โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 19 – ไต่เมฆา ในวันที่ฟ้าคะนอง!

            แม้ว่าออสการ์จะตัดสินใจวางแผนผิดพลาดมาหลายครั้ง แต่เขาก็เคยคิดถูกมาก่อน ยกตัวอย่างเช่นการเรียนรู้ทักษะม่านวารีก่อนเข้าไปเผชิญกับเม่นเพลิงในถ้ำที่ชั้น 1 คราวนั้นทำให้การเคลียร์ถ้ำเป็นไปได้อย่างง่ายดาย


            คราวนี้ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะคิดถูกอีกครั้ง อาจจะไม่ทั้งหมด! แต่ก็ถือว่าการเตรียมตัวมาไม่สูญเปล่า


            ถ้ำที่ 4 แห่งนี้กลับมามีสภาพเป็นพื้นดินปนหินและมีโถงถ้ำที่ซับซ้อนอีกครั้ง หลังจากที่มันมีสภาพเป็นบึงเล็กบึงน้อยในถ้ำที่ 3 และมันเป็นเรื่องปกติของถ้ำธาตุสายฟ้าอยู่แล้ว


            ใช่! ถ้ำที่ 4 เป็นถ้ำของสัตว์ที่ใช้เวทย์สายฟ้า แต่ดันมีหนังหนาราวกับสัตว์ธาตุสายดิน


            ‘ไทรเซอราทอปส์’ ไดโนเสาร์ที่มีฉายาว่า ‘ยักษ์สามเขา’ ที่ได้ฉายาเช่นนี้ ก็เพราะว่าปกติแล้วมันตัวใหญ่กว่าช้างเล็กน้อย และมีเขาอยู่ 2 อัน เขา 2 อันแรกตั้งอยู่บริเวณหน้าผากเหนือตาขนาดเล็ก เป็นเขาที่มีขนาดใหญ่ยาวและแหลมคม ส่วนเขาที่ 3 มีลักษณะคล้ายนอแรดงอกอยู่ตรงบริเวณจมูก


            จุดเด่นอีกอย่างของเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ก็คือ ที่ต้นคอมีเกราะใหญ่แผ่คลุมคอและไหล่ มันเหมือนกับมีโล่ส่วนตัวเอาไว้คอยป้องกันไม่มีผิด ดูโดยรวม ๆ แล้ว มันก็คือรถถังหุ้มเกราะดี ๆ นี่เอง


            พลังโจมตีที่รุนแรง และพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง มันเป็นสิ่งที่ออสการ์ต้องการพร้อมกันหากอยากจะเคลียร์ผ่านถ้ำนี้ไป และเด็กหนุ่มไม่มีมันอยู่กับตัวมากพอในตอนนี้


            ยังคงโชคดีที่การฝ่าเข้าไปในถ้ำเริ่มต้นด้วยการอุ่นเครื่องก่อนเสมอ ไทรเซอราทอปส์ 5 ตัวที่มีขนาดใหญ่เพียงไซส์ของลูกช้างเป็นพนักงานต้อนรับในโถงถ้ำแรก


            พวกมันวิ่งชาร์จเข้าทำหน้าที่ทันทีที่เห็นออสการ์โผล่เข้าไป ซึ่งผิดวิสัยของสัตว์กินพืชอย่างพวกมันเป็นอย่างมาก แต่เมื่อสังเกตดี ๆ แล้ว จะพบว่าปากของไทรเซอราทอปส์พวกนี้ไม่ได้โค้งงอเหมือนปากนกแก้ว และในปากเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมเรียงกันอยู่เป็นแถวเหมือนทีเร็กซ์


            ไม่ต้องสืบแล้วว่ามันกินอะไรกันแน่ ต่อให้มันกัดแล้วคาย เด็กหนุ่มก็ตายอยู่ดี


            เอ่อ… ไม่ต้องโดนกัดเขาก็เกือบตายไปแล้ว เพราะดันรับเอาสายฟ้า 2 สายเข้าไปเต็ม ๆ ในขณะที่อยู่ในร่างกายาเหล็ก


            ออสการ์คิดว่าตัวเองอยู่ในถ้ำธาตุดิน!


            ไม่ได้ระวังว่าจะมีสายฟ้าพุ่งเข้าใส่เลยแม้แต่นิดเดียว

            …


            หลังจากกระเสือกกระสนกลับไปเลียแผลรักษาตัวที่ปากทางเข้าถ้ำ และบ่นพึมพำของความขี้โกงของเจ้ายักษ์สามเขาพวกนี้อยู่ประมาณ 10 นาที ออสการ์ก็กลับมาใหม่พร้อมกับความมั่นใจแบบเต็มกระเป๋า


            และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ การฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงใช้ได้ผล


            เด็กหนุ่มสามารถผ่านโถงถ้ำแรกและโถงถ้ำที่ 2 ได้ภายใน 10 นาที


            ความเร็ว!!


            เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้นอีก


            ‘ไต่เมฆา’ ในระดับ ‘ชำนาญ’ สามารถเหยียบอากาศได้ติดต่อกัน 5-6 ครั้ง แต่ในสภาพที่แบกดาบยักษ์ไปด้วย ออสการ์ทำได้ดีที่สุดแค่ 3 ครั้งเท่านั้น


            และลดลงอีก 1 ครั้งเมื่อคงสภาพร่างกายอยู่ด้วยเวทย์ ‘กายหินผา’ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะหลบเลี่ยงการพุ่งเข้าชาร์จแบบซึ่งหน้า ก่อนจะฟาด ‘ผ่าปฐพี’ ลงมาจากด้านบน


            ‘ดาบผ่าปฐพี’ มีกระบวนท่าประกอบอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นกระบวนท่าง่าย ๆ สำหรับการป้องกันและทำลายจังหวะของคู่ต่อสู้ และใช้โอกาสช่องว่างที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ ตวัดดาบฟันลงมาจากเหนือหัวอย่างรุนแรง


            เด็กหนุ่มไม่ใช้เลย! ดาบผ่าปฐพีของเขาไม่มีกระบวนท่าประกอบใด ๆ ทั้งสิ้น เหลือแค่ฟันลงมาจากทางด้านบนเท่านั้นที่ยังพอให้มันเรียกว่าดาบผ่าปฐพีได้


            ดาบยักษ์ถูกสะพายเก็บเอาไว้ที่หลังตลอดเวลา ที่ไม่เหมือนปกติคือตำแหน่งของมันสูงกว่าปกติเล็กน้อย ด้ามดาบแทนที่จะอยู่ตรงระดับบ่า มันกลับไปอยู่ที่ระดับหัวของออสการ์พอดี


            ใช่! จับด้ามดาบแล้วฟันข้ามหัวลงมาเลย นี่คือดาบผ่าปฐพีเวอร์ชั่นใหม่ที่เด็กหนุ่มคิดค้นขึ้น


            และมันใช้ได้ผลเป็นอย่างดี!


            กระโดดลอยตัวสูงจากพื้นเพื่อหลบการพุ่งชาร์จเข้ามาหา ไต่เมฆาตามไปจนอยู่ด้านบนของเจ้ายักษ์สามเขา เกือบทุกครั้งจะเป็นจังหวะที่พวกมันกำลังเบรกจนตัวโก่ง


            ลำคอด้านหลังที่เปิดโล่งกลายเป็นเป้าหมายของดาบยักษ์อย่างเหมาะเหม็งเลย

            

            10 ดาบ! 10 ตัว! หัวขาดทั้งหมด!!

            …


            โถงถ้ำที่ 3 และ 4 ยังคงใช้วิธีเดิมได้ จำนวนของไทรเซอราทอปส์ยังคงมีแค่ 5 ตัวในแต่ละโถงเหมือนเดิม เพียงแค่ขนาดของมันใหญ่ขึ้นเป็นช้างตัวโตเต็มวัยแล้วเท่านั้น


            หนังของมันหนาขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่มีปัญหา


            10 ดาบ! 10 ตัว! แค่หัวไม่ขาดทั้งหมดเท่านั้น!


            การกระโดดหลบขึ้นด้านบนทำให้ออสการ์แทบไม่ต้องผจญกับสายฟ้าเลยใน 4 โถงถ้ำแรก รูปแบบการโจมตีของไทรเซอราทอปส์พวกนั้นคือพุ่งเข้าชาร์จแล้วปล่อยสายฟ้าตามเข้าโจมตีในแนวราบเมื่อฉากหลบออกทางด้านข้าง


            เขาคู่ยาวเหนือตาที่พุ่งตรงไปข้างหน้าคือจุดกำเนิดของสายฟ้า นั่นทำให้ทิศทางการโจมตีเป็นการพุ่งไปด้านหน้าด้วย แน่นอนว่ามันหันหัวไปทางด้านข้างได้อย่างไม่ลำบากมากนัก


            แต่บอกได้เลยว่าพวกมันเงยหน้าไม่ถนัด แผงเกราะใหญ่ที่ต้นคอไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น


            และออสการ์ก็ฉวยคว้าจุดอ่อนอันนี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

