ใช้เวลาไม่กี่วันกองทัพก็เดินทางมาถึงตัวเมืองชาวบ้านต่างออกมายืนต้อนรับพร้อมทั้งโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดในหมู่บ้านแห่งนั้นได้เล่าลือออกมาไกลตั้งแต่วันแรกที่ฝนตกลงมาสองข้างทางเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ออกมาต้อนรับนายทหารทุกคนต่างยืดอกยิ้มหน้าบานกับความสำเร็จในครั้งนี้ เมื่อขบวนเคลื่อนตัวเข้ามาในเมืองก็เจอกับคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนรออยู่ลานกลางเมืองและบุคคลอยู่เบื้องหน้าของพวกนางตอนนี้ก็มองเห็นท่านพ่อและท่านแม่ที่ยืนอยู่เด่นชัดที่สุด
ดูเหมือนฮูหยินของท่านเจ้าเมืองเองก็คงจะดีใจมากเพราะนางถึงกับร้องไห้ออกมาทันทีที่เห็นหน้าบุตรสาวในคราบชายหนุ่มที่ควบม้านำหน้าขบวนเข้ามา
"ท่านแม่ท่านพ่อพวกข้ากลับมาแล้ว" ซีซีและซีเหมยรีบลงจากหลังม้ามาคารวะท่านทั้งสองก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดท่านแม่ของพวกนาง
"แม่ดีใจจริงๆที่พวกเจ้ากลับมาพร้อมข่าวดี" สองสาวทำหน้าไม่เข้าใจตงโฉเลยอธิบายให้ฟัง
"ก่อนหน้าพวกเจ้าเดินทางกลับมาท่านรองแม่ทัพได้ส่งสารมาแจ้งแล้วล่ะพวกเจ้าทำได้ดีจริงๆ" ตงโฉเอ่ยอย่างชื่นชมเขาไม่นึกว่าผลงานของพวกนางจะเหนือกว่าที่เขาคาดหวังไว้เป็นอย่างมาก
"อ่า......เรื่องนั้นคงต้องยกความดีให้ท่านแม่รองทัพเพราะพวกข้าแทบไม่ได้ทำสิ่งใดเลย" ซีเหมยเอ่ยอย่างลำบากใจในเมื่อความเป็นจริงพวกนางได้ทิ้งงานต่างๆให้ท่านรองแม่ทัพแล้วหนีหายไปเป็นสัปดาห์และเมื่อพวกนางกลับออกมางานทุกอย่างก็เสร็จสิ้นแล้ว
"เอาเถอะๆพ่อว่าพวกเรากลับจวนก่อนแล้วกัน" ตงโฉเองก็พอทราบเรื่องจากรายงานที่ท่านรองแม่ทัพส่งให้เขาเองก็ต้องการถามเรื่องนี้กับพวกนางเช่นกัน
ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงจวนที่พักเพราะชาวบ้านที่ออกมาต้อนรับเยอะจริงๆกว่าจะกล่าวทักทายเสร็จก็เกือบมืดค่ำแล้ว
"พวกเจ้าไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสียเถอะค่อยออกมาทานข้าวกัน" ฮูหยินไล่พวกนางทั้งสองให้ไปอาบน้ำ นางมีใบหน้าที่เปี่ยมสุขแววตาช่างสดใสกว่าวันที่ผ่านมานัก
"ดูเหมือนเจ้าจะดีใจมากนะฮูหยินของข้า" ตงโฉเอ่ยหยอกล้อภรรยาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มไม่ต่างกัน
"ท่านเองก็ดีใจเหมือนข้าไม่ใช่รึท่านพี่" ทั้งสองยังหยอกเอินไปพักใหญ่จนสองสาวกลับมาได้ยินคำพูดที่ท่านพ่อใช้เกี้ยวท่านแม่ของพวกนางอยู่
"ไอ้หยา.....ดูเหมือนอีกไม่นานพวกข้าจะได้น้องเล็กแน่นอน" ซีเหมยเอ่ยด้วยความอารมณ์ดีและแอบแหย่ท่านทั้งสองด้วยแววตาซุกซนจนมารดาเองต้องกลับมายืนหน้าแดงก่ำอายบุตรทั้งสองของตน
"ซีเหมยเจ้าอย่าเสียมารยาท" ซีซีหยิกซีเหมยไปหนึ่งที นางรับรู้ถึงแววตาที่วูบไหวเล็กน้อยของมารดาได้
"เอ้าหยุดพูดกันแล้วมาทานข้าวเถอะ" ตงโฉตั้งใจพูดเปลี่ยนเรื่อง พวกเขาทั้งสี่ลงมือทานอาหารไปได้สักครู่ตงโฉจึงเริ่มเอ่ยถามเรื่องราวทั้งหมดสองสาวก็เล่าทุกเรื่องอย่างไม่ปิดบังจนเมื่อมาถึงเรื่องของท่านพี่อู๋เซียนและความหลังชาติที่แล้วที่พวกนางค่อยๆเล่าอย่างระมัดระวังเมื่อเล่าจบก็รอดูปฏิกิริยาของท่านทั้งสอง
