผ่าปฐพีของเขาไม่มีกระบวนท่าประกอบใด ๆ ทั้งสิ้น เหลือแค่ฟันลงมาจากทางด้านบนเท่านั้นที่ยังพอให้มันเรียกว่าดาบผ่าปฐพีได้
ดาบยักษ์ถูกสะพายเก็บเอาไว้ที่หลังตลอดเวลา ที่ไม่เหมือนปกติคือตำแหน่งของมันสูงกว่าปกติเล็กน้อย ด้ามดาบแทนที่จะอยู่ตรงระดับบ่า มันกลับไปอยู่ที่ระดับหัวของออสการ์พอดี
ใช่! จับด้ามดาบแล้วฟันข้ามหัวลงมาเลย นี่คือดาบผ่าปฐพีเวอร์ชั่นใหม่ที่เด็กหนุ่มคิดค้นขึ้น
และมันใช้ได้ผลเป็นอย่างดี!
กระโดดลอยตัวสูงจากพื้นเพื่อหลบการพุ่งชาร์จเข้ามาหา ไต่เมฆาตามไปจนอยู่ด้านบนของเจ้ายักษ์สามเขา เกือบทุกครั้งจะเป็นจังหวะที่พวกมันกำลังเบรกจนตัวโก่ง
ลำคอด้านหลังที่เปิดโล่งกลายเป็นเป้าหมายของดาบยักษ์อย่างเหมาะเหม็งเลย
10 ดาบ! 10 ตัว! หัวขาดทั้งหมด!!
…
โถงถ้ำที่ 3 และ 4 ยังคงใช้วิธีเดิมได้ จำนวนของไทรเซอราทอปส์ยังคงมีแค่ 5 ตัวในแต่ละโถงเหมือนเดิม เพียงแค่ขนาดของมันใหญ่ขึ้นเป็นช้างตัวโตเต็มวัยแล้วเท่านั้น
หนังของมันหนาขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่มีปัญหา
10 ดาบ! 10 ตัว! แค่หัวไม่ขาดทั้งหมดเท่านั้น!
การกระโดดหลบขึ้นด้านบนทำให้ออสการ์แทบไม่ต้องผจญกับสายฟ้าเลยใน 4 โถงถ้ำแรก รูปแบบการโจมตีของไทรเซอราทอปส์พวกนั้นคือพุ่งเข้าชาร์จแล้วปล่อยสายฟ้าตามเข้าโจมตีในแนวราบเมื่อฉากหลบออกทางด้านข้าง
เขาคู่ยาวเหนือตาที่พุ่งตรงไปข้างหน้าคือจุดกำเนิดของสายฟ้า นั่นทำให้ทิศทางการโจมตีเป็นการพุ่งไปด้านหน้าด้วย แน่นอนว่ามันหันหัวไปทางด้านข้างได้อย่างไม่ลำบากมากนัก
แต่บอกได้เลยว่าพวกมันเงยหน้าไม่ถนัด แผงเกราะใหญ่ที่ต้นคอไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น
และออสการ์ก็ฉวยคว้าจุดอ่อนอันนี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
……
“ชิ! นึกแล้วว่ามันต้องไม่ง่ายไปจนจบแน่ ๆ”
ออสการ์ต้องบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้งอีกครั้ง เพราะพอย่างเท้าเข้าโถงถ้ำที่ 5 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เจ้ายักษ์ใหญ่ 3 เขาลดขนาดตัวเองลงจนเหลือเพียงเท่า ๆ กับแรดใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น
ขนาดตัวลดลง แต่จำนวนเขาเพิ่มมากขึ้น และตำแหน่งของมันทำให้เด็กหนุ่มต้องลำบากอยู่ตอนนี้
จะงอกตรงไหนก็ไม่งอก ดันมางอกอยู่แทนที่เกราะแผงคอ! ที่สำคัญกว่าก็คือ ปลายของมันชี้ขึ้นบนเยื้องมาทางด้านหลังเล็กน้อย
ใช่! ตำแหน่งที่ออสการ์ใช้ตัดคอพวกของมัน 10 ตัวก่อนหน้านี้
จากเป้าหมายที่เปิดโล่งไร้การป้องกันกลายเป็นป้อมปืนใหญ่สายฟ้าไปอย่างน่าเหลือเชื่อ
เจ็บแสบยิ่งไปกว่านั้น พวกมันปล่อยสายฟ้ากันแบบไม่บันยะบันยัง ไม่มีการประหยัดไฟประหยัดกระสุนใด ๆ ทั้งสิ้น เด็กหนุ่มเสี่ยงกับสายฟ้าเพื่อฆ่าไปได้อีกแค่ตัวเดียว หลังจากนั้นคือการวิ่งวนหลบเลี่ยงหนีตายจากสายฟ้าที่วิ่งว่อนเต็มโถงถ้ำแบบไม่มีหยุด
ถูกพวกเดียวกัน!? พวกมันสนเสียที่ไหน สายฟ้าที่ออสการ์หวาดกลัวนักหนาไม่มีผลอะไรกับพวกมันเลย จะชะงักให้เห็นสักนิดยังไม่มี ไม่รู้ว่าพวกมันมีความต้านทานเวทย์สายฟ้า หรือว่าแค่หนังหนามากเท่านั้น เขาบอกไม่ได้จริง ๆ
“ย๊ากกส์!!”
เปรี๊ยะ!!
ฉับ!!!
ตัวที่ 2 ถูกสังหารลงไปพร้อมกับร่างกายที่ไหม้ดำมีควันลอยกรุ่นของเด็กหนุ่ม เขากลั้นใจยอมถูกโจมตีด้วยสายฟ้าเพื่อสังหารพวกมันไปอีกตัว กายหินผาลดอำนาจของสายฟ้าลงได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ และถ้าเหลือแค่นี้ ออสการ์ยังทนได้อยู่!
“วารีบำบัด”
อย่างไม่มีการหยุดชะงัก เด็กหนุ่มรีบฟื้นฟูร่างกายแล้วเคลื่อนไหวหลบหลีกหนีสายฟ้าต่อทันที และเมื่อจำนวนลดลงจาก 5 หรือเพียงแค่ 3 ตัว ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น
5 ดาบ! 3 ตัว! ต้องเสียเวลาซ้ำดาบ 2 ถึง 2 ตัว และต้องกลั้นใจรับสายฟ้าไปอีก 1 ครั้ง!
มันง่ายขึ้นจริง ๆ ใช่มั้ย?
…
“วารีบำบัด”
“ฟู่!! เกือบไป พวกมันจะปล่อยสายฟ้าได้เร็วเกินไปแล้ว!”
ออสการ์พึมพำออกมาหลังจากร่ายเวทย์ฟื้นฟูร่างกายให้กลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้สำเร็จ เขาจัดการกับโถงถ้ำที่ 6 ได้ด้วยความเสียหายมากกว่าเดิมไม่น้อย สายฟ้าที่ควรจะหลบได้ก็เริ่มหลบไม่พ้น อำนาจทำลายล้างก็เพิ่มขึ้นจนแทบจะประคองตัวให้เคลื่อนที่ต่อไม่ไหว
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเลย เพราะโถงถ้ำต่อไปมันจะยากกว่านี้ เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองจะไต่เมฆาอยู่บนอากาศที่เต็มไปด้วยสายฟ้าได้อีกสักกี่โถงถ้ำ?
พักผ่อน! ออสการ์เดินไปเลือกซอกหินเล็ก ๆ เป็นที่เอนหลังและหลับตาลง เขายังมีเวลาให้คิดวางแผนอยู่พอสมควร…