            ……


            “ชิ! นึกแล้วว่ามันต้องไม่ง่ายไปจนจบแน่ ๆ”


            ออสการ์ต้องบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้งอีกครั้ง เพราะพอย่างเท้าเข้าโถงถ้ำที่ 5 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เจ้ายักษ์ใหญ่ 3 เขาลดขนาดตัวเองลงจนเหลือเพียงเท่า ๆ กับแรดใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น


            ขนาดตัวลดลง แต่จำนวนเขาเพิ่มมากขึ้น และตำแหน่งของมันทำให้เด็กหนุ่มต้องลำบากอยู่ตอนนี้


            จะงอกตรงไหนก็ไม่งอก ดันมางอกอยู่แทนที่เกราะแผงคอ! ที่สำคัญกว่าก็คือ ปลายของมันชี้ขึ้นบนเยื้องมาทางด้านหลังเล็กน้อย


            ใช่! ตำแหน่งที่ออสการ์ใช้ตัดคอพวกของมัน 10 ตัวก่อนหน้านี้


            จากเป้าหมายที่เปิดโล่งไร้การป้องกันกลายเป็นป้อมปืนใหญ่สายฟ้าไปอย่างน่าเหลือเชื่อ


            เจ็บแสบยิ่งไปกว่านั้น พวกมันปล่อยสายฟ้ากันแบบไม่บันยะบันยัง ไม่มีการประหยัดไฟประหยัดกระสุนใด ๆ ทั้งสิ้น เด็กหนุ่มเสี่ยงกับสายฟ้าเพื่อฆ่าไปได้อีกแค่ตัวเดียว หลังจากนั้นคือการวิ่งวนหลบเลี่ยงหนีตายจากสายฟ้าที่วิ่งว่อนเต็มโถงถ้ำแบบไม่มีหยุด


            ถูกพวกเดียวกัน!? พวกมันสนเสียที่ไหน สายฟ้าที่ออสการ์หวาดกลัวนักหนาไม่มีผลอะไรกับพวกมันเลย จะชะงักให้เห็นสักนิดยังไม่มี ไม่รู้ว่าพวกมันมีความต้านทานเวทย์สายฟ้า หรือว่าแค่หนังหนามากเท่านั้น เขาบอกไม่ได้จริง ๆ


            “ย๊ากกส์!!”


            เปรี๊ยะ!!


            ฉับ!!!


            ตัวที่ 2 ถูกสังหารลงไปพร้อมกับร่างกายที่ไหม้ดำมีควันลอยกรุ่นของเด็กหนุ่ม เขากลั้นใจยอมถูกโจมตีด้วยสายฟ้าเพื่อสังหารพวกมันไปอีกตัว กายหินผาลดอำนาจของสายฟ้าลงได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ และถ้าเหลือแค่นี้ ออสการ์ยังทนได้อยู่!


            “วารีบำบัด”


            อย่างไม่มีการหยุดชะงัก เด็กหนุ่มรีบฟื้นฟูร่างกายแล้วเคลื่อนไหวหลบหลีกหนีสายฟ้าต่อทันที และเมื่อจำนวนลดลงจาก 5 หรือเพียงแค่ 3 ตัว ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น


            5 ดาบ! 3 ตัว! ต้องเสียเวลาซ้ำดาบ 2 ถึง 2 ตัว และต้องกลั้นใจรับสายฟ้าไปอีก 1 ครั้ง!


            มันง่ายขึ้นจริง ๆ ใช่มั้ย?

            …


            “วารีบำบัด”


            “ฟู่!! เกือบไป พวกมันจะปล่อยสายฟ้าได้เร็วเกินไปแล้ว!”


            ออสการ์พึมพำออกมาหลังจากร่ายเวทย์ฟื้นฟูร่างกายให้กลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้สำเร็จ เขาจัดการกับโถงถ้ำที่ 6 ได้ด้วยความเสียหายมากกว่าเดิมไม่น้อย สายฟ้าที่ควรจะหลบได้ก็เริ่มหลบไม่พ้น อำนาจทำลายล้างก็เพิ่มขึ้นจนแทบจะประคองตัวให้เคลื่อนที่ต่อไม่ไหว


            นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเลย เพราะโถงถ้ำต่อไปมันจะยากกว่านี้ เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองจะไต่เมฆาอยู่บนอากาศที่เต็มไปด้วยสายฟ้าได้อีกสักกี่โถงถ้ำ?


            พักผ่อน! ออสการ์เดินไปเลือกซอกหินเล็ก ๆ เป็นที่เอนหลังและหลับตาลง เขายังมีเวลาให้คิดวางแผนอยู่พอสมควร…