"เฮ้ย.....เป็นดั่งคาดพวกเจ้ามีที่มาที่แปลกประหลาดต้องมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาและข้าเองก็บอกได้ว่าเหนือกว่าที่คาดเอาไว้มาก" ตงโฉเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบน้ำเสียงไม่มีสั่นไหวราวกับกำลังพูดเรื่องราวธรรมดาทั้งที่มันไม่ได้ธรรมดาเลย
"พวกเจ้าอย่ากังวลไปเลยถึงอย่างไรพวกเจ้าทั้งสองก็คือลูกของท่านแม่คนนี้เฉกเช่นเดิม" ฮูหยินยิ้มอย่างอ่อนโยนให้พวกนาง
"ไม่ได้!!!!" เสียงตงโฉดังขึ้นกลางอากาศจนฮูหยินและสองสาวถึงกับสะดุ้งหน้าเสียทีเดียว
"พวกเจ้าจะมีแต่ท่านแม่ได้อย่างไรครอบครัวต้องมีผู้นำฉะนั้นอย่าลืมพ่อไม่ว่าพวกเจ้าจะผุดมาจากก้อนหินหรือตกลงมาจากฟ้าพวกเจ้าก็คือบุตรสาวของข้าตงโฉผู้นี้เช่นเดิม" สองสาวถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้รับความรักมากมายเช่นนี้ฮูหยินเองก็ซึ้งใจก่อนจะเอนตัวซบลงอกผู้เป็นสามีและประมุขของบ้าน
"ใช่แล้วท่านแม่ตอนที่ข้าและน้องเข้าป่ายังได้เก็บสมุนไพรแปลกๆและหายากมาให้ท่านด้วยนะเจ้าค่ะ" ซีซีนึกถึงเรื่องสมุนไพรพอดีนางเชื่อว่ามันต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกคนแน่นอนเมื่อถึงมือของท่านแม่สองสาวรีบเอาสมุนไพรออกมาให้ฮูหยินดู เมื่อนางเห็นก็ตื่นเต้นยิ่งนักก่อนจะเริ่มคัดแยกสมุนไพรและสรรพคุณของสมุนไพรออกตามจำพวก
"เอ๊ะ.....นะ..นี่มันหญ้าวิญญาณนี่"
เสียอุทานของท่านแม่ดึงความสนใจของทุกคนที่นั่งพูดคุยกันอยู่ให้หันมามองที่เดียวกันหมด
"เอ่อท่านแม่มันเป็นสมุนไพรพิษหรือเจ้าค่ะท่านแม่ถึงตกใจเช่นนี้"
ซีเหมยกล่าวอย่างหน้าซีดนางว่าไม่ได้เอาสมุนไพรที่มีพิษออกมาสักต้นนะตอนนี้คนตัวเล็กเริ่มกลัวความผิดนางพอทราบว่าท่านแม่เกลียดพวกใช้สมุนไพรพิษสังหารคนยิ่งนักเพราะจะกล่าวให้ถูกคือนางเป็นหมอช่วยคนจึงมีจิตใจที่ดีงามยิ่ง
"ปะ...เปล่าไม่ใช่แต่...นี่ไม่น่าเป็นไปได้หญ้าวิญญาณนี้น่าจะเหลือแค่ตำนานมันหายไปเป็นร้อยปีจนคนแทบลืมเลือนแล้ว"
นางกล่าวอย่างตื่นเต้นยิ่งเมื่อคิดถึงสรรพคุณของมันนางยิ่งใจเต้นแรงแทบกระดอนออกมา
"ถ้าหายากเช่นนี้เราเพาะปลูกมันดีหรือไม่เจ้าค่ะ" ซีเหมยครุ่นคิดก่อนจะกล่าวออกมา
"เอ๋....มันเป็นพืชชนิดพิเศษยิ่งเจ้าจะทำอย่างไรจึงจะเพาะปลูกมันได้หรือลูกพ่อ" ตงโฉเอ่ยถามซีเหมยเขาอยากรู้ว่าบุตรสาวจะมีวิธีการเพาะเจ้าพืชมหัศจรรย์ได้อย่างไร
"เป็นไปได้แน่นอนท่านพ่อพลังของน้องเล็กสามารถใช้ปลูกพืชที่ใช้เวลานานให้งอกงามได้ในคืนเดียว"
ซีซีกล่าวอย่างสนับสนุนเมื่อมารดาให้ความสนใจ นางยิ่งต้องใส่ใจกับพืชตัวนี้มากๆแม้จะไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์เช่นไรแต่เพื่อความสุขของมารดาแม้ต้องบุกแดนเซียนเพื่อชิงกระถางวิเศษมาใช้ปลูกมันนางก็จะทำ
"เอาเป็นว่าหาที่ปลูกหญ้าตัวนี้ก่อนดีกว่าเอาที่มันกว้างๆเลยดีหรือไม่เจ้าค่ะ"
ทุกคนหารือก่อนจะสรุปผลออกมาใช้ที่สวนดอกไม้หลังจวนของท่านแม่ปลูกพืชชนิดนี้
รุ่งเช้าทุกคนต่างรีบตื่นมารวมตัวกันที่ด้านหลังจวนของท่านพ่อท่านแม่สองสาวรีบลงทำแปลงที่จะใช้ปลูกสมุนไพร เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นความลับพวกนางจึงลงมือทำเองทุกขั้นตอนจนเหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายซีเหมยก็นึกบางอย่างขึ้นได้
"เอ่อแล้วอากาศสภาพแวดล้อมที่มันใช้เติบโตละเจ้าค่ะ"
ซีเหมยหันมาถามพี่สาวของตนเมื่อเกือบจะลงมือดีที่นึกได้ทันซีซีเองก็ลืมนึกถึงข้อนี้เช่นกันพืชทุกชนิดต่างมีความชอบไม่เหมือนกันแล้วจะทำเช่นไรดี....ใช่สิ
"พี่รู้แล้วละว่าจะหาคำตอบจากที่ใดท่านพ่อท่านแม่ยังจำเรื่องสัตว์อสูรพันธะที่พวกข้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่"
เมื่อเห็นตงโฉและฮูหยินพยักหน้าพวกนางจึงเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา
"อ่า...นายท่านผิงผิงคิดถึง"
"อาหลินก็เช่นกันและอยากออกมาเดินเล่นเสียแทบแย่"
ดูเหมือนท่านทั้งสองจะตื่นตะลึงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปรับตัวได้ในที่สุดพวกเขามักได้ยินเรื่องเล่าขานของพวกสัตว์อสูรจากที่ต่างๆส่วนมากมักจะเล่าว่าพวกมันโหดร้ายและน่ากลัวแต่พอเห็นสัตว์อสูรของทั้งสองของบุตรสาวช่างต่างจากที่ได้ยินจนสิ้นเชิง
"อ่า.....อย่าเพิ่งน้อยใจข้ามีเรื่องบางอย่างจะสอบถาม"
ผิงผิงและอาหลินต่างตั้งใจฟังคำพูดของซีซีเมื่อทราบเรื่องทั้งหมดพวกมันก็คลายสีหน้าลง
"หญ้าวิเศษนี้ปกติชอบโตในที่ชื้นและจะมีภูติพฤกษาคอยดูแล"
"แต่ถ้าท่านทั้งสองอยากจะปลูกจริงก็ทำได้เจ้าค่ะส่วนหน้าที่ดูแลผิงผิงขอรับเองผิงผิงมีพลังธาตุไม้และดินเรื่องปลูกต้นไม้ไม่มีปัญหา"
ผิงผิงส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างสดใส ตงโฉและฮูหยินต่างก็รู้สึกผ่อนคลายและลดแรงกดดันออกจนหมด
"ดีเช่นนั้นเอาตามนี้ละกันซีเหมยลงมือเลย"
เมื่อทุกความกังวลถูกขจัดออกไปซีเหมยก็เรียกพลังออกมาก่อนจะผนึกให้เป็นลูกแก้วเล็กสีฟ้าใสส่วนซีซีก็สร้างพลังคลุมแปลงปลูกหญ้าวิเศษเอาไว้ เมื่อซีเหมยโยนลูกแก้วลงฝนก็ตกแต่ตกแค่ในม่านพลังที่ซีซีทำครอบแปลงช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
"อ่า......ท่านพี่ดูซิตัวหญ้าวิญญาณเริ่มมีการตอบสนองแล้ว"
เมื่อได้รับพลังวิเศษจากฝนของซีเหมยมันก็เริ่มลงรากและแตกหน่อออกใบผิงผิงก็ส่งพลังธาตุดินและไม้เข้าไปเป็นระยะเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
"อาจจะต้องใช้เวลานานอยู่พวกท่านทั้งหมดไปรอที่ห้องโถงเถอะเจ้าค่ะทางนี้อาหลินและผิงผิงจะดูแลให้เอง"
อาหลินไม่อยากให้เจ้านายมานั่งรอให้เหนื่อยมันจึงอาสาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เมื่อทุกคนได้ยินก็ทำตามอย่างว่าง่ายและกลับมานั่งสนทนาที่ห้องโถงแทน
"พรุ่งนี้เราค่อยไปดูอีกทีแล้วกัน วันนี้ก็แยกย้ายทำหน้าที่ของใครของมันเถอะ"
ตงโฉเอ่ยบอกภรรยาและบุตรสาวก่อนที่เขาจะขอตัวไปสะสางงานที่ห้องทำงานของเจ้าเมืองสองสาวก็ได้ขอแยกตัวกลับมาที่ห้องเพื่อฝึกเคล็ดวิชาทะยานสวรรค์ที่ได้รับมาจากความจำของชาติที่แล้วนี่เป็นสุดยอดวิชาตัวเบาและเคล็ดการเหาะของสรวงสวรรค์นั่นเอง